เจ้าวายุยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทันใดนั้นสายฟ้าสีครามก็วาบพุ่งออกมา เสียงฟ้าผ่าก้องสะท้อนทั่วโถง หิมะแตกกระจาย น้ำแข็งใต้เท้าแตกร้าวเป็นแผ่นสะเก็ดพุ่งขึ้นเป็นฝูงกระสุนจำนวนมาก พลังนั้นทั้งงดงามและน่าสะพรึง
“นี่คือพลังแห่งอัสนี” เสียงของเขานุ่มทว่าเปี่ยมอำนาจ “มันคือพลังแห่งการกำเนิดและการดับสูญ ข้าสามารถเรียกพายุ…หรือทำให้มันสงบลงได้เพียงชั่วอึดใจ”
ศิษย์ทั้งสามยืนตะลึงงันราวถูกสะกด เทพีเอวาแอบกระซิบกับเทพีเซเลน่า “นี่เขากำลังสอนเรา…หรือข่มขู่พวกเรากันแน่” เซเลน่ากลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ “ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
ในขณะเดียวกัน เทพีน้ำค้างเหมันต์เพ่งตรวจพลังอย่างเงียบงัน แววตาแฝงความสงสัย “พลังนี้มิใช่มาร…แต่เป็นเทพอัสนีย์โดยแท้ เหตุใดภูติจึงครอบครองพลังเทพได้กันแน่”
เจ้าวายุพลันสะบัดมือสร้างกระแสลมหมุนวนกลายเป็นพายุเล็กๆ ที่โอบล้อมศิษย์ทั้งสาม ร่างของพวกเขาแทบเสียการทรงตัว เทพวินเซนต์เอ่ยเสียงสั่น “ท่านอาจารย์…นี่ท่านกำลังแสดงพลัง หรือกำลังแกล้งพวกเราอยู่กันแน่”
เจ้าวายุแกล้งขยิบตาพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น “หึ ถือเสียว่าเป็นการละเล่นเล็กน้อยจากข้าก็แล้วกันนะ” เสียงหัวเราะเบาๆ ของเขาดังขึ้นในโถงฝึก พร้อมกับค่อยๆ คลายพลังลง
เทพีน้ำค้างเหมันต์เอ่ยเสียงหนักแน่น “พวกเจ้าคงเห็นแล้วว่าเส้นทางของพลังนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด จากนี้…ถึงคราวของพวกเจ้าที่จะต้องฝึกฝนจนก้าวข้ามขีดจำกัดตนเองให้ได้ ก่อนถึงวันประลอง อย่าได้มีใครหยุดยั้งตนเองอยู่เพียงระดับเดิม”
ศิษย์ทั้งสามก้มศีรษะพร้อมกัน หัวใจพวกเขาเต็มไปด้วยทั้งความศรัทธา…และความหวาดหวั่น
เจ้าวายุก้าวออกมาอย่างสง่างาม สีหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตาคมกริบกวาดมองศิษย์ทั้งสามราวกับจะมองทะลุถึงแก่นวิญญาณ
“ต่อจากนี้ อาจารย์แต่ละคนจะเลือกศิษย์ที่มีธาตุหลักประจำตัวใกล้เคียงกับพลังหลักของตน เมื่อเจ้าฝึกจนเชี่ยวชาญแล้ว จึงค่อยเรียนรู้พลังอื่นๆ เพื่อเสริมความสมดุลแห่งวิถี นี่คือก้าวแรกที่จะชี้ชะตาเส้นทางพลังของพวกเจ้า”
คำพูดของเขาเหมือนค้อนกระแทกลงบนหัวใจ ศิษย์ทั้งสามก้าวออกมายืนเรียงหน้าอย่างมีสมาธิ ความเงียบครอบคลุมทั้งโถง เหมือนสวรรค์เองยังเฝ้ามองการเลือกครั้งสำคัญนี้
เทพวินเซนต์ ผู้มีแก่นธาตุน้ำแข็ง ได้รับการเลือกจาก เทพีน้ำค้างเหมันต์
เทพีเซเลน่า ผู้มีสายธารแห่งน้ำในกาย ถูกเลือกโดย เทพฟ้าดิน
ส่วนเทพีเอวา ผู้ไม่มีธาตุหลัก แต่มีปราณประจุไฟฟ้าอันผิดแผกถูกส่งต่อให้ เจ้าวายุ สั่งสอนด้วยตนเอง
เมื่อการเลือกเสร็จสิ้น บรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นราวกับโถงฝึกกำลังจะกลายเป็นสนามทดสอบแห่งโชคชะตา
การฝึกของเทพวินเซนต์กับเทพีน้ำค้างเหมันต์
เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาเมื่อเทพีน้ำค้างเหมันต์ยกมือขึ้น คลื่นลมเย็นยะเยือกไหลเวียนรอบกายศิษย์ของนาง นางเอ่ยเสียงนุ่มแต่แฝงด้วยอำนาจ “วินเซนต์ เจ้าคือผู้ที่มีธาตุเหมันต์ในกาย จงฟังเสียงแห่งความเงียบของหิมะ ฟังให้ได้ยินการเต้นของหัวใจแห่งน้ำแข็ง”
วินเซนต์หลับตาลง ลมหายใจสม่ำเสมอ ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านไปตามคลื่นปราณที่สะท้อนกลับมา เกล็ดน้ำแข็งก่อตัวรอบกายเขา ก่อนจะรวมเป็นวงแหวนหิมะที่ลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับธรรมชาติเองยอมโอบรับเขาไว้แต่โดยดี
ดวงตาของเทพีน้ำค้างเหมันต์ส่องประกายภูมิใจ “ดี…เจ้าสามารถก้าวเข้าสู่ความนิ่งสงบได้เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้ แต่จงจำไว้ นี่เป็นเพียงก้าวแรก ยังมีหนทางที่ยากกว่ารอเจ้าอยู่”
การฝึกของเทพีเซเลน่ากับเทพฟ้าดิน
เทพฟ้าดินยืนมั่นคงดุจภูผา เสียงของเขาหนักแน่นก้องไปทั่วโถง “เซเลน่า แม้น้ำและดินดูจะขัดแย้ง แต่แท้จริงแล้วมันหลอมรวมกันได้ เจ้าต้องทำให้น้ำของเจ้าเป็นเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงพื้นพิภพ”
เซเลน่าหลับตา ปล่อยปราณน้ำออกมาเป็นเกลียวคลื่นสีน้ำเงินใส มันหมุนวนรอบกายแล้วค่อยๆ ซึมเข้าสู่พื้นใต้เท้า จนเกิดเป็นละอองหมอกที่พุ่งขึ้นมาปกคลุมทั้งโถง ราวกับสายน้ำใต้ดินถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
เทพฟ้าดินยิ้มมุมปาก “เจ้ามีหัวใจที่อ่อนโยน แต่น้ำที่อ่อนโยนนั้นกลับเป็นพลังที่หล่อเลี้ยงทุกสิ่ง อย่าได้ประมาทความอ่อนโยนของตัวเจ้าเอง”
การฝึกของเทพีเอวากับเจ้าวายุ
เจ้าวายุปล่อยสายฟ้าสีครามจากปลายนิ้ว มันแตกประกายดังแสงดาวกลางความมืด “เอวา…เจ้าต้องรู้สึกถึงปราณอัสนีในกาย มันคือพลังแห่งชีวิตและความตาย หากเจ้าไม่ควบคุมมัน…มันจะเผาผลาญเจ้าก่อนที่เจ้าจะได้ใช้มัน”
เอวาอมยิ้มอย่างขี้เล่น นางหลับตาแล้วเรียกพลังประจุไฟฟ้าในกาย เสี้ยวอึดใจเดียว สายฟ้าพลันก่อร่างเป็นสัตว์น้อยแปลกประหลาด กระต่ายสายฟ้ากระโดดไปมา แมวสายฟ้าวิ่งวนรอบโถง จนแสงไฟฟ้าสาดส่องไปทั่ว
ศิษย์อีกสองคนตะลึง ขณะที่เอวาหัวเราะคิกคัก “เห็นไหมอาจารย์ ข้าควบคุมได้แล้ว แถมยังสร้างเพื่อนเล่นได้อีกด้วย”
เจ้าวายุถอนหายใจแต่สายตาแฝงรอยขบขัน “เจ้านี่…พรสวรรค์ล้ำเลิศนัก แต่จงจำไว้ สัตว์เล่นสนุกเหล่านี้เป็นเพียงเงา หากวันหนึ่งเจ้าต้องเรียกพายุอัสนีจริงๆ เจ้ายังจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้หลายเท่า”
เอวาขยิบตาอย่างไม่ยอมแพ้ “ก็รอดูเถอะ ข้าจะทำให้ท่านอ้าปากค้างให้ได้”
การฝึกในวันนี้เต็มไปด้วยทั้งเสียงหัวเราะและแรงกดดัน ศิษย์ทั้งสามเริ่มเผยให้เห็นพรสวรรค์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
วินเซนต์ ควบคุมพลังได้มั่นคงและหนักแน่น
เซเลน่า แสดงให้เห็นว่าน้ำสามารถผสานกับดินได้อย่างกลมกลืน
เอวา แม้จะซุกซน แต่กลับสร้างสิ่งที่เหนือความคาดหมายจากพลังอัสนี
เจ้าวายุมองทั้งสามด้วยแววตาลึกลับที่ไม่มีใครอ่านออก รอยยิ้มของเขาเหมือนซ่อนความลับบางอย่างที่ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผย
“ไม่นึกเลยว่าพวกเจ้าคือเพชรเม็ดงามทั้งสามคน จงฝึกต่อไป…อีกไม่นาน พวกเจ้าจะได้รู้ว่าพลังที่แท้จริงคือสิ่งใด”