ลึกลงไปในโบราณสถานใจกลางทะเลทราย ดูเหมือนมันจะเป็นวิหารขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยโบราณเนื่องจากจุดประสงค์อะไรสักอย่าง มันดูอันตรายและยิ่งลึกเข้าไปเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ผู้คนได้ยินเสียงกรีดร้องของมอนสเตอร์มากขึ้น หากเป็นมนุษย์ปกติพวกเขาจะวิ่งหนีกันไปแล้ว อย่างไรก็ตามสาวงามคนหนึ่งกลับเดินเล่นภายในอย่างสบายใจ แต่สีหน้าของเธอก็แสดงออกถึงความหงุดหงิดออกมา
“เจ้านั่นมาช้าจริงๆ ข้าส่งสัญญาณไปสามสิบนาทีแล้วแท้ๆ ปล่อยให้หญิงสาวมาเดินคนเดียวในสถานที่น่ากลัวแบบนี้ใช้ไม่ได้เลยนะ…”
มารีนแม้ว่าเธอจะกล่าวออกมาเช่นนั้นอย่างไรก็ตาม เธอกลับไม่ได้โกรธเซนจริงๆ เธอได้สำรวจสถานที่แห่งนี้และได้พบกับสิ่งผิดปกติบางอย่าง นั่นคือสัญลักษณ์โบราณที่สลักเอาไว้เต็มวิหาร แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ทราบความหมายที่แท้จริงของมัน แต่หญิงสาวนั้นรู้แน่นอน
ในขณะที่เธอกำลังเดินลึกเข้าไปภายในวิหารแห่งนี้อย่างตื่นเต้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นเบื้องหลังเธอ นั่นทำให้เธอนั้นอดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปมองอย่างดีใจ เพราะคิดว่าต้องเป็นเซนแน่ๆ ที่ตามเธอมาแล้ว แต่เมื่อเธอหันกลับไปมองสีหน้าของเธอก็กลับมาเหมือนเดิม เพราะคนที่ปรากฏตัวนั้นไม่ใช่เซน
“นี่ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ในสถานที่แห่งนี้กลับมีหญิงสาวมาเดินเล่นคนเดียว”
“ข้าพเจ้าคิดว่าหล่อนคงเป็น องค์หญิงมารีนแน่แท้ ความงามของนางสมคำร่ำลือจริงๆ มันทำให้ข้าอดใจไม่ไหวที่จะได้เลือดของนาง…”
สองคนที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้ามารีนนั้นคือเรดแฮ็ทกับกริมอาย สองคู่หูประหลาดที่ฆ่าคนไม่เลือกหน้า พวกมันทั้งสองนั้นเดินทางที่นี่เพราะมีจุดประสงค์บางอย่างแน่นอน และการที่มันรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของมารีนนั้นทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“กลุ่มคนตายอย่างพวกเจ้าเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่?”
สีหน้าของมารีนนั้นเปลี่ยนเป็นตึงเครียดเล็กน้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายประหลาดสองคนเบื้องหน้า เรดแฮ็ทหมุนเคียวเล็กๆ ในมือของตนเองพร้อมกับกล่าว
“องค์หญิงมารีน…ท่านคงไม่ได้คิดว่าพวกท่านเป็นกลุ่มเดียวที่ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับสมบัติสวรรค์หรอกนะ องค์เหนือหัวของพวกข้าที่ฉลาดกว่าพ่อของท่านหลายสิบเท่าย่อมต้องทราบเรื่องนี้และส่งพวกเรามา”
“ข้าเองก็ไม่คิดว่ามันจะราบรื่นอยู่แล้ว”
มารีนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ ในขณะเดียวกันเรดแฮ็ทก็ได้กล่าวต่ออีกว่า
“ข้าล่ะอดใจไม่ไหวจริงๆ ที่จะได้เป็นคนสังหารองค์หญิงผู้สูงส่งเช่นท่าน…หากพวกข้าทำได้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าองค์เหนือหัวจะต้องให้ความรักแก่พวกข้าแน่นอน ฮิๆ”
ได้ยินเสียงหัวเราะที่น่าสยดสยองของเรดแฮ็ทแล้วมารีนก็รู้สึกไม่สบายใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ทั้งเรดแฮ็ทและกริมอายนั้นทั้งสองต่างอยู่ในระดับที่เกือบจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตกึ่งเทวะแล้วทั้งคู่นั้นอาจจะทำให้มารีนเดือดร้อนได้หากต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายพร้อมๆ กัน
ในเวลานั้นเองภายในความคิดของหญิงสาวก็ปรากฏคำถามที่ต้องการจะถามทั้งสองคนเบื้องหน้า เธอจึงได้กล่าวถามออกมาทันที
“กลิ่นอายแห่งความหายนะที่นี่คงเป็นฝีมือขององค์เหนือหัวพวกเจ้าใช่ไหม? ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการที่สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแบบนี้ได้ต้องเป็นผลมาจาก สมบัติสวรรค์บทเพลงแห่งหายนะของราชาโซโลม่อน”
“ที่เจ้ากล่าวมาก็ถูก มันเป็นผลมาจากบทเพลงแห่งหายนะจริงๆ แต่ไม่ใช่ฝีมือขององค์เหนือหัว แต่เป็นผู้ที่ครอบครองมันก่อนหน้าท่าน และสถานที่แห่งนี้เองก็ถูกผลของบทเพลงแห่งหายนะมากว่าห้าร้อยปีแล้ว หากดูจากกลิ่นอายที่เจือจางนี้…”
เรดแฮ็ทเป็นผู้กล่าวตอบอย่างไรก็ตามในเวลานั้นกริมอายก็ได้กล่าววาจาออกมาอย่างหงุดหงิดว่า
“ข้าพเจ้าคิดว่าองค์หญิงคงพยายามจะถ่วงเวลา บางทีท่านคงไม่ได้มาที่สถานที่นี้เพียงลำพังแน่นอน”
“งั้นก็รีบจัดการกันดีกว่า”
เมื่อเรดแฮ็ทได้ยินดังนั้นก็เริ่มลงมือทันที ร่างของชายสวมหมวกแดงนั้นหายไปจากพื้นที่นี้ราวกับภาพลวงตา พร้อมกับปรากฏเสียงของเคียวเหล็กที่ขูดพื้นไปมารอบๆ กายของมารีนนั่นทำให้หญิงสาวรู้สึกระแวงอย่างยิ่ง
“พวกคนตายมักจะมีวิชาแปลกๆ แบบนี้เสมอเลยสินะ”
มารีนกล่าวขึ้นพร้อมกับระเบิดเปลวเพลิงความร้อนสูงไปรอบตัวของเธอกินรัศมีกว่าหลายเมตรทำให้เสียงเคียวขูดพื้นรอบๆ เงียบลงทันที พร้อมกับร่างกายของเรดแฮ็ทที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยไหม้ตามตัว เรดแฮ็ทได้กล่าวออกมาอย่างหงุดหงิด
“ข้าเกลียดเปลวเพลิงจริงๆ ดูเหมือนองค์หญิงคนนี้จะไม่ง่ายซะแล้ว”
“ให้ข้าพเจ้าจัดการเอง…”
กริมอายได้เคลื่อนไหวหลังจากพิจารณาพลังของอีกฝ่ายเป็นเวลาพอสมควร คัมภีร์ที่ถูกเขียนด้วยเลือดถูกเปิดขึ้นมาเอง และมันเปิดไปหน้าหนึ่ง พร้อมกับคำกล่าวของกริมอาย
“คาถาเวทอัญเชิญภูตผี!”
“กรีดดดดดดดดดด…”
เสียงน่าขนลุกได้ดังขึ้นไปทั่วทั้งวิหารพร้อมกับการปรากฏตัวขึ้นของภูตผีจากต่างมิติ ภูตผีเหล่านั้นต่างปล่อยจิตอาฆาตออกมาทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้พวกมันนั้นรู้สึกขนลุก
“เวทแห่งความตาย…ดูเหมือนเจ้าเองก็เป็นจอมเวทเหมือนกันสินะ”
มารีนกล่าวขึ้นในขณะที่สร้างเกราะเวทเปลวเพลิงอย่างรวดเร็ว การเผชิญหน้ากับนักเวทด้วยกันนั้นจะยากลำบากหากไม่ป้องกันตนเองดีๆ
“ยังไม่จบหรอก…ระเบิดภูตผี!”
กริมอายกล่าวขึ้นเบาๆ พร้อมกันนั้นภูตผีจำนวนกว่าร้อยตนที่ถูกอัญเชิญออกมาได้พุ่งไปหามารีนอย่างพร้อมเพรียงกัน ในขณะเดียวกันโล่เปลวเพลิงของมารีนนั้นก็ไม่สามารถสกัดกั้นภูตผีพวกนั้นได้ พวกมันสามารถทะลุผ่านโล่ไปได้อย่างง่ายดาย
“อะไรกัน…”
มารีนยังคงตกใจกับภาพที่เห็น แต่ยังไม่ทันได้หายสงสัยอะไรภูตผีที่พุ่งผ่านโล่เปลวเพลิงของเธอมานั้นก็ได้เกิดระเบิดขึ้นมา ด้วยการระเบิดของภูตผีกว่าร้อยตนทำให้แรงระเบิดนั้นมหาศาลอย่างมากและแทบจะทำให้บริเวณแถบนั้นทั้งแถบเกิดหลุมอากาศเลยทีเดียว
“นางอ่อนแอกว่าที่คิดซะอีก…”
เรดแฮ็ทกล่าวขึ้นในขณะที่ถอนหายใจออกมา อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมามันก็ต้องเบิกตากว้างเพราะหญิงสาวที่มันคิดว่าตายไปแล้วนั้นยังมีชีวิตอยู่แถมยังไม่มีรอยแผลหรืออาการบาดเจ็บใดๆ เลยแม้แต่นิดเดียว
“เกือบไปแล้ว หากข้าไม่ได้เตรียมเวทเคลื่อนย้ายในพริบตาเอาไว้ในกรณีฉุกเฉินข้าคงตายไปแล้วแน่ๆ”
แม้ว่าหญิงสาวจะกล่าวออกมาเหมือนว่าเกือบ แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นและยังคงยิ้มอย่างสบายใจ ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนั้นอยู่ในการคาดเดาของเธอ แม้แต่เรื่องระเบิดก็ด้วย
“ศรเพลิง!”
มารีนยื่นมือออกไปเบื้องหน้า ปรากฏศรเปลวเพลิงจำนวนมากกว่าสิบและมันมีขนาดใหญ่เท่ากับขาของมนุษย์ข้างหนึ่งเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อกริมอายกำลังจะถูกศรเพลิงนั้นโจมตีมันกลับหัวเราะออกมาอย่างดูถูกพร้อมกับกล่าว
“ศรเวทธรรมดาๆ ทำอะไรข้าพเจ้าไม่ได้….”
แต่ยังกล่าววาจาไม่ทันไรนั้นกริมอายก็ต้องสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงความร้อนของเปลวเพลิงเบื้องหน้า
“อ้ากกกกกกก!”
ศรเพลิงจำนวนมากปักลงที่ร่างกายของกริมอายทำให้เกิดรู้ขนาดใหญ่ตามร่างกายของเขา อย่างไรก็ตามกริมอายกลับยังไม่ตายแม้จะร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ราวกับกับว่าร่างกายของมันนั้นเป็นบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์
“ข้าลืมบอกไปนั่นเป็นเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์พวกคนตายอย่างพวกเจ้าคงไม่ชอบมันแน่ๆ ขอโทษที่เสียมารยาทนะ”
มารีนกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เบิกบานของเธอนั่นทำให้เรดแฮ็ทและกริมอายนั้นไม่ประมาทหญิงสาวเบื้องหน้าอีกต่อไป
“ดูเหมือนจะต้องเอาจริงซะแล้ว กริมอายเจ้ายังไหวอยู่ใช่ไหม?”
“ยังไหว…”
กริมอายกล่าวตอบเรดแฮ็ทด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงอย่างไรก็ตามกริมอายกลับสามารถขยับร่างกายได้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้ว่าเขาจะมีบาดแผลขนาดนั้นก็ตาม