ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 128 ข้าจะอัดเขา

            สวนโบราณชั้นสามภายในห้องส่วนตัวที่กว้างใหญ่และประดับอย่างวิจิตร มีชายหนุ่มคนหนึ่งแววตาเย็นชามองไปที่นอกหน้าต่างเขาได้ยินเสียงเพลงดังเซ็งแซ่มาจากข้างนอก หน้านิ่งไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่เล็กน้อยกำลังยืนเอามือไขว้หลัง ก้มหน้า มีผมยาวบังคิ้วและดังตาไว้

            “ครืด.......”

           ประตูห้องส่วนตัวเปิดออกมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา ชายหนุ่มคนนี้อ้วนมาก ทว่าเป็นคนอ้วนที่ดูดี ใบหน้าดูแล้วหล่อเหลาอยู่มีริมฝีปากที่สวยมาก เป็นรูปปากที่เหมือนกับยิ้มอยู่ตลอดเวลาเป็นรอยยิ้มที่สดใสให้ความรู้สึกราวกับตะวันสาดแสงออกมาจากกลีบเมฆทึบอย่างฉับพลันให้ความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างมาก

            “เจ้ารีบวิ่งมาหาข้ามีอะไร?” ชายหนุ่มมาดนิ่งกล่าวหนุ่มอ้วนเอามือปิดประตู จากนั้นนั่งบนเก้าอี้นั่งที่ดูนั่งสบายที่สุดเขาสวมชุดผ้าไหมหลวมๆ ทำให้ดูแล้วสง่ามากยิ่งขึ้น

            “เจ้าเองก็น่าจะได้ยินข่าวแล้วใช่หรือไม่” ชายหนุ่มที่มองหน้าตากล่าวเขาพูดโดยไม่ได้หันไปมองอีกฝ่าย น้ำเสียงนิ่งๆ ฟังดูเย็นชา

            ชายหนุ่มอ้วนสีหน้าเคร่งขรึมมากขึ้นจากนั้นยิ้มหน้าเจื่อนๆ กล่าวว่า “เจ้าหมายถึงเรื่องกัวคุนกับเฮ่อจวินใช่หรือไม่พวกเขาถูกอัดเมื่อเช้า ข้าเพิ่งจะได้รับข่าวมาตอนกลางวันตกตอนกลางคืนก็มีคนมาบอกข้าเองอีกแล้ว และนายน้อยตัวแสบก็ยังเดินทางมาถึงที่นี่อย่างเอิกเกริกอีก”“แน่นอนว่านายน้อยตัวแสบมาเพื่อมาพบมู่หรงโยวรั่ว ตอนนี้ข้าแค่อยากรู้ว่าเจ้าหมอนั่นมีที่มาที่ไปอย่างไรเป็นคนพวกบ้าดีเดือด หรือว่าคนมีอำนาจจริงๆ”

           ชายหนุ่มมองหน้าต่างในที่สุดก็กลับหลังหันห้องส่วนตัวที่สว่างจ้าด้วยแสงไฟ ทำให้เห็นผมยาวดำขลับ ดวงตาชั้นเดียวเรียวยาว จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากบางงดงามราวกับกลีบดอกไม้ของชายคนนี้เขาสวมชุดสีทอง สีหน้านิ่ง ดูหยิ่งทะนง

            “ข้าไม่รู้ว่าเขาเจ๋งจริงหรือว่าแค่บ้าระห่ำแต่เมื่อกี้ข้าเพิ่งได้รับข่าวมาว่า คนที่อัดกัวคุนกับเฮ่อจวินตอนนี้มันอยู่ที่ชั้นสองของที่นี่”

           ชายหนุ่มอ้วนกล่าวมุมปากของเขาโค้งยิ้มขึ้นมา และกล่าวต่อว่า“แต่ว่าข้าค่อนข้างชื่นชมวิธีการเข้ามาของเจ้าหมอนั่นนะ แปลกพิเศษไม่เหมือนใครดีพอมาก็อัดบุตรชายของหัวหน้ากองทหารรักษาเมืองอีก แถมยังอัดจนสาหัสเลยด้วย”

           ชายหนุ่มหน้านิ่งไม่ได้แสดงท่าทีสนใจชายหนุ่มอ้วนเลยแม้แต่น้อยเขาจ้องมองชายอ้วนสีหน้านิ่ง เลิกคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า“ได้ยินว่าเมื่อคืนเขาพักอยู่ที่ที่พักของมู่หรงโยวรั่วหรือว่าเป็นคนของนายน้อยตัวแสบนั่น?ดังนั้นเขาเลยกล้าอัดกัวคุนกับเฮ่อจวิน.......”

           “เป็นไปไม่ได้เจ้าคิดว่านายน้อยตัวแสบคนนั้นจะยอมให้ชายอื่นอยู่มาพักอยู่ใต้ชายคาเดียวกับ มู่หรงโยวรั่วอย่างนั้นหรือ?”

           ชายหนุ่มอ้วนส่ายหน้าไม่เห็นด้วยจากนั้นกล่าวต่อว่า “และนิสัยของนายน้อยตัวแสบเจ้าน่าจะรู้ดีเขาไม่เคยสนใจเรื่องของพวกเรามาก่อน ขอแค่พวกเราไม่ไปทำอะไรผิดใจเขายิ่งไปกว่านั้นที่นายน้อยตัวแสบคนนั้นมา น่าจะเป็นเพราะมู่หรงโยวรั่วเชิญมาเพื่อให้ช่วยคานอำนาจเรื่องกัวคุนและเฮ่อจวินดังนั้นเจ้าหมอนั่นไม่มีทางเป็นคนของนายน้อยตัวแสบได้”

           “งั้นหมอนั่นมาที่นี่ทำไม?”

           ชายหนุ่มหน้านิ่งได้ยิน ก็หันไปพูดกับชายหนุ่มอ้วน“ตอนแรกก็กัวคุนกับเฮ่อจวิน หรือว่าหมอนั่นมาเพื่อพบเจ้า?”

           ชายหนุ่มอ้วนได้ยินก็ขมวดคิ้วจากนั้นกล่าวว่า “ข้าได้ยินมาจากลูกน้องของข้า เขามาเพื่อพบมู่หรงโยวรั่ว”

           “ในเมื่อพูดเช่นนี้เจ้าหนุ่มนั่นอาจจะมาเพื่อพบนายน้อยตัวแสบคนนั้นก็เป็นได้”

           ชายหนุ่มมาดนิ่งมองชายหนุ่มอ้วนทันใดนั้นเอ่ยถามว่า “สนใจพบเจ้าหนุ่มคนนั้นหรือไม่?”

           “วันนี้เจ้าเป็นอะไรของเจ้าไม่ใช่ว่าใครก็มีคุณสมบัติพอที่จะมาพบข้าหรอกนะ” ชายหนุ่มอ้วนยิ้มขณะพูด

           ชายหนุ่มมาดนิ่งเริ่มมีสายตาที่ดุดันเจ้าเล่ห์ขึ้นมาบ้างกล่าวว่า “เขาสามารถอัดกัวคุนกับเฮ่อจวินได้ก็ถือว่ามีคุณสมบัติแล้วยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ก็มาอยู่ที่นี่แล้ว ถือว่ามีวาสนาต่อกันแล้ว ทำไมจะเจอไม่ได้”..............

           ห้องส่วนตัวชั้นสอง ตู้เซ่าฝู่กำลังลิ้มรสสุราชั้นเลิศที่จัดเตรียมไว้บนโต๊ะทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก สาวน้อยหน้าตาสวยงามคนนั้น เข้ามาหาอีกครั้งด้วยท่าทางนอบน้อม

           “เจ้าหาแม่นางที่เป็นนักเวทยันต์มาดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าได้แล้วหรือ?” ตู้เซ่าฝู่เงยหน้ามองหันไปถาม

           สาวน้อยหน้าสวยคนนี้ยิ้มเจื่อนๆจากนั้นกล่าวด้วยท่าทางเคารพว่า “คุณชายน้อยเถ้าแก่น้อยของพวกเราเชิญท่านไปห้องอภิสิทธิ์ที่ชั้นสามค่ะ”

           “เถ้าแก่น้อยของสวนโบราณ?” ตู้เซ่าฝู่วางแก้วเหล้าลง จากนั้นมองไปที่สาวน้อยหน้าสวยคนนั้นอีกครั้ง

           “ใช่แล้ว”

           สาวน้อยหน้าสวยพยักหน้านางรู้สึกว่าตนคาดเดาสถานะของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เลยคนที่เถ้าแก่น้อยของนางให้ความสำคัญ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

           ยิ่งไปกว่านั้นเถ้าแก่น้อยให้นางเชิญตัวไปหาไม่ได้ให้พาตัวไป การใช้คำพูดเช่นนี้ ยิ่งแสดงถึงสถานะที่ต่างออกไป

           ตู้เซ่าฝู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นเอ่ยถามว่า “เถ้าแก่น้อยของเจ้าคือเมิ่งไหลไฉใช่หรือไม่?”

           “ใช่ค่ะ” สาวน้อยคนสวยตะลึง จากนั้นพยักหน้าเล็กน้อยนางตกตะลึงกับสถานะเบื้องหลังของชายหนุ่มคนนี้ ในเมืองหลันหลิงไม่มีใครเอ่ยนามของเขาโดยตรงมีจำนวนน้อยมากที่เรียกเช่นนี้ได้

           “เจ้ากลับไปบอกเมิ่งไหลไฉหากเขาเรียกข้าไปเพราะเรื่องกัวคุนกับเฮ่อจวิน ก็ไม่ต้องมายุ่งกับข้าเพราะไม่อย่างนั้นข้าจะอัดเขาด้วยอีกคน”

           ตู้เซ่าฝู่มองหน้าสาวน้อยคนสวยกล่าวต่อไปว่า“หากเมิ่งไหลไฉเรียกข้าไปเพราะอยากขอโทษสำหรับเรื่องที่ประตูละก็ให้ลงมาหาข้าเองข้าขี้เกียจขึ้นไป”

           “ข้าจะไปแจ้งเถ้าแก่น้อยให้ค่ะ” สาวน้อยคนสวยตกตะลึงกับคำตอบ จากนั้นก็ออกไปจากห้องทั้งที่ยังตะลึงค้าง

           “เมิ่งไหลไฉ.......”

           ตู้เซ่าฝู่พูดออกมาลอยๆ เบาๆจากนั้นสีหน้าก็กลับมาเป็นปกติ และก้มหน้าก้มตาลิ้มรสสุราชั้นเลิศบนโต๊ะต่อไปเพราะไม่อยากทำให้เสียของ.......

           “เจ้าหมอนั่นพูดเช่นนี้จริงๆหรือ?”

           ในห้องส่วนตัวชั้นสาม ชายหนุ่มอ้วนกำลังเอ่ยถามสาวน้อยคนสวยสีหน้าของเขาตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินจนตาโต

           หญิงสาวหน้าสวยตอบอย่างร้อนรน“เรียนนายน้อย คุณชายน้อยท่านนั้นพูดเช่นนี้ ไม่พลาดแม้แต่คำเดียว”

           “เข้าใจแล้วเจ้าออกไปเถิด?”

           ชายหนุ่มอ้วนโบกมือแสดงคำสั่งให้หญิงสาวคนสวยที่เข้ามารายงานให้ออกมานางพยักหน้าจากนั้นก็ออกจากห้องส่วนตัวนั้นไป

           “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

           หลังจากหญิงสาวคนสวยเดินออกจากห้องไปชายหนุ่มมาดนิ่งก็ถามชายหนุ่มอ้วน ใบหน้าเริ่มยิ้มแย้มขึ้นมา ท่าทางสนใจ กล่าวว่า“ข้าสงสัยจริงๆ ว่าเจ้าหนุ่มนั่นเป็นใครมาจากไหน ข้ามองเขาไม่ออกจริงๆ”

           “เฮ้อ.......”

           ชายหนุ่มอ้วนลุกขึ้นลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย กล่าวว่า “เขาให้ข้าไปขอโทษงั้นข้าก็คงต้องลงไปขอโทษแล้วล่ะ เปิดร้านทำธุรกิจทุกคนที่เข้ามาในประตูร้านก็คือแขก ต้องปฏิบัติต่อแขกให้ดีให้ประทับใจและรู้สึกเหมือนกับว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง”

           “ข้าเองก็ได้ออกไปเดินเล่นสักหน่อย” ชายหนุ่มมาดนิ่งกล่าว.......

           ตู้เซ่าฝู่ที่กำลังดื่มสุราชั้นดีอย่างเพลิดเพลินอยู่ในห้องส่วนตัวสะดุ้งเล็กน้อยจากเสียงเซ็งแซ่ที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสาวงามที่เต้นรำอยู่บนเวทีทยอยเดินออกจากเวทีไป

           “ขอเชิญรับชมบทเพลงจากแม่นางโยวรั่ว เพลง “ท่วงทำนองร่องรอย” ณ บัดนี้”

           เสียงกึกก้องดังสนั่นมาจากภายในสวนโบราณจากนั้นบนเวทีก็มีกลีบดอกไม้สีม่วงโปรยปรายพร้อมกับหมอกสีขาวลอยฟุ้งปกคลุมเวทีไปชั่วขณะ.......

           “แม่นางโยวรั่วออกมาแล้ว”

           “แม่นางโยวรั่ว” .......

           ขณะนั้นเองก็มีเสียงร้องดังอย่างครื้นเครงดังขึ้นมาจากทั้งสวนโบราณเป็นเสียงคนโห่ร้องอย่างตื่นเต้นดีใจ

           ตู้เซ่าฝู่มองออกไปข้างนอกทางหน้าต่างด้วยความตะลึงและสนใจท่ามกลางความตื่นเต้นก็มีเงาของสาวงามนั่งสง่าอยู่กลางเวที เมื่อมีเสียง “ติ้ง.......” ดังขึ้น ก็มีเสียงทำนองเพลงอันงดงามคลอออกมาจรรโลงใจคนทั้งสวนโบราณทันใดนั้นทั้งสวนโบราณก็เงียบสงัดไร้เสียงใดๆ นอกจากเสียงบทเพลงอันไพเราะจับใจนี้

           ตู้เซ่าฝู่จับจ้องไปที่เงาที่อยู่ในหมอกเขาสัมผัสได้ว่าภายในหมอกทึบที่มีกลีบดอกไม้สีม่วงโปรยปรายมีสาวงามท่าทางอ่อนช้อยนั่งอยู่

           ท่ามกลางหมอกทึบมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งตัวตรงบุคลิกดีดูสง่าพร้อมกับกู่เจิงตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้านหน้านางกำลังใช้สิบนิ้วโลดแล่นอยู่บนสายกู่เจิงอย่างพลิ้วไหวคล่องแคล่งเสียงดนตรีไพเราะเพราะพริ้งราวกับสวรรค์ดังขึ้นมาอย่างอ่อนหวาน

           เมื่อเริ่มแรกเป็นเสียงทำนองที่จรรโลงใจเสนาะหูให้ความรู้สึกดี ราวกับเป็นเสียงที่มีพลังดึงดูดใจ ผู้ฟังต่างเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับบทเพลง

           “บนโลกาอันกว้างใหญ่ที่มีหลายภพชาติ ยากที่จะมีวาสนามาพบพานและยากที่จะทำใจลืมเลือน…

           เมื่อประสบพบอีกครั้งเมื่อต้นคิมหันตฤดูจึงยิ้มให้ต่อให้ถูกลืมไปแล้ว ก็ไม่เห็นจะเป็นไร…

           ท่ามกลางฝนโปรยปรายจนเห็นภาพได้มืดมัวบทเพลงกู้เจิงนี้กล่อมทำนองไปทั่วสระบัว ทำนองเพลงเต้นรำควงคู่ไปกับหยาดพิรุณเรือที่สวยงามกำลังพัดมากับสายลม ทำให้นกเป็ดน้ำคู่หนึ่งตกใจบินหนีไป.......

           ในเมื่อไม่หันหลังกลับจะไม่ลืมเลือนได้เช่นไร…

           ในเมื่อไม่มีพรหมลิขิต จะสาบานไปเพื่อสิ่งใด…

           วันนี้มีสิ่งมากมายเกิดขึ้นและหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับสายฝน…

           ท่ามกลางเสียงฝนที่อยู่ภายใต้โคมแสงท้องฟ้าดูทะมึน สายน้ำดูมืดมัว เสียงกู้เจิงลอยดังไปทั่ว ทั้งในทั้งนอกเรือนทั้งในทั้งนอกภูผา คนที่อยู่ข้างนอกไม่หวนคืนกลับมา บทเพลงโบราณดังสะท้อนผ่านลำธารที่ผ่านไปหยาดน้ำตาของคนที่บรรเลงเพลงหยดใส่เต็มเสื้อ.......

           พรุ่งนี้คือวันใดแล้วหรือคนคนนั้นกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าแล้วหรือ คนกลายเป็นคนอื่น วันนี้ไม่ใช่วันวานแต่ว่าสารทฤดูนี้ยังคงเป็นเช่นเดิม คนที่รอกลับว่างเปล่า”

           เสียงหญิงสาวที่หวานไพเราะจับจิตดังขึ้นมาโดยมีเสียงของกู้เจิงประดับทำให้ยิ่งเสนาะหูยิ่งขึ้นเป็นเสียงใสที่นุ่มนวล บทเพลงนี้ราวกับกำลังพูดความในใจของนางออกมาตอนแรกที่ฟังแล้วสบายหู เมื่อฟังความหมายบทเพลงนานๆ กลับทำให้กังวลใจขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ

           ภายในสวนโบราณที่แต่เดิมมีเสียงเซ็งแซ่คุยกันอยู่ตลอดเวลาทว่าเมื่อเสียงกู้เจิงนี้จบลง ภายในสวนโบราณทุกซอกทุกมุมยังคงเงียบสงัดผู้คนกำลังจมอยู่กับท่วงทำนองสักครู่สัมผัสความรู้สึกยังคงค้างอยู่ในใจ

           “ครืด.......”

           ประตูของห้องส่วนตัวชั้นสองเปิดออก ชายหนุ่มมาดนิ่งกับชายหนุ่มอ้วนเดินเข้ามา

           ตู้เซ่าฝู่ยังคงจับจ้องไปที่นอกหน้าต่างมองภาพหมอกบนเวทีที่มีกลีบดอกไม้สีม่วงโปรยปรายยังไม่อาจละสายตาจากสิ่งที่ตรึงใจด้านหน้าได้

           “บทเพลงนี้ของแม่นางโยวรั่วเป็นอย่างไร?”

           ชายหนุ่มอ้วนไม่ได้วางตัวห่างเหินแต่อย่างไรเดินตรงเข้ามานั่งข้างๆ ตู้เซ่าฝู่ทันทีที่เข้ามา

           “ที่จริงข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าบทเพลงนี้จะไม่เลวแต่ข้ากลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง”

           นัยน์ตาของตู้เซ่าฝู่สั่นไหวเล็กน้อยเขาเคยฟังบทเพลงจากขลุ่ยของจอมยุทธสาวคนงามที่เทือกเขาอสุรกายมาก่อนบทเพลงนั้นติดอยู่ในสมองเขาได้สามวันสามคืน เมื่อนำมาเปรียบกันก็รู้สึกเพลงบทเพลงเมื่อสักครู่ยังดีไม่พอ

           เมื่อพูดจบ ตู้เซ่าฝู่ก็กล่าวว่า “เพลงนั้นเกี่ยวกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร คงมาถกด้วยไม่ได้หรอก”

           ชายหนุ่มอ้วนมองตู้เซ่าฝู่ด้วยความประหลาดใจจากนั้นเอ่ยถามต่อไปว่า “แล้วเจ้ารู้สึกว่าสถานที่นี่ตั้งชื่อว่าสวนโบราณเจ้าคิดว่าอย่างไร?”

           ตู้เซ่าฝู่แหงนหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มอ้วนกล่าวว่า “หากไม่ประดับประดาตกแต่งให้ดีคงไม่ตรึงใจได้ขนาดนี้ร่างกายดูดีงดงามถูกใจบุรุษทุกคน จัดให้สง่า เติมแต่งโอ่อ่าทุกคนจึงอยากสนใจอย่างเข้ามาเชยชมหากทำให้เรียบทื่อคงไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีเช่นนี้เมื่อจับจุดอ่อนจิตใจคนได้ก็ไม่ยากเลยที่จะเข้ามาเอาใจและทุ่มเท สถานที่นี้ให้ความรู้สึกถึงความผูกพันที่ผ่านกาลเวลามานานสวนโบราณเป็นชื่อที่เหมาะสมให้ความรู้สึกนั้นได้อย่างเด่นชัด ที่จริงชื่อสวนโบราณถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวทว่านำมาใช้กับที่แบบนี้ เท่ากับทำให้ชื่อนี้เสื่อมเสียไปหน่อย”