“ ฆ่ามัน” เสียงนักพรตเซี่ยซือเต้าที่เขย่าระฆังน้อย ควบคุมขุนพลวิญญาณที่ตอนนี้สวมเสื้อเกราะนักรบรุ่นใหม่ เข้าโจมตีทั้งสามคน พร้อมๆ กัน
ขุนพลวิญญาณตนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหาราเชน ด้วยความเร็วสูง ราเชนไม่กลัวแม้แต่น้อย กลับขว้างมีดออก
มีดสั้นพุ่งผ่านเสื้อเกราะทะลุ กลางอกของ ขุนพลวิญญาณ ตัวแรก แล้วยังบินไปทะลุร่างอีกทั้งสองตนพร้อมๆ กัน ร่างของพวกมันก็สลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที
“ ที่แท้ เป็นเจ้านี่เอง ที่ทำลายขุนพลวิญญาณที่ผ่านมา บัดซบ ข้าอุตส่าห์สร้างมันขึ้นมา แต่เจ้ากลับทำลายมันลงไปอย่างง่ายดาย วันนี้ข้าต้องฆ่าเจ้าด้วยมือของข้าเอง” นักพรตเซี่ยจือเต้า เหวี่ยงธงออกไป ปักรอบๆ ราเชนและพวกจำนวน กว่า 18 จุด ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบๆ ก็แปรเปลี่ยนไป ห้องเก็บสมบัติ กลายเป็นทะเลทราย กว้างใหญ่
“ นี่มันอะไรเนี่ย”
“ วิชาเขตแดนมรณะ” จื่ออีพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ทันใดนั้นเอง ก็มีทรายค่อยๆ รวมตัวกันเป็นรูปร่างของยักษ์ ตัวใหญ่กว่ามนุษย์สิบเท่า มันฟาดฝ่ามือเข้าใส่ทั้งสามพร้อมๆ กัน
โครม !!!
จื่ออี ใช้พลังของตนเป็นเกราะป้องกันทุกๆ คนเอาไว้ ฝ่ามือทรายยักษ์ค่อยแตกสลายไป แต่ว่า มันยังฟาดมาใส่อีกด้านหนึ่ง
โครม !!!
คราวนี้ร่างของทั้งสามถึงกับปลิวลิ่วไปคนละทิศละทาง
ตอนนี้ราเชนพอลุกขึ้นมาได้ ก็เห็นเจ้ายักษ์ทราย พุ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับกระทืบเท้าใส่ร่างของเขาอีก
แต่คราวนี้ราเชนกระโดดหลบได้ทันท่วงที
ราเชนใช้ระเบิดมือขว้างออกไปใส่มัน
ตูม !!
ร่างของยักษ์ทรายแตกกระจายไป แต่ว่ามันก็กลับมารวมตัวกันได้อีก
“ อะไรวะเนี่ย”
ราเชนถึงกับมึนงง ไม่รู้จะสู้กับมันได้อย่างไร จนกระทั่งเห็น ร่างของกู่เยี่ยน นอนสลบไปกับพื้น ส่วนจื่ออี ก็ถูกยักษ์ทรายอีกตัว จับเอาไว้แน่น ไม่อาจขยับตัวได้อีก
แต่ก็ยังหันมาตะโกนบอกกับราเชนว่า
“ หาธงกั้นเขตแดนทั้ง 18 ให้เจอ แล้วทำลายมันทิ้งซะ”
ราเชนตอนนี้หลบฝ่ามือยักษ์ทรายได้อย่างหวุดหวิด แล้วหลับตาใช้พลังจิตปรมัตถ์ปล่อยออกไปรอบๆ เพื่อค้นหาธงกั้นเขตแดนทั้ง 18
“ รู้แล้ว”
ราเชนลืมตาขึ้นมา ก็นำเข็มฟ้าพิฆาตออกมา แล้วยิงออกไป ทั้งสิบแปดจุด เข็มพุ่งเข้าไปทำลายธงที่กั้นเขตแดนเอาไว้ทั้ง 18 จนมันหักสะบั้นลง ร่างของเจ้ายักษ์ทรายที่กำลังจะฟาดฝ่ามือใส่ราเชนก็สลายไป บรรยากาศภายในห้องสมบัติกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
แต่แล้วไม่ทันที่ราเชนจะได้ต่อสู้ ก็มีพลังปราณขั้นเซียนระดับกลาง ก็พุ่งออกมาจากดวงตาของ ชิงเตี่ยน ทำให้ราเชนถึงกับกระเด็นตัวปลิว แต่จื่ออีก็เข้ามาช่วยพยุงร่างเอาไว้ แล้วปล่อยพลังเซียนระดับกลางของตนออกไปต่อต้านเอาไว้
“ พลังเซียนปีศาจ เจ้าไม่ใช่คนของโลกนี้ มายุ่งเกี่ยวอะไรด้วย”
“ ข้าต้องคุ้มครองเขาให้ปลอดภัย ใครก็ห้ามทำร้ายเขาเป็นอันขาด”
“ อยากตายนัก ข้าก็จะจัดให้”
ชิงเตี่ยนเอ่ยจบ ก็ใช้มือลูบไปที่หน้าผาก ปรากฏดวงตาของมันเพิ่มขึ้นอีก 1 ดวง
“ พลังเนตรสยบมาร”
มีแสงสีทอง พุ่งออกมาจากตาที่สาม เป็นสัญลักษณ์หยินหยางพุ่งเข้าใส่ร่างของ จื่ออีอย่างรวดเร็ว
จื่ออีพยายามต้านทาน โดยปล่อยพลังฝ่ามือออกไป เป็นสายอัสนีสีขาว กระแทกใส่แสงสีทองหยินหยาง
โครม !!!
ทั้งสองคนต้องถอยหลังกันคนละก้าว
“ จิ้งจอกสายฟ้า ดี วันนี้ข้าจะควักหัวใจของเจ้ามาเป็นยาอมตะให้กับข้า”
ชิงเตี่ยน เอ่ยจบ ก็นำของบางอย่างออกมา แล้วโยนขึ้นไปเหนือร่างของจื่ออี
ที่แท้มันคือผ้ายันต์ขนาดใหญ่ ราเชนจำได้ดี นี่มันเป็นมหายันต์กักขังมาร ในตำราจิตเทพจักรวาล
คราวนี้ ร่างของจื่ออี ไม่อาจขยับตัวได้ ต้องคุกเข่าไปกับพื้น
ราเชนใช้ระเบิดมือเหวี่ยงใส่ มหายันต์กักขังมารทันที
ตูม !!
มหายันต์กักขังมาร ถูกทำลายลงไปในทันที
“ ไม่เลว ระเบิดมหายันต์ของเจ้า กลับเหนือล้ำกว่าอาจารย์ของเจ้าเสียอีก” ชิงเตี่ยนเอ่ยชม แต่มันไม่รู้ว่านี่มันคือระเบิดที่ใช้มหายันต์เป็นตัวช่วยเพิ่มอานุภาพทำลายมากขึ้น
ราเชนก้าวเดินเข้ามา เผชิญหน้ากับ ชิงเตี่ยนสองต่อสอง
“ เจ้ามันชั่วช้า เข่นฆ่าแม้แต่พี่น้องของตัวเอง วันนี้ข้าจะแก้แค้นแทนอาจารย์อาของข้าเอง”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฝีมืออย่างเจ้าน่ะรึ? ต่อให้นักพรตทงเต่า นักพรตทงที และ นักพรตทงเทียนรวมกันตอนนี้ยังไม่อาจมีพลังเทียบเท่าข้าได้เลย เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า?”
ราเชนไม่สนใจ ขว้างระเบิดออกไป จากมือ 1 ลูกเพื่อเปิดทาง แต่ว่าระเบิดของเขากลับนิ่งค้างกลางอากาศ ไม่อาจเข้าในม่านป้องกันของ ขิงเตี่ยนได้ ราเชนยังคงยิงเข็มฟ้าพิฆาตออกไป นับร้อยเล่ม แต่ก็ไม่อาจฝ่าม่านพลังเอาไว้ได้อีก
ชิงเตี่ยนแสยะยิ้ม อย่างชั่วร้าย ดวงตาที่สามของมัน ก็ปล่อยแสงออกมาราวกับแสงเลเซอร์ พุ่งทะลุที่ขาของเขาจนต้องทรุดตัวคุกเข่าไปกับพื้น
“ ว่าไง มีของดีอะไรอีกไหม แสดงออกมาเลย”
ราเชนสวมหน้ากากอมตะ แล้วปล่อยพลังคลื่นเสียงมังกรออกไป เงามังกรพุ่งทยานใส่ร่างของชิงเตี่ยนแต่ว่า ไม่อาจฝ่าพลังป้องกันขั้นเซียนไปได้ ราเชนถึงกับถูกพลังคลื่นมังกรของตนเองสะท้อนกลับ จนต้องกระอักเลือดออกมา
“ หนีไป ข้าจะต้านมันเอาไว้ให้” จื่ออีพอจะลุกขึ้นได้เอ่ยบอกกับราเชน แล้วปล่อยพลังสายฟ้าออกไปนับสิบเส้น มืออีกข้างก็ตวัดซัดร่างของราเชนให้ออกไปที่ประตู
คราวนี้พลังของจื่ออียิ่งอ่อนแรง ไม่อาจทำอะไร ชิงเตี่ยนได้ เลย ถูกพลังจากดวงตาที่สาม กระแทกจนตัวปลิวกระเด็นไป แล้วยังถูกผ้ายันต์กักขังอีกผืนรัดร่างของตัวเองแน่น
“ ข้าจะควักหัวใจของเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้”
ชิงเตี่ยนยกมือเป็นกรงเล็บพยายามจะเจาะร่างของจื่ออี เพื่อดึงหัวใจ แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีลูกธนูพุ่งเข้ามาอย่างเร็วสูง ชิงเตี่ยนหยุดหันไปมอง และใช้พลังของตนหยุดมันเอาไว้
ตูม !!!
คราวนี้พลังแรงระเบิดนั้นมหาศาล ห้องสมบัติที่อยู่ชั้นใต้ดิน ถึงกับแตกร้าว ชิงเตี่ยนถูกแรงระเบิด ถึงกับกระเด็นกลับไป
ราเชนพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับเล็งธนูไปที่ร่างของชิงเตี่ยน แต่พื้นเพดานนั้นได้ถล่มลงมา หากขืนยิงลูกธนูระเบิดอีกครั้ง ทุกๆ คนต้องตายจนหมดสิ้นแน่ จึงได้หยุดยิง ถือธนูสุริยคราสค้างเอาไว้
“ มอบตำราฝ่ามือทศเย็นมาให้ข้า มิเช่นนั้น พวกเจ้าได้กลายเป็นศพฝังอยู่ในใต้ดินแห่งนี้กันทั้งหมด”
ราเชนเอ่ยอย่างเหี้ยมเกรียม ทุกๆ คนล้วนเห็นอานุภาพของลูกธนูหัวระเบิดของเขาแล้ว ต่างก็รู้ซึ้งถึงอานุภาพที่ร้ายกาจ เลยไม่กล้าขยับตัว
“ หยางเฟยหลง เจ้าอาจไม่กลัวตาย แต่นางจิ้งจอกสาวตนนี้จะต้องตายตามเจ้าไปด้วยนะ” ชิงเตี่ยน เอ่ยออกไป พร้อมกับกระอักเลือดออกมา
ราเชนมองไปที่ผ้ายันต์กักขังที่รัดร่างของจื่ออี ก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วบอกว่า
“ ชีวิตของนางหาเกี่ยวกับข้าไม่ ชีวิตเดียวของข้า แลกกับชีวิตชั่วๆ ของพวกเจ้ามันคุ้มค่ากว่ากันเยอะ”
ราเชนกำลังจะปล่อยลูกธนูหัวระเบิดออกมาอีกครั้ง แต่ว่า เสียงของ เทพบุตรเฉียฟงเอ่ยแทรกมาว่า
“ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้ากับนาง ในวันนี้ พอใจหรือไม่”
“ ไม่ ข้าต้องการกล่องในมือของเจ้าด้วย”
“ โลภมากไปแล้ว เจ้าคิดหรือว่า จะทำอะไรพวกเราได้” ทูตสุริยันโมโห พยายามปล่อยพลังที่หน้าผากของตัวเอง เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของราเชน
แต่ว่าราเชนกลับไม่สนใจยิงลูกธนูหัวระเบิดออกไปอีกครั้ง
ลูกธนูดอกนี้ปักอยู่ที่พื้นด้านหน้าของ เทพบุตรเฉียนฟง กับ ทูตสุริยัน ทุกๆ คนต่างสะดุ้งโหยง รีบถอยห่าง และหมอบลงกับพื้น แต่ว่าลูกธนูกลับไม่ระเบิดอีก
“ นี่คือคำเตือน หากงี่เง่ากับข้าอีก คราวนี้ได้เจอกับ ลูกธนูพลังอัสนีบาตของข้าแน่”
ที่แท้ราเชนได้ใช้พลังจิตควบคุมไม่ให้มันระเบิดนั่นเอง แล้วราเชนก็นำลูกธนูหัวระเบิดออกมาอีกครั้ง
“ ตกลง เจ้าห้ามทำอะไรบ้าๆ ไม่งั้นพวกเราจะตายกันหมด”
เทพบุตรเฉียนฟง โยนกล่องไม้ให้กับราเชน พอราเชนรับเข้าไปในแหวนมิติโดยที่ยังคงถือธนูค้างอยู่ด้วย
“ ปล่อยจื่ออี เดี๋ยวนี้” ราเชนยังคงออกคำสั่ง ชิงเตี่ยนอีก แม้ชิงเตี่ยนจะไม่ยินยอม แต่ก็ถูก เทพบุตรเฉียนฟง สั่งให้ทำตาม
พอจื่ออี ได้รับการปลดปล่อยแล้ว เทพบุตรเฉียนฟง ก็เอ่ยออกมาว่า
“ ให้พวกเราขึ้นไปด้านบนก่อน”
“ ไม่ ข้าต้องขึ้นไปก่อน”
“ หากเจ้าไม่ทำตามสัญญาเล่า”
“ ข้ามีอำนาจในมือ ข้าจะทำอะไรก็ได้”
ราเชนเอ่ยจบ ก็ไม่สนใจหน้าตาของทั้งหมด รีบเดินถอยหลังออกไป โดยมีจื่ออี ค่อยๆ เดินตามออกไป แล้วก็ช่วยปลุกกู่เยี่ยนให้ตื่นขึ้นมาอีกด้วย
แต่พอออกมาจากห้องสมบัติ ก็มีเสียงกระสุนปืนแหวกอากาศ พุ่งเข้ามาทะลุแขนของราเชน จนมือที่ธนูหลุดมือ เป็น เซเว่นนั่นเอง มันกลับฟื้นขึ้นมา และสามารถแก้มัดตัวเองได้
ทูตสุริยัน พุ่งเข้ามาใช้มือบีบคอราเชนเอาไว้ ส่วนจื่ออีก กลับ กู่เยี่ยนที่ยังไม่ฟื้นตัว ก็ถูกสยบเอาไว้ด้วยพลังเนตรมาร ของชิงเตี่ยน
“ ขอโทษด้วยนะ ท่านเก้า ฉันจำเป็นต้องทำ” จินโฮ่ว เข้ากระซิบบอกกับราเชน ที่ตอนนี้กำลังหาวิธี เอาตัวรอดปลอดภัยอยู่
“ เอาของๆ ข้าคืนมา โอ้ เอาของสามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ สำนักอสูรเทวะออกมาด้วย”
ทูตสุริยัน กำลังจะใช้มือซ้าย ถอดแหวนมิติของราเชนออก ราเชนก็เอ่ยออกมาว่า
“ ฆ่ามันซะ”
มีแสงสีแดง วาร์ปออกมาจากหน้าอกของเขา พุ่งทะลุกลางอกของ ทูตสุริยัน มันอ้าปากค้างเลือดทะลักออกมาจากปาก ราเชนนำแท่งระเบิดยัดเข้ากลางอกของมัน แล้วถีบมันจนกระเด็นไป
ตูม !!!
ร่างของทูตสุริยันแหลกเหลว ตอนนี้พื้นผนังที่ปริร้าว ก็ทยอยพังลงมาจากด้านใน
ทุกๆ คนต่างไม่สนสิ่งใด รีบวิ่งหนีขึ้นไปทางออก เพราะไม่เช่นนั้น ต้องตายอยู่ในห้องใต้ดินแห่งนี้แน่
ราเชนนั้นเสียเวลาช่วยกู่เยี่ยนกับ จื่ออี เลยทำให้รั้งท้าย พอจะขึ้นบันได ก็บันไดก็ทรุดตัวลงไปกับพื้น
พวกของเทพบุตรเฉียนฟง ขึ้นไปด้านบนได้สำเร็จ แล้วต่างก็ยืนรอ ราเชนกับพวก
เพื่อจะจัดการกับเขาอีก แต่ว่า ไม่เห็นพวกของราเชนออกมา จนกระทั่งเสียงดังครืนหนักๆ พื้นชั้นบน ทรุดตัวทับไปที่ชั้นใต้ดิน ฝุ่นตลบอบอวล ปิดทางเข้าทางออกไม่อาจขึ้นมาได้อีก
“ น่าเสียดาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสำนักอสูรเทวะ แต่ช่างมันเถอะ อย่างน้อยข้าก็ได้ คัมภีร์ฝ่ามือมารทศเย็นมาแล้ว ไปกันได้แล้ว” เทพบุตรเฉียนฟง เอ่ยจบก็นำคัมภีร์หนังโบราณ ที่มีตัวอักษรว่าคัมภีร์ฝ่ามือมารทศเย็น ออกมายิ้มอย่างพอใจ ที่แท้ที่โยนกล่องไม้ไปให้ราเชนนั้น เป็นแค่กล่องไม้เปล่าเท่านั้น ชิงเตี่ยน นักพรตเซี่ยจือเต้า จินโฮ่ว ต่างก็ยิ้มอย่างยินดีเช่นกัน แล้วทั้งหมด ก็เดินทางออกจากที่นี่ไป ไม่แย่แสซากศพของ ลูกน้องที่ตกตายไปแม้แต่น้อย.....