หลินเว่ยเว่ยออกมาส่งกงสือด้วยความรู้สึกหลากหลาย นางไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับเขา กงสือช่วยเหลือหลินเว่ยเว่ยมากมายในเนื้อเรื่อง นางก็พึ่งพบเจอมันกับตัวเอง ถ้าเขาไม่มาช่วยตอนนั้น โอกาสที่จะสำเร็จของพวกนางก็น้อยลงกว่าเดิม
นางกำลังเห็นแก่ตัวอยู่ นางไปพบเขาเพราะรู้ว่ากงสือต้องช่วยเหลือหลินเว่ยเว่ยอย่างแน่นอน แม้นางอยากจะดีกับเขาให้มากขึ้น แต่นางก็รู้แล้วว่า หลินเว่ยเว่ยคนเก่าทำถูกต้องแล้ว
หลินเว่ยเว่ยไม่ให้โอกาสแม้กระทั่งให้เขาเป็นสหาย นางเคยคิดว่าหลินเว่ยเว่ยคนเก่าทำเกินไป
แต่เมื่อมองสายตาของกงสือ ตอนนี้นางเริ่มเข้าใจ
“ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านอย่างไรดี” หญิงสาวกล่าวอย่างเกรงใจ
“ระหว่างข้ากับเจ้า ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ” กงสือพูดหนักแน่น
หลินเว่ยเว่ยขำออกมา “เมื่อไรจะเลิกพูดประโยคนั้นเสียที”
“ก็ข้าไม่อยากให้เจ้าเกรงใจข้า เราต่างก็เติบโตมาด้วยกัน” กงสือยังคงยืนยันเช่นเดิม
หลินเว่ยเว่ยหลับตาลง เมื่อกงสือขึ้นรถม้าไปแล้ว นางทรุดตัวลงช้า ๆ หลินเว่ยเว่ยแม้จะเย็นชา และร้ายกาจ แต่นางก็ใส่ใจคนรอบข้าง
วันนี้เป็นวันเกิดของบุตรชายคนกลางของเขา มันเป็นวันเกิดที่สำคัญ เพราะครบรอบ 10 ขวบปีพอดี เด็กคนนั้นอ่อนแอ และไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน
ในวันครบรอบวันเกิดของเขา บิดาก็ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า และถ้ากลับบ้านตอนนี้เขาจะถึงบ้านยามเซิน (15:00-16:59) ซึ่งตอนนั้นงานเลี้ยงฉลองก็คงเลิกไปแล้ว
หลินเว่ยเว่ยไม่ได้ฝากของขวัญไปให้เด็กชาย เพราะเขาคงมอบมันให้บุตรชาย และบอกว่ามันสำคัญอย่างไร ถึงตอนนั้นถ้ามารดาไม่ได้บอกไปเสียก่อน เขาก็คงรู้ว่าบิดามาที่นี่
นางรู้สึกผิดเหลือเกิน ถ้านางไม่บอกแผนการเขาไป แค่ให้เขารอจัดการหนังสือโฉนดที่ดิน แต่นางกลับบอกเพราะต้องการให้เขาคอยช่วยเหลือ
นางช่างเห็นแก่ตัวจริง ๆ
…
หิมะแรกเริ่มตกมาแล้ว ในป่าที่ห่างไกลหมู่บ้าน หลินซานสวมเสื้อผ้าที่หนา เขายังสวมถุงมือที่พี่ใหญ่เย็บให้ เห็นหิมะอย่างสนุกสนาน หลินฮวาก็เล่นด้วย นางเล่นอย่างสงวนท่าที แต่ดูก็รู้ว่านางคงสนุกมาก หลินเว่ยเว่ยมองเด็ก ๆ ผ่านช่องหน้าต่าง
หิมะขาวโพลนปกคลุมไปทั้งป่า หลังคาบ้านสามยังคงรับมันไหม ความจริงนางไม่อยากสร้างบ้านใหม่ เพราะเดี๋ยวก็ไปจากที่นี่ แต่หลังจากหิมะละลายนางจะสร้างบ้านใหม่เพื่อว่าเด็กต้องการอยู่ที่นี่ต่อ
แม้ตอนนี้หลินซานจะออกไปข้างนอกได้แล้ว ไม่ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้าน แต่เขาก็ต้องดูเหมือนคนป่วยตลอดเวลา
เขาไม่ได้รู้สึกเศร้าใจอันใด เพราะอย่างไรก็ไม่มีใครอยากจะเล่นกับเขาอยู่แล้ว เพราะบิดามารดาเสียไป บ้านใหญ่ก็ปล่อยทิ้ง
เขาสนุกกับการเรียนหนังสือกับป้ารอง และพี่ใหญ่มากกว่าการได้ออกไปวิ่งเล่นเสียอีก
เด็กชายเคยบอกให้ป้ารองของตนไปเป็นนักกวี เพราะนางเล่าเรื่องได้เก่ง และน่าสนใจ ทั้งเรื่องราวที่นางเล่าไม่เคยจบสวยงาม มันมักให้บทเรียนชีวิตที่สำคัญเสมอ
ขณะที่กำลังมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง หญิงสาวก็รู้สึกแปลก ๆ มีบางอย่างกระตุกอยู่ในท้องของนาง สัมผัสมันบางเบาเหมือนเล่นน้ำแล้วมีปลามาตอดที่ขา
หลินเว่ยเว่ยพยายามจับที่หน้าท้องของตัวเองอีกครั้ง แค่คราวนี้เขาไม่ได้ขยับอีก นางนั่งนิ่งไปสักพัก
มีเด็กกำลังเติบโตในท้องนางจริง ๆ สินะ
หลินเว่ยเว่ยอยากให้เขาเป็นเด็กผู้หญิง คงน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย ไม่ใช่ว่าไม่อยากได้เด็กผู้ชาย แต่นางเลี้ยงไม่เป็น นางเลี้ยงเด็กไม่เป็นอยู่แล้ว แต่คิดว่าถ้าเป็นลูกสาวคงเข้าใจเขาได้มากกว่า
นางคิดว่านางสามารถเลี้ยงลูกตัวคนเดียวได้ แต่ถ้าเด็กคนนี้โตมาอยากมีพ่อ นางก็จะหาให้เขา
ส่วนพ่อแท้ ๆ ของพวกเขานางคงไม่บอกเขาดีกว่า ที่จริงนางควรจะบอกเขา เขาสมควรได้รู้ว่าตนเองกำลังจะมีลูก
แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น ถ้าเขาต้องการบุตรไปเลี้ยงดู นางคงต่อกรกับเขาไม่ได้ เขาทำงานเช่นนั้น คงไม่มีเวลาดูแลเด็กได้ ถ้าภรรยาของเขาทำร้ายลูกของนางล่ะ
ไม่มีทาง นางยอมรับไม่ได้ ยิ่งคิดยิ่งเครียด
หลินเว่ยเว่ยนึกขำตัวเอง นางคิดไปถึงไหนแล้ว
นางคิดว่าดีแล้วที่นางตัดสินใจเก็บเขาเอาไว้ ในตอนแรกนางก็ลังเล เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวในยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็ทำให้นางรู้สึกว่า อยากจะอยู่นาน ๆ รอดูเขาเติบโต
หลินเว่ยเว่ยยังคงนั่งคอยให้เจ้าก้อนแป้งขยับอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีขยับอีก หมอหลี่บอกว่าอายุครรภ์เท่านี้ แค่วันละครั้งสองครั้งก็เพียงพอแล้ว
หลินลี่พึ่งกลับมาจากในเมือง นางพึ่งไปส่งผักดองเป็นครั้งสุดท้ายเพราะต่อไปนี้การเดินทางจะยากลำบาก
หลินฮวาหลังจากที่นางไปเล่นหิมะ นางกำลังพูดบางอย่างก็ถูกพี่ใหญ่ปิดปากไว้ ภาพข้างหน้าเป็นป้ารองนั่งบนเก้าอี้ นางอมยิ้มเบา ๆ พร้อมโยกเก้าอี้ที่สั่นคลอนอยู่แล้วไปมา
มือของนางสัมผัสหน้าท้องตัวเองอย่างรักใคร่
“สองครั้งแล้ว” เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ
หลินเว่ยเว่ยหันไปพบเด็กสาวทั้งสองก็แปลกใจ นางกวักมือทั้งคู่ให้เข้ามาใกล้ ๆ ก่อนที่จะเล่าออกไป “วันนี้เจ้าก้อนแป้งดิ้นแล้ว ตั้งสองครั้ง”
หลินฮวามองป้ารองอย่างตื่นเต้น “ข้าขอจับดูได้หรือไม่”
“ไม่ได้” หลินลี่เอ่ยเสียงดัง
หลินเว่ยเว่ยคลี่ยิ้มออกมา นางจับมือหลินฮวาวางบนหน้าท้องของตน
“ไม่เห็นมีอันใดเลย” หลินฮวาหน้ามุ่ย
หลินเว่ยเว่ยสัมผัสหน้าท้องตนเบา ๆ “เขาคงหลับไปแล้ว วันนี้ดิ้นไปสองครั้งแล้ว เขาคงเหนื่อยแย่”
หลินฮวาฟังก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้ “วันนี้ข้าต้มน้ำตั้งสองรอบไม่เห็นเหนื่อยเลย”
หลินลี่ได้ฟังก็เขกหัวน้องสาวไปหนึ่งที “โอ๊ย พี่ใหญ่ ถ้าวันนี้ข้าท่องหนังสือไม่ได้ก็เพราะท่าน เคาะแรงจนมันหนีหายไปหมด”
ทั้งสองต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน