เหมือนชุนจะเห็นกล้าสตั้นอยู่นาน หนุ่มหน้าสวยจึงยื่นมือมาสะกิดหัวไหล่ เพื่อเรียกสติ
“ เฮ้! เซย่าเป็นอะไร ทำไมถึงนิ่งแบบนั้น ”
“ เอ๊ะ! เอ่อ อ่า อ้อ ปะ…..เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร ” กล้ารีบปฏิเสธทันที แต่ชุนก็ยังสงสัย ทว่าเขาเป็นคนที่มีมารยาท เลยไม่ได้คาดคั้นอะไรเพิ่ม เพียงกล่าวในประเด็นที่จำเป็น
“ เซนต์ดราก้อนจากโกโรโฮคือ “ชิริว” แล้วเขาก็มาร่วมงานประลองนี้ด้วยนะ ”
“ อื้อ ชะ…..ชั้นรู้แล้ว ว่าแต่ อ่า เอ่อ ” กล้าติดอ่าง ในใจอยากจะถามเต็มทีว่าดราก้อนเซนต์ในตำนาน เจ้าของวลีเด็ด “โล่ที่แข็งแกร่งสุด” อยู่ที่ไหน ซึ่งชุนเองก็เดาออก เลยตอบพร้อมรอยยิ้ม
“ ก็ดีแล้วที่รู้ เพราะเท่าที่จำได้ รู้สึกว่านายกับชิริวจะสนิทกันมาก และตอนนี้ เขาก็อยู่ตรงนั้น ” ทันทีที่พูดจบ หนุ่มหน้าสวยก็ชี้ไปที่ท้ายห้อง และพอกล้ามองตาม ก็พบกับเด็กหนุ่มร่างสันทัดคนนึงที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ในมุมมืด
ชิริวเองก็รู้เหมือนกันว่าตัวเองถูกพูดถึง จึงก้าวออกจากเงา ทำให้เห็นรูปโฉมแบบเต็มสองตาจนกล้ารู้สึกช็อกไปเลยทีเดียว
“ โอ้ ว้าว ทั้งใบหน้ายาว ดวงตาเรียวที่ดูนิ่ง จมูกโด่งเป็นสัน และผมยาวสลวยสีดำถึงกลางหลัง มันถอดแบบมาจากอนิมะชัดๆ แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ….ดราก้อนครอธที่เขาสวมใส่ ”
เหตุที่กล้าตะลึง ก็เพราะ “ดราก้อนครอธ” เป็นเกราะสีเขียวสวยเฉี่ยวที่ส่องประกายแวววาวอยู่ตลอด โดยเฉพาะโล่ทรงกลมเล็กๆที่ติดกับแขนซ้าย ดูจะเป็นจุดสนใจมากกว่าที่อื่น
“ อืม นั่นน่ะเหรอ โล่ในตำนานที่เป็นมีมให้เขาล้อกันทั่วบ้านทั่วเมือง ”
แต่กล้าชื่นชมได้ไม่นาน ก็ได้สติ เนื่องจากชิริวได้ก้าวเข้าทักทายด้วยเสียงที่ค่อนข้างเย็น ทว่าก็แฝงความเป็นมิตร
“ ไง เซย่า ไม่เจอกันตั้งนาน สบายดีมั้ย ”
แน่นอนว่านั่นย่อมทำให้กล้าซาบซึ้งยิ่งกว่าเดิม คราวนี้ถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว
“ อ้า ชิริวช่างแสนดีจริงๆ ทั้งสมาร์ท และอ่อนโยน แถมเต็มไปด้วยอัธยาศัยไมตรีอีกต่างหาก สมกับเป็นไอดอลคนหนึ่งในวัยเด็ก ”
ฝ่ายชิริวเองก็ตื่นตระหนกเช่นกัน เพราะถ้านับตามมาตรฐานของเซย่าเมื่อห้าปีก่อน เขาน่าจะยิ้มทักทายเสียงดัง หรือไม่ก็ตรงเข้ามาจับมือแน่นๆเหมือนอย่างเคย แต่คราวนี้กลับยืนทำซึ้ง ประมาณว่าพร้อมจะน้ำตาแตกได้ทุกเมื่อ
“ เอ๋ มาแปลกแฮะ ไม่เคยเห็นหมอนั่นทำท่าแบบนี้มาก่อน ”
แต่ก่อนที่ชิริวจะได้แสดงรีแอคชั่นใดๆออกมา กล้าก็โดดกอดไอดอลในดวงใจเต็มแรง พร้อมแหกปากเสียงดัง
“ โอ้ ชิริว ชิริว ชิริว ”
“ เฮ้ เฮ้ ใจเย็นก่อน เซย่า น้ำตานายเปื้อนชุดครอธไปหมดแล้ว น้ำมูกก็ด้วย อย่าไหลออกมานะ ” ชิริวพยายามผลักกล้าให้ถอยห่าง สีหน้าแสดงออกว่ารังเกียจ แต่ก็ห้ามไว้ไม่ได้ เนื่องจากพระเอกหนุ่มในเวลานี้กำลังเกิดอารมณ์คลั่งเข้าครอบงำ ไม่ต่างจากเด็กสาววัยรุ่นที่ได้พบ…..บอยแบนด์ในตำนาน
“ ฮะ ฮะ ฮะ มิตรภาพของพวกนายช่างดีจริงๆ ” ชุนแย้มยิ้ม ในใจปลาบปลื้มที่ได้เห็นน้ำมิตรของเพื่อนรัก (มั้งนะ) ตามประสาคนโลกสวย ส่วนคนอื่นๆขบขันกับท่าทางที่ชวนหัว ราวกับตลกคาเฟ่มาเปิดวงแสดงใกล้ๆ
แต่แล้ว บรรยากาศในห้องก็พลันเปลี่ยนไป เมื่อมีขวดน้ำอะลูมิเนียมขนาดย่อมปลิวมาใส่สองหน่อที่กำลังกอดรัดกัน ทว่าชิริวนั้นว่องไว จึงหลบได้ไม่ยาก ทำให้ของสิ่งนั้นพุ่งมากระแทกใบหน้าของกล้าที่เชื่องช้ากว่า
“ โอ้ก ”
ทุกคนหันไปมองบุคคลที่ขว้างขวดน้ำ จึงรู้ว่าเป็นจาบุ ที่ตอนนี้กำลังแสดงอารมณ์กราดเกรี้ยวผ่านใบหน้า ก่อนจะคำรามดังชนิดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
“ ศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ไม่ใช่งานรวมเพื่อนเก่า แต่เป็นเวทีที่ให้เด็กกำพร้าอย่างพวกเราได้ไต่เต้าสู่ความสำเร็จ ดังนั้นที่แห่งนี้ไม่มีเพื่อน ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง มีแต่ศัตรูที่พร้อมจะเข่นฆ่ากัน ”
คำพูดของจาบุล้วนทำให้เกิดความตึงเครียด สีหน้าท่าทางของทุกคนกลับมาจริงจัง ไม่เว้นแม้แต่ชุนผู้อ่อนโยน มีเพียงกล้าคนเดียวที่กุมใบหน้า พร้อมร้องโอดโอยอยู่เบาๆ
“ อู้ย เจ็บชะมัด ไม่เห็นต้องขว้างของเลย บอกกันดีๆก็ได้ ผมทำอะไรผิดเนี่ย ”
และในภาวะกดดันอยู่นั้นเอง คู่วิวาทของจาบุก็เริ่มโต้ตอบอย่างดุเดือด หมอนั่นคือ “บัน” เด็กหนุ่มร่างใหญ่ในชุดเกราะสีเพลิง
“ เฮ้ย เรื่องนั้น ข้ารู้อยู่แล้ว อย่าทำเด่นไปหน่อยเลยว่ะ เพราะคู่ต่อสู้ที่แกต้องประมือในนัดแรกก็คือ “ไลโอเน็ต บัน” ผู้นี้ ”
“ หึ หึ หึ ได้เลย “ยูนิคอร์น จาบุ” จะถีบแกให้ร้องเอ๋งเป็นหมาบ้านเลย ” จาบุหัวเราะเหี้ยมๆ ดวงตาที่มองบันเปล่งประกายแวววาว คล้ายพยัคฆ์ร้ายที่จ้องตะครุบเหยื่อ
ทุกคนดูเครียดขึ้ง และเพ่งมองไปยังคู่อาฆาต ที่กำลังจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย มีเพียงกล้าที่ยืนตีหน้าเหลอหลา เพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงในสถานการณ์แบบนี้
“ เหวอ ทำไมแต่ละคนถึงน่ากลัวจัง หนีกลับบ้านตอนนี้ทันมั้ย ”
แต่ก่อนที่คู่ชิงชัยจะได้ต่อยปากกันนอกเวที เสียงประกาศจากหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากลำโพงกะทัดรัดที่แขวนติดผนัง
“ บัดนี้ใกล้จะได้เวลาแข่งขันแล้ว ขอเชิญเซนต์ทุกท่านเข้าสู่สนามประลอง ”
“ เหอ เหอ เหอ ถึงซักที ช่วงเวลาที่เรารอคอย ” ไฮดร้า อิจิ แสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วก้มหน้าลงมาเลียกรงเล็บคมๆบนสนับมือ (ระวังบาดลิ้นนะครับ) ส่วนคนอื่นก็เริ่มขยับตาม ทำให้กล้าแตกตื่น ด้วยเขาเป็นผู้เดียวที่ยังไม่ได้ใส่ชุดครอธ
“ เฮ้ จะไปกันแล้วเหรอ ชั้นยังไม่ได้สวมชุดเลย ”
ทว่าไม่มีใครรั้งรอ เหล่าเซนต์รุ่นเยาว์จึงค่อยๆทยอยออกจากห้องไป มีเพียงชิริวที่พยักหน้าให้กล้านิดหน่อย กับชุนที่หันมาบอก
“ เซย่าก็รีบใส่ชุดครอธเพกาซัสล่ะ ชั้นกับชิริวจะไปรอนายในสนาม ”
“ ฮ้า ก็ได้ แล้วเจอกัน ” กล้ารับคำ ก่อนจะหันไปรอบๆ เพื่อหาชุดครอธของตนเอง แต่ละสายตาไปแวบเดียว ในห้องก็เหลือเพียงเขา
“ อ้าว ไปกันแล้วเหรอ ”
…………………………
ด้วยความที่กล้าเป็นเนิร์ดของการ์ตูนเรื่องนี้ เลยทำให้เขาลองแกะครอธเพกาซัสเข้าออกเป็นประจำ จึงสวมใส่มันอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่พระเอกหนุ่มได้ทำในเวลาต่อมาก็คือ “รับวิ่งไปที่สนาประลอง”
การตามหาที่หมายนั้นดูไม่ยากอย่างที่คิด เนื่องจากพอออกจากห้องแต่งตัว กล้าก็เห็นป้ายชี้ทางตามจุดต่างๆ ไม่นานก็ถึงสนามแข่งขัน ทว่าในจังหวะที่เท้าขวากำลังก้าวพ้นอุโมงค์ไปสู่ลานกว้างด้านนอก ก็มีบางสิ่งถาโถมเข้ามาจู่โจม
“ เฮ………..”
เสียงเฮจากฝูงชนที่ดังยาวตรงเข้ามากระแทกจิตใจ ทำให้กล้าแทบชาดิกไปทั้งตัว นี่ยังไม่รวมสภาพสนามประลองเบื้องหน้า ที่เป็นลานกว้างทรงกลมมีอัฒจันทร์ล้อมรอบ แต่ละด้านสูงขึ้นไปหลายชั้น อันรองรับคนได้ห้าหมื่นชีวิต ตรงกลางประกอบไปด้วยเวทีมวยรูปหกเหลี่ยมที่มีโซ่เหล็กขึงกั้นแทนเชือกอย่างที่ควรจะเป็น
“ โห นี่มันถอดแบบมาจากในการ์ตูนเปี๊ยบ ดูยิ่งใหญ่ชะมัด ” ทว่ากล้าอึ้งได้ไม่นาน ก็พบบางจุดที่แตกต่างจากอนิเมะหรือมังงะ นั่นก็คือ…….นี่มันสเตเดี่ยมแบบเปิดนี่หว่า
และด้วยความที่เป็นสถานที่เปิดโล่ง จึงทำให้แสงอาทิตย์ยามเที่ยงส่องมาถึงกายของเด็กหนุ่มและฝูงชนกว่าครึ่งแสน ทว่าไม่มีใครย่อท้อต่อความร้อนระอุนั้น เพราะอีกไม่กี่นาน พวกเขาจะได้พบกับการต่อสู้ที่เข้าขั้นเหนือมนุษย์ ซึ่งไม่เคยมีการถ่ายทอดที่ไหนมาก่อน
“ โอ้ พวกเขาจะประลองกันแบบไหนนะ จะถึงขั้นแหวกฟ้า ทลายดินอย่างที่โฆษณาi7เปล่า ”
“ จะมีเบ่งพลัง ยิงแสง เหาะเหินเดินอากาศแบบการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอลมั้ย ”
“ แล้วถ้าดุเดือดขนาดนั้น จะมีคนตายหรือไม่ ”
และนี่คือสารพันความคิดจากเหล่าผู้ชม ซึ่งแฝงอยู่ในเสียงเฮที่ดังกังวาน คาดว่ามันน่าจะซึมซับเข้าไปในหัวใจของเหล่าเด็กหนุ่ม เพราะท่าทางของพวกเขาดู “ฮึกเหิม” มาก
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ชั้นต้องเป็นแชมป์ ” เงกิหัวเราะร่า ขณะที่หมาป่าเดียวดายอย่างนาจิก็อดไม่ได้ที่จะโต้แย้ง
“ ตำแหน่งนั้นไม่เหมาะกับยักษ์ใหญ่ไร้สมองอย่างนายหรอก ”
“ เฮ้ย แกว่าไงนะ ไอ้นาจิ ” เงกิหันมาตวาด แต่นาจิกลับกอดอก ท่าทีไม่รู้ร้อน
“ แกได้ยินว่ายังไง ก็แบบนั้นแหละ ”
“ ฮึ่ม ฝากไว้ก่อนเถอะ รอดมาให้ชั้นขย้ำบนเวทีให้ได้ล่ะ ” เงกิกระแทกเสียงกร้าว อันเป็นการจองเวรอย่างชัดเจน และนั่นก็ทำให้กล้าเริ่มคิด
“ เอ ชั้นเป็นคู่ประลองของเงกินี่นา ทำไมหมอนั่นไม่สนเราเลย เอาแต่ขู่นาจิอยู่นั่นแหละ ทั้งที่ดูตามไทม์ไลน์ในการ์ตูน หมอนั่นไม่ได้หลุดเข้ามาเจออย่างแน่นอน เพราะต้องแพ้อิกคิจนตกรอบไปก่อน ” ทว่ากล้าฟุ้งซ่านได้อึดใจ ในสนามก็เกิดความเปลี่ยนแปลง อันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตื่นตระหนกจนตัวชาไปทั้งแถบ หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ ครืด……….”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
