เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 53 จากอ้อมกอด…สู่เสียงเฮ

            เหมือนชุนจะเห็นกล้าสตั้นอยู่นาน  หนุ่มหน้าสวยจึงยื่นมือมาสะกิดหัวไหล่  เพื่อเรียกสติ 


    “ เฮ้!  เซย่าเป็นอะไร  ทำไมถึงนิ่งแบบนั้น ” 


    “ เอ๊ะ!  เอ่อ  อ่า  อ้อ  ปะ…..เปล่า  ไม่ได้เป็นอะไร ” กล้ารีบปฏิเสธทันที  แต่ชุนก็ยังสงสัย  ทว่าเขาเป็นคนที่มีมารยาท  เลยไม่ได้คาดคั้นอะไรเพิ่ม  เพียงกล่าวในประเด็นที่จำเป็น   


    “ เซนต์ดราก้อนจากโกโรโฮคือ “ชิริว” แล้วเขาก็มาร่วมงานประลองนี้ด้วยนะ ”  


    “ อื้อ  ชะ…..ชั้นรู้แล้ว  ว่าแต่  อ่า  เอ่อ ” กล้าติดอ่าง  ในใจอยากจะถามเต็มทีว่าดราก้อนเซนต์ในตำนาน  เจ้าของวลีเด็ด “โล่ที่แข็งแกร่งสุด” อยู่ที่ไหน  ซึ่งชุนเองก็เดาออก  เลยตอบพร้อมรอยยิ้ม 


    “ ก็ดีแล้วที่รู้  เพราะเท่าที่จำได้  รู้สึกว่านายกับชิริวจะสนิทกันมาก  และตอนนี้  เขาก็อยู่ตรงนั้น ” ทันทีที่พูดจบ  หนุ่มหน้าสวยก็ชี้ไปที่ท้ายห้อง  และพอกล้ามองตาม  ก็พบกับเด็กหนุ่มร่างสันทัดคนนึงที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ในมุมมืด


     

              ชิริวเองก็รู้เหมือนกันว่าตัวเองถูกพูดถึง  จึงก้าวออกจากเงา  ทำให้เห็นรูปโฉมแบบเต็มสองตาจนกล้ารู้สึกช็อกไปเลยทีเดียว 


    “ โอ้  ว้าว  ทั้งใบหน้ายาว  ดวงตาเรียวที่ดูนิ่ง  จมูกโด่งเป็นสัน  และผมยาวสลวยสีดำถึงกลางหลัง  มันถอดแบบมาจากอนิมะชัดๆ  แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ….ดราก้อนครอธที่เขาสวมใส่ ”


     

             เหตุที่กล้าตะลึง  ก็เพราะ “ดราก้อนครอธ” เป็นเกราะสีเขียวสวยเฉี่ยวที่ส่องประกายแวววาวอยู่ตลอด  โดยเฉพาะโล่ทรงกลมเล็กๆที่ติดกับแขนซ้าย  ดูจะเป็นจุดสนใจมากกว่าที่อื่น 


    “ อืม  นั่นน่ะเหรอ  โล่ในตำนานที่เป็นมีมให้เขาล้อกันทั่วบ้านทั่วเมือง ”


     

              แต่กล้าชื่นชมได้ไม่นาน  ก็ได้สติ  เนื่องจากชิริวได้ก้าวเข้าทักทายด้วยเสียงที่ค่อนข้างเย็น  ทว่าก็แฝงความเป็นมิตร


    “ ไง  เซย่า  ไม่เจอกันตั้งนาน  สบายดีมั้ย ”


     

               แน่นอนว่านั่นย่อมทำให้กล้าซาบซึ้งยิ่งกว่าเดิม  คราวนี้ถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว 


    “ อ้า  ชิริวช่างแสนดีจริงๆ  ทั้งสมาร์ท  และอ่อนโยน  แถมเต็มไปด้วยอัธยาศัยไมตรีอีกต่างหาก  สมกับเป็นไอดอลคนหนึ่งในวัยเด็ก ”


     

              ฝ่ายชิริวเองก็ตื่นตระหนกเช่นกัน  เพราะถ้านับตามมาตรฐานของเซย่าเมื่อห้าปีก่อน  เขาน่าจะยิ้มทักทายเสียงดัง  หรือไม่ก็ตรงเข้ามาจับมือแน่นๆเหมือนอย่างเคย  แต่คราวนี้กลับยืนทำซึ้ง ประมาณว่าพร้อมจะน้ำตาแตกได้ทุกเมื่อ 


    “ เอ๋  มาแปลกแฮะ  ไม่เคยเห็นหมอนั่นทำท่าแบบนี้มาก่อน ”


     

                แต่ก่อนที่ชิริวจะได้แสดงรีแอคชั่นใดๆออกมา  กล้าก็โดดกอดไอดอลในดวงใจเต็มแรง  พร้อมแหกปากเสียงดัง 


    “ โอ้  ชิริว  ชิริว  ชิริว ” 


    “ เฮ้  เฮ้  ใจเย็นก่อน  เซย่า  น้ำตานายเปื้อนชุดครอธไปหมดแล้ว  น้ำมูกก็ด้วย  อย่าไหลออกมานะ ” ชิริวพยายามผลักกล้าให้ถอยห่าง  สีหน้าแสดงออกว่ารังเกียจ  แต่ก็ห้ามไว้ไม่ได้  เนื่องจากพระเอกหนุ่มในเวลานี้กำลังเกิดอารมณ์คลั่งเข้าครอบงำ  ไม่ต่างจากเด็กสาววัยรุ่นที่ได้พบ…..บอยแบนด์ในตำนาน 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  มิตรภาพของพวกนายช่างดีจริงๆ ” ชุนแย้มยิ้ม  ในใจปลาบปลื้มที่ได้เห็นน้ำมิตรของเพื่อนรัก (มั้งนะ) ตามประสาคนโลกสวย  ส่วนคนอื่นๆขบขันกับท่าทางที่ชวนหัว  ราวกับตลกคาเฟ่มาเปิดวงแสดงใกล้ๆ


     

               แต่แล้ว  บรรยากาศในห้องก็พลันเปลี่ยนไป  เมื่อมีขวดน้ำอะลูมิเนียมขนาดย่อมปลิวมาใส่สองหน่อที่กำลังกอดรัดกัน  ทว่าชิริวนั้นว่องไว  จึงหลบได้ไม่ยาก  ทำให้ของสิ่งนั้นพุ่งมากระแทกใบหน้าของกล้าที่เชื่องช้ากว่า 


    “ โอ้ก ”


     

               ทุกคนหันไปมองบุคคลที่ขว้างขวดน้ำ  จึงรู้ว่าเป็นจาบุ  ที่ตอนนี้กำลังแสดงอารมณ์กราดเกรี้ยวผ่านใบหน้า  ก่อนจะคำรามดังชนิดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม 


    “ ศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ไม่ใช่งานรวมเพื่อนเก่า  แต่เป็นเวทีที่ให้เด็กกำพร้าอย่างพวกเราได้ไต่เต้าสู่ความสำเร็จ  ดังนั้นที่แห่งนี้ไม่มีเพื่อน  ไม่มีพี่  ไม่มีน้อง  มีแต่ศัตรูที่พร้อมจะเข่นฆ่ากัน ”


     

              คำพูดของจาบุล้วนทำให้เกิดความตึงเครียด  สีหน้าท่าทางของทุกคนกลับมาจริงจัง  ไม่เว้นแม้แต่ชุนผู้อ่อนโยน  มีเพียงกล้าคนเดียวที่กุมใบหน้า  พร้อมร้องโอดโอยอยู่เบาๆ 


    “ อู้ย  เจ็บชะมัด  ไม่เห็นต้องขว้างของเลย  บอกกันดีๆก็ได้  ผมทำอะไรผิดเนี่ย ”


     

                 และในภาวะกดดันอยู่นั้นเอง  คู่วิวาทของจาบุก็เริ่มโต้ตอบอย่างดุเดือด  หมอนั่นคือ “บัน” เด็กหนุ่มร่างใหญ่ในชุดเกราะสีเพลิง 


    “ เฮ้ย  เรื่องนั้น  ข้ารู้อยู่แล้ว  อย่าทำเด่นไปหน่อยเลยว่ะ  เพราะคู่ต่อสู้ที่แกต้องประมือในนัดแรกก็คือ “ไลโอเน็ต บัน” ผู้นี้ ” 


    “ หึ  หึ  หึ  ได้เลย “ยูนิคอร์น จาบุ” จะถีบแกให้ร้องเอ๋งเป็นหมาบ้านเลย ” จาบุหัวเราะเหี้ยมๆ  ดวงตาที่มองบันเปล่งประกายแวววาว  คล้ายพยัคฆ์ร้ายที่จ้องตะครุบเหยื่อ


     

              ทุกคนดูเครียดขึ้ง  และเพ่งมองไปยังคู่อาฆาต ที่กำลังจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย  มีเพียงกล้าที่ยืนตีหน้าเหลอหลา  เพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงในสถานการณ์แบบนี้ 


    “ เหวอ  ทำไมแต่ละคนถึงน่ากลัวจัง  หนีกลับบ้านตอนนี้ทันมั้ย ”


     

              แต่ก่อนที่คู่ชิงชัยจะได้ต่อยปากกันนอกเวที  เสียงประกาศจากหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากลำโพงกะทัดรัดที่แขวนติดผนัง 


    “ บัดนี้ใกล้จะได้เวลาแข่งขันแล้ว  ขอเชิญเซนต์ทุกท่านเข้าสู่สนามประลอง ” 


    “ เหอ  เหอ  เหอ  ถึงซักที  ช่วงเวลาที่เรารอคอย ” ไฮดร้า อิจิ  แสยะยิ้มชั่วร้าย  ก่อนจะลุกขึ้นยืน  แล้วก้มหน้าลงมาเลียกรงเล็บคมๆบนสนับมือ (ระวังบาดลิ้นนะครับ)  ส่วนคนอื่นก็เริ่มขยับตาม  ทำให้กล้าแตกตื่น  ด้วยเขาเป็นผู้เดียวที่ยังไม่ได้ใส่ชุดครอธ 


    “ เฮ้  จะไปกันแล้วเหรอ  ชั้นยังไม่ได้สวมชุดเลย ”


     

              ทว่าไม่มีใครรั้งรอ  เหล่าเซนต์รุ่นเยาว์จึงค่อยๆทยอยออกจากห้องไป  มีเพียงชิริวที่พยักหน้าให้กล้านิดหน่อย  กับชุนที่หันมาบอก 


    “ เซย่าก็รีบใส่ชุดครอธเพกาซัสล่ะ  ชั้นกับชิริวจะไปรอนายในสนาม ” 


    “ ฮ้า  ก็ได้  แล้วเจอกัน ” กล้ารับคำ  ก่อนจะหันไปรอบๆ  เพื่อหาชุดครอธของตนเอง  แต่ละสายตาไปแวบเดียว  ในห้องก็เหลือเพียงเขา 


    “ อ้าว  ไปกันแล้วเหรอ ” 


    …………………………


               ด้วยความที่กล้าเป็นเนิร์ดของการ์ตูนเรื่องนี้  เลยทำให้เขาลองแกะครอธเพกาซัสเข้าออกเป็นประจำ จึงสวมใส่มันอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่พระเอกหนุ่มได้ทำในเวลาต่อมาก็คือ “รับวิ่งไปที่สนาประลอง”


      

               การตามหาที่หมายนั้นดูไม่ยากอย่างที่คิด  เนื่องจากพอออกจากห้องแต่งตัว  กล้าก็เห็นป้ายชี้ทางตามจุดต่างๆ  ไม่นานก็ถึงสนามแข่งขัน  ทว่าในจังหวะที่เท้าขวากำลังก้าวพ้นอุโมงค์ไปสู่ลานกว้างด้านนอก  ก็มีบางสิ่งถาโถมเข้ามาจู่โจม 


    “ เฮ………..”


     

               เสียงเฮจากฝูงชนที่ดังยาวตรงเข้ามากระแทกจิตใจ  ทำให้กล้าแทบชาดิกไปทั้งตัว  นี่ยังไม่รวมสภาพสนามประลองเบื้องหน้า  ที่เป็นลานกว้างทรงกลมมีอัฒจันทร์ล้อมรอบ  แต่ละด้านสูงขึ้นไปหลายชั้น  อันรองรับคนได้ห้าหมื่นชีวิต  ตรงกลางประกอบไปด้วยเวทีมวยรูปหกเหลี่ยมที่มีโซ่เหล็กขึงกั้นแทนเชือกอย่างที่ควรจะเป็น 


    “ โห  นี่มันถอดแบบมาจากในการ์ตูนเปี๊ยบ  ดูยิ่งใหญ่ชะมัด ” ทว่ากล้าอึ้งได้ไม่นาน  ก็พบบางจุดที่แตกต่างจากอนิเมะหรือมังงะ  นั่นก็คือ…….นี่มันสเตเดี่ยมแบบเปิดนี่หว่า


     

              และด้วยความที่เป็นสถานที่เปิดโล่ง  จึงทำให้แสงอาทิตย์ยามเที่ยงส่องมาถึงกายของเด็กหนุ่มและฝูงชนกว่าครึ่งแสน  ทว่าไม่มีใครย่อท้อต่อความร้อนระอุนั้น  เพราะอีกไม่กี่นาน  พวกเขาจะได้พบกับการต่อสู้ที่เข้าขั้นเหนือมนุษย์  ซึ่งไม่เคยมีการถ่ายทอดที่ไหนมาก่อน 


    “ โอ้  พวกเขาจะประลองกันแบบไหนนะ  จะถึงขั้นแหวกฟ้า  ทลายดินอย่างที่โฆษณาi7เปล่า ” 


    “ จะมีเบ่งพลัง  ยิงแสง  เหาะเหินเดินอากาศแบบการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอลมั้ย ” 


    “ แล้วถ้าดุเดือดขนาดนั้น  จะมีคนตายหรือไม่ ”


     

                และนี่คือสารพันความคิดจากเหล่าผู้ชม  ซึ่งแฝงอยู่ในเสียงเฮที่ดังกังวาน  คาดว่ามันน่าจะซึมซับเข้าไปในหัวใจของเหล่าเด็กหนุ่ม  เพราะท่าทางของพวกเขาดู “ฮึกเหิม” มาก 


    “ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า  ชั้นต้องเป็นแชมป์ ” เงกิหัวเราะร่า  ขณะที่หมาป่าเดียวดายอย่างนาจิก็อดไม่ได้ที่จะโต้แย้ง 


    “ ตำแหน่งนั้นไม่เหมาะกับยักษ์ใหญ่ไร้สมองอย่างนายหรอก ” 


    “ เฮ้ย  แกว่าไงนะ  ไอ้นาจิ ” เงกิหันมาตวาด  แต่นาจิกลับกอดอก  ท่าทีไม่รู้ร้อน 


    “ แกได้ยินว่ายังไง  ก็แบบนั้นแหละ ” 


    “ ฮึ่ม  ฝากไว้ก่อนเถอะ  รอดมาให้ชั้นขย้ำบนเวทีให้ได้ล่ะ ” เงกิกระแทกเสียงกร้าว  อันเป็นการจองเวรอย่างชัดเจน  และนั่นก็ทำให้กล้าเริ่มคิด 


    “ เอ  ชั้นเป็นคู่ประลองของเงกินี่นา  ทำไมหมอนั่นไม่สนเราเลย  เอาแต่ขู่นาจิอยู่นั่นแหละ  ทั้งที่ดูตามไทม์ไลน์ในการ์ตูน  หมอนั่นไม่ได้หลุดเข้ามาเจออย่างแน่นอน  เพราะต้องแพ้อิกคิจนตกรอบไปก่อน ” ทว่ากล้าฟุ้งซ่านได้อึดใจ  ในสนามก็เกิดความเปลี่ยนแปลง อันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตื่นตระหนกจนตัวชาไปทั้งแถบ  หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม


    “ ครืด……….” 



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน