โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
ยามเฉิน สองแม่ลูกแต่งกายเรียบร้อย พร้อมเดินไปตลาด คงใช้เวลาเดินครึ่งชั่วยาม เพราะบ้านนางห่างไกลจากผู้คนยิ่งนัก
เรือนอยู่ไกล จะไปไหนก็ต้องเดิน ตัวเ้าของร่างเองก็เช่นกัน นางเดินไปตลาดด้วยความเหนื่อย แต่ขากลับนั้นจ้างรถม้าแถวตลาดให้มาส่งเป็ประจำ นางนั้นอยากนัดรถม้าให้มารับนางที่เรือนทุกวัน แต่เ้าของรถม้ากลับบอกว่า่นั้นติดงาน
ความจริงสิ่งที่เ้าตัวไม่รู้คือ เพราะน้ำหนักตัวที่มาก เวลารับส่งนางทั้งม้าและคนบังคับต้องใช้แรงมากขึ้นเป็เท่าตัว เหนื่อยมากขึ้นแต่ตำลึงก็ได้เท่าเดิม เคยขอเพิ่มเ้าของร่างก็โวยวาย หาว่าเอาเปรียบ นางขึ้นเพียงคนเดียวจะมาคิดราคาสองคนได้อย่างไร ขู่ว่าตนเองเป็ภรรยาของคนในกองทัพ พอมีชาวบ้านมามุงฟังตอนนางโวยวายเขาก็อายเป็ เลยตัดปัญหา ส่งอย่างเดียวเมื่อพบที่ตลาด ให้มารับที่เรือนเป็พิเศษย่อมขอปฏิเสธ เรือนก็ไกล น้ำหนักตัวก็มาก ไม่มีมารยาท ไร้น้ำใจอีก สงสารทั้งตนเองทั้งม้า
ตำลึงมากมายขนาดนี้ซื้อรถม้าและจ้างคนประจำยังได้ แต่นางกลับไม่ทำ ก็เหมือนเรือนที่โทรม แต่ของใช้ส่วนตัวกลับหรูหรา เฟยฮวาดูได้เพียงความทรงจำแต่ไม่เข้าใจความคิดของเ้าของร่างหรอก ถึงเช่นนั้นก็ดีกว่าเกิดใหม่แบบไม่รู้อะไรเลย
“ลูกใช้ผ้าไปคลุมหัวด้วยนะ แม้แดดตอนนี้จะไม่แรง แต่ป้องกันไว้ย่อมดีกว่า” เฟยฮวาใช้ผ้าคลุมศีรษะให้ทั้งตนเองและบุตรชาย
“ขอบคุณขอรับท่านแม่”
“แม่เตรียมกระบอกน้ำไปด้วย หากตอนเดินลูกหิวน้ำให้บอกแม่นะ”
“ข้าถือให้ขอรับ”
“ไม่ต้อง ๆ ลูกเพียงเดินจับมือแม่ดีกว่า แม่กางร่มสักครู่”
เด็กชายยิ้มอยากมีความสุข ตัวปลิวจับมือมารดาเดินทางยังจุดศูนย์กลางของหมู่บ้าน ที่ไหล่ของนางสะพายตะกร้าขนาดกลางด้านในมีกระเป๋าผ้าและกระบอกน้ำ มือข้างหนึ่งจับที่มือเขา ส่วนอีกข้างถือร่มกางให้เราทั้งคู่
นางเอนร่มมาทางฝั่งเฟยหลง ร่มเงาบังบุตรชายจนมิด ส่วนตัวนางนั้นไหล่อีกข้างโดนแดด สองแม่ลูกพูดคุยกันตลอดทาง ทำให้การเดินทางครั้งนี้เพลิดเพลิน ไม่เหนื่อยเลย
ทุกพื้นที่ของแคว้นชิงหลงล้วนปลอดภัย อย่างที่เคยกล่าวไปว่า ฮ่องเต้และฮองเฮาแคว้นชิงหลงโหดมาก 5 ปีมานี้ไม่เพียงแต่ปราบขุนนางชั่ว โจรป่าก็โดนจำกัดจนสิ้น หัวขโมยมีหรือจะกล้า ขโมยของไป ได้ชื่นชมเพียงไม่กี่ชั่วยามก็หัวหลุดจากบ่าไม่รู้ตัว เฟยฮวาถือว่านางก็เลือกเกิดได้ดี มีลูกติดก็ไม่เป็ไร เพราะเฟยหลงเป็เด็กดีมาก อยู่ด้วยกันไม่นานก็รู้สึกผูกพัน นางมาที่นี่ตัวคนเดียว พอมีเขาอยู่ด้วยก็ไม่ต่างจากมีเพื่อน ถึงจะเป็เพื่อนที่วัยเล็กจิ๋วก็เถอะ ดีกว่าอยู่ตัวคนเดียว ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลย
บรรยากาศธรรมชาติชวนให้ผ่อนคลาย ต้นไม้สีเขียว ได้ยินเสียงนกร้องเพลงขับกล่อม รู้สึกหายใจได้เต็มอิ่ม สดชื่นยิ่งนัก
อย่างน้อยการเกิดใหม่ในครั้งนี้ก็การันตีได้อีกอย่างว่า เฟยฮวาจะไม่เป็มะเร็งปอดเพราะฝุ่นแน่นอน
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ทั้งสองเดินทางถึงตลาด สองข้างทางเต็มไปด้วยเรือนไม้ที่เป็ร้านค้ามากมาย ทั้งยังมีตรงพื้นที่ตรงกลางเป็แผงขายทั้งของใช้ ของกิน ขนมหลากหลายชนิด เฟยหลงตาประกายเป็แวบวับ ดูสนใจไปเสียทุกอย่าง
บรรยากาศคึกคักมาก แม้จะบอกว่าหมู่บ้านนี้เป็เพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่จากที่นางดูแล้วก็คงมีชาวบ้านอยู่อาศัยเป็หลายร้อยครัวเรือน ที่อื่นในเมืองหลวงจะขนาดไหน มีโอกาสต้องไปให้ทั่วเลย
“อาหารที่ลูกทานไปย่อยไปหรือยัง”
“ข้ายังอิ่มอยู่เลยขอรับ
“ถ้างั้นเราไปซื้อของ แม่มีเื่ต้องจัดการด้วย หากทำอะไรเรียบร้อยแล้วค่อยแวะกินอาหาร กินขนม ดีหรือไม่”
“ดีขอรับท่านแม่”
นางพับร่มมาถือ ถอดผ้าคลุมให้ตนเองและบุตรชาย
“ลูกต้องจับมือแม่ไว้ตลอด ในตลาดมีคนมาก เราอาจพลัดหลงกันได้ หากสนใจสินค้าร้านไหนให้สะกิดบอกแม่ แล้วแม่จะพาเ้าไปดู” เฟยฮวาเอ่ยเตือน แม้เฟยหลงเป็เด็กฉลาด แต่เด็กยังไงก็คงเป็เด็กจะประมาทไม่ได้
“เข้าเข้าใจแล้วขอรับ” ถึงท่านแม่ไม่บอก เขาก็ไม่ปล่อยมือหรอก
“เก่งมาก เด็กดี”
เมื่อเดินเข้ามาในตลาด ทุกสายตาก็มองมาที่หญิงอ้วน แล้วซุบซิบกัน ชื่อเสียงนางเป็ที่รู้กันในวงกว้าง ว่าอ้วนอัปลักษณ์แต่กลับวาสนาดี ได้สามีก็ขยันนั่นก็พอให้น่าอิจฉาแล้ว โชคหล่นทับเขาผ่านการคัดเลือก ได้เข้าร่วมกับกองทัพ ได้ตำลึงมาตั้ง หมื่นตำลึงทอง
รู้เพียงแค่นั้นยังเป็ที่โจษจัน หากพวกนางรู้ว่าสามีนางส่งตำลึงทองมาให้อีกเท่าไหร่ คงมีคนอิจฉาจนอกแตกตาย
กลุ่มหญิงสาวยังคงนินทากันต่ออย่างออกรส วาสนาจะอยู่ได้นานงั้นหรือ อีกไม่นานคงไม่แคล้วโดนหย่าร้าง นิสัยต่ำทราม ขี้โมโห เป็จอมโวยวาย เหลาอาหารไม่มีที่ว่างนางก็ด่าลั่น หลงจู๊ออกมารับหน้าแทบไม่ทัน เสี่ยวเอ้อที่เหลาอาหารยังเคยมาเล่าว่า ตอนกินก็ตะกละมูมมาม ดีที่นางมักสั่งอาหารมากจนได้สิทธิ์ใช้ห้องส่วนตัว ถ้านั่งรวมกับผู้อื่นร้านคงร้างเป็แน่ กินเยอะจนอ้วนไม่แปลกที่จะรูปร่างจะเป็เช่นนั้น แต่วันนี้กลับแปลกตา นางมาพร้อมเด็กชายที่พอรูปงามแต่ผอมแห้ง ได้ข่าวว่ามีบุตรชายแต่พวกนางไม่เคยเห็น ชุดที่เด็กชายคนนั้นสวมใส่ผ้าเช็ดเท้าบ้านนางยังสภาพดีกว่า เดินคู่กันเหมือนนายหญิงกับทาส
“เราไปตรงร้านผ้ากันก่อน ดีหรือไม่” เฟยฮวาถามบุตรชาย นางใส่ใจเขามักสอบถามความเห็นอยู่เสมอ
เดินผ่านหน้าหญิงสาวกลุ่มนั้น ไม่ได้ยินหรอกว่าพูดถึงนางว่าอย่างไร แต่สายตาเหลือบมองแล้วก็ซุบซิบกันก็ชัดว่าพูดถึง นินทาอะไรก็ทำให้เนียน ๆ หน่อยเถิด
“ข้าตามใจท่านแม่ขอรับ” พวกนางได้ยินเด็กชายเรียกหญิงอ้วนว่าแม่ ก็ใ พอมองหน้าชัด ๆ เด็กคนนั้นก็คล้ายจ้าวซีฮัน เริ่มมีหัวข้อพูดคุยเื่ใหม่
เฟยฮวาไม่สนใจ นินทาได้ก็นินทาไป ตราบใดที่ยังไม่ได้กระทบกับชีวิตนางก็ย่อมปล่อยผ่าน นินทาเ้าของร่างไม่ถือว่านินทานาง คิดว่าถ้าต่อไปหากรู้ว่านิสัยเปลี่ยนไปแล้ว คำพูดเ่าั้ก็คงบางเบาไปเอง
“ฮูหยินจ้าวมาแล้ว ข้ากำลังนึกถึงท่านอยู่พอดี มีผ้าใหม่เข้ามา งามนัก แล้วนั่นซื้อทาสใหม่หรือ เหตุใดถึงเลือกทาสผอมแห้ง มอมแมม สกปรกเช่นนี้เล่า ให้ข้าช่วยแนะนำร้านค้าทาสที่หน่วยก้านดีให้ไหมเ้าคะ” เมื่อเดินผ่านบริเวณร้านผ้า ก็มีหญิงวัยกลางคนเข้ามาทักนาง ท่าทางดูเป็มิตรแต่แววตาไม่ได้จริงใจ ตอนแรกนางจะพูดเื่ผ้า แต่พอปรายตามองไปที่เฟยหลงก็เปลี่ยนเื่คุย
ค้นความทรงจำก็พบว่านี่มัน นางสุ่ย เ้าของร้านผ้าที่เ้าของร่างตัดด้วยเป็ประจำ พวกชุดรุ่มร่ามนั่น แล้วปากยื่นปากยาว มาว่าบุตรชายข้าเป็เด็กสกปรก
เฟยหลงได้ยินเช่นนั้นสายตาก็เต็มไปด้วยความเศร้า เขาเป็ลูกท่านแม่ ไม่ใช่ทาส
เมื่อเห็นสายตาบุตรชายแล้วคงอยู่เฉยไม่ได้ ทุกคำที่พูดกับเด็ก สำหรับครูอนุบาลล้วนต้องระมัดระวัง เด็กวัยนี้รู้มากกว่าที่เราคิดนัก คำพูดบางคำก็อาจเป็ปมในใจได้
“ท่านอาจเข้าใจอะไรผิด นี่จ้าวเฟยหลงเป็บุตรชายข้าเอง เขาชอบออกไปล่าสัตว์ จับปลา อายุน้อยแต่ก็เก่งกาจเหมือนท่านพ่อเขาแหละเ้าค่ะ ทำให้เนื้อตัวเปื้อนไปบ้าง”
…
“แต่ข้าว่าก็ไม่แปลกนะเ้าคะ เด็กผู้ชายที่เก่งก็มักเป็เช่นนี้ ชุดนี่ก็ไม่ยอมซื้อใหม่ บอกอยากประหยัด ข้านี่คร้านจะพูดว่ามีตำลึงซื้อให้ บุตรชายข้ากตัญญูรู้ความเกินอายุยิ่งนัก”
…
“แม้ภูมิใจแต่ก็ต้องสั่งห้ามเ้าค่ะ เพราะอายุยังน้อยนัก ข้าเป็ห่วงเขามาก เมื่อเช้าท่านพ่อเขา ให้คนมาส่งตำลึงให้ 3,000 ตำลึงทอง วันนี้เลยพาบุตรชายมาซื้อของ ซื้อชุดใหม่” ว่าบุตรชายนางคำนึง นางล้วนสวนสิบคำ เ้าของร่างผิดก็จริงที่ดูแลบุตรชายไม่ดี แต่ผู้ใหญ่ดี ๆ ที่ไหนจะมาพูดจาต่อหน้าเด็กแบบนี้
แล้วชาวบ้านนี่มาจากไหน พอนางพูดเสร็จมองรอบข้างมมีคนมามุงดูหลายคนเลย
เฟยหลงตากลับมาเป็ประกายด้วยความสุขอีกครั้ง ท่านแม่บอกเขาเก่งเหมือนท่านพ่อ อธิบายให้ท่านป้าผู้นั้นฟัง เขารู้สึกได้รับการปกป้อง
นางได้ยินก็นิ่งไป พร้อมปรับสีหน้าให้เป็ปกติ 3,000 ตำลึงทองเชียวนะ ยังไงวันนี้ตำลึงนี่ก็ต้องมาหมดที่ร้านนาง
“ข้ามีตาหามีแววไม่ ช่างเป็เด็กกตัญญูรู้ความสมกับที่ฮูหยินจ้าวกล่าว ต้องขอโทษคุณชายเ้าค่ะ” นางโค้งคำนับ ก็ถือว่าอยู่เป็
“ไม่เป็ไรขอรับท่านป้า ข้าไม่โกรธ” เด็กชายโค้งกลับ
“เฟยหลงช่างจิตใจดี รู้จักให้อภัยผู้อื่น” เฟยฮวาลูบหัวบุตรชาย
“จิตใจดีจริงเ้าค่ะ ไม่เคยพบเด็กตัวเท่านี้รู้ความขนาดนี้มาก่อน” แหม เปลี่ยนสีไวนัก
“งั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
“จ้าวฮูหยินไม่ได้จะตัดชุดหรือเ้าคะ มีผ้าใหม่ให้ชม และร้านข้าก็ตัดชุดเด็กได้”
“ตัดเ้าค่ะ แต่ไม่ตัดกับร้านนางสุ่ย ชุดสวยแต่รุ่มร่ามไปหน่อย วันก่อนข้าสะดุดชุดด้วยนะเ้าคะ อาจเป็ข้าที่ไม่ระวังเองด้วย คิดว่าชุดร้านนางสุ่ยคงไม่เหมาะกับข้า” นางชี้ไปที่ลูกมะนาวกลางหัว พลางอธิบาย คนอยู่เยอะก็ขอเล่นสักหน่อยละกัน มีคนมุงก็เหมือนมีหอกระจายข่าว อาจมีสักคนที่แปลความนางได้ว่า ชุดร้านนางสุ่ยรุ่มร่ามจนทำให้สะดุดล้ม
ไม่ทันที่นางสุ่ยจะได้กล่าวอะไรต่อ 3,000 ตำลึงทองก็หายวับไปกับตา เฟยฮวาจูงมือบุตรชายเดินหนี ี้เีพูดด้วยแล้ว เก็บพลังงานไปใช้กับเื่ที่จำเป็ดีกว่า
หญิงอ้วนเป็หัวข้อพูดถึงของคนทั่วตลาด
“ท่านแม่เจ็บที่หัวหรือขอรับ ข้าขอดูหน่อย” เฟยหลงไม่ได้สังเกตตรงข้างหลังหัวของนางมาก่อน เมื่อเห็นใเพราะมันเป็ก้อนกลม
“เอาเงินที่ซื้อชุดให้ข้า ไปซื้อยาให้ท่านแม่ได้ไหมขอรับ”
แล้วจะไม่ให้นางเอ็นดูได้ยังไง ความคิดเด็กคนนี้
“ลูกไม่ต้องห่วง ตำลึงเรามีมาก ซื้อได้ทั้งชุดและยาโดยที่ไม่ต้องเลือกเลย แต่แม่เจ็บนิดเดียว เหมือนโดนมดกัด เห็นไหมหากแม่เจ็บจะกดแบบนี้ไม่ได้” เฟยฮวาพูดพลางใช้มือกด ๆ ลูกมะนาวที่หัว
“จริงหรือขอรับ” สบายใจขึ้นแต่ก็ยังห่วง เขาไม่อยากให้ท่านแม่เจ็บเลยสักนิด
“จริงสิ งั้นเอาแบบนี้ เราไปโรงหมอด้วยเลย แม่จะซื้อยาทาให้ ทั้งของแม่และของลูก ั้แ่วันนี้เราทายาทุกวัน พอหายก็ไม่มีคนเจ็บอีก แบบนี้ดีหรือไม่” ถือว่าสบโอกาส ตามตัวในร่มผ้าของเฟยหลงก็มีรอยเขียวม่วง จากการโดนเ้าของร่างทุบตี เฟยฮวาคิดรักษาเช่นกัน
“ดีขอรับ!”
ยาที่โรงหมอจะได้ผลไหมไม่รู้ ถ้าไม่ได้ผลไว้ค่อยเนียนใช้ยาวิเศษจากระบบช่วยละกัน
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️ยามเฉิน = 7.00-9.00
ครึ่งชั่วยาม = 1 ชั่วโมง
หลงจู๊ = ผู้จัดการร้าน
เสี่ยวเอ้อ = เด็กเสิร์ฟ
ค่าเงิน
100 เหรียญทองแดง = 1 ตำลึงเงิน
10 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง