บทที่ 14 ลมข้างหมอน
คำพูดนั้นทำให้จ้าวผิงใไม่เบา รีบล้วงเอาใบรับรองออกมาจากในอกเสื้อทันที โชคดีที่บนนั้นประทับตราราชการ ไม่ใช่ตราประทับส่วนตัวของหลินหัว
จ้าวผิงพลันถอนหายใจอย่างโล่งอก
เหวินฮุ่ยกลับสำทับมาว่า “ผู้มีพระคุณ ท่านต้องเก็บหนังสือรับรองนี้ให้ดี ของสิ่งนี้มีความสำคัญยิ่ง ถ้าทำหายเื่ที่พวกเราทำอยู่นี้ก็จะต้องโทษถึงปะาชีวิต”
“วางใจเถิด ข้าพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา รับรองว่าไม่เกิดปัญหาแน่นอน” จ้าวผิงเก็บหนังสือรับรองไว้อย่างดี แล้วขุดหาสมุนไพรต่อ
บนเขาสมุนไพรมีอยู่มากมาย ยังไม่ทันถึงเที่ยงวัน คนทั้งสองก็หาสมุนไพรได้เต็มสามตะกร้ากับถุงกระสอบอีกสามใบ
เสร็จแล้วจึงเรียกอวิ๋นหม่านให้กลับบ้านด้วยกัน
ตอนนี้จ้าวผิงจึงพบว่าอวิ๋นหม่านทำกับดักกระต่ายไว้เยอะมาก มียี่สิบถึงสามสิบอันเลยทีเดียว
ทั้งยังใช้กิ่งไม้ที่แข็งเป็พิเศษ เหลาตรงปลายจนแหลม สามารถปักลงดินได้ลึกกว่าเดิม ต่อให้กระต่ายจะตัวอ้วนแค่ไหนก็ดิ้นไม่หลุด
ประณีตกว่าที่เขาทำมากนัก ศิษย์ดีสั่งสอนได้นี่นา!
ดูจากจุดนี้ก็รู้แล้วว่าอวิ๋นหม่านเป็ลูกศิษย์ที่มีแววคนหนึ่ง ถ้าสั่งสอนให้ดี วันหน้าจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
คนทั้งสามกลับมาถึงบ้าน จ้าวผิงก็พบเพียงจ้าวเสียวเสี่ยวคนเดียว ส่วนหลิ่วเมิ่งหรูภรรยากลับไม่อยู่ด้วย
เขาถาม “เสียวเสี่ยว แม่เ้าเล่า?”
“ท่านแม่ไปทอผ้าให้หัวหน้าหมู่บ้านเ้าค่ะ” จ้าวเสียวเสี่ยวพูด
“ท่านแม่บอกว่าเราเป็ครอบครัวเดียวกัน ไม่อาจปล่อยให้ท่านพ่อทำงานอยู่คนเดียวได้ นางก็อยากช่วยทำงานหาเลี้ยงครอบครัวด้วยอีกแรงเ้าค่ะ”
“ทุกสองวันหัวหน้าหมู่บ้านจะจ่ายเงินให้ท่านแม่หนึ่งอีแปะ เอาไปซื้อวอวอโถว *[1]ได้สองลูกเชียวนะ เสียวเสี่ยวเองก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ข้าออกไปตัดฟืนมาแล้ว เพิ่งกลับมาเนี่ยแหละ”
จ้าวเสียวเสี่ยวพูดพลางชี้ไปยังกองฟืนเล็ก ๆ
“เสียวเสี่ยวช่างรู้ความเสียจริง” จ้าวผิงลูบผมของลูกสาวอย่างเอ็นดู เริ่มจากพูดให้กำลังใจก่อน จากนั้นจึงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “แต่บนเขามีสัตว์ร้ายชุกชุม ต่อไปเ้าอย่าขึ้นเขาคนเดียวเด็ดขาด มันอันตรายเกินไป รู้หรือไม่?”
“ข้าไม่ได้ไปคนเดียว ย่าสี่เป็คนพาข้าไป”
จ้าวเสียวเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมาอธิบาย “ท่านแม่แบ่งกระต่ายสามตัวที่ท่านเอากลับมา เมื่อเช้านี้ให้ปู่สี่เอาไปขายในอำเภอแล้ว ย่าสี่เห็นข้าอยู่บ้านคนเดียวจึงพาขึ้นเขาไปด้วย”
“ย่าสี่เก็บผักป่า ข้าตัดฟืนเ้าค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้น ขอบตาของจ้าวผิงก็พลันรื้นน้ำตา
ภรรยาขยันมัธยัสถ์ ลูกสาวน่ารักรู้ความ
มีแต่คนโง่แบบเ้าของร่างเดิมเท่านั้นแหละถึงได้ทิ้งขว้างไม่ทะนุถนอมสิ่งล้ำค่าเช่นนี้ มิหนำซ้ำยังทุบตีด่าทอ เขาช่างไม่รู้คุณค่าสิ่งที่มีอยู่เลยจริง ๆ
ตอนนี้เขาเองทะลุมิติมาแล้ว ต้องตั้งใจหาเงิน ทำให้พวกนางแม่ลูกได้มีชีวิตที่ดี
จ้าวผิงจึงบอกให้เสียวเสี่ยวไปเรียกหลิ่วเมิ่งหรูกลับบ้าน ก่อนพาเหวินฮุ่ยไปจัดการสมุนไพรที่เก็บมาได้ พวกเขาแยกชนิดและขนาด ก่อนนำไปตาก
ตอนหลิ่วเมิ่งหรูกลับมา นางก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจ บ่นว่าจ้าวผิงเรียกนางกลับมาเร็วเกินไป ทำให้นางอดได้เงินหนึ่งอีแปะ
“เมิ่งหรู เ้าทำงานพวกนั้นทั้งวันก็ได้เพียงครึ่งอีกแปะ เสียเวลาเปล่าน่า” จ้าวผิงพูด
“แต่จะข้าให้อยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ได้กระมัง?” หลิ่วเมิ่งหรูมุ่ยปากพูด
“อยากช่วยงานข้าจริง ๆ หรือ?” จ้าวผิงถาม
หลิ่วเมิ่งหรูพยักหน้าเหมือนตำครก
“ได้ เดี๋ยวข้าจะทำกี่ทอผ้าให้เ้า พวกเราจะได้ปั่นดายทอผ้ากันที่บ้าน”
“ไม่ได้ ๆ กี่ทอผ้าราคาแพงเกินไป” หลิ่วเมิ่งหรูรีบร้อนส่ายหน้า “ได้ยินว่าแม้กี่ทอผ้าที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านจะเป็ของเก่า แต่ตอนที่ซื้อมายังต้องจ่ายตั้งสิบห้าตำลึงเชียว”
“ถ้าของมือใหม่คงยี่สิบตำลึงขึ้นไปเลยกระมัง ครอบครัวพวกเรา …”
วาจาหลังจากนั้นแม้หลิ่วเมิ่งหรูไม่ได้พูดออกมา แต่ความหมายก็ชัดเจนมากแล้ว
หนี้ที่ค้างหวังชื่อเหรินห้าสิบตำลึงนั่นก็กดดันจนคนทั้งบ้านแทบหายใจไม่ออกอยู่แล้ว จะเอาเงินจากที่ไหนไปซื้อกี่ทอผ้า
จ้าวผิงคิดไม่ถึงว่ากี่ทอผ้าจะราคาแพงขนาดนี้
แต่ยังดีที่หลู่ต้าซานรับปากเขาไว้ว่า ถ้านำวัสดุมาให้ก็จะช่วยทำโดยไม่คิดเงิน และวัสดุสำหรับทำกี่ทอผ้าส่วนใหญ่ก็คือไม้ บนเขาอย่างอื่นอาจมีไม่มาก แต่ไม้นั้นมีมากทีเดียว
ให้อวิ๋นหม่านไปตัดไม้กลับมา จะทำกี่ทอผ้าสักหลังย่อมไม่ใช่ปัญหา
เื่ปวดหัวเพียงอย่างเดียวก็คือกี่ทอผ้าที่เขาออกแบบเองคงล้ำสมัยกว่ากี่ทอผ้าที่มีในราชวงศ์ต้าเว่ยเป็แน่ เกิดเื่นี้รั่วไหลออกไปจะต้องทำให้เกิดเื่ตามมาแน่นอน
รอให้มีกำลังปกป้องตัวเองก่อนค่อยทำจะดีกว่า จ้าวผิงหยุดความคิดไว้เท่านั้น ก่อนหันไปตำสมุนไพรในครกต่อ ตอนใกล้จะทำเสร็จจึงบอกให้เหวินฮุ่ยไปทำกับข้าว
ยังคงเป็ข้าวขาวกับน้ำแกงเนื้อกระต่ายป่าเช่นเคย
กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วหมู่บ้าน
อวี๋ซิ่วอิงย่อมได้กลิ่นเช่นกัน นางผลักหัวหน้าหมู่บ้านข้างกายอย่างไม่พอใจ
“สามี ท่านดูบ้านจ้าวผิง คนเสเพลคนหนึ่งยังได้กินเนื้อสามมื้อต่อวัน แล้วมาดูพวกเราสิ เป็ถึงหัวหน้าหมู่บ้านแท้ ๆ แต่ทั้งวันได้กินข้าวแค่สองมื้อ ท่านไม่อายบ้างรึ?”
“มีอะไรน่าอาย?” หัวหน้าหมู่บ้านลูบเครา กล่าวอย่างไม่ยี่หระ “จ้าวผิงได้กินดีแล้วอย่างไร ที่ดินก็เป็ของพวกเราอยู่ดีไม่ใช่รึ อีกอย่าง บ้านเขาก็ถูกท่านชายคนใหญ่คนโตในตัวอำเภอหมายตาแล้ว เขาวิ่งเต้นต่อไปได้อีกไม่นานหรอก”
“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ?” อวี๋ซิ่วอิงเพิ่งได้ยินเป็ครั้งแรก นางใไม่เบา
“ข้าจะพูดเหลวไหลงั้นรึ?” หัวหน้าหมู่บ้านสำทับว่า “ซิ่วอิง เ้าจำไว้ เื่นี้เป็ความลับ อย่าเอาไปพูดข้างนอกเด็ดขาด”
“ไม่อย่างนั้น ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปแล้วทำเสียเื่นายน้อยท่าน ถึงจะเป็ข้าก็ช่วยเ้าไม่ได้หรอกนะ ทั้งยังจะช่วยตีเ้าจนตายแทนอีกต่างหาก”
“รู้แล้ว ๆ …”
อวี๋ซิ่วอิงผลักหัวหน้าหมู่บ้านเบา ๆ พลางยิ้มออดอ้อน “ปากข้าปิดสนิทแค่ไหนท่านยังไม่รู้อีกหรือ”
“อีกอย่าง หลังเก็บเกี่ยวปีนี้ยังจะมีการเกณฑ์ทหาร” หัวหน้าหมู่บ้านพูด “ถึงตอนนั้นข้าจะเสนอชื่อจ้าวผิงขึ้นไป ใช้เส้นสายเล็กน้อย ส่งเขาไปค่ายเซียนเฟิงที่อยู่แนวหน้า”
อวี๋ซิ่วอิงสูดลมหายใจหนาวเหน็บ
ไปค่ายเซียนเฟิงมีค่าเท่ากับเอาชีวิตไปทิ้ง
แต่เมื่อคิดถึงท่าทีที่จ้าวผิงปฏิบัติต่อตนเองเมื่อเช้านี้ อวี๋ซิ่วอิงพลันรู้สึกเหมือนได้ระบายโทสะ
นางกล่าวอย่างแค้นใจ “ใช่ สมควรจัดการเขาแบบนั้นแหละ ดูซิว่าต่อไปเขายังจะกล้าทำโอหังอีกหรือไม่”
“คนเสเพลคนหนึ่งกล้าได้กินดีกว่าบ้านหัวหน้าหมู่บ้านตน ไม่รู้หรือไรว่าที่หมู่บ้านซีผิงใครใหญ่สุด”
“เื่ที่ข้ารับปากเ้าก็ทำให้หมดแล้ว ตอนนี้เ้าควรทำตัวอย่างไร รู้ใช่หรือไม่?”
“นี่เป็เตียงใหม่ จะเล่นอะไรก็ไม่มีทางล่มเป็แน่” หัวหน้าหมู่บ้านตบเตียงหลังใหม่เบา ๆ ก่อนยิ้มชั่วร้ายให้อวี๋ซิ่วอิง
“สามี ท่านร้ายจริง ๆ …” อวี๋ซิ่วอิงส่งเสียงออดอ้อน
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดก็ดังออกมาจากในห้อง
จ้าวผิงไม่ระแคะระคายเื่เหล่านี้เลยสักนิด หลังกินข้าวเสร็จแล้วพักผ่อนเล็กน้อย เขาก็พาเหวินฮุ่ยกับอวิ๋นหม่านขึ้นเขาไปอีกครั้ง
ก่อนจากไปยังกำชับกับหลิ่วเมิ่งหรูครั้งแล้วครั้งเล่าว่าให้อยู่บ้านดูแลเสียวเสี่ยว ไม่ต้องไปปั่นด้ายทอผ้าที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านอีกแล้ว
หลิ่วเมิ่งหรูรับคำดิบดี
แต่คล้อยหลังจ้าวผิง นางก็พาจ้าวเสียวเสี่ยวไปที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้าน
“อวิ๋นหม่าน บ่ายนี้ไม่ต้องทำกับดักกระต่ายอีกแล้ว พวกเราเริ่มจับกระต่ายกันเถอะ” จ้าวผิงบอกอวิ๋นหม่านระหว่างทางขึ้นเขา
“จับอย่างไรหรืออาจารย์?” อวิ๋นหม่านมีสีหน้าสงสัย “ตอนกลางวันพวกกระต่ายออกมาน้อยมากเลยนะ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหาโพรงกระต่ายกัน”
“ปกติรังกระต่ายจะมีสองทางเข้าออก เ้าวางกับดักกระต่ายไว้ปากทางด้านหนึ่ง จากนั้นก็จุดไฟไว้ที่ทางออกอีกฝั่ง ใช้ควันรมให้กระต่ายมึนงงออกจากรังเอง…”
อวิ๋นหม่านฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
หลังขึ้นไปบนเขา เขาก็รีบไปพิสูจน์วิธีนี้อย่างทนรอไม่ไหว
บ่ายนั้นจับกระต่ายได้สองตัว ทำเอาอวิ๋นหม่านตื่นเต้นดีใจราวกับเด็ก ถึงกับเดินกลับบ้านไม่เป็เลยทีเดียว เอาแต่ะโโลดเต้นไปตลอดทาง
ตอนกลับไปถึงบ้าน หลิ่วเมิ่งหรูเตรียมกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลู่ต้าซานสองพ่อลูกขนเตียงหลังใหม่มาให้พอดี จึงเรียกพวกเขามากินข้าวด้วยกัน
ระหว่างมื้ออาหาร หลู่ซิวหาว่าอวิ๋นหม่านกราบอันธพาลคนหนึ่งเป็อาจารย์
ส่วนอวิ๋นหม่านก็เอาแต่อวดว่าอาจารย์จะทำหน้าไม้ให้เขา
หลู่ซิวไม่เชื่อคำพูดนั้นสักนิด เอาแต่คะยั้นคะยอให้จ้าวผิงทำออกมาให้ดูสักอัน ไม่อย่างนั้นจะพาอวิ๋นหม่านออกไปด้วยกัน
ตอนแรกจ้าวผิงไม่อยากถือสาหาความกับเด็ก แต่ก็ทนคำรบเร้าเหน็บแนมของอีกฝ่ายไม่ไหว กอปรกับสิ่งที่จ้าวผิงอยากทำจำเป็ต้องใช้ช่างไม้มีฝีมือ
ถ้าทำให้หลู่ซิวยอมรับนับถือได้ก็จะมีประโยชน์ต่อเขาในอนาคต จึงเอ่ยปากว่า “หลู่ซิว ถ้าเ้าไม่เชื่อ พวกเราก็มาเดิมพันกันเถอะ ถ้าข้าทำหน้าไม้ออกมาได้ ต่อไปเ้าต้องเชื่อฟังข้า”
“ถ้าท่านทำไม่ได้เล่า?”
“ถ้าทำไม่ได้ ข้าก็จะตัดสัมพันธ์ในฐานะอาจารย์ลูกศิษย์กับอวิ๋นหม่าน เ้าสามารถพาเขาออกไปได้ตลอดเวลา”
“ได้ ท่านพูดเองนะ ข้าขอเดิมพัน”
หลู่ซิวอายุยังน้อย แต่จิตใจกลับฮึกเหิม พลันตกปากรับคำทันที
แน่นอนว่าประการสำคัญเป็เพราะเขาไม่เชื่อว่าคนเสเพลอย่างจ้าวผิงจะประดิษฐ์อาวุธออกมาได้จริง ๆ เขามีพ่อคอยชี้แนะพื้นฐาน กระนั้นแม้ร่ำเรียนมาหลายปีก็ยังทำอาวุธออกมาไม่ได้
แล้วคนเสเพลอย่างจ้าวผิงจะทำได้อย่างไร
นี่เป็เดิมพันที่มีแต่ชนะเห็น ๆ
หลู่ต้าซานไม่ได้ห้ามปราม เพราะอวิ๋นหม่านเป็สหายที่ดีที่สุดของหลู่ซิว กล่าวได้ว่าเป็สหายสนิท เขาเองก็ไม่หวังให้อวิ๋นหม่านติดตามคนเสเพลแบบจ้าวผิงเช่นเดียวกัน
กระทั่งยังเสนอตัวเป็พยาน
แต่สิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงก็คือ อวิ๋นหม่านกลับคุกเข่าลงตรงหน้าจ้าวผิง เอ่ยปากขอร้องว่า
“อาจารย์ ข้าไม่อยากไป มีเื่อีกมากมายให้ได้เรียนรู้ ท่านอย่าไล่ข้าไปเลย”
ั้แ่เรียนรู้วิธีทำกับดักและการจับกระต่ายในรัง อวิ๋นหม่านก็เคารพเลื่อมใสจ้าวผิงจากใจจริง
นอกจากนี้ หลังกราบจ้าวผิงเป็อาจารย์ เขาก็ได้กินข้าวสามมื้อต่อวัน ทั้งยังได้กินเนื้อทุกมื้ออีกด้วย
ชีวิต่นี้ที่เหมือนกำลังฉลองปีใหม่ทุกวันอย่างไรอย่างนั้น เขาจะทำใจจากไปได้อย่างไรกัน
หลู่ต้าซานสองพ่อลูกมองภาพนี้อย่างตกตะลึง มองอวิ๋นหม่านที่คุกเข่าอยู่บนพื้นสลับกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของจ้าวผิง พลันก็ไม่รู้เลยว่าควรพูดอย่างไรดี
*[1] วอวอโถว (窝窝头) อาหารที่ทำจากแป้งธัญพืชชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็กรวย กลวงตรงกลาง