ตอนที่สามสิบเก้า Mad Man
ผมอยากจะกุมขมับอย่างมาก
ที่ผมพยายามมาในโลกที่ไม่ค่อยมีมนุษย์ธรรมดาเท่าไรก็เพราะอยากจะหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนและหลีกเลี่ยงการพูดจาบ้าบอเหล่านี้กับผู้คน
ว่าไปแล้วคนที่มีพลังพิเศษทุกคนนั้นมีบางสิ่งที่จะทำให้จิตใจของพวกเขา“พัง”ไปในรูปแบบที่ต่างๆกัน
ส่วนผมน่าจะเป็นการที่ทำให้ผมยังชอบการแต่งตัวแบบนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาในชุดแบบนี้ทั้งที่ในโลกนี้มันเป็นโลกหลังหายนะก็ตาม
มันมีความหมายว่า
ผมอยากจะให้ทุกอย่างยังเป็นเรื่องธรรมดาของทุกวันที่ได้พบเจอ
และเรื่องธรรมดาที่ว่านั้น
ไม่ใช่เจอกับคนจรจัดที่แบกซากศพของลูกสาวของเขาที่แห้งกรังแล้วมาพูดจากับผมอย่างนี้
“คอยอีกนิดเดียวไม่เกินสองสัปดาห์ผมจะปราบซอมบี้หมดแล้วโลกนี้จะกลับมาเหมือนเดิม”
ต่อให้เป็นผมก็รู้ว่าคำพูดเช่นนั้นต่อบิดาที่แบกศพของลูกสาวตนเองไปมานั้นมันไม่ได้ผล
สิ่งที่เขาต้องการคือให้ลูกสาวเขายังมีชีวิตอยู่
การให้โลกธรรมดากลับมาแต่ลูกสาวของเขาจากไปนั้น
ไม่ต่างกันกับโลกที่ไม่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
ในดินแดนหลังหายนะนี้
ทุกคนต้องเจ็บปวดและแตกหักพังไปไม่กลับมาเหมือนเดิม
คือแหล่งจานเพาะของผู้มีพลังพิเศษอย่างหนึ่ง
ยิ่งเกิดความบ้ามากขึ้น
พลังพิเศษของคนอาจจะตื่นขึ้นมาได้เช่นกัน
วอร์ลอร์ด
ผู้ครอบครองแหล่งชุมชนเขตปกครองตนเองต่างๆก็เกิดขึ้นมาเพราะเหตุนี้
ดังนั้นผมต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการพูดจากับคนอื่นเขาดีดี
ทั้งที่ผมสามารถเอาร่างนี้ไปล่าซอมบี้เพิ่มได้เพราะผมไม่อยากจะสร้างศัตรูที่จะไล่ล่าผมในอนาคต
การทำใจฆ่าคนจริงๆผมก็ยังทำใจไม่ค่อยได้เหมือนกัน
ฆ่าซอมบี้ที่เรามั่นใจว่าไม่ค่อยมีอะไรอยู่ข้างในแล้วนอกจากความหิวโหยและการเข่นฆ่านั้นสบายใจมากกว่าการฆ่าคนธรรมดาผมถึงได้เลือกมิตินี้
“โกหก ลูกสาวผมยังแข็งแรงดีอยู่”
เขาส่ายปืนไปมา
ในโลกที่ปืนและกระสุนนั้นคือของหายาก
เขายังมีปืนอยู่ได้แสดงว่าน่าจะเป็นคนที่เก่งมากทีเดียว
“ลูกสาวของคุณชอบทานขนมอะไร?”
ผมกล่าวถามชายจรจัด