The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

III บทที่183 ระเบิด

        บทที่183 ระเบิด


        โลกมิติเทพเจ้า

        ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

        แรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกทั้งใบทุกคนแตกตื่นตกใจอย่างมาก แรงสั่นสะเทือนนี้แม้จะอยู่ในอีกซีกโลกก็ต้องตกใจเพราะมันสั่นสะเทือนรุนแรงอย่างมากจนแทบจะประคองตัวไม่อยู่เลยทีเดียว

        จุดที่ซุสปรากฎตัวนั้นเป็นนอกเมืองหลวงของโลกมิติเทพเจ้า

        เมืองหลวงนี้เป็นเมืองที่เป็นที่อยู่ของราววงศ์โอลิมปัสระดับสูงทุกคนต่างก็อาศัยอยู่ในที่เมืองแห่งนี้ และเพียงแค่เมืองนี้เมืองเดียวก็ใหญ่โตกว่าโลกมนุษย์ของเทวาถึง10เท่าแล้วเห็นความใหญ่โตนี้แล้วหากเป็นคนธรรมดาเกรงว่าอาจใช้เวลาเป็นสิบๆปีเพื่อเดินทางให้รอบเมือง

        เมื่อเกิดการระเบิดเมืองหลวงแห่งราชวงศ์โอลิมปัสก็ปรากฏม่านพลังสีทองอร่ามปรากฏขึ้นครอบทับทั้งเมืองเอาไว้นี่คือบาเรียป้องกันที่เรียกขานว่าก็อดชีลด์ มันเป็นม่านบาเรียป้องกันขั้นสูงสุดของเมืองหลวงโลกมิติเทพเจ้ามีเพียงแค่ไม่กี่ครั้งในอดีตที่ม่านบาเรียนี้ถูกนำมาใช้

        ก็อดชีลด์ทรงพลังอย่างมากมันสามารถป้องกันตัวตนระดับตำนานขั้นสูงสุดได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าในการใช้งานจะกินทรัพยากรมหาศาลแต่มันก็คุ้มค่ากับการป้องกันเมืองเอาไว้ได้

        ม่านบาเรียสีทองนี้สั่นไหวราวกับจะพังทลายปะทะกับคลื่นระเบิดที่รุนแรงเข้าไปทำให้มันรับภาระหนักอย่างมาก นี่คือระเบิดจากหัวใจแห่งดวงดาวแรงระเบิดเต็มที่ของมันนั้นสามารถทำลายดวงดาวระดับดาวแปดเก้าดาวได้อย่างง่ายดายหากมันมาปรากฏที่นี่อย่างเต็มที่ต่อให้มีม่ายบาเรียป้องกันนี้ก็เกรงว่าคงไม่พ้นดวงดาวระเบิด

        แต่นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของแรงระเบิดเท่านั้นดังนั้นมันจึงไม่ได้ทรงเท่าใดนัก

        ครึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

        เมื่อเกิดการปะทะของม่านบาเรียและหัวใจแห่งดวงดาวม่านบาเรียสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง การระเบิดเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้ทุกคนในเมืองสะดุ้งสะเทือนไปตามๆกันพวกเขาพากันจ้องมองออกไปก่อนจะเห็นคลื่นระเบิดสีดำระยับระยับประดุจแสงของดวงดาวพวยพุ่งท่วมท้องฟ้า

        ทุกคนหวาดกลัวโดยฉับพลันมันก็นานแล้วที่ทุกคนไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเช่นนี้ เพราะตลอดมาทุกคนต่างก็คิดว่าตนเองคือระดับผู้ปกครองพวกเขาไม่ต้องหวาดกลัวผู้ใด สามารถมองทุกคนได้อย่างเหยียดหยามและดูแคลนมาบัดนี้พวกเขากลับมาต้องเฝ้าภาวนาไม่ให้ม่านบาเรียแตกไปเสียก่อน

        ในยามนั้นระดับสูงจริงๆของเมืองก็พุ่งทะยานออกมาแล้วจ้องมองไปบนท้องฟ้าและม่านบาเรียที่กำลังสั่นสะเทือน

        ในจำนวนนั้นมีตัวตนระดับตำนานอยู่หลายคนแต่ก็แข็งแกร่งเพียงตำนานหนึ่งถึงสองขีดเท่านั้นและพวกเขามีแค่นับนิ้วข้างเดียว ในจำนวนนั้นก็มีตัวตนระดับเอกอุขั้นสูงสุดอยู่อีกหลายสิบคน

        ด้วยการนำระดับตำนานพวกเขาพากันเสริมพลังของตนเองเข้ากับก็อดชีลด์เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยการควบคุมใจกลางของม่านบาเรียทำให้พวกเขาต่างทุ่มพลังทั้งหมดในการป้องกันเมืองหากเมืองถูกทำลายรากฐานของราชวงศ์โอลิมปัสก็จะถูกทำลายไปด้วย

        ราชวังเองก็อยู่ในเมืองนี้ด้วยดังนั้นไม่มีทางที่พวกเขายอมแพ้ที่จะป้องกัน

        ครึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

        การระเบิดกินเวลา10นาทีถึงจะจางหายไปเมืองถูกป้องกันเอาไว้ได้แต่ม่านบาเรียก็แทบจะแตกสลายลงไปแล้ว ทุกคนต่างเหนื่อยอ่อนและหมดแรงไปตามๆกันหากพวกเขาไม่มาเสริมพลังของม่านบาเรียเป็นไปได้มากที่เมืองจะถูกทำลายไปเมื่อทุกอย่างจบลงแล้วทุกคนจึงโล่งอกอย่างมาก

        “มันเกิดอะไรขึ้นทำไมจึงเกิดการระเบิดรุนแรงเช่นนี้?”คนหนึ่งเอ่ยปากถาม

        เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ใกล้จะแก่ชราแล้วแต่มีรูปกายที่กำยำล่ำสันในมือถือตรีศูลที่น่ากลัวอันหนึ่ง

        คนๆนี้ก็คือโพไซดอนพี่น้องของซุสนั่นเอง

        ดูจากบรรยากาศแล้วเห็นได้ชัดว่าเขาเป็นตัวตนระดับตำนาน

        เมื่อได้ยินเสียงของโพไซดอนทุกคนต่างก็ส่านหน้ากันถ้วนหน้าพวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน เวลานั้นบรรดาบุตรธิดาของซุสหรือก็คือบรรดาองค์ชายองค์หญิงต่างก็พุ่งตัวขึ้นมาหาพวกเขา

        ในกลุ่มนี้จะเห็นคนคุ้นหน้าอย่างอพอลโล่หรืออโฟรไดท์ด้วยเช่นกัน

        “ท่านอาเกิดอไรขึ้นหรือเจ้าคะ?”อโฟรไดท์เอ่ยถามโพไซดอน

        “ข้าเองก็ไม่ทราบเช่นกันเรากำลังหารือกันอยู่เลย”โฟไซดอนเอ่ยตอบ

        ในเวลานั้นบุรุษที่มีรูปร่างสมส่วนและท่าทางดูปล่อยตัวสบายๆก็ได้จ้องมองไปยังจุดหนึ่งนอกเมืองด้วยสายตาที่คมกล้าของเขาจึงทำให้ชะงักเพราะเห็นบางสิ่ง จากนั้นเขาก็เคลื่อนไหวทันที

        รองเท้าที่มีปีกของเขาเกิดแสงสว่างสีทองจ้าและร่างของเขาก็กลายเป็นรเส้นแสงพุ่งออกไป

        แวบ!

        ความเร็วของเขานั้นน่ากลัวอย่างมากมันยังน่ากลัวกว่าเทวาเสียอีก(เทวาตอนอยู่ในระดับเอกอุขั้นสูงสุด)พริบตาเดียวเขาก็ห่างออกไปไกลถึง1ล้านกิโลเมตรแล้ว

        “ดูเหมือนเฮอร์มีสจะพบเข้ากับบางอย่างนะตามเขาไปกัน”โพไซดอนกล่าวก่อนจะพุ่งตัวตามเฮอร์มีสไป

        ทุกคนก็ตามไปด้วยเช่นกัน

        เฮอร์มีสคือเทพแห่งจารกรรมและผู้ส่งสารความเร็วของเขานั้นเร็วที่สุดในบรรดาบุตรธิดาของซุส แม้แต่ตัวตนเองระดับตำนานหนึ่งขีดก็ยังปวดหัวสำหรับความเร็วของเฮอร์มีสแต่นอกจากความเร็วแล้วเฮอร์มีสก็ไม่ได้มีจุดเด่นใดๆอีกเขาเป็นเพียงองค์ชายที่ติดเล่นสนุกไม่ได้ฝึกฝนวิชาฝีมือต่อสู้มากมายเหมือนกับคนอื่นๆ

        ในเวลาต่อมาพวกเขาก็ตามเฮอร์มีสทันแต่ทุกคนก็ต้องตาโต

        นั่นเพราะว่าพวกเขาเห็นคนอื่นนอกจากเฮอร์มีส

        ร่างนั้นคือซุสนั่นเอง

        ซุสในตอนนี้ร่างกายเสียหายไปแล้ว45% แต่เขากลับยังไม่ตาย นั่นเพราะว่าเขามีสมบัติลับจำนวนมากปกป้องร่างกายในยามคับขันหากไม่เช่นนั้นแล้วเขาก็คงจะตายไปแล้ว ต่อให้เขาไม่ถูกคำสาปกาลเวลาของโครนอสแต่เขาก็จะต้องบาดเจ็บสาหัสเมื่อถูกระเบิดเข้าในระยะประชิดเช่นนี้

        “พระบิดา!”องค์ชายองค์หญิงต่างก็ร้องออกมาแล้วพุ่งเข้าหาซุสทันที

        โพไซดอนก็หน้าเครียดเช่นกันเมื่องเห็นเช่นนี้เขารีบเข้าไปดูอาการของซุส นอกจากนี้ขายังตรวจจับร่องรอยของการเปิดประตูมิติและยังสัมผัสได้ชัดเจนขึ้นถึงกระแสของหัวใจแห่งดวงดาวเป็นไปได้ว่าการระเบิดนี้คือการระเบิดของหัวใจแห่งดวงดาว

        นี่ทำให้เขาเต็มไปด้วยควาวสงสัยเขาต้องการจะรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังแต่ก็หลังจากที่ช่วยซุสให้พ้นขีดอันตรายเสียก่อนล่ะนะ

        พวกเขาจึงรีบช่วยซุสและรักษาพวกเขาอย่างเร่งด่วน

        หลังจากนั้นพวกเขาก็ประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นผลที่น่าตกใจปรากฏออกมา ปรากฏว่าโลกมิติเทพเจ้าครึ่งดวงดาวถูกทำลายมอนสเตอร์หรือใครก็ตามที่อยู่ในรัศมีการระเบิดต่างก็ถูกทำลายจนสิ้นซากพวกเขาจะเห็นพื้นที่ว่างเปล่าโล่งเตียนทอดยาวไปครึ่งดวงดาว นอกจากเมืองหลวงแล้วทุกอย่างในรัศมีนี้เป็นความว่างเปล่า

        นี่คือการระเบิดครั้งที่สองหลังจากเหตุการณ์คุกทาร์ทารัสถูกถล่มในครั้งนั้นฮาเดสตาย ผู้งแข็งแกร่งขอบเขตเอกอุขั้นสูงสุดหลายคนบาดเจ็บสาหัส แรงระเบิดในครั้งนั้นทำลายพื้นที่ดาวไปถึง1ใน50ส่วนมันถือเป็นการระเบิดที่รุนแรงมากในรัศมีการระเบิดนั้นผู้อ่อนแอต่างก็ตายหมดสิ้นและคุกที่สำคัญยังถูกทำลายไปอีก

        ความเสียหายครั้งนั้นเองก็มากมายจนทำให้พวกเขาต้องกลัดกลุ้มแล้วแต่คราวนี้กลับร้ายแรงกว่าถึงร้อยเท่าพันเท่า

        ในด้านการรักษาซุสนั้นเขาจำเป็นต้องพักฟื้นอีกยาวนานและแม้แต่สติเขาก็ยังไม่มีเลยเขาหมดสติตั้งแต่ที่ได้รับการปะทะจากแรงระเบิด นี่ทำให้เสาหลักของโลกมิติเทพเจ้าหายไปทุกคนไม่สบายใจอย่างมาก โลกมิติเทพเจ้านั้นทำสงครามกับผู้อื่นเยอะพอตัวลากศัตรูคู่แค้นทราบข่าวเรื่องที่ซุสนั้นบาดเจ็บหนักบางทีพวกเขาอาจทำให้เรื่องราวมันยุ่งเหยิง

        ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่ปิดข่าวและเก็บเนื้อเก็บตัวในช่วงเวลานี้

        จนกว่าซุสจะฟื้นคืนทุกคนจะไม่สร้างปัญหา

         

        ย้อนกลับมาทางด้านของเทวา

        มิติทับซ้อนนี้ได้รับพลังทำลายของหัวใจแห่งดวงดาวมากกว่าโลกมิติเทพเจ้าหลายเท่าตัวเพราะการระเบิดส่วนใหญ่นั้นไม่ได้เข้าไปในประตูมิติที่เทวาเปิดเพื่อส่งมันย้อนรอยของซุสการระเบิดนี้ทำให้มิติทับซ้อนเส้นทางแห่งไททันนี้จะพังทลายอยู่แล้ว

        ทุกคนปลอดภัยเพราะการป้องกันของเทวา

        ในตอนนั้นทุกคนก็จ้องมองไปยังเทวาด้วยแววตาอันหลากหลาย

        ฉับพลันนั้นเองอยู่ๆเทวาที่ปกป้องทุกคนได้นั้นก็กระอักเลือดออกมาคำโตแล้วร่วงหล่นลงไป

        กึก!

        โครนอสชี้นิ้วใส่เทวาร่างกายของเขาก็หยุดที่กลางอากาศ

        “ข้าไม่คิดว่าอนาคตของเจ้าจะแข็งแกร่งปานนี้สมกับที่ได้ครอบครองส่วนหนึ่งของไกอา และหนำซ้ำยังเป็นเจ้าที่ช่วยเหลือทุกคนเอาไว้”โครนอสกล่าวเบาๆกับตนเอง

        “เจ้านาย!”เซบาสเตียนรีบเข้าไปดูอาการของเทวาทันที

        ซีโร่และลูเซียสเองก็เข้าไปดูอาการเทวาด้วยเช่นกัน

        อั๊ก!

        เทวากระอักเลือดมาอีกคำร่างกายของเขาสั่นเทาราวกับว่าหนาวสั่นแต่นี่ไม่ใช่อาการหนาวสั่นแต่มันคือการเจ็บปวดทางร่างกาย ในยามนั้นเลือดของเขาก็ไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดและไหลออกมาแม้แต่รูขุมขนกล่าวคือทุกส่วนของร่างกายมีแต่เลือดที่ไหลออกมา

        อัตราการเสียเลือดเร็วมากจนในที่สุดเทวาก็ตาย

        นี่ทำให้เขากลายเป็นโหมดอันเดตในทันทีแต่ยังไม่เพียงพอ ด้วยการสะท้อนกลับของพลังมหาศาลพริบตาเดียวโหมดอันเดตก็ไม่อาจต้านทานอาการบาดเจ็บได้และเขาก็ตายอีกครั้งจนในที่สุดแล้วสร้อยคอก็ชุบชีวิตของเขาขึ้นมาอีกครั้งแต่อาการบาดเจ็บคี่ทุเลาลงเล็กน้อยเท่านั้น

        หากเป็นเช่นนี้เขาจะตายอีกครั้งและในครั้งนี้มันจะเป็นการตายอย่างแท้จริงของเทวา

        เทวายังไม่ได้หมดสติเพียงแค่สะลึมสะลือ

        แต่เขาไม่อาจขยับได้แม้แต่ปลายนิ้วและแม้แต่แรงจะหายใจก็ยังไม่มีร่างกายของเขาเจ็บปวดอย่างมากปานจะระเบิด เทวาคิดไม่ถึงว่าพลังสะท้อนพกลับของตนเองจะรุนแรงมากขนาดนี้

        เซบาสเตียนรีบแสกนร่างกายของเทวาทันที

        “หัวใจเต้นช้าลงในอัตรานี้หัวใจจะหยุดเต้นในเวลา1นาที”

        “อวัยวะภายในบาดเจ็บสาหัสและจะทำงานล้มเหลวในไม่ช้า”

        “สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก”

        “ร่างกาย กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็นเส้นเลือด ร่างกายได้รับความเสียหายในระดับเซลล์”

        “ฉีดยารักษานาโนแบบเข้มข้นพิเศษเพื่อยื้ออาการแต่จะได้ผลแค่10% เจ้าของร่างมีโอกาสตายมากกว่ารอด”

        เสียงในหัวใของเซบาสเตียนดังขึ้นเขาได้แต่กังวลแต่ก็ฉีดบารักษาเข้าไปตามการวิเคราะห์เพื่อยื้ออาการ

        ยารักษานาโนนี้เขากับเทวาได้ร่วมกันพัฒนาขึ้นมามันให้ผลในการรักษาที่ยอดเยี่ยมมาก แต่เพราะความยอดเยี่ยมของการรักษาทำให้มันผลิตยากมาก

        เมื่อฉีดยาเข้าไปแล้วร่างกายของเทวาก็สั่นน้อยลง

        “ฉันยื้ออาการของเจ้านายเอาไว้แล้วแต่ว่าเจ้านายมีโอกาสรอดน้อยมาก”เซบาสเตียนกล่าวขึ้นมา

        ทุกคนหน้าเครียดกว่าเดิมทันที

        ในตอนนั้นเองที่โครนอสกล่าวขึ้นว่า

        “ข้ามีทางรักษาเขานะแต่ข้าก็ไม่รับประกันความปลอดภัยเช่นกันจะรอดหรือตายก็แล้วแต่โชคชะตาของเขาเอง”


................................