คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอก ตอนที่ 4 เข้าห้องมาพร้อมกัน
...ไม่เคยมีฟรีในโลกหากมีความ้าที่จะทำให้ความปรารถนาเป็จริงก็ต้องแลกมากับค่าตอบค่าที่สูงค่าเช่นกันเราใจร้อนเกินไปจนเปิดช่องว่างให้กับพี่นุชเล่นงาน
...ยังเป็คนที่เล่นด้วยยากเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
“พี่้าให้ผมทำอะไร?”เขาเตรียมพร้อมรับทุกเงื่อนไข
อย่าลืมว่าหากไม่เป็เพราะนุชได้มากล่าวตักเตือนเอาไว้ก่อนบางทีเขาอาจเก็บคำสารภาพรักตัวเองไว้ไปตราบนานเท่านานและพึงพอใจกับการได้เป็ที่ระบายเวลาหล่อนโดนสารภาพรักพอใจกับการได้เป็เพื่อนสนิท พอใจกับการได้เป็เพื่อนรัก
จนสุดท้ายอาจต้องสูญเสียไปหมดทุกอย่างไม่อาจยกระดับไปมากกว่านี้ได้
“นายแค่รับปากฉันมาอย่างหนึ่งก็พอส่วนฉันจะ้าอะไรเอาไว้ค่อยตัดสินใจอีกครั้งก็ยังไม่สายยังไงตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอยากได้อะไรเป็พิเศษอยู่แล้วด้วย”
“เงื่อนไข? เป็เงื่อนไขแบบไหน”
“แน่นอนว่านายไม่จำเป็ต้องหวาดกลัวไปเป็เงื่อนไขที่นายสามารถทำได้ ไม่เสี่ยงตายอีกทั้งยังไม่จำเป็ต้องเสียเงินเลยซักบาทเดียว ไม่สิอาจต้องเสียนิดหน่อยแต่คงไม่เกิดขีดความสามารถของนายอยู่แล้วนิจริงไหม?” ยังไม่แสดงออกมาให้เห็นชัดเจนว่านุชกำลัง้าอะไร
เขา้ารับรู้ให้ได้ว่าหญิงสาวกำลัง้าอะไรจนกว่าจะได้ยินทั้งหมด การตกปากรับคำโดยไม่สนเงื่อนไขผูกมัด ดูเป็อะไรที่ไม่ชาญฉลาดเอาเสียเลย
“ผม้าให้พี่นุชระบุชัดเจนว่าพี่้าให้ผมทำอะไรให้ ไม่เอาเป็ความหมายอย่างกว้าง หาจุดไม่ได้แบบนี้”
“นายไม่เชื่อใจฉัน?” นุชยิ้ม
“เปล่าครับผมแค่้าทำให้มันเป็เื่เป็ราวไม่้าให้ติดค้างกันในอนาคตอีก” เกิดเงื่อนไขในอดีตเข้ามาผูกผันผูกมัดถึงอนาคตจนหยุดเอาไว้ไม่อยู่
เขาอาจต้องเดือดดาลจากลมปากตัวเอง
“รอบคอบจังแต่มาหวาดระแวงพี่สาวคนนี้ พี่สาวคนนี้เสียใจนะ” นุชถอนหายใจดวงตาเผยให้เห็นว่าเศร้าโศกเพียงใด มันใช้กับคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่สำหรับเขา
เวนิสนิ่งเรียบเฉยไม่เผยช่องให้เอาเปรียบ
“เป็พี่นุชไม่ใช่เหรอที่บอกให้ผมรอบคอบให้มากที่สุด ไม่เกี่ยวกับว่าจะเป็ใครหน้าไหน?หากตกลงกันด้วยผลประโยชน์ก็ต้องห้ามไม่ให้อารมณ์เข้ามาครอบนำบทสนทนา”
“นั้นสินะงั้นฉันจะบอกให้ก็แล้วกันเกี่ยวกับราคาสำหรับคำเตือนสติครั้งนี้”นุชยิ้มหัวเราะสนุกสนานสบายอารมณ์ผิดกับชายหนุ่ม
หล่อนยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหูเริ่มกระซิบบอกกล่าวออกไป
“...”
“พี่เอาจริง” เวนิสหน้าซีดทันตาเห็นหลังจากได้ยินเข้า
“นายคิดว่าฉันคนนี้ล้อเล่น” ไม่ได้ล้อเล่นไม่มีเศษเสี้ยวแสดงออกมาให้เห็นว่าล้อเล่น หล่อนจริงจังมาก ถึงมากที่สุดนี่ถึงทำให้ชายหนุ่มถึงกับขนลุกไปทั่วทั้งตัว
...ต้องทำเหรอมันเกินเลยไปมากสำหรับคำแนะนำ
“ผะ ผมไม่แน่ใจขอกลับไปคิดก่อนละกัน”
“อย่าได้ให้คำตอบฉันช้าเกินไปเด็กน้อย หากฉันรู้สึกไม่สบายใจกับนายเมื่อไหร่คำแนะนำต่อไปจะไม่ใช่นายที่ได้รับไป ส่วนใครหน้าไหนจะได้ไปนั้นพี่เชื่อว่านายอาจรับรู้อยู่ในใจแล้วก็ได้ใครจะไปรู้”เธอยึดถือการแลกเปลี่ยนเป็หลัก หากเขาไม่อาจมอบสิ่งที่้าให้กับเธอได้เธอก็แค่ไปหาคนอื่นและยื่นข้อเสนอแบบเดียวกันเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่มากกว่าไม่จำเป็ต้องมาง้อให้เสียเวลา
เวนิสเองเข้าใจในจุดนี้ดีถึงได้เริ่มชั่งน้ำหนักในจิตใจทำอย่างไงเขาถึงเสียผลประโยชน์น้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็เก็บเกี่ยวได้มากที่สุด
มันเป็หนทางที่ยากลำบากสำหรับตน
...มันยังพอเป็ไปได้อยู่แต่ผลกระทบที่ตามมา มันมากเกินไป
“รับทราบครับ ผมจะให้คำตอบพี่เร็วที่สุด”เวนิสสะกดตัวเองไม่ให้อารมณ์เข้ามาครอบนำ
“ดีพี่ดีใจที่ได้ยินคำตอบแบบนี้ออกจากปากเวนิส”
“แต่จำเอาไว้ว่าอย่าได้คิดเบี้ยวไม่จ่ายเด็ดขาด ไม่งั้นพี่จะเริ่มกดดันนายไม่ว่าทางใดทางหนึ่งจนนายต้องยอมกลับมาหาพี่ เพื่อร้องขอ ขอให้พี่ช่วย”
ั้แ่ที่หล่อนกล่าวทักเขาทางเลือกทั้งหมดมันก็ได้หายกลายเป็อากาศธาตุ
...เพื่อพี่เอริ ฉันยอมได้
“...” เวนิสพยักหน้าเบาบางพอได้เห็นชายหนุ่มยินยอมโอนอ่อนง่ายดายหล่อนกลับมาเป็พี่นุชคนเดิมอีกครั้งหัวเราะสนุกสนานทำงานไปตามอารมณ์
ชายหนุ่มเริ่มเปลี่ยนแปลงประเด็นไม่ให้วนเวียนกลับมาที่เดิม
“เื่สัญญาผมไม่ผิดคำพูดแน่นอนพี่วางใจได้ ตอนนี้พี่เองก็อย่ามัวมาสนใจเื่คนอื่นเขา รีบกลับไปนั่งที่ได้แล้วเกิดพี่พลอยเห็นเข้าเดี๋ยวได้โดนด่าหัวเข้าให้อีก”
นุชโบกมือไปมาไม่้าให้เขาไล่ตนเองกลับไป
“ไม่จำเป็ ไม่จำเป็ตัวหล่อนในตอนนี้ยังห่างไกลจากคำว่าเตรียมพร้อมสำหรับทำงาน” สายตาเหลือบไปมองเห็นร่างหญิงสาวนั่งแน่นิ่งไม่คิดขยับไปไหน
เวนิสหันมองงุนงงไปชั่วขณะก่อนแววตาวูบกระจ่างใส
“เกือบลืมไปพี่เอริยังไม่มานินะ”
“ใช่ถ้า้าให้ห้องนี้มันเปล่งประกายเต็มมีชีวิตชีวามีแต่ต้องพาพี่เอริเข้ามาในห้องละนะ”ตัวตนของเอริล้วนเปรียบเสมือนกับแสงสว่างสอดส่องเข้ามาในชีวิตทุกคน
ขาดหล่อนไปย่อมขาดเชื้อไฟในการดำเนินชีวิต
“ว่าแต่ทำไมถึงยังไม่มากัน”
“...”ไม่มีคำตอบใดหลุดออกมาจากปากหญิงสาว เนื่องจากหล่อนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเอริถึงได้มาสายแบบนี้
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบเหงาไร้ชีวิตชีวาเท่าที่ควรเหล่ารุ่นพี่ทั้งหลายมุ่งทำงานไปตามแผนงานที่ตนได้วางเอาไว้หากแต่สายตายังคงจ้องมองประตูเป็พัก ๆ อีกทั้งยังหันไปมองตำแหน่งเวนิสอีกต่างหากแน่นอนว่าพวกเขาเ่าั้ไม่ได้คิดจะมองชายหนุ่ม
แต่้ามองโต๊ะทำงานของหญิงสาวเอริหวังเห็นหน้าหล่อนก็เท่านั้น
“เมื่อไหร่จะมา?” พลอยมองนาฬิกา
อีดดดด~~~~
“อะ” ได้ยินเสียงประตูเปิดออกทุกคนต่างหันไปมองทิศทางเดียวกัน
พลอยเงยหน้าเฝ้ารอบางสิ่งอย่างพอเห็นประตูเปิดออกแววตาคาดหวังต้องพบกับความผิดหวังเมื่อคนที่เปิดประตูเข้ามาเป็ชายหนุ่มร่างเตี้ยสวมแว่นหนา
เป็คนที่ไม่มีใคร้าพบเจอ
...ไม่ใช่เอริ ทำไมถึงไม่เป็เอริ
“เวียร์?”
“สวัสดีครับ” ทราเวียร์ก้มหัวทักทายพอเป็พิธี
“สวัสดีเช่นกัน”พลอยขมวดคิ้วเล็กน้อย
เฉกเช่นเดียวกับชายหนุ่มหล่อนเองก็ก้มหน้าทักทายเป็พิธีเหมือนกัน เรียกได้ว่านอกเหนือจากสถานภาพเพื่อนร่วมงานต้องเจอหน้าภายในกรอบเวลาที่บริษัทกำหนดให้
พวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันให้เสียเวลาเปล่าไม่อาจเรียกได้ว่าเพื่อนด้วยซ้ำ เป็เพียงเพื่อนร่วมงาน ไม่สิอาจเป็เพียงพนักงานต้องมาทำงานตามระยะเวลา
ความสัมพันธ์ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวเป็เพียงคนแปลกหน้าที่รู้จักชื่อและต้องนั่งรวมกันในห้องแคบรอให้เวลาทำงานนั้นหมดไปเท่านั้น
ไม่ใช่เพียงแค่พลอยเท่านั้นที่ผิดหวังคนอื่นเฝ้ารอต่างผิดหวังเช่นกัน
“เป็มันเหรอเนี่ยฉันหงุดหงิดวะ”
“น้องเอริไปไหน?”
“...” ทราเวียร์ไม่ได้สนใจเพียงก้าวเท้าเดินต่อไปแม้ว่าหูจะได้ยินคำพูดสกปรกเขาก็ไม่ได้หวาดหวั่นสำหรับเขามันเป็เพียงคำพูดไร้หลักลอยหาค่าไม่ได้
บรรยากาศที่เริ่มดำมืดกลับมาสว่างใสอีกครั้งเมื่อประตูถูกปิดลงพร้อมกับร่างหนึ่งเดินเข้ามาปรากฎตรงหน้าเหล่ารุ่นพี่รุ่นน้องทั้งหลาย
“สวัสดีค่ะ ทุกคน~~~” คำทักทายที่มาพร้อบกับรอยยิ้มสดใส
“เอริ!!!”
“เอริ น้องหายไปไหนมาเนี่ย?”พลอยเป็คนแรกไปยืนเบื้องหน้าเอริไม่สนใจทราเวียร์เลยแม้แต่น้อยทำราวกับชายหนุ่มเป็เพียงความว่างเปล่า
ทุกคนเองต่างหลงลืมไปหมดว่าเคยมีใครคนหนึ่งพึ่งก้าวเท้าเข้ามาในห้องก่อนหน้าเอริไม่กี่วินาทีพากันลุกออกจากที่นั่งเดินเต็มห้องหมด
เรียกได้ว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับไม่นาทีที่ผ่านมา
“ใจเย็นก่อนค่ะ ทุกคน ใจเย็นใจเย็นเข้าไว้” เอริพยายามถอยหลัง
เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่ารุ่นพี่ทั้งหลายเข้าประชิดตัวบางคนรู้สึกตัวก็ถอยห่างออกมาเว้นระยะให้ แต่บางคนยังก้าวเท้าเดินหน้าต่อ
สถานการณ์เรียกได้ว่าเข้าขั้นวุ่นวาย
“เหมือนกับพวกซอมบี้เลยวะเห็นแล้วขนลุก” พวกที่เหลือไม่ได้เข้าไปต่างยิ้มแห้ง
“แล้วแกไม่ไป?”
“...ไปสิถามได้”ใครบางไม่อยากใกล้ชิดกับสาวงาม
ทุกเหตุการณ์ล้วนตกในสายตาหญิงสาว
“วุ่นวายเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน”พลอยถอนหายใจมุมปากยังคงยิ้มตลอด
ส่วนทางด้านเอริ
“ทุกคนช่วยใจเย็นหน่อยสิค่ะ”ต้องมีใครซักคนเข้ามาช่วยเหลือ ขณะหล่อนกำลังมองหาร่างที่คุ้นเคยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลิบ
“อย่าไปมุงแบบนั้นสิครับพี่เอริเขาลำบากใจนะ รีบถอยออกมาเถอะ” เวนิสรุ่นน้องหน้าหล่อผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ยากมีหญิงสาวคนไหนหลุดพ้นเดินเข้าไป
ด้วยออร่าผู้ลาภมากดีทำให้ทุกคนต่างลุมล้อมหญิงสาวยอมเปิดทางให้โดยดี
“เกือบลืมไปน้องเอริไม่ค่อยชอบให้คนอื่นมาแตะ น่าเสียดายจัง”
“พี่ขอโทษ พี่ลืมตัวไปหน่อย”
“พี่เองก็ขอโทษเหมือนกันเผลอตัวไปนิด หวังว่าจะไม่โกรธกันนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่เป็ไร หนูไม่ได้ลำบากใจเลยแม้แต่น้อยออกจะตรงกันข้ามต่างหาก” เอริยิ้มหวานปลดปล่อยเสน่ห์ตัวเองออกมาเต็มที่ไม่มีกักเก็บ
เล่นทำเอาหลายต่อหลายคนนอกจากหลงเสน่ห์ยังรู้สึกผิดไม่น้อยที่เข้าไปรุมล้อมหล่อนทั้งที่หล่อนไม่ค่อยชอบให้ใครหน้าไหนเข้ามาแตะเนื้อต้องตัว
ความรู้สึกละอายใจเริ่มก่อเกิดขึ้นในจิตใจพวกเขา
“รีบถอยห่างไปอีก” เวนิสเข้ามายืนกั้นกลางระหว่างพวกเขากับหล่อน
ทำตัวเสมือนกับองค์รักษ์พิทักษ์นาย
“...” หลายคนหันมามองหน้ากันเองยังคงมีลังเลให้เห็น
เนื่องจากผู้คนบางคนมีจุดประสงค์เดียวกับเวนิสรุ่นน้องชายหนุ่มนั้นก็คือคิดประทับตัวเองเข้าไปในจิตใจหญิงสาวหวังให้หล่อนจดจำเอาไว้ตลอด
“ผู้หญิงเข้ามาใกล้ได้ส่วนไอ้พวกผู้ชายถอยห่างออกไปให้หมด เว้นระยะห้าก้าวเป็ขั้นต่ำ” หนึ่งตัวช่วยเข้ามาช่วยเหลือเปิดทางให้อีกหนึ่งเข้ามาช่วยเหลือต่อ
ถัดจากชายหล่อเหลาก็เป็หญิงสาวตัวน้อยน่ารักเดินเข้ามา
“ห้าก้าว บ้าไปแล้ว”
“ยัยนุชมากเกินไปรึเปล่า?” ห้าก้าวขั้นต่ำกะไม่ให้พวกผู้ชายเข้าใกล้นางฟ้าของตนเลยเหรอนุชเหลือบไปแสยะยิ้มก่อนโยนไม้ต่อให้กับพลอย
ในเมื่อหล่อนดูไม่มีอำนาจก็แค่ให้คนอื่นสั่งการก็สิ้นเื่
“ฉันแค่ทำตามที่พี่พลอยเคยทำเอาไว้นะ”
พลอยเอาเข้าใจถึงจุดประสงค์เริ่มยินยอมทำตาม
“รบกวนด้วยค่ะ”เ้าตัวออกปากด้วยตัวเอง
หากไม่ทำตามคงไม่ได้
“ก็ได้ ก็ได้”
พวกรุ่นพี่ต่างถอยออกห่างโดยดีไม่คิดเข้าใกล้เกินไปสถานการณ์เริ่มกลับคืนสู่ความปกติไม่วุ่นวายเหมือนกับก่อนหน้านี้
...เกินไป เกินไปแล้ว
“เป็แบบประจำเลย”เอริถอนหายใจหากบนหน้ายังปรากฏรอยยิ้มรอยยิ้มเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังด้านบวกคอยหล่อเลี้ยงชีวิตชายหนุ่มอย่างเวนิส
เขาจ้องมองจนลืมตัว
...สวยมาก
“ดูลำบากนะครับ”เวนิสหัวเราะปิดปากเล็กน้อย
“พี่ชินน่ะ สบายมาก”
“ขอบคุณนะถ้าเวนิสไม่ช่วยพี่เอาไว้ พี่คงแย่แน่” เอริก้มหัวขอบคุณเล็กน้อย หากไม่ได้รุ่นน้องหนุ่มตรงหน้าอาจทำให้การเข้าห้องมาครั้งนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก
สีหน้าเขาแดงก่ำรีบโบกมือปฏิเสธ
“ไม่เป็ไรครับ ไม่เป็ไรผมเต็มใจ”
“นายเนี่ย เป็คนดีจัง” เอริหัวเราะ
“...” นุชเห็นเวนิสเขินอายจนนิ่งไปเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นในจิตใจก่อนย้ายสายตาไปมองเรือนร่างหญิงสาวผู้มากไปด้วยเสน่ห์อย่างเอริ
สถานการณ์กลับมาเป็ปกติพลอยก้าวเท้าเดินเข้ามาพร้อมกับเปิดปากถาม
“เอริ น้องเกือบมาไม่ทันแล้วนะเป็อะไรไปรึเปล่าวันนี้ถึงได้มาสาย น้องบอกพี่มาได้นะ” เนื่องจากระยะเวลาที่เอริเข้ามาทำงานปกติมันต้องเร็วกว่านี้เกือบครึ่งชั่วโมงวันนี้มาแปลกเข้างานเกือบตรงเวลาพอดีต้องมีบางสิ่งอย่างเกิดขึ้น
เวนิสเอง้าเอ่ยปากถามประเด็นเดียวกัน
“บอกผมมาได้นะหากมีใครกล้าเข้ามายุ่งกับพี่ ผมจะจัดการให้” ท่าทีหนักแน่นเป็พิเศษไม่ว่าใครเห็นล้วนต้องหลงใหลโดยเฉพาะกับหญิงสาวโสดทั้งหลาย
ดวงตากลายเป็รูปหัวใจเต็มไปหมด
...หล่อ แถมยังเท่อีกต่างหาก
“ฉันอยากโดนพูดแบบนั้นใส่บางจัง”หญิงสาวบางคนหลุดออกมา
“ไม่เป็ไรค่ะ” เอริยิ้มส่ายหน้าบอกปัดไป
“หนูแค่แวะไปเข้าห้องน้ำมาค่ะ”
น้ำเสียงเป็กันเองมาตลอดกดต่ำลงจนเกือบถึงขีดสุด
“แล้วพี่มากับพี่เวียร์ได้ยังไงครับ”หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็ดวงดาวของบริษัทก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับดวงดาวอีกดวงหนึ่งหากแต่ชื่อเสียงอีกฝ่ายกับไปทิศทางที่เลวร้ายเป็ที่สุด
ช่างเป็องค์ประกอบที่แตกต่างกันสุดขั้วไม่รู้ว่าทำไมถึงได้โผล่หน้าเข้ามาพร้อมกัน
...ไม่ใช่ว่าทราเวียร์มันไปทำอะไรกับพี่เอรินะ
“...” คิดได้แววตาเริ่มดำมืด
“...พี่เองอยากรู้เหมือนกัน”พลอยอยากเห็นอยากเห็น เหลือบมองทราเวียร์เล็กน้อย เป็อันว่าหล่อนกับเวนิสต่างครุ่นคิดไปในทำนองเดียวกัน
ช่างเป็การมองโลกในแง่ร้ายมากอาจเข้าขั้นทึกทักเองไปเลยด้วยซ้ำ
“ไม่มีอะไรมากเป็พิเศษให้เล่าหรอกนะคะ”
“เล่าเถอะ พี่อยากฟัง”พลอยยังยุให้หญิงสาวเล่าเื่ ยิ่งได้เห็นว่าเอริกำลังบ่ายเบี่ยงไม่้าเล่าหล่อนยิ่ง้าให้สาวน้อยตรงหน้าเปิดปากบอก
จากพฤติกรรมหล่อนแสดงออกมาไม่อยากเล่าทำให้ความคิดที่ว่าทราเวียร์อาจไปทำอะไรเข้า น่าเชื่อถือมากขึ้นและเพื่อพิสูจน์
พวกเขาจำต้องกล่อมให้เอริเล่าออกมา
...หากมันกล้าทำพี่เอริฉันจะฆ่ามัน / น้องเอริ น้องไม่ต้องกลัว พี่จะปกป้องน้องเอง หากมันคิดทำอะไรกับน้อง
“…”สายตาเวนิสกับพลอยกำลังคาดคั้นบีบบังคับให้เล่า ไม่ใช่ขอความร่วมมือ หรือขอร้องแต่เป็การบีบบังคับด้วยสายตาและบรรยากาศโดยรอบ