ภรรยาทั้งสองของเขาถึงกับงง มันมีด้วยหรือการดูดวงผ่านใบหน้า แม่นางมู่ทำตามที่หลิวจ้านบอก ถอดผ้าคลุมหน้าออก หลิวจ้านพอได้เห็นหน้าของนางชัดๆ เขารู้แล้วว่าทำไมทุกคนถึงอยากจะพบกับนางนักหนา ความสวยของนางไม่ได้สวยไปกว่าองค์หญิงใหญ่ แต่พวกนางมีเสน่ห์คนละแบบ องค์หญิงใหญ่จะมีเสน่ห์ของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วใครเห็นก็ต้องหลงไหลสวยแบบผู้ใหญ่ ส่วนแม่นางมู่เสน่ห์ของนางคือใบหน้าที่เย็นชาและลึกลับใครได้มองหน้าของนางต้องอยากที่จะคนหาบางสิ่งในจิตใจของนาง หลิวจ้านนั่งจองมองหน้าของแม่นางมู่ นางก็จองมองเขาเช่นกัน ทั้งสองคนมีอารมณ์ที่ต่างกัน หลิวจ้านมองนางด้วยความกระหายอยากจะจับนางกดลงและบรรเลงเพลงรักกับนางเสียตั้งแต่ตอนนี้ ส่วนของ
แม่นางมู นางมีอย่างเดียวคือรังเกียจเขาเพราะตอนนี้หลิวจ้านมองหน้าของนางแทบจะน้ำลายไหล นางเห็นแบบนี้เลยนึกรังเกียจ
“ท่านจะพูดได้หรือยัง ข้าเริ่มที่จะทนกับท่านไม่ไหวแล้ว”มู่หว่านชิงพูดขึ้นมา
หลิวจ้านได้สติและรีบเช็ดน้ำลายของเขาที่ไหลออกมา
“เอาละข้าจะพูดสิ่งที่ข้าเห็นเจ้าจงตั้งใจฟังให้ดี ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเจ้าจะได้รับโชคใหญ่ เจ้าจะได้รับราชโองการจากฟ้า ส่งคู่ครองที่ฉลาด เก่งทุกด้าน และที่สำคัญเขายังมีหน้าตาที่หล่อเหลาที่สุด และยังเป็นคนที่เจ้ารอคอยเขามาแสนนาน เจ้าทั้งสองจะได้รับพระราชทานสมรส จบแค่นี้ นี่คือสิ่งที่ข้าเห็น”
แม่นางมู่ถึงกับอึ้ง เขาบอกว่านางจะได้รับราชโองการ และจะได้แต่งงานกับคนที่นางรอมาแสนนาน หรือว่าองค์ชายจะทรงรับนางเขาวังเพื่อไปแต่งงานกับเขา นางถึงกับหลุดยิ้มออกมา
หลิวจ้านเห็นนางยิ้มเขาก็พอจะเดาได้ว่านางคิดอะไร เจ้าช่างโงเขลาเสียจริงคิดว่าจะได้แต่งงานกับองค์ชาย ใครๆต่างก็บอกว่าเจ้าฉลาด เจ้าน่าจะเดาได้ว่าสิ่งที่ข้าพูดออกมา มันคือตัวข้าหลิวจ้าน องค์ชายจะเก่ง ฉลาด และหล่อเหลาเท่าตัวข้าได้ยังไง หลิวจ้านบนอยู่ในใจ
“ข้าจะคอยดูว่าสิ่งที่ท่านพูดมาจะเป็นจริงหรือไม่ ส่วนอีกเรื่อง บทกวีของท่านข้าสามารถนำไปขับร้องได้หรือไม่”
“ได้อยู่แล้ว ข้าไม่เคยยึดติดในเรื่องนี้”
แม่นางมู่ได้ออกจากห้องไป คงเหลือแค่หลิวจ้านกับภรรยาของเขาทั้งสอง
“พวกเจ้าหยุดหัวเราะกันได้แล้ว มีอะไรหน้าตลกรึ”
“ก็ตัวของท่านยังไงละ บอกว่าท่านเป็นนักดูดวง พวกข้าทั้งสองฟังแล้วถึงกับหยุดหัวเราะไม่ได้”เย่เอ๋อพูดขึ้นมา
“พวกเจ้าทั้งสองก็ไม่เชื่อว่าตัวข้าดูดวงได้”
นางทั้งสองคนถึงกับสายหน้าพร้อมกัน
“ถ้างั่นเอาแบบนี้เป็นไง หากว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็นเรื่องจริง พวกเจ้าต้องยอมให้ข้ามีภรรยาเพิ่มอีกหนึ่งคน”
เย่เอ๋อหว่านเอ๋อมองหน้ากันซักพัก
“ได้ แต่ถ้าท่านแพ้ละ พวกเราจะได้อะไร”
หลิวจ้านหยิบปืนสั้นออกมาจากอกเสื้อของเขา
“หากว่าตัวข้าแพ้จะมอบสิ่งนี้ให้กับพวกเจ้าคนละอัน”
“ได้เจ้าค่ะพวกเรารับคำท้า”
ที่พวกนางรีบตอบรับเพราะพวกนางก็ไม่เชื่อคำพูดของหลิวจ้าน ต่อให้จะเป็นเรื่องจริงพวกนางก็พร้อมที่จะยอมรับ
เย่เอ๋อและหว่านเอ๋อเคยพูดคุยเรื่องของหลิวจ้านมาบ้างแล้วเกี่ยวกับการให้เขามีภรรยาเพิ่ม เพราะตอนนี้พวกนางไม่สามารถสนองความต้องการของเขาได้ทุกคืน หลิวจ้านบรรเลงเพลงรักกับพวกนางทุกคืนวัน บางครั้งในช่วงเวลากลางวันเขาก็ยังทำ พวกนางทั้งสองคนไม่ไช่ไม่ชอบแต่พวกนางรู้สึกเหนื่อยมาก เลยคิดที่จะหาภรรยาให้เขาเพิ่มอีกคน
หลิวจ้านกินข้าวเสร็จเขาได้กอดเอวภรรยาทั้งสองคนของเขาขึ้นเตียงพร้อมกัน ตอนแรกพวกนางก็อายอยู่บ้างแต่พอทำบ่อยๆพวกนางกับชินไปเอง และยังเป็นเหมือนทุกๆวันพวกนางสลบไปก่อนหลิวจ้านทุกครั้ง
ภายในห้องของมู่หวานชิง ตอนที่นางกับมาถึงห้องนางกะว่าจะเขียนจดหมายส่งไปให้องค์ชายเรื่องของเจ้าของหอไชน่าทาวน์ตัวจริงแต่ก็ต้องหยุดเอาไว้ก่อน เพราะว่าหากว่าเรื่องที่เขาดูดวงให้นางแล้วเป็นความจริง นางจะลืมเรื่องที่หลิวจ้านเป็นเจ้าของหอตัวจริงและจะไม่รายงานองค์ชาย จากนั้นนางก็เริ่มที่จะฝึกขับร้องทำนองเพลงสายน้ำ
เจ็ดวันผ่านพ้นไป ในตอนนี้ภายในเมืองหลวงได้เกิดข่าวใหญ่ขึ้นไปแทบทุกที่ทุกส่วนของเมือง แม้แต่ภายในวังหลวง
ภายในห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้กำลังนังฟังนางขับร้องที่องค์หญิงใหญ่สั่งให้มาขับร้องทำนองเพลงสายน้ำ ภายในห้องมีฮ่องเต้ องค์หญิงใหญ่และองค์ชายใหญ่อยู่ด้วย พอพระองค์ฟังจบได้ตรัสขึ้นมา
“ใครคือผู้ที่แต่งบทกวีที่ดีแบบนี้ออกมาได้”
“เรียนเสด็จพ่อ เขาคือชายหนุ่มคนนึงชื่อหลิวจ้าน อยู่ที่เมืองลั่วหยาง ในตอนนี้บทกวีของเขาได้แพร่กระจายไปทั้วทั้งเมืองหลวงและเมืองๆอื่นแล้วเพคะ”
“ดีๆ เขาช่างแต่งออกมาได้ดียิ่ง ทำให้ราชวงศ์ของเรามีผู้เก่งกาจด้านบทกวีเพิ่มขึ้นมา ไม่สิข้าคิดว่าตอนนี้บทกวีของเขาน่าจะเป็นอันดับหนึ่ง”
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องได้ฟังสิ่งที่ฮ่องเต้ตรัสออกมาถึงกับอึ้งเพราะพระองค์ไม่ได้คิดที่จะชมใครง่ายๆ ในตอนที่องค์หญิงใหญ่ได้ฟังบทกวีที่หลิวจ้านแต่งขึ้นมาในตอนแรก นางก็คิดเหมือนฮ้องเต้ ช่างเก่งกาจเสียจริง บทกวีน่าจะดีที่สุดที่นางเคยได้ยินมา
“เสด็จพ่อ เมื่อเขาทรงทำให้แคว้นของเรามีบทกวีที่ดีปรากฎออกมาเราก็ควรที่จะมอบรางวัลให้กับเขา เขาจะได้สำนึกในบุญคุณของเสด็จพ่อเพคะ”
“ใช่ๆ เจ้าพูดถูก แต่เราไม่รู้ว่าจะประทานอะไรให้กับเขา”
“เรียนเสด็จพ่อจากที่ลูกได้รับรู้มาเขาเป็นคนที่ชมชอบสาวงามเพคะ”
“เจ้าพูดถูก บุรุษที่ดีต้องคู่กับสาวงาม แล้วเจ้าคิดว่าเราควรจะประทานใครให้กับเขาดี”
“บุรุษที่เสด็จพ่อชมว่าเขาเป็นอันดับหนึ่งก็ต้องคู่กับสตรีอันดับหนึ่งเช่นกันเพคะ นางคือเเม่นางมู่หว่านชิงเพคะ”
คนที่หน้าชาคือองค์ชายใหญ่ เขาเริ่มจะรู้แล้วว่าตอนนี้องค์หญิงใหญ่เริ่มดำเนินแผนการกับคนของเขา เขาจะต้องรีบหยุดยั้งเรื่องนี้
“ทูลเสด็จพ่อลูกว่าไม่ควร ทรงหาคนอื่นเถอะ”องค์ชายใหญ่ทรงออกหน้าปกป้องคนของเขา
“ทำไมองค์ชายใหญ่ถึงพูดแบบนี้เพคะ หรือว่าองค์ชายจะทรงหลงรักแม่นางมู่หว่านชิง ถึงได้รีบออกมาปกป้องนาง”
ฮ่องเต้ได้ยินที่องค์หญิงใหญ่พูดออกมา ได้หันไปมองที่องค์ชายใหญ่ด้วยหน้าตาที่ไม่ค่อยพอใจ องค์ช่ายเห็นแบบนั้นก็เงียบไปทันที เพราะตามทำเนียมองค์ชายต้องแต่งงานกับองค์หญิงแคว้นอื่นหรือลูกสาวของขุนนางใหญ่เท่านั้น
"เอาตามที่เจ้าพูดมา ออกราชโองการยกแม่นางมู่ให้เป็นภรรยาของหลิวจ้าน คนที่มีความสามารถแบบนี้ต้องเลี้ยงดูเอาไว้ให้ดีอนาคตเขาอาจจะช่วยงานบ้านเมืองได้