ตอนที่57 เลื่อนระดับนักรบชั้นนายพันขั้นต้น
ในยามเย็น.....
หลังจากเมื่อวานที่กล้วยและไอ้จ๋อได้ไปฝึกวิ่งหนีเสือกันเสร็จแล้วพวกเขาก็กลับมาพักผ่อนและฝึกฝนวิชาการต่อสู้ด้วยกัน แม้ว่าไอ้จ๋อจะเป็นเพียงลิง แต่มันก็สามารถฝึกฝนวิชามวยที่พระฤๅษีคงคิดค้นขึ้นมาได้พร้อมกันกับกล้วยซึ่งไอ้จ๋อถือว่าเป็นลิงที่มีพรสวรรค์เลยทีเดียวเพราะเพียงแค่สองเดือนที่ผ่านมาที่มันได้ฝึกกับกล้วยมันก็สามารถใช้วิชามวยพื้นฐานได้แล้ว.....
ดังนั้นกล้วยจึงให้มันมาฝึกเป็นเพื่อน รวมถึงช่วยสอนขั้นต่อไปในวิชามวยด้วยจนกระทั่งยามเย็นมาถึง ทั้งคู่จึงได้เลิกซ้อมและหาอะไรกินและแน่นอนว่าอาหารของพวกเขานั้น คงไม่พ้นพวกผักและผลไม้ที่พระฤๅษีคงปลูกเอาไว้และที่โตขึ้นเองตามธรรมชาติในสวนหลังอาศรม....
กล้วย!
หือ?
“มีอะไรอย่างนั้นรึไอ้จ๋อ? หรือว่าเอ็งยังกินไม่อิ่ม?”
“ใช่ที่ไหนละ! ข้ากินไปตั้งเยอะแล้ว ดูท้องข้าสิมันจักแตกตอนไหนก็มิรู้อยู่แล้ว!”
“แล้วเอ็งเรียกข้าทำไม?”
“ที่ข้าเรียกเจ้าก็เพราะว่าข้าอยากจะถามเจ้าเกี่ยวกับวิญญาณยักษ์ที่อยู่ในร่างของเจ้าน่ะ เพราะหลังๆข้าเห็นเจ้าดูแปลกๆ ไป บางครั้งเจ้าก็ทำท่าทางน่ากลัวราวกับไอ้พวกยักษ์บ้างก็มีดวงตาสีแดงก่ำอย่างกับปีศาจ ดังนั้น ข้าจึงอยากรู้ว่า........”
“เอ็งไม่ต้องห่วงไปดอก! ข้ารู้ตัวของข้าดีกว่าข้าจักต้องทำเยี่ยงใดถ้าอีกหนึ่งขวบปีข้ามิอาจควบคุมวิญญาณยักษ์ตนนี้ได้ ข้าก็จักทำลายมันทิ้งเสียเช่นนั้นแล้วเอ็งสบายใจได้ไอ้จ๋อ แต่ถ้าข้าควบคุมมันไม่ได้จริงๆข้าก็หวังว่าเอ็งจะอยู่ข้างๆ ข้า เพื่อที่มันจะได้จับเอ็งกินเป็นคนแรกเลย”
บ๊ะ!
“นี่เจ้าไม่ห่วงข้าเลยรึยังไงกัน? แทนที่จะให้ข้าระวังตัวและออกห่างจากเจ้าแต่เจ้ากลับบอกให้ข้าอยู่ใกล้ๆ เจ้าไว้เพื่อให้ข้าถูกจับกินเนี่ยนะ?!”
ใช่!
“ข้าพูดผิดตรงไหนรึ? อย่างน้อยเอ็งก็จะได้ตายไปพร้อมกับข้าไงหรือว่าเอ็งไม่ใช่เพื่อนข้า?” กล้วยแกล้งทำหน้าเศร้าในขณะที่เขาพูดตอบไอ้จ๋อราวกับว่าคนที่เป็นไม่ใช่เขาแต่เป็นไอ้จ๋อที่ไม่เห็นเขาเป็นเพื่อนและไม่ยอมตายไปพร้อมกับเขา......
เอ็งนี่มัน........
เฮ้อ......
ทั้งสองสนิทกันมากแม้ว่าเวลาที่พวกเขารู้จักกันจะเพียงแค่สามเดือนแต่มันเหมือนผ่านมาสามปีเลยก็ว่าได้เพราะตลอดสามเดือนนี้พวกเขาผ่านอะไรด้วยกันมาไม่น้อย ดังนั้นแล้วไม่ว่ากล้วยจะพูดเล่นหรือว่าพูดจริง ไอ้จ๋อก็จะอยู่ข้างกล้วยและช่วยกล้วยเสมอ.........
เช้าวันถัดมา........
กล้วย!
กล้วยโว้ย!
ตื่นได้แล้วไอ้กล้วย!!
ในเช้าวันนี้ไอ้จ๋อได้มาส่งเสียงปลุกกล้วยอย่างดังที่หน้าอาศรมเพราะว่าปกติแล้วกล้วยจะตื่นมาแต่เช้าพร้อมๆ กับมันแต่วันนี้กล้วยกลับตื่นสายกว่ามัน มันจึงมาเพื่อปลุกกล้วยแต่ไม่ว่ามันจะตะโกนเสียงดังมากแค่ไหน กล้วยก็ไม่ตอบกลับมันเลยสักนิด......
เกิดอันใดขึ้น?
กล้วย!!
เมื่อไอ้จ๋อเห็นว่าสถานการณ์ผิดปกติแล้วมันจึงรีบกระโจนพุ่งเข้าใส่ประตูอาศรมเพื่อที่จะพังประตูเข้าไปดูกล้วยข้างในทว่าในเวลานั้นเอง........
ปัง!!
โอ้ยยยยยย!!
ร่างของไอ้จ๋อกลับชนเข้ากับกำแพงใสที่มองไม่เห็นอย่างจังจนทำให้มันต้องกระเด็นถอยกลับมาและกลิ้นไปที่พื้นหลับตลบก่อนที่จะหยุดลง......
ใครมันมาขว้างทางข้าวะ?
ไอ้จ๋อส่งเสียงตะโกนโวยวายในทันทีหลังจากที่มันได้สติกลับมาเพราะหัวของมันชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นอย่างจังซึ่งมันคิดว่ามีใครมาขวางทางมันเอาไว้ แต่เมื่อมันมองไปที่ประตูทางเข้าของอาศรมมันก็ไม่พบว่ามีผู้ใดมาขวางทางเข้าอย่างที่มันคิดเลยสักนิดมีเพียงประตูไม้ที่ยังคงปิดไว้อย่างเดิมเหมือนกับก่อนหน้านี้......
“หรือว่าจะเป็นอาคมป้องกันของท่านพระฤๅษี?”
เมื่อไอ้จ๋อเห็นว่าไม่มีใครมาขวางมันก็คิดวาสิ่งที่มันชนเข้าจะต้องเป็นอาคมที่พระฤๅษีคงลงเอาไว้ที่ตัวอาศรมอย่างแน่นอนเพราะตั้งแต่มันมาอยู่ที่นี่ มันไม่เคยเข้าไปในอาศรมเลยสักครั้ง นอกจากอยู่รอบๆ เขตพื้นที่อาศรมเท่านั้นดังนั้น นอกจากมนต์อาคมแล้ว มันก็ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างอื่นได้.....
“แล้วแบบนี้เราจะเข้าไปช่วยกล้วยอย่างไรเล่า?”
ไอ้จ๋อรู้สึกเครียดมากเลยในเวลานี้เพราะมันไม่อาจที่จะเข้าไปช่วยกล้วยข้างในได้ถ้าเกิดว่าไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับกล้วยมันก็ดีไป ถ้าแต่มีมันก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรเหมือนกัน......
อย่าเป็นอะไรนะกล้วย!
กลับเข้ามาข้างในอาศรม.......
หลังจากที่กล้วยกลับเข้ามานอนข้างในเมื่อคืนนี้กล้วยก็นอนไปได้สักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะรู้สึกปวดหัวและตัวร้อนไปทั้งตัวซึ่งหากใครมาเห็นอาการที่กล้วยเป็นอยู่ พวกเขาคงบอกว่ากล้วยต้องไม่สบายอย่างแน่นอนแต่ว่ามันไม่ใช่ที่กล้วยเป็นแบบนี้ก็เพราะวิญญาณยักษ์วิรุฬกัณฐ์ที่อยู่ภายในตัวของกล้วยกำลังพยายามจะควบคุมร่างของกล้วยนั่นเอง......
เพราะในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้กล้วยได้ฝึกวิชาอัญเชิญวิญญาณและการควบคุมวิญญาณอยู่ตลอดซึ่งการฝึกวิชาควบคุมวิญญาณนี้เขาจะต้องเข้าถึงวิญญาณของยักษ์วิรุฬกัณฐ์เพื่อที่จะทำให้มันยอมสยบให้กับเขาและเพราะแบบนั้น โซ่กักขังวิญญาณที่ล่ามยักษ์วิรุฬกัณฐ์จึงค่อยๆ คลายออกอย่างช้าๆจนในเวลานี้มันเริ่มที่จะใช้พลังชาญบางส่วนโจมตีจิตใจของกล้วยได้แล้วนั่นจึงทำให้กล้วยเกิดอาการอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้นั่นเอง......
“ความอดทนของเอ็งสูงไม่เบาเลยนะไอ้หนู! แต่ข้าละอยากจักรู้ยิ่งนักว่าเอ็งจักทนได้นานเสียเท่าใดกัน? และถ้าเมื่อไหร่ที่เอ็งไม่สามารถทนได้เมื่อนั้นข้าจักยึดร่างของเอ็งมาซะ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ยักษ์วิรุฬกัณฐ์พูดขึ้นภายในหัวของกล้วยซึ่งดูมันมีความสุขอย่างมากที่ได้เห็นกล้วยกำลังทรมานอยู่เช่นนี้และยิ่งกล้วยทรมานมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นผลดีกับตัวมันมากเท่านั้น......
“ขะ.....ข้ามิเกรงกลัวเอ็งดอก! กะแค่ความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยเพียงเท่านี้มีหรือที่ข้าจักทนมิได้ก่อนหน้านี้ข้าเคยพบเจอกับความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่านี้มาแล้ว......อั๊ก!”
หากเป็นคนอื่นที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับกล้วยละก็พวกเขาคงทนไม่ได้และยอมแพ้ไปนานแล้ว แต่กล้วยนั้นไม่เหมือนกัน ตัวเขาเคยผ่านการเปลี่ยนแปลงร่างกายมาแล้วซึ่งขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงร่างนั้น เขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่านี้อีกเขาก็ยังผ่านมันมาได้เลย แล้วแค่ความเจ็บปวดเพียงแค่นี้มีเหรอที่เขาจะผ่านมันไปไม่ได้.......
ฮึ่ม!
“ทำเป็นปากเก่งไปเถอะ ข้าละอยากที่จะรู้นักว่าเอ็งจะทำได้เยี่ยงที่ปากพูดหรือไม่?!”
ยักษ์วิรุฬกัณฐ์ไม่คิดว่ากล้วยจะทนได้มันคิดว่ากล้วยเพียงแค่พูดปลอบใจตัวเองเท่านั้นดังนั้นมันจึงรู้สึกมั่นใจอย่างมากวันนี้จะเป็นวันที่มันจะได้ครอบครองร่างของกล้วย......
ย๊ากกกกกก!!
คิดว่าข้าจักยอมอย่างนั้นรึ?
ไม่มีทาง!!
บู้มมมมมมมมมมม!!
ระดับนายพันขั้นต้น!!
ซึ่งในเวลานั้นจู่ๆ คลื่นพลังภายในร่างกายของกล้วยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพราะในที่สุดกล้วยก็สามารถทะลวงผ่านคอขวดที่เขาคิดอยู่ในระดับหัวหมู่ขั้นสูงได้สำเร็จแล้วทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นนักรบระดับนายพันขั้นต้นแล้วนั่นเอง.....
ไม่!!
ปะ.....เป็นไปไม่ได้!เป็นไปไม่ได้!!
เพราะการที่กล้วยสามารถทะลวงผ่านระดับไปเป็นนักรบระดับนายพันขั้นต้นได้นั้นพลังงานที่ยักษ์วิรุฬกัณฐ์ปล่อยใส่กล้วยจึงได้ถูกสลายหายไปและทำให้กล้วยกลับมามีสติและควบคุมตัวเองได้อีกครั้งหนึ่งซึ่งยักษ์วิรุฬกัณฐ์ที่ได้เห็นแบบนั้นมันก็รู้สึกโกรธและไม่พอใจอย่างมากมันไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาในเวลาแบบนี้ได้.....
“ทำไมถึงเป็นเยี่ยงนี้ไปได้? ทำไมเอ็งต้องมาเลื่อนระดับพลังในเวลาเยี่ยงนี้ด้วย?!ทำไม! ทำไม!!”
ฟู่ววววว!
แฮะ!แฮะ!
“ก็เพราะว่าข้าเป็นคนดี พระถึงได้คุ้มครองข้าไม่เหมือนกับเอ็งที่ทำแต่ความชั่วร้าย ดังนั้นความดีของข้าจึงชนะความเลวของเอ็งอย่างไรละ!”
กล้วยค่อยๆฟื้นฟูร่างกายและพลังของเขาให้กลับมาเป็นเช่นเดิม ก่อนที่เขาจะพูดตอบกลับยักษ์วิรุฬกัณฐ์ไปด้วยสีหน้าที่เย็นชาและหนักแน่น.....
ซึ่งตัวเขาในเวลานี้นั้นต่างออกไปจากเดิมมากทั้งความรู้สึกการรับรู้ความคิดและการอ่านสถานการณ์ของเขาล้วนแล้วแต่พัฒนาขึ้นกว่าตอนที่เขาเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นสูงอีกในตอนนี้เขาดูสมกับเป็นชายชาตรีไม่จากไปจากพวกทหารกล้าในสนามรบเลย.......
นอกจากสิ่งเหล่านั้นที่พัฒนาแล้วพละกำลังและพลังชาญของเขาเองก็เพิ่มขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลยด้วยถ้าหากว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับเสือตัวนั้นอีกครั้งละก็......กล้วยมั่นใจเลยว่าเขาสามารถที่จะเอาชนะมันได้อย่างไม่ยากเย็นหรือต่อให้ถูกเสือสองตัวรุมโจมตีเขาก็ยังเชื่อว่าชนะได้อยู่.......
บัดซบ!!
“อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นข้าก็จักครอบครองร่างกายของเอ็งได้แล้วอีกแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้นเองนะทำไมเอ็งไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และให้ข้าครอบครองร่างของเอ็งซะไอ้เด็กน้อยแบบนั้นเอ็งก็จะได้ไม่ต้องมาทรมานแบบนี้อีกแล้วแท้ๆ!”
ยักษ์วิรุฬกัณฐ์ยังคงพูดเหมือนกับว่าสิ่งที่ตัวเองลงไปนั้นถูกต้องแล้วโดยที่ไม่สนใจเลยว่ากล้วยในตอนนี้ไม่เหมือนกับกล้วยคนเดิมอีกแล้วมันยังคงว่าตัวมันยังคงที่จะคุกคามกล้วยได้ ถ้ามันได้โอกาสอีกครั้ง เพราะถึงมันจะเป็นเพียงแค่วิญญาณแต่มันก็เป็นถึงนักรบระดับนายพันขั้นกลางเลยทีเดียว ดังนั้นมันจึงเชื่อว่าต่อให้กล้วยเป็นนักรบระดับนายพันขั้นต้นแล้ว มันก็เอาชนะได้......
แต่ว่า.......
อ๊ากกกกกกกกกกก!!
“อะ......เอ็งทำอะไรของเอ็งไอ้เด็กเปรต!? อ้า!ทรมาน.....ทรมานเหลือเกิน!!”
จู่ๆวิญญาณยักษ์วิรุฬกัณฐ์ก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างทรมานหลังจากที่มันพยายามจะเข้าครอบงำกล้วยด้วยพลังของมันอีกครั้ง.......
“ในเวลานี้ข้าเป็นนักรบระดับพันขั้นต้นแล้วและพื้นที่กักเก็บพลังชาญของข้าก็ได้ขยายใหญ่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วย นั่นจึงหมายความว่าระดับพลังจิตวิญญาณของข้าได้สูงมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเยี่ยงใดละซึ่งเอ็งที่เป็นเพียงวิญญาณร้ายใกล้ดับสูญนั้นไม่อาจที่จะต่อกรกับข้าได้แล้ว!”
กล้วยในเวลานี้ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเขาพูดโต้ตอบยักษ์วิรุฬกัณฐ์อย่างฉะฉานและชัดเจน แถมทุกคนพูดที่เขาพูดออกมานั้นยังมีพลังชาญแฝงออกมาด้วย......
ไม่จริง!
“มันจะเป็นเยี่ยงนี้ได้กระไร! ก็ในเมื่อพลังของข้าอยู่ระดับนายพันขั้นกลางแต่เอ็ง.......”
หึ!
“ถ้าอยากรู้ว่าเป็นไปได้เยี่ยงใด เช่นนั้นข้าจักแสดงให้เอ็งดูเอง!”
[อาคมผนึกวิญญาณ]
บู้มมมมมมมมม!!
อ๊ากกกกกกกก!!
ปล่อยข้า!ปล่อยข้าบัดเดี๋ยวนี้!!
“ไงละ? ทีนี้รู้ซึ้งแล้วหรือยัง? ถ้าเอ็งยอมสยบให้กับข้า ข้าก็จักไม่ทรมานเอ็งอีก แต่ถ้าเอ็งมิยอมก็อย่าได้มาโทษข้าว่าโหดร้ายเลยก็แล้วกัน!”
พึ่บ!
อ๊ากกกกกกกกกกกก!!
วิญญาณยักษ์วิรุฬกัณฐ์ส่งเสียงกรีดร้องหนักยิ่งกว่าเดิมอีกในตอนนี้เมื่อกล้วยเพิ่มพลังเข้าไปในคาถาอาคมผนึกวิญญาณที่เขาพึ่งจะสำเร็จได้เพราะการเลื่อนระดับพลังของเขาซึ่งคาถาอาคมผนึกวิญญาณนี้มันจะช่วยทำให้ดวงวิญญาณถูกจับกุมและทรมานเพื่อให้ยอมสยบต่อผู้ที่ใช้คาถาอาคม หรือใช่เพื่อจัดการกับวิญญาณร้ายต่างๆ........
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป.....
“ช่างดื้อด้านยิ่งนักนะ! ดี! ในเมื่อเอ็งมิคิดยอมสยบแก่ข้าเช่นนั้นข้าจะปล่อยเอ็งไปก่อน ไว้วันรุ่งพรุ่งนี้พวกเราค่อยมาต่อกันใหม่ละกัน!”
หลังจากที่กล้วยทรมานวิญญาณยักษ์วิรุฬกัณฐ์อยู่ครึ่งชั่วโมงแต่วิญญาณยักษ์วิรุฬกัณฐ์ก็ไม่คิดที่จะยอมสยบให้กับกล้วยเลยกล้วยจึงได้ยกเลิกการใช้คาถาอาคมผนึกวิญญาณกับมันก่อนเพราะเขายังไม่อยากให้มันสลายหายไปในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องปล่อยให้มันฟื้นฟูพลังกลับมาก่อน แล้วค่อยลงมือทรมานมันอีกในวันต่อไป......
อะ..อะ.....เอ็ง....ไอ้เด็ก......ปะ.....เป.....รต…….อ๊ากกกกกกกกก!!
ฤทธิ์มากนักนะ!!
อั๊ก!!
ในที่สุดวิญญาณยักษ์วิรุฬกัณฐ์ก็หมดฤทธิ์ที่จะต่อต้านต่อไปแล้วถึงมันจะเป็นเพียงแค่วิญญาณเท่านั้น แต่มันก็มีพลังเช่นกัน ดังนั้น การที่มันถูกกล้วยทรมานด้วยคาถาอาคมผนึกวิญญาณนั้นได้ทำให้มันสูญเสียพลังงานไปจนหมดเพราะต้องเอามาป้องกันตัวเองไว้ส่วนแรงฮึดสุดท้ายก่อนหน้านี้นั้นเป็นเพราะว่ามันไม่คิดยอมแพ้จึงได้พยายามก่นด่ากล้วยก่อนที่จะหมดลม แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดจบมันก็ถูกกล้วยทำให้หมดสติไปก่อน......
“ไอ้ยักษ์ตนนี้ช่างดื้อด้านนัก นี่ก็ผ่านไปหนึ่งปีแล้วไม่รู้ว่าผู้คนที่บ้านท่าเสด็จจะเป็นเยี่ยงใดบ้าง?”
เฮ้อ.........