หลินอู๋เฉินปราบผู้จัดการไป๋เสียราบคาบ เธอนอนแผ่หลาบนโต๊ะตัวยาวสีดำลายงา บนร่างกายมีหยาดเหงื่อผุดพราย กลิ่นคาวราคะฟุ้งกระจาย สองแก้มแดงซาบซ่า ริมฝีปากบวมแดงเจ่อเห็นฟันซี่ขาวเรียงตัวสวยงาม
“คุณหลิน...”
ไป๋จิงถิงลุกขึ้นมานั่งด้วยความยากลำบาก ระหว่างขั้นตอนดังกล่าวหล่อนกลัวว่าจะทำให้น้ำเชื้อเขาหลุดออกมาจากทางรัก จึงพยายามบีบขาแนบชิด เพื่อที่จะกักเก็บน้ำเชื้อไว้ภายใน
กล่าวด้วยความสัตย์จริง มีใครบ้างไม่อยากได้น้ำเชื้อของคนร่ำรวย ถึงแม้จะไม่ได้เป็นภรรยาหลวง แต่อย่างน้อยก็น่าจะได้เงินค่าเลี้ยงดูลูกในท้อง ดีกว่าเป็นพนักงานเงินเดือนน้อยที่อยู่อย่างอรรถคัดขัดสนเป็นไหนๆ
“ยังไหวไหม”
หลินอู๋เฉินเอื้อมมือไปสัมผัสเรียวขาสวยที่วางพาดอยู่บนโต๊ะ จับให้แยกออกกว้าง มองเห็นช่องทางรักสีแดงเจ่อบวมมีน้ำกามไหลย้อยออกมาจากกลีบได้รูปของเธอ
ปลายอวัยวะเพศชายสีดำเมื่อมใช้ส่วนหัวบานเข้าไปไกล่เกลี่ยเลื่อนถูติ่งเนื้อเสียวเหนือยอดกลีบสองข้าง เธอเผลอส่งเสียงครางกระเส่า ใบหน้าเหยเก ริมฝีปากเผยอขึ้นเล็กน้อย
“ยัง...ยังไหวค่ะ”
ใจริงเธออยากบอกว่าไม่ไหวค่ะ แต่พอเห็นน้องชายของเขายังแข็งขึงตึงตังไม่อ่อนเปี้ย ถ้าหากบอกไปว่าฉันหมดแรงและเจ็บมากๆค่ะ ก็เกรงว่าอาจทำให้เขาไม่พอใจ ภายหลังไม่อยากมีอะไรกับเธอ ไม่ก็อาจทิ้งไป
ไป๋จิงถิงไม่อยากเป็นคนที่ถูกทิ้ง
ไม่อยากถูกมองว่าไร้ความสามารถ
ถึงแม้ช่วยเหลือเขาเรื่องธุรกิจไม่ได้แต่ขอแค่เรื่องบนเตียง เธอไม่สามารถทำตัวเหลาะแหละได้
“งั้นก็เอาอีกน้ำแล้วกัน”
“ได้ค่ะ สี่น้ำก็ได้...อ๊าา”
หัวบานมันเยิ้มด้วยน้ำรักของเธอกับน้ำกามจากร่องทางรักทำให้เขาขยับส่วนนั้นเข้าไปในร่างกายเธอได้อย่างง่ายๆ
ไป๋จิงถิงอ้าขากว้าง สองขาพาดเกี่ยวเอวแกร่งที่ขยับโยกลงมา ขนาดของชายหนุ่มค่อนข้างใหญ่ ยาวและแทงเข้ามาทุกครั้งก็ลึกถึงปากมดลูก
เธอครางและร้องเสียงดัง ทั้งเจ็บทั้งเสียว มีเซ็กซ์กับเขาครั้งที่สองถือว่าดีกว่าครั้งแรกในสระน้ำที่เหมือนกับร่างกายจะแหลกเป็นชิ้นๆ แต่กระนั้น ขนาดใหญ่ก็นับเป็นปัญหาจริงๆ แทงเข้ามาทุกครั้งจุกเสียดแน่นท้องจนต้องเกร็ง ขมิบตอดรัดเอ็นเนื้อที่กำลังกระแทกเข้ามา
หลินอู๋เฉินจับเธอเปลี่ยนท่า ใบหน้าแนบกับโต๊ะตัวยาว สองเต้าอวบโตราบกับโต๊ะ ก้นงอนงามโค้งมนด้านหลังส่ายไปมา อวัยวะสาวน้อยมีร่องกลีบไหลคล้อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาไม่ขาด
เขาเสือกแทงเข้าไปทีเดียวมิดด้าม เธอร้องครางปานขาดใจ เอ็นอุ่นร้อนขยับทีชนมดลูก ติ่งเนื้อในรัดตอดแน่นเปี๊ย
หลินอู๋เฉินตีไปที่บั้นท้ายกลมงาม ร่องเสียวพลันตอดรัดถี่แน่น เสียงครางของเธอยิ่งดังระส่ำ ดูเหมือนว่าจะชอบให้เขาตีแรงๆ ถึงได้ครางเสียงดังตอดรัดแน่นปานคนใกล้ขาดใจ
มือหนาลูบไล้กล้นงาม บีบคลึงแล้วจับก้นให้อ้ากว้าง มองเห็นรูทวารหนักได้รูปกับอวัยวะตัวเองที่กระแทกกระทั้นเข้าไปข้างในร่องสวาท เสียงดังตับตับตับ ปนกับเสียงร้องครางของคนทั้งคู่
“ฉันจะเสร็จแล้ว เธอจะให้ฉันเสร็จที่ไหน” เขาถามเธอทั้งที่ยังแทกเข้าออกไม่หยุด
“ข้างใน....ข้างใน ฉันต้องการน้ำเชื้อของคุณ!” ไป๋จิงถิงพูดด้วยน้ำเสียงไร้เรี่ยวแรง
ติ่งเนื้ออ่อนในร่องรักพลันบีบรัดแน่นเมื่อเอ็นอุ่นร้อนกำลังขยายตัว เขาเผลอครางเสียงต่ำ กระแทกเข้ามาสวบๆ และตีก้นเธอจนเป็นรอยมือแดง ปลายหัวบานถูแนบติ่งเนื้อครูดด้านในโพรงสวาทเล็กๆ แล้วฉีดพุ่งน้ำรักเข้าไปทั้งหมด
“อ๊า...มันเข้ามาแล้ว”
ไป๋จิงถิงวงหน้าแดงซ่าน ใช้มือชันตัวเองขึ้นมา ก้มมองหว่างขาเมื่อเขาถอดเอ็นอุ่นร้อนความเป็นชายออกไป
น้ำรักขาวข้นพลันทะลักออกมาจากกลีบเนื้อแฉะเยิ้ม ไหลหยดลงบนโต๊ะตัวยาว เธอรีบหุบร่องขา สัมผัสได้ถึงความร้อนเหมือนกับลาวาเต้นตุบตับในช่องทางแคบๆ ใต้หว่างขา ใบหน้ายิ่งมีความสุขเหมือนกับขึ้นสวรรค์
“ชอบไหม” เขาถามในขณะที่ใช้มือจับก้นของเธอแล้วมองดูช่องทางรักที่เขาเพิ่งบดขยี้จนกลีบสวยมีรูปร่างยับยู่ยี่
“ชอบค่ะ ชอบมาก...”
ไป่จิงถิงหอบหายใจหนักๆ เซ็กซ์เร่าร้อนที่เขาทำให้เธอมันบ้าคลั่ง
เธอไม่เคยคิดเลยว่าเซ็กซ์จะทำให้มีความสุขได้มากขนาดนี้
“งั้นก็ดี ต่อไปนี้เธอห้ามเอามันออกมาล่ะ เข้าใจไหม”
หลินอู๋เฉินเอื้อมมือไปสัมผัสกับร่องกลีบชุ่มฉ่ำ นิ้วชี้นิ้วกลางนวดคลึงติ่งเนื้อเบาๆ เธอครางและเสร็จอีกครั้ง ร่องฉ่ำยิ่งแฉะเหมือนกับน้ำพุหน้าฝน
.........
ไป๋จิงถิงสวมเสื้อด้วยความยากลำบาก แม้จะนั่งพักราว 1 ชั่วโมงแล้วก็ตาม แต่เธอยังรู้สึกปวดตรงหว่างขา
ลุกขึ้นยืนมองหน้าเจ้าของบ้านผู้ยิ่งใหญ่ เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบราคาถูก มองแล้วเหมือนกับเด็กมหาลัยยากจน
“คุณหลิน...ขอโทษนะคะที่ฉันซื้อชุดที่ดีที่สุดได้แค่นี้”
ไป๋จิงถิงกลัวว่าเขาจะโกรธ เสื้อผ้าราคาถูกไม่เหมาะสมกับฐานะของเขาเลย มันไม่เข้ากันเลยสักนิด แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา อาศัยเงินเดือนเล็กน้อยของผู้จัดการจะซื้อของแบรนด์เนมที่เขาชอบได้ยังไง
หลินอู๋เฉินโบกมือ “ช่างมันเถอะ จะแพงหรือถูกก็ใส่ได้เหมือนกัน”
ไป๋จิงถิงพลันโล่งใจ
“ห้างไหนใกล้ทะเลสาบหงถิงที่สุด”
“ห้าง Yim Mall ค่ะ”
“ดี ไปที่นั้นกันเถอะ”
“ได้ค่ะ จะให้ฉันขับรถให้ไหมคะ”
หลินอู๋เฉินมองท่าทางของเธอแล้วอดหัวเราะไม่ได้
“เธอมีแรงเหรอ แค่เดินยังลำบากเลยนี่นา”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขับรถนั่งนะคะไม่ได้เดิน นอกจากนั้น...ฉันเองใช่ว่าจะได้ขับซูเปอร์คาร์บ่อยๆ นอกจากจะของคนที่มาซื้อบ้าน”
“งั้นเหรอ งั้นก็ขับพาฉันไปที่นั่นแล้วกัน”
“ได้เลยค่ะ”
หลินอู๋เฉินโยนกุญแจรถให้เธอ มันถูกเขาเก็บไว้ในถุงต่างมิติ ทำให้ไม่ได้รับความเสียหายอย่างโทรศัพท์ แต่จะว่าไปแล้วครั้งนี้ถือว่าโชคร้ายจริงๆ เสียโทรศัพท์ไม่พอในถุงต่างมิติยังไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนสักชุดเดียว คิดแล้วก็ไม่น่ารีบเอาออกหลังกลับมาจากหุบเขาเลย
ไป๋จิงถิงรับรีโมทด้วยความระมัดระวัง เธอทะนุถนอมราวกลับว่าสิ่งนี้คือทองคำล้ำค่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
Ferrari Portofino M ไม่ใช่รถที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้ นอกจากจะมีเงินจริงๆ
.........
อย่างรวดเร็วเธอขับรถพาเขามาถึงห้างสรรพสินค้า Yim Mall
ที่นี่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับอีกหกห้างดังในชุนเหลียน
ห้างตั้งไม่ไกลจากทะเลสาบ มีสามชั้นและด้านบนสุดยังมีหอส่องกล้องให้คุณได้มองดูดวงดาวและชมวิวรอบทะเลสาบยามพระอาทิตย์ตก
รถวันธรรมดาในลานจอดค่อนข้างเยอะพอสมควรแต่ด้วยความที่ขับซูเปอร์คาร์เข้ามา รปภ จึงจัดให้จอดในที่สำหรับแขกวีไอพี
“คุณหลิน จะไปที่ไหนดีคะ” ไป๋จิงถิงถามเมื่อลงมาจากรถ สองแก้มเธอแดงซ่าน ร่างกายสูงโปร่งอยู่ในชุดทางการเดินด้วยท่าทางเย้ายวน แม้แต่ รปภ เห็นยังต้องกลืนน้ำลาย
“ไปโซนไอที ฉันอยากจะซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ เธอรู้หรือเปล่าว่ามันอยู่ชั้นไหน”
หลินอู๋เฉินอยู่ในเมืองชุนเหลียนก็จริง แต่หากคิดตามระยะทางตอนที่ยังเป็นนักศึกษาธรรมดา ที่นี่ค่อนข้างไกล เขาไม่ค่อยได้มาเพราะมันเปลืองเงินโดยใช่เหตุ
“ชั้นสองค่ะ คุณหลินอยากได้โทรศัพท์ใช่ไหมคะ เดี๋ยวฉันจะพาไปเอง”
ไป๋จิงถิงเข้ามาคว้าแขนแล้วพาเขาเข้าไปข้างใน
หลินอู๋เฉินไม่ได้ห้าม ยังไงซะหล่อนก็อาศัยอยู่ในแถบนี้ น่าจะคุ้นชินกว่าเขาที่ไม่ค่อยได้มาเดิน
รูปลักษณ์ของไป๋จิงถิงไม่ได้แย่ โดยปกติก็ทำให้หนุ่มๆ เหลียวหลังมองอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เพิ่งทำเรื่องอย่างว่ามาหมาดๆ ร่างกายเหมือนกับมีออร่ากระตุ้นต่อมรับรู้ของบรรดาผู้ชายที่เดินเตร่ในห้าง
ไป๋จิงถิงไม่ใส่ใจต่อสายตาเหล่านั้น เธอบิดร่างกายเหมือนงู เดินแนบเคียงเขาและสรรหาเรื่องคุยเพื่อไม่ให้เขาเกิดรู้สึกเบื่อ
“ดูเธอคุยเก่งขึ้นเยอะเลยนี่นา”
“คุณหลินก็พูดไป ปกติฉันคุยเก่งอยู่แล้วค่ะ แต่ตอนนั้นเจอคุณครั้งแรก...แถมยังรู้ว่าคุณเป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่สุดติดทะเลสาบหงถิง ใครบ้างจะไม่ตกใจใช่ไหมคะ”
หลินอู๋เฉินพยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นคนธรรมดา แค่เจอแฟนก็ตื่นเต้นแล้ว นับประสาอะไรกับการอยู่ต่อหน้าคนรวยรุ่นที่สอง ก็คงพูดตะกุกตะกักไม่ต่างจากไป๋จิงถิง
“นี่ไงคะร้านโทรศัพท์ ที่นี่เป็นศูนย์รวมขนาดใหญ่ มีโทรศัพท์ทุกแบรนด์วางขาย” ไป๋จิงถิงแนะนำเมื่อมาถึงชั้น 3 “ที่ร้านหัวเซี้ยมีเพื่อนฉันทำงานเป็นผู้จัดการ ลองไปที่นั่นดูกันเถอะค่ะ”
“เธออยากจะให้เพื่อนได้ค่าคอมมิชชั่นสินะ ถึงได้ลากฉันไปที่นั่น” หลินอู๋เฉินเดาได้ไม่ยาก
“เอ่อ...ถูกมองออกซะแล้ว คิคิ” ไป๋จิงถิงยิ้มขวยเขิน จงใจดันหน้าอกแนบชิดแขนเขา หวังว่าเขาจะไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อย
“ฉันไม่มีปัญหาหรอกนะที่จะซื้อของร้านนั้น แต่มีอย่างหนึ่งที่เธอต้องรู้ไว้ก่อน”
“อะไรเหรอคะ”
“ฉันซื้อโทรศัพท์ราคาถูก ดังนั้นเพื่อนของเธอคงได้ค่าคอมมิชชั่นนิดหน่อย”
“...ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงก็ถือว่าซื้อไม่ใช่เหรอคะ”
ไป๋จิงถิงค่อนข้างแปลกใจ อาศัยฐานะของหลินอู๋เฉินทำไมต้องใช้ของราคาถูก
“พวกกระจอก แต่งตัวปอนๆ กล้ามาเดินห้างได้ยังไง แถมยังพูดว่ามีเงินซื้อโทรศัพท์เครื่องไม่กี่หยวน น่าสมเพชชะมัด” ระหว่างนั้นบังเอิญชายหนุ่มคนหนึ่งพูดแทรกขึ้น