ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 98 เป้าหมายถัดไป

            บทที่98

            เป้าหมายถัดไป

            หยุนโม่ยกปากกระบอกปืนในมือขึ้นอีกครั้งโดยไม่กล่าววาจาใดเขาลั่นไกในพริบตา เสียงปืนดังแผดสนั่น

            ปัง!

            แสงปราณวิญญาณที่บรรจุในกระสุนแปรเปลี่ยนเป็นเส้นแสงพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าเป้าหมายคือบุรุษหนุ่มจากสำนักเก้าเมฆาที่เมื่อครู่นั้นรอดชีวิตมาได้เพราะสตรีผู้เป็นศิษย์พี่หญิงช่วยเหลือไว้

            ทว่า...ครั้งนี้ ไม่มีผู้ใดขัดขวางสตรีผู้นั้น ไม่แม้แต่จะขยับปลายกระบี่ของนาง

            แสงปราณวิญญาณระเบิดเข้าใส่ศีรษะของบุรุษหนุ่มในพริบตาเดียวศีรษะของเขาแหลกสลาย ร่างไร้หัวทรุดลงกับพื้น เสียงดังตุบ

            ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณในทันที

            หยุนโม่เลิกคิ้วเล็กน้อยเขารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างที่สตรีผู้นั้นไม่ยื่นมือเข้าช่วยอีกฝ่ายเหมือนก่อนหน้า
     แต่ไม่นานเขาก็เข้าใจเหตุผล

            "อย่างนี้นี่เอง..."หยุนโม่พึมพำกับตัวเองในใจ

            สายตาของเขาจับจ้องไปยังเงาร่างของสตรีผู้นั้นที่ตอนนี้กำลัง หันหลังหนี

            ปราณวิญญาณแผ่พุ่งออกมาจากร่างนางอย่างรุนแรงกลายเป็นคลื่นลมแรงกระแทกพื้น ร่างของนางพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศเหยียบหลังคาอาคารอย่างว่องไว ก่อนจะเร่งฝีเท้าหลบหนีไปสุดแรงเกิด

            หยุนโม่ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งสายตาเยียบเย็นภายใต้ชุดเกราะเหล็กค่อย ๆ ยกขึ้น ริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มบาง

            "หนีเก่งดี...สมกับเป็นศิษย์สำนักใหญ่"

            เขาพยักหน้าเบา ๆในใจยอมรับความเฉลียวฉลาดของสตรีผู้นั้นนางไม่ใช่คนโง่พอจะยืนหยัดในศึกที่ไม่มีโอกาสชนะ

            แต่คนที่แสดงสีหน้าตกตะลึงที่สุดในยามนี้กลับไม่ใช่หยุนโม่หากเป็น…

            หลี่จิน คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลี่

            ใบหน้าของเขาแข็งค้าง ปากอ้าตาค้างมองตามแผ่นหลังของศิษย์พี่หญิงที่พุ่งหายไปกลางท้องฟ้าด้วยความไม่อยากเชื่อ

            “นาง...หนีงั้นหรือ?”

            สตรีที่มีพลังถึงขอบเขตหลอมพลังขั้นกลาง…หนี? เขาไม่รู้ว่าควรจะโกรธ...ตกใจ...หรือหวาดกลัวกันแน่ในยามนี้

            หยุนโม่หันไปมองชายผู้นั้นด้วยสายตาเฉยเมยเสียงของเขาเอ่ยขึ้นมาอย่างเรียบเย็น“เจ้าจะยืนรอรับความตายอยู่ตรงนี้...ก็แล้วแต่”
    “หรือจะเลือกหนี ก็ได้...แต่สุดท้าย เจ้าก็ตายอยู่ดี”

            หลี่จินตัวสั่นไปทั้งร่างไม่สามารถขยับตัวหรือพูดอันใดออกมาได้

            หยุนโม่ไม่สนใจอีกต่อไปร่างของเขาเริ่มเปล่งแสงปราณขึ้นจากชุดเกราะ แสงสว่างจากอุปกรณ์พุ่งวาบทันใดนั้นเขาก็กลายเป็นเส้นแสงสีดำสนิท เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับอัสนีฟาด

            เงาร่างของเขาทะยานขึ้นสู่หลังคาพุ่งตามหลังสตรีจากสำนักเก้าเมฆาไปโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว

            หลี่จินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมท่ามกลางเสียงอึกทึกของผู้คนที่กำลังแตกตื่นจากเหตุการณ์เมื่อครู่แต่สำหรับเขาแล้ว...เวลาราวกับหยุดนิ่ง

            ดวงตากลมโตเบิกกว้างใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ความหวาดกลัวแทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณของเขาอย่างเงียบงันเย็นเยียบดุจเงื้อมมือแห่งความตายที่กำลังยื่นมา

            ขณะเดียวกันบนถนนเส้นใหญ่ใจกลางเมืองอวี้หยาง เสียงพูดคุยของชาวเมืองก็ดังก้องไปทั่ว

            "นั่นมันพลังของขอบเขตหลอมพลังจริงๆงั้นรึ?""น่ากลัวเกินไป... นั่นมนุษย์ธรรมดาอย่างที่เขาว่าจริงงั้นหรือ?"

            ยอดฝีมือส่วนใหญ่ในเมืองแห่งนี้มีเพียงขอบเขตหลอมกายาเท่านั้น พวกเขาไม่เคยมีโอกาสสัมผัสพลังระดับนั้นมาก่อนและวันนี้... พวกเขาได้เห็นภาพที่ฝังแน่นในความทรงจำไปชั่วชีวิต

            ทางด้านของสตรีจากสำนักเก้าเมฆาร่างของนางเคลื่อนไหวรวดเร็วเหนือจินตนาการ เพียงไม่กี่อึดใจนางก็ทะยานพ้นเขตประตูเมืองทางทิศเหนือแล้ว

            "ต้องรีบ...ต้องหนีให้พ้นระยะก่อนที่เขาจะตามทัน"

            สตรีผู้นั้นกัดฟันแน่นปราณวิญญาณไหลเวียนอย่างรุนแรงภายในเส้นชีพจรของนางร่างกายเคลื่อนพุ่งมุ่งหน้าสู่อาณาเขตป่ารอบนอกเมืองราวกับสายลม

            แต่…

            จากเบื้องหลังเงาร่างหนึ่งในชุดเกราะสีดำสนิท พุ่งไล่ตามมาอย่างเงียบงัน เหมือนเงาของมัจจุราช

            หยุนโม่ยังคงเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงเขาไม่เอื้อนเอ่ยคำใด ไม่แม้แต่จะมองซ้ายหรือขวาแต่ในขณะที่ลมแรงจากการเคลื่อนไหวพัดกรรโชกผ่านหมวกเหล็กของเขา…

            ...จู่ ๆคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน

            หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นโดยไร้สาเหตุสัมผัสภายในบางอย่างกำลังเตือนเขา ลางสังหรณ์ถึงภัยร้ายแรงที่กำลังจะมา

            “...ไม่ปกติ”

            และในวินาทีถัดมาเสียงของโนวาก็ดังแทรกเข้ามาในจิตสำนึกของเขาอย่างฉับพลัน

            “แจ้งเตือน:ตรวจพบพลังงานแปลกประหลาด อันตรายระดับสูงกำลังเข้าใกล้”

            หยุนโม่หยุดร่างที่กำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงในทันทีเพียงชั่วพริบตา แสงดาบเส้นหนึ่งก็พุ่งทะยานผ่านหน้าของเขาไป เฉียดไปไม่ถึงครึ่งฝ่ามือ

            เสียงกรีดเฉือนอากาศดังสะท้านแรงกดดันจากดาบเส้นนั้นแผ่กระจายออกเป็นวงกว้าง พลังดาบแผดเผาเป็นเส้นโค้งยาวหลายสิบจั้งต้นไม้ที่ตั้งอยู่บนแนวเดียวกัน ถูกผ่าออกจนกลายเป็นทางว่างทอดยาวราวกับใครบางคนได้ใช้พู่กันทมิฬวาดรอยบนผืนป่า

            หากหยุนโม่ไม่หยุดเท้าของตนในจังหวะนั้น...แม้จะสวมชุดเกราะพยัคฆ์ทมิฬ ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงชะตากรรม ร่างของเขาคงถูกฟันจนขาดสะบั้นเป็นแน่แท้

            สตรีจากสำนักเก้าเมฆาผู้ที่กำลังหลบหนีอยู่เบื้องหน้าชะงักฝีเท้าลงในทันใด นางหันขวับไปยังทิศทางที่แสงดาบนั้นพุ่งมาแววตาเต็มไปด้วยความดีใจปะทุขึ้นทันทีก่อนจะตะโกนเสียงดังอย่างไม่ปิดบังความโล่งใจ "ผู้อาวุโสเกา!"

            หยุนโม่ขมวดคิ้วแน่น เขาหันไปยังทิศทางเดียวกันกับที่นางมองและสิ่งที่เขาพบ...คือชายชราผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนต้นไม้ใหญ่

            ชายชราผู้นั้นสวมอาภรณ์สีฟ้าครามลวดลายเมฆาขาวบนเนื้อผ้าอ่อนพริ้ว เรือนผมและหนวดเคราของเขาขาวโพลนทอดยาวจนถึงช่วงอก แม้รูปร่างจะหลังค่อมและไม่สูงมากนัก แต่รอบกายกลับแผ่กระจายด้วยแรงกดดันของปราณวิญญาณที่หนาแน่นยิ่งจน ทั้งพื้นดินและอากาศโดยรอบสั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลา

            เพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆสภาวะพลังของเขาก็ราวกับทำให้ทุกสรรพสิ่งรอบกายอึดอัดจนน่าอึ้ง

            หยุนโม่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาหนักแน่นก่อนที่เขาจะกล่าวออกมาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

            “...ขอบเขตสำเร็จรากฐาน”

            จบเล่ม