ตอนที่ 18 คำขอโทษที่ไร้ค่า
หลายวันผ่านไป
่เวลาเ่าั้เหมือนการลงทัณฑ์ทางใจที่กัดกินทิวาทีละเล็กทีละน้อย ความเงียบและความว่างเปล่าในชีวิตของเขากลายเป็เงื่อนปมที่พันรัดหัวใจให้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ทิวายังคงไม่กล้ากลับไปที่บ้านของตัวเอง การเช่าโรงแรมที่ไม่หรูหรานักกลายเป็ที่พักอาศัยชั่วคราว เขาต้องอยู่หลบซ่อนตัวเอง ทุกคืนที่นอนลงบนเตียงที่เ็าและไม่คุ้นเคย เขาต้องเผชิญกับความเงียบและภาพหลอนที่แทรกซ้อนอยู่ในใจ ความคิดถึง ความเสียใจ และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นย้อนกลับมาเล่นงานหัวใจเขา
น้ำหนึ่งยังคงไม่ยอมคุยหรือเผชิญหน้ากับเขา ทำให้ทิวารู้สึกเหมือนตัวเองถูกตัดขาดจากทุกสิ่งที่เคยอบอุ่นและปลอดภัย ทำได้เพียงอยู่ที่โรงแรม ปล่อยให้ความผิดพลาดหลอกหลอนทุก่เวลา และคิดย้อนกลับถึงทุก่เวลาที่พังทลายไปแล้ว
ส่วนม่านมุก หลังจากค่ำคืนที่ความสัมพันธ์พังทลาย เธอก็หายตัวไปทันที ครอบครัวของเธอบินกลับต่างประเทศโดยไม่บอกกล่าวหรือร่ำลา ปล่อยให้ความว่างเปล่าครอบงำเหล่าผู้ที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีใครได้รับข่าวคราวเธออีก เงาของเธอเหมือนถูกลบเลือนจากความทรงจำ เหลือเพียงความรู้สึกว่างเปล่าที่กัดกินใจทิวาอย่างต่อเนื่อง ภาพความทรงจำทั้งดีและร้ายยังคงติดอยู่ในหัวเขา ไม่ว่าเขาจะพยายามหลีกเลี่ยงเพียงใด
เช้าวันนี้
ทิวาตัดสินใจกลับไปยังบ้านที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำ การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ง่ายดาย เขาต้องเอาชุดทำงานและของใช้ส่วนตัวเพื่อใช้ชีวิตประจำวัน่ที่ยังไม่ได้อยู่ที่บ้าน
ทั้งบ้านยังคงเงียบเหงาเหมือนเดิม น้ำหนึ่งออกไปั้แ่เช้าเพื่อเรียนทำขนมตามกิจวัตรประจำวัน ทิวามองไปรอบ ๆ ห้องรับแขก ความรู้สึกแปลกแยกและเ็ปกัดกินหัวใจ เขาสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อรวบรวมความเข้มแข็ง ก่อนค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดไปยังห้องนอนใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ของเขากับน้ำหนึ่ง
แต่ทันทีที่ผลักบานประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้หัวใจเขาเหมือนถูกบีบรัด ห้องนอนที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตคู่ถูกเปลี่ยนเป็ห้องเก็บของ ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า และของส่วนตัวของน้ำหนึ่งถูกย้ายไปหมด เหลือเพียงกล่องลังและสิ่งของระเกะระกะบนเตียงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็สัญลักษณ์ของความรัก
ทุกอย่างดูว่างเปล่าและไร้ค่า ทิวาเดินช้า ๆ มือสั่น ขาดแรงและความมั่นใจ เสี้ยวความทรงจำผุดขึ้นทันที ภาพเขากับม่านมุกเคยเย็ดกันบนเตียง ดวงตาของน้ำหนึ่งที่เต็มไปด้วยความเ็ปยังคงติดตาเขาอย่างไม่ลบเลือน
ทิวาเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างร้อนรน มือสั่นหยิบชุดทำงานและเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นใส่กระเป๋าเดินทางเล็ก ๆ ก่อนจะปิดตู้ เขาหันมองรอบห้องอีกครั้ง ความเงียบและความว่างเปล่าบอกชัดว่าน้ำหนึ่งตัดใจและเลือกจะไม่ย้อนกลับมาที่นี่อีก
เธอไปอยู่ห้องของทะเล ใช้ชีวิตกับลูกชาย ปล่อยให้ห้องนี้ตายไปพร้อมกับความทรงจำของเขา
ทิวาเดินลงมาที่ชั้นล่าง ภาพถ่ายครอบครัวที่แขวนอยู่บนผนังยังคงเหมือนเดิม ภาพรอยยิ้มของเขา น้ำหนึ่ง และทะเลยิ่งทำให้หัวใจเขาถูกกรีดลึก ราวกับรูปนั้นกำลังเยาะเย้ยความผิดพลาดและความเลวร้ายของเขา
เขากำลังจะเปิดประตูออกไป แต่เสียงบานประตูด้านหน้าเปิดเข้ามาเสียก่อน น้ำหนึ่งก้าวเข้ามาพอดี เธอชะงักเมื่อเห็นเขายืนอยู่ สายตาเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ความโกรธ และความระแวงที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ
“พี่มาทำไม น้ำบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามาให้น้ำเห็นหน้าอีก”
เสียงเ็าเหมือนน้ำแข็งแทงเข้ามาในใจ
ทิวารีบพูดเสียงสั่น “พี่แค่แวะมาเอาเสื้อผ้า...น้ำ พี่ขอโทษ”
เขาก้าวช้า ๆ ทำท่าจะเข้าใกล้เธอ
น้ำหนึ่งถอยทันที ใบหน้าเรียบแต่แฝงความเจ็บ เธอหันตัวจะเดินออกไป แต่ไม่ทันที่ขาจะก้าว ทิวาก็พุ่งเข้ามากอดจากด้านหลัง โอบรัดแน่นด้วยแรงสิ้นหวัง
“ปล่อยน้ำเดี๋ยวนี้นะพี่ทิวา! บอกให้ปล่อยไง!”
เธอร้องเสียงแข็งแต่เริ่มสั่นไปทั่วร่าง
“พี่ขอโทษน้ำ พี่ขอโทษ”
เสียงทิวาสะอื้น น้ำตาไหลรินเปียกแก้ม เขากอดเธอแน่นจนร่างสั่น น้ำหนึ่งชะงักไปเล็กน้อย แต่แล้วเธอก็ยืนนิ่ง ทิวาจึงคลายวงแขนออกอย่างช้า ๆ
เขาคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาเงยขึ้นสบตาเธอ
“น้ำจะให้พี่ทำอะไรก็ได้ พี่ยอมทั้งหมด...แต่ขอโอกาสได้มั้ยน้ำ พี่คิดถึงลูก คิดถึงน้ำ”
น้ำหนึ่งจ้องเขาด้วยแววตาเ็ปและเวทนา
“มันง่ายไปมั้ยพี่ทิวา...คนที่เจ็บคือน้ำนะ พี่เคยคิดบ้างมั้ยว่ามันรู้สึกยังไง ที่ต้องมาเจอสามีตัวเองกำลังเย็ดกับแฟนเก่าในบ้านที่เราอยู่ด้วยกัน เย็ดกันบนเตียงที่เรานอนด้วยกันทุกคืน”
“พี่ขอโทษ...พี่มันเลว พี่มันชั่ว น้ำจะให้พี่ทำอะไรก็ได้ พี่ยอมหมด หรือจะให้พี่กราบน้ำก็ได้”
เขาพูดพร้อมพนมมือสั่นเทา น้ำตาไหลไม่หยุด
น้ำหนึ่งยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยสายตาแข็งกร้าวแต่แฝงด้วยความเจ็บ
“งั้นก็กราบสิ กราบที่ตีนน้ำ”
เธอพูดพลางยืนกอดอกแล้วก้าวเท้าไปตรงหน้าเขา
ทิวามองเธอนิ่ง ราวกับพยายามจดจำทุกเสี้ยววินาที จากนั้นเขาก็ก้มลงกราบที่ปลายเท้าของเธอ น้ำตาไหลหยดลงบนเท้าเปลือยขาวซีดนั้น ความเ็ปและละอายหลอมรวมจนกลายเป็เพียงเศษซากความรักที่แตกสลาย
น้ำหนึ่งรีบยกเท้าขึ้นทันที ร่างกายสั่นเล็กน้อย เธอมองทิวาที่ร้องไห้สะอื้นอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น
“เราหย่ากันเถอะพี่ทิวา”
เธอพูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากบ้านทันทีโดยไม่เหลียวกลับมาอีก ทิวาใรีบพยายามลุกขึ้นวิ่งตาม แต่ร่างกายที่ไม่ได้พักผ่อนมาหลายวันบวกกับความเครียดสะสมทำให้สมองพร่ามัวทันที
เขาก้าวได้เพียงไม่กี่ก้าวก่อนจะล้มลงทั้งยืน ร่างกระแทกพื้นดังสนั่น ภาพตรงหน้าดับวูบไปอย่างสิ้นเชิง ความมืดเข้าครอบคลุมโดยที่เขาไม่รู้เื่อะไรอีกเลย
เวลาผ่านไป
ยามเย็นคืบคลานเข้ามาอย่างช้า ๆ แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ทอประกายสีส้มอ่อนอบอวลไปทั่วรอบบ้าน เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดังซู่เบา ๆ ผสมเข้ากับกลิ่นหอมของดินหลังฝนตกที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ
รั้วบ้านนิ่งเงียบไร้ผู้คน ความสงบเงียบที่เคยเป็เื่ปกติกลับกลายเป็บรรยากาศกดดันในหัวใจของใครบางคนที่เพิ่งตื่นขึ้นมา
เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากบนเตียงนอน เสียงของเด็กชายทะเล ลูกชายของทิวา ปลุกให้เขาค่อย ๆ ลืมตาตื่นจากภวังค์
ภาพแรกที่สะท้อนเข้ามาคือใบหน้าใสซื่อที่กำลังก้มตัวนั่งต่อเลโก้อยู่บนเตียงเดียวกันนั้น ดวงตากลมโตเปล่งประกายราวกับไม่รู้เลยว่าโลกของผู้ใหญ่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและเ็ปเพียงใด
“คุณพ่อตื่นแล้ว ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน ไปเที่ยวต่างจังหวัดมาสนุกมั้ยครับ”
เสียงสดใสเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น เด็กชายเงยหน้ามายิ้มกว้าง พลางหยิบตัวต่อขึ้นมาอวดผลงานเล็ก ๆ ที่เพิ่งต่อเสร็จด้วยความภาคภูมิใจ
ทิวานิ่งไปชั่วครู่ ใบหน้าเคลือบด้วยความปวดร้าวที่พยายามซ่อนภายใต้รอยยิ้มฝืน ๆ เขารู้ดีว่าน้ำหนึ่งคงบอกอะไรบางอย่างกับลูก โดยเลือกคำอธิบายที่ไม่ทำร้ายหัวใจเด็กชาย เธอไม่เคยพูดสิ่งใดที่ทำให้ทะเลรู้สึกไม่ดีแม้เพียงน้อย
ความอ่อนโยนของเธอยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดอย่างไม่รู้จบ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองทำร้ายเธอ แต่เธอกลับปกป้องลูกจากความจริงอันโหดร้าย
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากหน้าประตู น้ำหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า ถึงแม้ในดวงตาจะเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวแต่เธอก็ยังคงอ่อนโยนกับลูกชายเหมือนเดิม
“ไปทานอาหารเย็นได้แล้วทะเล แม่ทำของโปรดเอาไว้ให้”
ทะเลหัวเราะคิกด้วยความดีใจ รีบลุกจากเตียงวิ่งออกจากห้องไปทันที เสียงฝีเท้าของเขาดังแ่ ๆ จนเงียบหายไป
ทิวงัวเงียพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้น ความเจ็บแปลบวิ่งผ่านร่างกายทุกครั้งที่ขยับ เขาจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาล้มลงไปอย่างแรง ความเจ็บยังคงหลงเหลืออยู่ในกล้ามเนื้อแทบทุกส่วน
“น้ำ…พี่ขอ....”
เสียงทิวาสั่นเครือ ตั้งใจจะเอ่ยคำขอโทษออกมา แต่ยังไม่ทันพูดจบ น้ำหนึ่งก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าแทรกทันที
“ลงไปทานข้าวก่อนเถอะ ไปนั่งทานกับลูก ทานเสร็จแล้วไปอาบน้ำ คืนนี้เราจะคุยกันให้รู้เื่เป็ครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นจะไม่พูดเื่นี้กันอีก”
คำพูดหนักแน่นนั้นแทงเข้าไปกลางใจเขาเหมือนคมมีด
น้ำหนึ่งพูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันที ไม่เหลือโอกาสให้เขาตอบอะไรเพิ่มเติม
เสียงฝีเท้าของเธอห่างออกไปทุกขณะ ทิวยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้าวช้า ๆ ออกจากห้องตามไป หัวใจเขาเต้นแรงไม่ใช่เพราะความโกรธหรือความหวัง แต่เป็ความหวาดหวั่น ไม่รู้ว่าบทสรุปครั้งนี้จะจบลงแบบใด
บรรยากาศในบ้านยามเย็นยังคงนิ่งสงัด แต่ภายในใจของทิวากลับเต็มไปด้วยพายุที่กำลังจะถาโถม เขารู้ดีว่าการสนทนาคืนนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล…
โปรดติดตามตอนต่อไป.