บทที่ ๖
เสนอตัวเพื่อสานต่อ
หลังจากทานอาหารที่ซุ้มไม้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ภูริชก็มาพักผ่อนบนเรือนใหญ่ที่มีใบบัวจัดที่หลับที่นอนเอาไว้ให้
แต่จนแล้วจนรอดนอนพลิกตัวไปมาแทบจะสามสิบตลบเขาก็ยังนอนไม่หลับ...ยังคงคิดถึงวนเวียนแต่เื่ที่เจอมา ภรรยาของเขาเสียชีวิตไปได้แล้วหกเดือน จะเรียกว่าภรรยาก็คงจะไม่ถูกนักเพราะยังไม่ทันได้ร่วมหอลงโลงกันเธอก็จากไปด้วยสภาวะหัวใจล้มเหลว
ภูริชไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์น่าสลดหดหู่ ก่อนหน้านี้แม้แก้วกาญจน์จะดูไม่ค่อยแข็งแรงแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะป่วยจนถึงแก่ชีวิตและจากไปรวดเร็วจนคาดไม่ถึง
เขานอนตะแคงข้างแล้วนึกถึงคำพูดขององุ่นสาวใช้คนสนิทของแก้วกาญจน์
‘คุณแก้วก่อนจะเสีย...เธอเล่าให้ฟังว่าชอบฝันเห็นผู้หญิงใส่ชุดเหมือนทาสสมัยก่อนมาชี้หน้าด่า แล้วก็จะเอาชีวิต...ฮึกๆ ฮือ ไม่คิดเลยว่าคุณแก้วจะจากไปเร็วขนาดนี้’
เสียงสาวใช้สะอื้นไห้เล่าสิ่งที่ผู้เป็เ้านายสาวบ่นให้ฟังบ่อยๆก่อนที่จะจบชีวิตลงที่เรือนแห่งนี้
ภูริชได้ยินดังนั้นก็รู้สึกติดใจ แก้วกาญจน์เองก็ไม่เคยเล่าเื่นี้ให้ใครฟังเลยนอกจากองุ่น
เขาเอาแต่นอนคิดเพราะเหตุใดแฟนสาวจึงจากไปเร็วถึงเพียงนี้ ทั้งที่กำลังจะสร้างครอบครัวกันแท้ๆ
“เฮ้อ...ทำไมชีวิตกูต้องเป็แบบนี้ด้วยวะเนี่ย”
นอนไปก็พูดกับตัวเองไป เขาเป็คนรักใครแล้วรักจริง อยากจะสร้างชีวิตกับผู้หญิงคนนี้แต่เื่ราวก็พัดพาให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ช่างน่าเศร้า
ภูริชพยายามข่มตาหลับลงและไม่คิดถึงเื่อะไรที่มันกวนใจอีก ผ่านมาหกเดือนแล้วเขาควรจะทำใจและเดินหน้าต่อ...เขาตั้งใจจะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่เป็หลักและทำธุรกิจผ่านทางออนไลน์ ไม่คิดจะรับงานในวงการบันเทิงอีกแล้ว มันคงจะถึงจุดอิ่มตัว ภูริชคิดอย่างนั้น
ทางด้านของใบบัวที่เรือนหลังเล็ก ร่างเล็กในชุดนอนสีขาวกระโปรงยาวยกมือขึ้นกราบหมอนสามครั้งพร้อมกับสวดมนต์ ผมสียาวดำขลับสลวยลงไปจนถึงกลางหลัง
เธอกำลังจะล้มตัวลงนอนแต่เราก็ได้ยินเสียงแว่วแ่มาตามลม
‘ใบบัว...ไปหาคุณหลวงเสียสิ ไปปรนนิบัติท่านเสีย’
“เฮือก! อะไรกันอีกเนี่ย...”
ใบบัวใจนสะดุ้งเฮือกสุดตัว นี่คือสิ่งที่เธอไม่อยากเจอที่สุดแต่ก็ไม่เคยเลี่ยงได้ มักมีเสียงแ่มาตามลมอย่างนี้เสมอนับั้แ่เธอเจอผีในชุดโจงกระเบนกับเกาะอกเก่าๆตนนั้น...เธอกลัว กลัวเหลือเกิน
ร่างเล็กห่มผ้าจนมิดตัวแล้วคลุมโปรงอยู่ในนั้นพร้อมกับหลับตาปี๋
‘เอ็งมิได้รักใคร่คุณภูริชนั่นหรอกรึ?’
ได้ยินคำถามแบบนั้น จากตอนแรกใบบัวที่กำลังคลุมโปงอยู่ก็ค่อยๆลดผ้าลงแล้วกระพริบตาถี่ๆเพื่อจะจ้องมองว่านั่นเป็เสียงของใครถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่เสียงของคน
“คุณเป็ใครคะ...คุณคิดจะทำอะไรกันแน่?”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผีสาวตนนี้พยายามจะยั่วยุให้เธอยั่วยวนผู้เป็เ้านายหนุ่ม
‘กูจะเป็ใครนั่นไม่สำคัญ’
“แล้วทำไมถึงต้องอยากให้ฉันไปหาคุณภูถึงเพียงนั้นด้วย”
‘เขาคือเนื้อคู่ของเอ็ง หากคลาดกันไปชาตินี้ชาติหน้าคงจะแผ้วพานไม่ได้เจอกันอีก เอ็งจะปล่อยโอกาสนี้ไปรึอีใบบัว?’
“เนื้อคู่? ไม่มีทาง คุณภูเป็ถึงเ้านายฐานะร่ำรวย ฉันเป็แค่สาวใช้ต่ำต้อยแถมยังเป็เด็กกำพร้าไม่มีพ่อไม่มีแม่อีก จะเป็เนื้อคู่กันได้ยังไงคะ?”
ยังไงใบบัวก็ไม่มีทางเชื่อเื่นี้เด็ดขาด แต่ถ้าจะบอกว่าไม่เชื่อเื่เนื้อคู่แล้วทำไมเธอถึงเชื่อเื่สิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นล่ะ? เพราะตอนนี้ใบบัวกำลังคุยอยู่กับอะไรก็ไม่รู้ ไม่มีแม้แต่ตัวตนให้เห็น มีเพียงเสียงที่แ่มาตามลม
เรือนร่างสวยนั่งอยู่บนเตียงไม้พร้อมกับมองไปรอบๆ ผมสีดำขลับพร้อมกับหน้าม้าซีทรูบางๆยุ่งเหยิงไม่เป็ทรง
‘เนื้อคู่ก็คือเนื้อคู่ ถ้าเอ็งมิอยากคลาดจากคุณหลวงอีกก็จงไปหาเขาเสีย!’
“ป ไปหา? ตอนนี้เนี่ยนะคะ?”
ร่างเล็กมองนาฬิกาที่วางอยู่ตรงหัวเตียง ซึ่งเป็นาฬิกาตัวเล็กๆชี้เวลาบอกว่าตอนนี้เป็เวลาห้าทุ่มครึ่งแล้ว ดึกเกินกว่าที่เธอจะไปหาผู้เป็นายที่เรือนนั้นได้ เธอจะไปในฐานะอะไรล่ะ?
‘จงไปเสียอีใบบัว เชื่อข้าแล้วเอ็งจักไม่เสียใจเลย!’
จากความกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนมาเป็ความสงสัยว่าถ้าหากเธอพลาดโอกาสนี้ไปมันจะเป็เช่นไร แต่ถ้าเธอคว้าโอกาสนี้ไว้ล่ะชีวิตใบบัวจะเปลี่ยนแปลงไปเป็อย่างไรบ้าง
เธอไม่คิดสิ่งอื่นใดนอกจากใบหน้าหล่อคมของผู้เป็เ้านายที่ช่างยั่วเย้าบางสิ่งในกายเธอเหลือเกิน...มันเป็อารมณ์ลึกๆภายใน เป็อะไรที่เธอเองก็ไม่อาจบรรยายได้ เพียงแค่รู้สึกว่าอยู่ใกล้เขาแล้วมันร้อนรุ่มไปทั้งกายและใจ
คิดได้ดังนั้นเรียวขาสวยก็ก้าวลงมาจากเตียงและเหยียบเข้าที่พื้นไม้ เธอหยิบเสื้อคลุมกันหนาวสีเหลืองพาสเทลดูน่ารักขึ้นมาสวมใส่เพราะอากาศภายนอกค่อนข้างเย็นในตอนนี้
เอี๊ยด อ๊าด เท้าเล็กๆเดินก้าวไปเหยียบที่พื้นไม้จนดังเอี๊ยด มือเล็กกระชับเสื้อกันหนาวสีเหลืองให้เข้าหากันเพราะรู้สึกอากาศในคืนนี้หนาวมากกว่าปกติ
เธอสวมรองเท้าแตะสีขาวเดินจากเรือนเล็กจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนไม้หลังใหญ่ ในมือเล็กมีกุญแจของเรือนแห่งนี้อยู่ด้วย...เธอเป็ผู้ดูแลที่นี่เพราะฉะนั้นการจะมีกุญแจเข้าออกเรือนทุกหลังในรั้วแห่งนี้ก็ไม่แปลกนัก
แกร๊ก เสียงกลอนประตูถูกไขออกด้วยฝีมือของใบบัวหลานสาวของลุงมิ่งอายุหกสิบปีผู้ดูแลเรือนไทยโบราณแห่งนี้มาอย่างช้านาน เธอก้าวขาไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงหน้าห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดในเรือนหลังนี้ซึ่งก็คือห้องนอนของภูริช
“คุณภู...ป่านนี้คงจะนอนแล้วสินะคะ”
มือเล็กยกมือขึ้นลูบเข้าที่ประตูไม้อย่างแ่เบา เธอไม่ได้ไขประตูเข้าไปแต่กลับมีเสียงดังขึ้น
แกร๊ก! แอ๊ด! ห้องนอนของเ้านายเปิดได้เอง!
ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความใเมื่อประตูมันเปิดเองต่อหน้าต่อตา แถมยังเห็นคนตัวใหญ่กำลังนอนอยู่บนเตียงสลบไสลไม่ได้รู้เื่รู้ราวอะไรเลย
“บ้าจริง...ต้องไม่ใช่เพราะลมธรรมดาแน่ๆ”
ใบบัวพูดกับตัวเองแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไร เธอก้าวขาเข้าไปภายในห้องของภูริชแล้วจะไปหาเขาที่เตียงซึ่งเขากำลังนอนหลับอยู่
ปัง! เสียงประตูถูกปิดอย่างดังจนเธอใสะดุ้งโหยงหันกลับไปมอง แต่ก็พบว่าประตูไม้ลงกลอนด้วยตัวเองเสร็จเรียบร้อย ใบบัวไม่อยากจะเชื่อ นี่เธอกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่กันแน่!
“นี่! บ้าจริงเชียว!” เธอจับประตูเขย่าๆ แต่ก็พบว่าไม่สามารถเปิดออกได้ ใบบัวไม่สามารถเปิดประตูออกไปได้!
แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะ แล้วเธอจะนอนยังไง ต้องนอนที่นี่อย่างนั้นเหรอ?
“ค คุณภูคะ”
คนตัวเล็กเดินไปหาเขาที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียง ร่างกายใหญ่กำยำของชายวัยสามสิบ ใบหน้าหล่อเหลาของดาราหนุ่มยิ่งทำให้ใจของเด็กสาววัยละอ่อนเช่นเธอซึ่งไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนรู้สึกหวั่นไหว
“อื้อ” มีเพียงเสียงครางอื้ออึงดังออกมาจากลำคอแต่ก็ไม่ได้ตอบรับอะไร
“อึ่ก...” คนตัวเล็กได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคอ เธอล้มตัวลงนอนด้านข้างเขา ภูริชในวันนี้สวมชุดนอนลายสก็อตสีฟ้า
“อื้อ...”
คนตัวใหญ่เริ่มััได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังยวบยาบอยู่ด้านข้างเขาจึงพลิกตัวไปและลืมตาขึ้นก็พบกับคนตัวเล็กที่กำลังนอนตาแป๋วจ้องเขาอยู่
“เฮ้ยย!!” เขาอุทานด้วยความใเมื่อเห็นว่าเธอมานอนอยู่ด้านข้างแบบนี้ คนตัวสูงรีบถอยออกห่างและจ้องหน้าใบบัวพร้อมกับยกมือขึ้นใช้นิ้วชี้ไปที่เธอ
“ค คุณภู...” ใบบัวเองก็ใมากที่ภูริชรู้ตัวว่าเธอมานอนอยู่ด้านข้าง ได้แต่คิดตำหนิตัวเองอยู่ในใจว่าไม่น่าเชื่อฟังคำของผีตนนั้นเลย ไม่รู้ว่าหวังดีกับเธอจริงหรือเปล่า!
“ใบบัว เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เ้านายหนุ่มรีบถามขึ้นด้วยความขัดข้องใจในทันที เรือนนี้เป็เรือนที่เขานอนอยู่แล้วสาวใช้อย่างใบบัวคิดยังไงถึงกล้ามาล้มตัวลงนอนข้างเขา
“คะ คือว่า...คืนนี้อากาศมันหนาวก็เลยอยากจะมานอนเป็เพื่อนคุณภูค่ะ” แก้ตัวไปอย่างขัดเขิน
“นอนเป็เพื่อนฉันเนี่ยนะ?”
ภูริชไม่อยากจะเชื่อ เขาหรี่ตามองเธอแล้วใช้น้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย ใบบัวเป็เด็กสาวที่อายุอ่อนกว่าเขาถึงสิบปี แต่นี่เธอกำลังคิดจะทำอะไร?
“ใช่ค่ะ ก็กลัวคุณภูจะเหงา หนูก็เลยมานอนเป็เพื่อนไงคะไม่ดีเหรอ?”
“ไม่ดีแน่ เธอกลับไปที่เรือนเล็กของเธอซะมันไม่เหมาะสม”
“คุณภูอย่าพูดจาตัดรอนอย่างนั้นสิคะ...ลืมไปแล้วเหรอเื่คืนนั้น ...”
ใบบัวจ้องมองภูริชด้วยสายตาเว้าวอนชวนให้นึกถึงความหลังคืนก่อนวันแต่งงาน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอในวันนั้นที่เขาเร้าส่วนนั้นสีหวาน
“เื่นั้น? เธอหมายความว่ายังไง”
ภูริชพยายามนึกตามว่าเื่ไหน วันที่เขาได้เจอเธอครั้งแรกในรอบสิบปีก็คือคืนก่อนแต่งงาน แต่ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ตรงนั้นกับเธอได้อย่างไร ทั้งยังถูกเปลี่ยนชุดให้สวมเสื้อผ้าผู้ชายซึ่งจนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่ได้เอาชุดนั้นมาคืนใบบัว
“คืนนั้น หนูพาคุณภูไปหลบฝนที่เรือนไทยหลังเล็ก...”
“แล้วทำไม มันเกิดอะไรขึ้น?”
“คืนนั้นคุณภูไม่ได้แค่นอนสลบไป...แต่คุณพยายามทำอย่างว่า...”
“อย่างว่า!? อย่างว่านี่มันอย่างไหน มันคืออะไรกัน!?”
ร่างแกร่งรู้สึกใจเต้นตึกตักเมื่อนึกถึงเื่คืนนั้น แล้วความทรงจำมันก็เริ่มย้อนเข้ามาในหัวว่าเขาทำอะไรกับเธอบ้าง เริ่มจะจำได้จากที่ตอนแรกลืมไปแล้วและนึกไม่ออกเลย
เมื่อความทรงจำนั้นกลับมา ใบหน้าหล่อคมก็เต็มไปด้วยรอยริ้วแดงรู้สึกเขินอาย...นี่เขาทำอย่างนั้นกับเด็กสาวตัวเล็กคนนี้งั้นเหรอ
“เริ่มจำได้แล้วใช่ไหมคะ?”
เมื่อเห็นสีหน้าของเขาถอดสีแล้วเปลี่ยนไปกลายเป็สีแดงแป๊ดก็คิดว่าเ้านายหนุ่มคงจะเริ่มจำได้แล้ว
“มันเกิดขึ้นได้ยังไง...”
“ก็คุณภูทำไงคะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน... คุณพยายามจะกินหนู”
“กินงั้นเหรอ...” ได้ยินแบบนั้นภูริชก็ยิ่งหน้าแดงมากกว่าเดิม ส่วนใบบัวเองก็หน้าแดงแป๊ดด้วยเช่นกันเมื่อคิดถึงสิ่งที่เธอพูดออกไป ทำไมหน้าไม่อายจังเลยนะตัวเรากล้าพูดเื่อย่างนี้กับเขาได้ยังไง ใบบัวคิดตำหนิตัวเองในใจ
“ใช่ค่ะ คุณพยายามจะกิน...หรือเรียกอีกอย่างก็คือคุณเลี..”
“พอแล้ว! รู้แล้ว นึกออกแล้ว!”
เมื่อหญิงสาวพูดถ้อยคำน่าอายออกมาภูริชจึงรีบห้ามเอาไว้ เขานึกภาพในคืนนั้นออก จำถึงแม้กระทั่งัักับเสียงร้องหวานๆนั้นได้
“นั่นแหละค่ะที่หนูอยากจะบอก”
“แล้วยังไง? อยากจะเรียกร้องเอาเงินว่างั้น?”
ภูริชเองแม้จะส่งเสียใบบัวมาหลายปีแต่ก็ไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอของเด็กคนนี้จริงๆ บางทีเด็กสาวอาจจะแค่อยากได้เงินไปเที่ยวกับเพื่อน
“หนูไม่เคยพูดอย่างนั้นสักหน่อย” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตัดพ้อเมื่อเขาหาว่าเธออยากได้เงิน
“แล้วเธออยากได้อะไร?”
“หนูก็แค่...อยากให้คุณภูสานต่อเื่คืนนั้น”
“!?” ร่างแกร่งใที่ได้ยินประโยคที่ไม่คิดว่าเด็กสาวหน้าตาน่ารักดูใสซื่อบริสุทธิ์จะพูดออกมา
“จะได้ไหมคะ?”