' เขารู้เรื่องพวกแวมไพร์ก่อนที่พวกมันจากนอกโลกจะเดินทางมา แปลว่าผู้ชายคนนี้ต้องเป็นผู้ฝึกตนก่อนยุคที่เลวร้ายแน่ ' ฉินไคคิดหลังจากที่ได้ฟังคำถามของหยางเฉิน คำถามของหยางเฉินทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าหยางเฉินเป็นผู้ฝึกตนก่อนยุคที่ถูกเรียกว่ายุคที่เลวร้าย ที่โดนพวกเผ่าเทพบุกโลก
" ท่านเข้าใจผิดแล้วครับ " ฉินไคพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
" เรื่องอะไร? พวกแวมไพร์นะเหรอ " หยางเฉินยังคงสงสัยกับเรื่องที่ได้ยินมาอยู่ เพราะยังไงความคิดของเขาตอนนี้มันก็คือพวกแวมไพร์โดนกำจัดไปหมดแล้ว อีกอย่างพวกแวมไพร์ถึงจะแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นจนขนาดที่จะสามารถสู้กับ หลงเย่า หรือแองเจลล่าที่หยางเฉินให้ดูแลโลกตอนที่ตัวเองลงไปยังเมืองใต้ภิภพได้
" ใช่ครับ พวกแวมไพร์ที่ท่านรู้จักที่พวกมันอาศัยอยู่แถบประเทศโซนยุโรป พวกมันเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้น เพราะพวกมันที่แท้จริงปรากฏตัวออกมาจากนอกโลกหลายพันตน พลังของพวกมันเองก็อยู่ขั้นสูงสุดโดยเฉลี่ยกัน " ฉินไคเริ่มอธิบายออกมาถึงตัวตนของพวกแวมไพร์ที่หยางเฉินถามถึง เพราะเมื่อหยางเฉินลงไปที่เมืองใต้ภิภพได้ไม่นานโลกก็โดนบุกโจมตีจากแวมไพร์พวกนี้ ไม่ใช่แวมไพร์ที่หยางเฉินรู้จักก่อนที่จะลงไปยังเมืองใต้ภิภพ
" แล้วสำนักหยางตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? "
หยางเฉินเริ่มถามต่อทันทีเพราะความเป็นกังวล เพราะถึงแม้ตอนนี้จะสามารถยืนยันได้จากฉินไคว่าสำนักยังไม่โดนทำลายไป แต่ว่า มันก็ยังมีโอกาศสูงอยู่ที่ตอนนี้สำนักหยางจะตกอยู่ในสถาณการณ์ที่ยากลำบาก จาการปรากฏตัวของพวกที่เรียกว่าเผ่าเทพ
" ตอนนี้ประเทศจีนเป็นประเทศเดียวที่ยังไม่อยู่ภายใต้การปกครองของมนุษย์อยู่ครับ เพราะสำนักหยางช่วยเอาไว้ ทำให้ประเทศจีนเป็นประเทศเดียวที่ยังไม่ก้มหัวให้กับพวกมัน "
ถึงแม้ว่าทั่วทั้งโลกตอนนี้จะยอมก้มหัวให้กับพวกเผ่าเทพไปแล้ว เพราะพลังที่ต่างกันเกินไป แต่ก็มีเพียงประเทศจีนที่ยังคงปกครองและบริหารงานโดยมนุษย์อยู่ เพราะด้วยนักสู้ของสำนักหยางที่หยางเฉินฝึกเอาไว้มีพลังมากพอที่จะต่อต้านพวกเผ่าเทพที่ปรากฏตัวออกมา ทำให้สามารถยืนหยัดได้อยู่จนปัจจุบัน ส่วนประเทศอื่นทั่วโลกโดนควบคุมไปหมดแล้ว " งั้นเจ้าก็พาข้ากลับไปที่สำนักหยางได้เลย "
ทันทีที่หยางเฉินพูดจบใบหน้าของฉินไคที่กำลังมองเขาอยู่ด้วยความเคารพก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าจริงจังขึ้นมา ราวกับว่าความหวาดกลัวเมื่อคู่ของเขาหายไปหมด แล้วก็พูดออกมา " ท่านต้องการจะไปทำอะไรที่นั่น " น้ำเสียงของฉินไคที่พูดออกมาฟังแล้วก็รู้ได้ทันที ว่ามันไม่ใช่น้ำเสียงของคนที่กำลังจะพาหยางเฉินไปโดยดีอย่างแน่นอน
' หมอนี่คงคิดว่าเราเป็นพวกที่คิดจะไปโจมตีสำนักสินะ แค่เห็นท่าทางก็เข้าใจได้ดีแววตาของหมอนนี้เป็นแววตาของนักสู้ที่พร้อมจะสละชีวิตทันทีเพื่อไม่ให้ความลับของสำนักรั่วไหล แต่แบบนี้แหละดี เราเองก็ไม่ได้เจอคนที่มีใจจะสู้แบบนี้มาตั้งแต่ที่เกิดใหม่แล้ว ถึงอยากจะสู้ด้วนก็เถอะแต่มันเสี่ยงเกินไป เพราะอินเดียเองก็เป็น 1 ในอณาเขตปกครองของพวก 5 เผ่าเทพเหมือนกัน เราจะทำอะไรสุ่มเสี่ยงไม่ได้ ' หยางเฉินคิดถึงความเสียงที่กำลังจะเกิดขึ้น ขณะที่กำลังมองฉินไคด้านหน้าอยู่
จากนั้นหยางเฉินก็ตัดสินใจเอาผ้าโพกหน้าที่บังใบหน้าของตัวเองออก ทันใดนั้นฉินไคก็อุทานออกมาด้วยน้ำเสียงพรึมพรัม " ปรมจารย์หยาง... " ใบหน้าที่ฉินไคกำลังมองอยู่ตอนนี้เข้าสามารถจำได้ทันทีว่าคนด้านหน้าเป็นใคร เพราะในโลกไม่มีใครที่จะไม่รู้จักหยางเฉินคนนี้
" ใช่ข้าเอง! " หยางเฉินยืนยันตัวตนทันที แล้วก็เริ่มพูดต่อ" เท่านี้บอกได้หรือยังว่าสำหนักหยางตอนนี้ตั้งอยู่ที่ไหน "
" คะ... ครับ " ฉินไคตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ระหว่างนั้นก็พรางคิดนใจไปด้วย ' ไหนพวก 5 เผ่าเทพมันบอกว่าจัดการกับเขาไปแล้ว และที่อยู่ด้านหน้าของเราตอนนี้มันอะไรกัน? .' ในความคิดของผู้คนทั่วโลกตอนนี้หยางเฉินได้ตายไปแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าโดนจัดการไปด้วย 5 เผ่าเทพ ทำให้ตอนนี้มนุษย์ได้หมดหวังกันกับเรื่องที่หยางเฉินโดนจัดการไป
" ท่านยังมีชีวิตอยู่จริงเหรอ??? " ฉินไคกล่าวด้วยน้ำเสียงแคลงใจ
" รีบพาข้าไปได้แล้ว " หยางเฉินย้ำคำสั่งอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอารมณ์เสียเล็กน้อย ทางฉินไคก็ได้แต่ทำหน้าสงสัยกับชายที่กำลังอยู่ด้านหน้าตอนนี้ ถึงจะมีความแคลงใจอยู่มาก แต่หน้าตาและพลังของหยางเฉินที่รู้สึกได้ฉินไคก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชายที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของตนแข็งแกร่ง แต่ระหว่างที่ฉินไคกำลังแคลงใจในตัวของหยางเฉิน ตัวของหยางเฉินที่รู้สึกไม่ชอบใจก็เริ่มปล่อยออร่าพลังของขั้นดวงดาวออกมา
บรรยกาศโดยรอบร้อนขึ้นทันควัน ร่างกายของฉินไคตอนนี้หนักอึงราวกับว่าแบกของหนักว่านับร้อยกิโลเอาไว้ ภาพด้านหน้าเริ่มพล่ามัวเพราะพลังออร่าวิญญาณที่หยางเฉินกำลังปล่อยออกมา แม้เพียงแต่จะขยับปากออกเสียงฉินไคในตอนนี้ก็แทบยังไม่สามารถทำได้
" ดะ- โปรดใจ ยะ- เย็นก่อนทะ... " ฉินไคพยามพูดออกมา แต่ด้วยพลังออร่าตอนนี้ทำให้ฉินไคไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างชัดเจน ใบหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเหงื่อจำนวนมากที่ไหลออกมาจากร่างกาย สัญชาตญาณที่สามารถรู้ถึงอันตรายที่กำลังอยู่ด้านหน้า ทำให้ฉินไคคิดในใจว่า ' ท่านผู้นี่เป็นปรมจารย์หยางตัวจริง '
บัดนี้ใบห้าของฉินไคที่กำลังเต็มไปด้วยความแคลงใจก็หมดไป เหลือแต่เพียงดวงตาทั้งสองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ตัวหยางเฉินเมื่อเห็นแบบนั้นก้หยุดปล่อยออร่าทันที แล้วก็เริ่มพูดต่อว่า " ยังแคลงใจในตัวข้าอีกไหม? "
" ไม่แล้วครับ! "