เมื่อออกมายังด้านนอกไทก้าจึงมุ่งตรงไปทางเขาวงกตตามที่คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งยังเป็นห่วงว่าตอนนี้นาราจะเป็นเช่นไรบ้างเมื่อออกมาด้านนอกปราสาท แต่ไทก้าเชื่อว่าหากนาราเดินทางไปตามเส้นทางเดิมที่ผ่านมากับไทก้าย่อมปลอดภัยอย่างแน่นอน แต่ว่าในตอนนี้ไทก้านั้นก็ไม่รู้ว่านารานั้นไปที่ใดแล้ว ไทก้าจึงคิดที่จะไปเขาวงกตดูก่อน อีกอย่างเมื่อพบผู้คนเยอะขึ้นก็อาจจะได้ข่าวคราวของเพื่อนๆ บ้างและยังอาจจะได้ข่าวของอารีนด้วย
นี่ก็ผ่านมาราวครึ่งเดือนแล้วที่ไทก้าติดอยู่ในปราสาทก่อนจะได้ออกมายังด้านนอก
ระหว่างทางที่ผ่านมาไทก้านั้นพบกับสัตว์อสูรเข้าโจมตีอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มีเพียงระดับต่ำกว่าขั้นจิตโลกาทั้งนั้น แต่เมื่อไทก้าเตรียมที่จะเข้าต่อสู้ โตโล่ก็ทำการใช้ธนูยิงบ้าง หรือจัดการด้วยอาคมบ้าง ก่อนที่ไทก้าจะได้ร่ายคาถาออกมาซะอีก เป็นเช่นนี้อยู่หลายต่อหลายครั้ง จนไทก้าไม่ได้ฝึกอะไรเพิ่มเติมแม้แต่น้อย ทำให้ไทก้านั้นต้องบอกให้โตโล่หยุดมือลง เพราะไทก้าเกรงว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปมีหวังฝีมือของไทก้าต้องฝืดเป็นแน่
แต่โตโล่ก็ยังดึงดันที่จะปกป้องไทก้าอยู่ตลอดเวลา เมื่อเป็นเช่นนี้ไทก้าจึงได้บอกให้โตโล่ออกไปเดินเล่นชมนกชมไม้ได้ตามสบายและคอยตามหาข่าวสารบางอย่างให้กับไทก้า แม้ว่าโตโล่จะไม่ค่อยยินยอมที่จะห่างจากไทก้านัก แต่เมื่อเป็นคำสั่งของไทก้าโตโล่จึงได้เหาะลอยออกไปบนฟ้าและหายไป ซึ่งไปที่ใดนั้นไทก้าก็ไม่อาจทราบได้ แต่หากไทก้าต้องการเรียกโตโล่กลับมานั้นเพียงแค่ส่งคำสั่งผ่านจิต โตโล่ก็จะกลายเป็นแสงกลับมาในทันที
ไทก้าลองประเมินระดับพลังของโตโล่อย่างคร่าวๆดูแล้ว คาดว่าน่าจะเหนือกว่าไทก้าขึ้นไปอยู่ราวๆระดับจิตนภา
จากนั้นชายหนุ่มจึงได้เดินออกมาจากป่าเรื่อยๆ ตามทิศทางที่นาราบอกก่อนหน้านี้
ในระหว่างทางไทก้าได้เจอผู้คนบ้างเล็กน้อย ไทก้าจึงได้เข้าไปสอบถามเส้นทาง และไม่ได้มีการต่อสู้หรือแย่งชิงสิ่งของใดๆ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ระดับพลังอยู่เพียงระดับจิตธรรมดาขั้นห้าหรือหกเท่านั้น จนกระทั่งไทก้ามาถึงยังน้ำตกแห่งหนึ่ง
ซู่ ซ่าๆ!
น้ำตกสูงราวๆ ยี่สิบเมตร ภายใต้น้ำตกนั้นมีชายหนุ่นคนหนึ่งนั่งสมาธิหลับตาอยู่บนหิน ในขณะที่น้ำไหลเชียวตกลงมายังหัวของตัวเอง ทั้งยังดูเหมือนว่าน้ำตกเหล่านั้นกลับไม่สามารถทะลวงผ่านชั้นบางๆ คล้ายกับบาเรียลงมาสัมผัสกับชายหนุ่มคนนั้นได้เลย ซึ่งไทก้าที่มองอยู่นั้นก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก นี่มันคือการฝึกอะไรกัน
เมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนมองมาที่ตนอยู่นั้น ชายคนนั้นจึงได้ลืมตาขึ้น ก่อนจะใช้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองจ้องมาที่ไทก้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตรสักเท่าใด
ไทก้าเมื่อเห็นดังนั้นจึงได้ยิ้มออกไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถามออกมา"ขอโทษที่มารบกวนเจ้านะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าเพียงแค่จะถามทางเท่านั้น"แต่ในขณะที่ไทก้ากำลังถามคำถามอยู่นั้น ชายคนนั้นกลับไม่ได้กล่าวอะไรทั้งยังโบกอาคมสายน้ำเป็นร่างของช้างขนาดใหญ่พุ่งตรงไปที่ไทก้าทั้นที
วูมมมม ซ่าๆ!
"พวกปลายแถวอย่าได้มากวนใจข้า"
ตู้ม!
ไทก้าที่เห็นดังนั้นกลับขมวดคิ้วลงเล็กน้อยก่อนจะใช้อาคมอสูรวารี สร้างอสูรนาคาขนาดใหญ่โต้กลับในทันควัน
ตู้ม!
พลังของทั้งสองคนปะทะกันอย่างรุนแรงจนคลื่นน้ำกระจายออกเป็นวงกว้าง
"...."
เมื่อเห็นว่าไทก้าตั้งรับได้ชายคนนั้นไม่รอช้าใช้อาคมดินสร้างเป็นดาบขนาดใหญ่ก่อนจะส่งออกไปยังทิศทางที่ไทก้ายืนอยู่
ฟุบ!
"อะไรของเจ้านี่กัน?"
ไทก้าเห็นดังนั้นจึงได้ปล่อยหมัดทลายภูผาออกไปตั้งรับทันที
ตู้ม!
การปะทะกันของดาบดินและหมัดทลายภูผา ระเบิดออกอย่างรุนแรง จนเศษดินกระจายออกไปรอบพื้นที่
"อืม นับว่ามีดีอยู่บ้าง แต่ว่าเจ้าลองเจอนี่ดูหน่อยเป็นอย่างไร"กล่าวจบชายคนนั้นจึงได้ยกมือขึ้นปะกบกันก่อนจะมีแสงอาคมประหลาดปรากฏออกมา
วูมมมมม!
ไทก้าจองมองดูอย่างไม่วางตา ทั้งยังไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้านี่ถึงได้โจมตีเขา ทั้งๆ ที่เขาแค่จะถามเส้นทางเท่านั้น แต่แล้วจู่ๆ ร่างกายของไทก้าก็หนักขึ้นอย่างกระทันหัน
ฟุบ!
"อะไรกัน ?"
ไทก้าพยายามทรงตัวเองเอาไว้ ทั้งการเคลื่อนไหวยังยากลำบากอีกด้วย เนื่องจากมีบางสิ่งคล้ายกับกำลังกดทับไทก้าอยู่ แต่ไทก้ากลับมองไม่เห็นมัน
"อืม ... หรือว่า แรงโน้มถ่วงงั้นหรือ"แม้ว่าไทก้าจะพยายามยืนขึ้นมากเพียงใด แต่ร่างกายก็รู้สึกหนักอยู่ดี และในขณะนั้นเองชายคนนั้นก็ได้ส่งดาบยักษ์ออกมาอีกครั้ง
พรึบ!
"ดูซิว่าเมื่อเจอธาตุแรงโน้มถ่วงของข้าไป เจ้าจะทำยังไง"ชายคนนั้นยิ้มออกมาเบาๆ
ดาบยักษ์พุ่งไปหาไทก้าด้วยความเร็วสุดเปรียบ แต่ก่อนที่ดาบนั้นจะถึงตัวของไทก้า ชายหนุ่มยืนขึ้นในทันทีและใช้หอกพสุธาตั้งรับเอาไว้อย่างเต็มกำลัง
ตึง เปรี้ยง!
แรงประทะของอาคมอาวุธทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงก่อนไทก้าจะใช้หอกพสุธาดันดาบดินขนาดยักษ์กลับไป
ปั้ง!
"ได้ยังไงกัน?" ชายคนนั้นต่างตกตะลึงที่ไทก้าสามารถต้านอาคมธาตุแห่งแรงโน้มถ่วงของตนได้อย่างน่าประหลาดใจ ซึ่งมันกลับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ไทก้าเมื่อเห็นว่าชายคนนั้นดูจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะ ร่ายอาคมกระบี่พิรุณขึ้นมายี่สิบกว่าเล่มอย่างรวดเร็วและส่งไปยังชายคนนั้นในทั้งที
ฟุบ ฟุบ ฟุบ!
กระบี่พิรุณเยือกแข็งพุ่งตรงไปยังชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อใกล้จะถึงตัวของชายคนนั้นกระบี่ก็ถูกอาคมแรงโน้มถ่วงดึงออกไปคนละทิศทางและปักลงด้านข้างในทันที
ฉึก ฉึก ฉึก!
ชายคนนั้นมองกลับมาที่ไทก้าด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก ที่ไทก้าสามารถยืนขึ้นได้ทั้งยังเคลื่อนไหวได้ปกติในขณะที่เขาปลดปล่อยอาคมแรงโน้มถ่วงไปยังไทก้าอยู่ตลอดเวลา
"......"!
แม้ว่าธาตุแห่งแรงโน้มถ่วงนั้น จะเป็นสิ่งที่รับมือได้ยากสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับไทก้าที่มาจากโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีแล้วนั้นมันกลับเป็นเรื่องที่รับมือได้ไม่ยากนัก ทั้งชายหนุ่มอาจจะเป็นคนเดียวในโลกนี้ก็ได้ที่สามารถรับมือกับอาคมนี้ได้โดยไร้ซึ่งข้อผูกมัด นั่นเป็นเพราะแรงโน้มถ่วงนั้นตามทฤษฎีแล้วจะเกิดจากการดึงดูดของมวล แม้ว่าจะสามารถดึงดูดทุกสิ่งได้ แต่กับเวลานั้นเพียงทำให้เวลาที่ไหลผ่านช้าลงเท่านั้น
ไทก้าจึงได้ใช้อาคมผกผันทำให้เวลารอบกายไหลเร็วขึ้นจนทำให้แรงโน้มถ่วงและเวลาเกิดความสมดุลกันจนกลายเป็นกาลอวกาศเพื่อให้หลุดจากสภาวะแรงโน้มถ่วง ทั้งยังช่วยให้ชายหนุ่มขยับได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าไทก้าจะไม่สามารถใช้อาคมย้อมคืนพลังจิตและกายได้ในขณะที่ใช้อาคมผกผันเร่งเวลาอยู่นี้
หลังจากที่ไม่รู้ว่าไทก้าทำได้อย่างไร ชายคนนั้นจึงเลิกคิดถามหาซึ่งวิธีการและได้เรียกอาวุธของตนเองออกมาทันที
พรึบ!
ดาบขนาดใหญ่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของชายคนนั้นก่อนจะพุ่งออกไปด้วยความเร็วและฟันลงไปยังไทก้าทันที
เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นเปลี่ยนจากการใช้อาคมระยะไกลเข้าโจมตีเป็นการต่อสู้ระยะประชิดพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว แม้ไทก้าจะไม่เข้าใจเท่าใดนักว่าเหตุใดชายคนนี้ถึงได้พุ่งเข้ามาสู้กับเขาไม่หยุดหย่อน ไทก้าก็เรียกง้าวโลกาออกมาต้านรับในทันที
เปรี้ยง!
อาวุธทั้งสองปะทะกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนพลังของทั้งสองกระจายไปรอบข้างอย่างรุนแรง และคนทั้งคู่ต่างกระเด็ดถอยหลังไปคนละทาง
ครืดดดดดด!
เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ที่พยายามหยัดยืนตั้งหลัก ก่อนจะยืนขึ้นตรงและหันไปมองไปที่กันและกัน
หลังจากปะทะกันเพียงไม่กี่ครั้ง ไทก้าก็รู้ได้ทันทีว่าฝีมือของชายคนนี้นั้นใกล้เคียงกับตนเองเวลานี้เอามากๆ หากสู้กันในตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะต้องใช้เวลานานทั้งยังไม่รู้ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ และดูเหมือนว่าชายคนนั้นเองก็คิดแบบเดียวกับไทก้าเช่นกัน
"หึๆ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่สามารถรับมือกับพลังของข้าได้ แม้ว่าจะน่าเสียดาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะได้สู้กัน เจ้าว่าอย่างนั้นมั๊ย แล้วเจอกันที่ลานประลองก็แล้วกัน"กล่าวจบชายคนนั้นก็เก็บดาบใหญ่ของตนลงไปก่อนจะกระโดดหายไปอย่างรวดเร็ว
ฟุบ!
"เดี๋ยว...."ไทก้าที่เห็นชายคนนั้นจู่ๆ ก็โจมตีเข้ามา จู่ๆ ก็บอกว่าเอาไว้ก่อน และจู่ๆก็หนีไปซะดื้อๆ จึงได้กล่าวขึ้นห้ามเพื่อจะถามถึงเหตุผล แต่ว่าชายคนนั้นก็หายไปซะแล้ว ทำให้ไทก้ายังคงติดอยู่กับความสับสนเป็นอย่างมาก
"อะไรของเจ้านี่กันนะ เฮ้อ..."
แม้ว่าไทก้าจะไม่รู้ว่าชายคนนั้นเป็นใคร แต่เท่าที่ไทก้ารู้ในตอนนี้คือชายคนนั้นเป็นคนที่มีฝีมือเป็นอย่างมากและดูเหมือนว่าไทก้าจะพบคู่ปรับในอนาคตเข้าให้แล้ว
ไทก้าได้เก็บง้าวโลกาลงไปก่อนจะเดินไปตามทิศทางที่คิดว่าเป็นเขาวงกตในป่าเรื่อยๆ
เมื่อเดินมาได้ครู่หนึ่งไทก้าเห็นว่ามีลานโล่งด้านหน้าทั้งยังมีบรรยากาศที่ร่มรื่นเป็นอย่างมากจึงได้นั่งหยุดพักฟื้นพลังอยู่ใต้ต้นไม้ครู่หนึ่ง
"ตรงนี้บรรยากาศดีแฮะ แต่ว่าเจ้าคนเมื่อกี้เป็นใครกัน ระดับพลังก็พอๆ กับเราเลยทั้งยังดูไปแล้วเก่งกาจอีกด้วย แต่ว่าตอนนี้คงต้องเลิกคิดเรื่องเจ้านั่นไปก่อน เจ้านั่นบอกว่าเจอกันที่งานประลองงั้นก็แปลว่าเจ้านั้นต้องลงประลองเป็นแน่ เอาไว้เจออีกรอบข้าจะต้องหาทางจัดการเจ้านั่นให้ได้ซะแล้ว"
หลังจากที่พักได้ครู่หนึ่งไทก้าจึงได้คิดว่าควรที่จะฝึกใช้ง้าวโลกาให้ถนัดมือน่าจะดีกว่า จึงได้นำง้าวโลกาออกมาฝึกเหวี่ยงทั้งยังจำลองการต่อสู้เพื่อใช้งานอาวุธง้าวโลกาให้ถนัดมือขึ้น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในตอนนี้ไทก้ายังคงฝึกอยู่ที่ลานกว้างดังเดิมมากว่าครึ่งวันแล้ว จนรู้สึกว่าง้าวเริ่มจะชินมือแล้ว แต่ว่ามันคงจะดีกว่านี้หากได้ลองฝึกใช้ในการต่อสู้จริง
ในตอนนี้ก็เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้วไทก้าจึงได้ตัดสินใจที่จะพักอยู่ที่ลานกว้างนี้ก่อน ค่อยไปยังเขาวงกตในวันพรุ่งนี้ ทั้งไทก้ายังคิดที่จะลองฝึกอาคมธาตุลมเพิ่มเติมดูด้วย เนื่องจากที่นี่ดูเงียบสงบทั้งยังเหมาะแก่การฝึกอีกด้วย ก่อนจะนำอาคมธาตุลม ศัสตราไร้ทิศออกมา