ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-63 แตกในเลยค่ะ NC

    หลินอู๋เฉินปราบผู้จัดการไป๋เสียราบคาบ เธอนอนแผ่หลาบนโต๊ะตัวยาวสีดำลายงา บนร่างกายมีหยาดเหงื่อผุดพราย กลิ่นคาวราคะฟุ้งกระจาย สองแก้มแดงซาบซ่า ริมฝีปากบวมแดงเจ่อเห็นฟันซี่ขาวเรียงตัวสวยงาม

    “คุณหลิน...”

    ไป๋จิงถิงลุกขึ้นมานั่งด้วยความยากลำบาก ระหว่างขั้นตอนดังกล่าวหล่อนกลัวว่าจะทำให้น้ำเชื้อเขาหลุดออกมาจากทางรัก จึงพยายามบีบขาแนบชิด เพื่อที่จะกักเก็บน้ำเชื้อไว้ภายใน

    กล่าวด้วยความสัตย์จริง มีใครบ้างไม่อยากได้น้ำเชื้อของคนร่ำรวย ถึงแม้จะไม่ได้เป็นภรรยาหลวง แต่อย่างน้อยก็น่าจะได้เงินค่าเลี้ยงดูลูกในท้อง ดีกว่าเป็นพนักงานเงินเดือนน้อยที่อยู่อย่างอรรถคัดขัดสนเป็นไหนๆ

    “ยังไหวไหม”

    หลินอู๋เฉินเอื้อมมือไปสัมผัสเรียวขาสวยที่วางพาดอยู่บนโต๊ะ จับให้แยกออกกว้าง มองเห็นช่องทางรักสีแดงเจ่อบวมมีน้ำกามไหลย้อยออกมาจากกลีบได้รูปของเธอ

    ปลายอวัยวะเพศชายสีดำเมื่อมใช้ส่วนหัวบานเข้าไปไกล่เกลี่ยเลื่อนถูติ่งเนื้อเสียวเหนือยอดกลีบสองข้าง เธอเผลอส่งเสียงครางกระเส่า ใบหน้าเหยเก ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย

    “ยัง...ยังไหวค่ะ”

    ใจริงเธออยากบอกว่าไม่ไหวค่ะ แต่พอเห็นน้องชายของเขายังแข็งขึงตึงตังไม่อ่อนเปี้ย ถ้าหากบอกไปว่าฉันหมดแรงและเจ็บมากๆค่ะ ก็เกรงว่าอาจทำให้เขาไม่พอใจ ภายหลังไม่อยากมีอะไรกับเธอ ไม่ก็อาจทิ้งไป

    ไป๋จิงถิงไม่อยากเป็นคนที่ถูกทิ้ง

    ไม่อยากถูกมองว่าไร้ความสามารถ

    ถึงแม้ช่วยเหลือเขาเรื่องธุรกิจไม่ได้แต่ขอแค่เรื่องบนเตียง เธอไม่สามารถทำตัวเหลาะแหละได้

    “งั้นก็เอาอีกน้ำแล้วกัน”

    “ได้ค่ะ สี่น้ำก็ได้...อ๊าา”

    หัวบานมันเยิ้มด้วยน้ำรักของเธอกับน้ำกามจากร่องทางรักทำให้เขาขยับส่วนนั้นเข้าไปในร่างกายเธอได้อย่างง่ายๆ

    ไป๋จิงถิงอ้าขากว้าง สองขาพาดเกี่ยวเอวแกร่งที่ขยับโยกลงมา ขนาดของชายหนุ่มค่อนข้างใหญ่ ยาวและแทงเข้ามาทุกครั้งก็ลึกถึงปากมดลูก

    เธอครางและร้องเสียงดัง ทั้งเจ็บทั้งเสียว มีเซ็กซ์กับเขาครั้งที่สองถือว่าดีกว่าครั้งแรกในสระน้ำที่เหมือนกับร่างกายจะแหลกเป็นชิ้นๆ แต่กระนั้น ขนาดใหญ่ก็นับเป็นปัญหาจริงๆ แทงเข้ามาทุกครั้งจุกเสียดแน่นท้องจนต้องเกร็ง ขมิบตอดรัดเอ็นเนื้อที่กำลังกระแทกเข้ามา

    หลินอู๋เฉินจับเธอเปลี่ยนท่า ใบหน้าแนบกับโต๊ะตัวยาว สองเต้าอวบโตราบกับโต๊ะ ก้นงอนงามโค้งมนด้านหลังส่ายไปมา อวัยวะสาวน้อยมีร่องกลีบไหลคล้อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาไม่ขาด

    เขาเสือกแทงเข้าไปทีเดียวมิดด้าม เธอร้องครางปานขาดใจ เอ็นอุ่นร้อนขยับทีชนมดลูก ติ่งเนื้อในรัดตอดแน่นเปี๊ย

    หลินอู๋เฉินตีไปที่บั้นท้ายกลมงาม ร่องเสียวพลันตอดรัดถี่แน่น เสียงครางของเธอยิ่งดังระส่ำ ดูเหมือนว่าจะชอบให้เขาตีแรงๆ ถึงได้ครางเสียงดังตอดรัดแน่นปานคนใกล้ขาดใจ

    มือหนาลูบไล้กล้นงาม บีบคลึงแล้วจับก้นให้อ้ากว้าง มองเห็นรูทวารหนักได้รูปกับอวัยวะตัวเองที่กระแทกกระทั้นเข้าไปข้างในร่องสวาท เสียงดังตับตับตับ ปนกับเสียงร้องครางของคนทั้งคู่

    “ฉันจะเสร็จแล้ว เธอจะให้ฉันเสร็จที่ไหน” เขาถามเธอทั้งที่ยังแทกเข้าออกไม่หยุด

    “ข้างใน....ข้างใน ฉันต้องการน้ำเชื้อของคุณ!” ไป๋จิงถิงพูดด้วยน้ำเสียงไร้เรี่ยวแรง

    ติ่งเนื้ออ่อนในร่องรักพลันบีบรัดแน่นเมื่อเอ็นอุ่นร้อนกำลังขยายตัว เขาเผลอครางเสียงต่ำ กระแทกเข้ามาสวบๆ และตีก้นเธอจนเป็นรอยมือแดง ปลายหัวบานถูแนบติ่งเนื้อครูดด้านในโพรงสวาทเล็กๆ แล้วฉีดพุ่งน้ำรักเข้าไปทั้งหมด

    “อ๊า...มันเข้ามาแล้ว”

    ไป๋จิงถิงวงหน้าแดงซ่าน ใช้มือชันตัวเองขึ้นมา ก้มมองหว่างขาเมื่อเขาถอดเอ็นอุ่นร้อนความเป็นชายออกไป

    น้ำรักขาวข้นพลันทะลักออกมาจากกลีบเนื้อแฉะเยิ้ม ไหลหยดลงบนโต๊ะตัวยาว เธอรีบหุบร่องขา สัมผัสได้ถึงความร้อนเหมือนกับลาวาเต้นตุบตับในช่องทางแคบๆ ใต้หว่างขา ใบหน้ายิ่งมีความสุขเหมือนกับขึ้นสวรรค์

    “ชอบไหม” เขาถามในขณะที่ใช้มือจับก้นของเธอแล้วมองดูช่องทางรักที่เขาเพิ่งบดขยี้จนกลีบสวยมีรูปร่างยับยู่ยี่

    “ชอบค่ะ ชอบมาก...”

    ไป่จิงถิงหอบหายใจหนักๆ เซ็กซ์เร่าร้อนที่เขาทำให้เธอมันบ้าคลั่ง

    เธอไม่เคยคิดเลยว่าเซ็กซ์จะทำให้มีความสุขได้มากขนาดนี้

    “งั้นก็ดี ต่อไปนี้เธอห้ามเอามันออกมาล่ะ เข้าใจไหม”

    หลินอู๋เฉินเอื้อมมือไปสัมผัสกับร่องกลีบชุ่มฉ่ำ นิ้วชี้นิ้วกลางนวดคลึงติ่งเนื้อเบาๆ เธอครางและเสร็จอีกครั้ง ร่องฉ่ำยิ่งแฉะเหมือนกับน้ำพุหน้าฝน

    .........

    ไป๋จิงถิงสวมเสื้อด้วยความยากลำบาก แม้จะนั่งพักราว 1 ชั่วโมงแล้วก็ตาม แต่เธอยังรู้สึกปวดตรงหว่างขา

    ลุกขึ้นยืนมองหน้าเจ้าของบ้านผู้ยิ่งใหญ่ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบราคาถูก มองแล้วเหมือนกับเด็กมหาลัยยากจน

    “คุณหลิน...ขอโทษนะคะที่ฉันซื้อชุดที่ดีที่สุดได้แค่นี้”

    ไป๋จิงถิงกลัวว่าเขาจะโกรธ เสื้อผ้าราคาถูกไม่เหมาะสมกับฐานะของเขาเลย มันไม่เข้ากันเลยสักนิด แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา อาศัยเงินเดือนเล็กน้อยของผู้จัดการจะซื้อของแบรนด์เนมที่เขาชอบได้ยังไง

    หลินอู๋เฉินโบกมือ “ช่างมันเถอะ จะแพงหรือถูกก็ใส่ได้เหมือนกัน”

    ไป๋จิงถิงพลันโล่งใจ

    “ห้างไหนใกล้ทะเลสาบหงถิงที่สุด”

    “ห้าง Yim Mall ค่ะ”

    “ดี ไปที่นั้นกันเถอะ”

    “ได้ค่ะ จะให้ฉันขับรถให้ไหมคะ”

    หลินอู๋เฉินมองท่าทางของเธอแล้วอดหัวเราะไม่ได้

    “เธอมีแรงเหรอ แค่เดินยังลำบากเลยนี่นา”

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขับรถนั่งนะคะไม่ได้เดิน นอกจากนั้น...ฉันเองใช่ว่าจะได้ขับซูเปอร์คาร์บ่อยๆ นอกจากจะของคนที่มาซื้อบ้าน”

    “งั้นเหรอ งั้นก็ขับพาฉันไปที่นั่นแล้วกัน”

    “ได้เลยค่ะ”

    หลินอู๋เฉินโยนกุญแจรถให้เธอ มันถูกเขาเก็บไว้ในถุงต่างมิติ ทำให้ไม่ได้รับความเสียหายอย่างโทรศัพท์ แต่จะว่าไปแล้วครั้งนี้ถือว่าโชคร้ายจริงๆ เสียโทรศัพท์ไม่พอในถุงต่างมิติยังไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนสักชุดเดียว คิดแล้วก็ไม่น่ารีบเอาออกหลังกลับมาจากหุบเขาเลย

    ไป๋จิงถิงรับรีโมทด้วยความระมัดระวัง เธอทะนุถนอมราวกลับว่าสิ่งนี้คือทองคำล้ำค่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

    Ferrari Portofino M ไม่ใช่รถที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้ นอกจากจะมีเงินจริงๆ

    .........

    อย่างรวดเร็วเธอขับรถพาเขามาถึงห้างสรรพสินค้า Yim Mall

    ที่นี่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับอีกหกห้างดังในชุนเหลียน

    ห้างตั้งไม่ไกลจากทะเลสาบ มีสามชั้นและด้านบนสุดยังมีหอส่องกล้องให้คุณได้มองดูดวงดาวและชมวิวรอบทะเลสาบยามพระอาทิตย์ตก

    รถวันธรรมดาในลานจอดค่อนข้างเยอะพอสมควรแต่ด้วยความที่ขับซูเปอร์คาร์เข้ามา รปภ จึงจัดให้จอดในที่สำหรับแขกวีไอพี

    “คุณหลิน จะไปที่ไหนดีคะ” ไป๋จิงถิงถามเมื่อลงมาจากรถ สองแก้มเธอแดงซ่าน ร่างกายสูงโปร่งอยู่ในชุดทางการเดินด้วยท่าทางเย้ายวน แม้แต่ รปภ เห็นยังต้องกลืนน้ำลาย

    “ไปโซนไอที ฉันอยากจะซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ เธอรู้หรือเปล่าว่ามันอยู่ชั้นไหน”

    หลินอู๋เฉินอยู่ในเมืองชุนเหลียนก็จริง แต่หากคิดตามระยะทางตอนที่ยังเป็นนักศึกษาธรรมดา ที่นี่ค่อนข้างไกล เขาไม่ค่อยได้มาเพราะมันเปลืองเงินโดยใช่เหตุ

    “ชั้นสองค่ะ คุณหลินอยากได้โทรศัพท์ใช่ไหมคะ เดี๋ยวฉันจะพาไปเอง”

    ไป๋จิงถิงเข้ามาคว้าแขนแล้วพาเขาเข้าไปข้างใน

    หลินอู๋เฉินไม่ได้ห้าม ยังไงซะหล่อนก็อาศัยอยู่ในแถบนี้ น่าจะคุ้นชินกว่าเขาที่ไม่ค่อยได้มาเดิน

    รูปลักษณ์ของไป๋จิงถิงไม่ได้แย่ โดยปกติก็ทำให้หนุ่มๆ เหลียวหลังมองอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เพิ่งทำเรื่องอย่างว่ามาหมาดๆ ร่างกายเหมือนกับมีออร่ากระตุ้นต่อมรับรู้ของบรรดาผู้ชายที่เดินเตร่ในห้าง

    ไป๋จิงถิงไม่ใส่ใจต่อสายตาเหล่านั้น เธอบิดร่างกายเหมือนงู เดินแนบเคียงเขาและสรรหาเรื่องคุยเพื่อไม่ให้เขาเกิดรู้สึกเบื่อ

    “ดูเธอคุยเก่งขึ้นเยอะเลยนี่นา”

    “คุณหลินก็พูดไป ปกติฉันคุยเก่งอยู่แล้วค่ะ แต่ตอนนั้นเจอคุณครั้งแรก...แถมยังรู้ว่าคุณเป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่สุดติดทะเลสาบหงถิง ใครบ้างจะไม่ตกใจใช่ไหมคะ”

    หลินอู๋เฉินพยักหน้าเห็นด้วย

    เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นคนธรรมดา แค่เจอแฟนก็ตื่นเต้นแล้ว นับประสาอะไรกับการอยู่ต่อหน้าคนรวยรุ่นที่สอง ก็คงพูดตะกุกตะกักไม่ต่างจากไป๋จิงถิง

    “นี่ไงคะร้านโทรศัพท์ ที่นี่เป็นศูนย์รวมขนาดใหญ่ มีโทรศัพท์ทุกแบรนด์วางขาย” ไป๋จิงถิงแนะนำเมื่อมาถึงชั้น 3 “ที่ร้านหัวเซี้ยมีเพื่อนฉันทำงานเป็นผู้จัดการ ลองไปที่นั่นดูกันเถอะค่ะ”

    “เธออยากจะให้เพื่อนได้ค่าคอมมิชชั่นสินะ ถึงได้ลากฉันไปที่นั่น” หลินอู๋เฉินเดาได้ไม่ยาก

    “เอ่อ...ถูกมองออกซะแล้ว คิคิ” ไป๋จิงถิงยิ้มขวยเขิน จงใจดันหน้าอกแนบชิดแขนเขา หวังว่าเขาจะไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อย

    “ฉันไม่มีปัญหาหรอกนะที่จะซื้อของร้านนั้น แต่มีอย่างหนึ่งที่เธอต้องรู้ไว้ก่อน”

    “อะไรเหรอคะ”

    “ฉันซื้อโทรศัพท์ราคาถูก ดังนั้นเพื่อนของเธอคงได้ค่าคอมมิชชั่นนิดหน่อย”

    “...ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ถือว่าซื้อไม่ใช่เหรอคะ”

    ไป๋จิงถิงค่อนข้างแปลกใจ อาศัยฐานะของหลินอู๋เฉินทำไมต้องใช้ของราคาถูก

    “พวกกระจอก แต่งตัวปอนๆ กล้ามาเดินห้างได้ยังไง แถมยังพูดว่ามีเงินซื้อโทรศัพท์เครื่องไม่กี่หยวน น่าสมเพชชะมัด” ระหว่างนั้นบังเอิญชายหนุ่มคนหนึ่งพูดแทรกขึ้น