ราชันย์สิบโลก

ตอนที่ 222 การกลับมาของเจดีย์ฟ้าสวรรค์

        “ท่านผู้อาวุโสข้าไม่คิดที่จะดูดซับพลังของน้ำแห่งชีวิตนี้ตามลำพังท่านให้เจดีย์ฟ้าสวรรค์ดูดซับพลังของน้ำแห่งชีวิตไปพร้อมๆ กับข้าถึงแม้ในอนาคตข้าจะมีโอกาสที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดไปถึงระดับเทพสวรรค์นั้นจะมีโอกาสน้อยกว่าเดิม แต่ข้าเองก็เต็มใจที่จะเสี่ยง”

        “ข้าไม่คิดว่าข้าจะก้าวข้ามระดับเทพสวรรค์ได้อย่างง่ายดายอยู่แล้วอีกอย่างท่านผู้อาวุโสเองพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าดินแดนแห่งเทพนี้มีความเป็นมาอย่างไรและเกี่ยวข้องอะไรกับโลกต้นกำเนิดของพวกเราบ้าง”

        “เจ้าหนูเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าดินแดนแห่งเทพนี้มีความเกี่ยวข้องกับดินแดนโลกต้นกำเนิดแสดงว่าเจ้าต้องพบของดีเข้าแล้วหละสิ แต่เจ้าค่อยเอาไว้เล่าให้ข้าฟังทีหลังหากเจ้าตัดสินใจให้เจดีย์ฟ้าสวรรค์ดูดซับพลังร่วมกับเจ้า ตอนนี้ข้าเองก็ต้องฟื้นฟูพลังของตัวเองก่อนไม่เช่นนั้นคงจะอีกหลายปีกว่าที่เจ้าจะฟื้นฟูพลังของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ได้ข้าถึงจะสามารถติดต่อกับเจ้าได้อีกครั้งเป็นแน่”

        “ท่านผู้อาวุโสท่านผู้อาวุโส บอกข้าก่อนสิว่าดินแดนแห่งเทพนั้นเป็นดินแดนแบบไหนกัน?”

        เสียงของผู้อาวุโสอู่หวังฉีพลันเงียบลงไปเขาใช้พลังไปมากในการสื่อสารกับเฟิ่งหยูในครั้งนี้ทำให้เขาต้องรีบฟื้นฟูพลังโดยเร็วที่สุดตอนนี้เจดีย์ฟ้าสวรรค์เริ่มการดูดซับพลังของน้ำแห่งชีวิตอีกครั้งพร้อม ๆกับกายเซียนของเฟิ่งหยู กายเซียนของเฟิ่งหยูดูดซับพลังน้ำแห่งชีวิตนี้ด้วยความรวดเร็วกายเซียนสีทองที่อยู่ใต้น้ำสีฟ้าใสทำให้ร่างกายของเฟิ่งหยูค่อยแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

        พลังปราณจากน้ำแห่งชีวิตนั้นยังช่วยทำให้พลังปราณของเฟิ่งหยูค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาทีละน้อย ผลึกปราณของเฟิ่งหยูค่อย ๆ เปล่งแสงสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาสามารถรับรู้ได้ว่าระดับพลังของเขาเริ่มฟื้นคืนกลับมาบ้างแล้ว

        เฟิ่งหยูและเจดีย์ฟ้าสวรรค์และผู้อาวุโสอู่หวังฉีใช้เวลาดูดซับพลังของน้ำแห่งชีวิตถึงหนึ่งปีเต็มน้ำแห่งชีวิตหยดสุดท้ายจึงเหือดแห้งหมดไปในที่สุดระดับพลังปราณของเฟิ่งหยูจึงสามารถกลับมาอยู่ในระดับเดิมได้เช่นเดิมกับตอนที่เขาต่อสู้กับราชาปีศาจบาเอลแต่ร่างกายของเขากลับแข็งแกร่งมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า

        เฟิ่งหยูลุกขึ้นยืนเขามองไปรอบๆ สระเขาพบว่าสระนี้มีขนาดที่ใหญ่มาก และเขาเองพลันไปสะดุดตาเมื่อมองไปยังใต้สระมีข้อความจารึกเมื่อเฟิ่งหยูได้อ่านข้อความจารึกเหล่านั้นพลันทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นมาในทันที

        “ท่านผู้อาวุโสท่านฟื้นคืนพลังสมบูรณ์หรือยัง?”

        “ทั้งข้าและเจดีย์ฟ้าสวรรค์ล้วนฟื้นคืนพลังเรียบร้อยพลังของข้าและเจดีย์ฟ้าสวรรค์ฟื้นคืนเต็มสิบส่วนแล้ว”

        “ท่านผู้อาวุโสท่านดูที่ก้นสระแห่งนี้พวกเราพบอะไรดี ๆ เข้าแล้ว”

        ผู้อาวุโสอู่หวังฉีจ้องมองดูที่ก้นสระจากภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ พลันตะลึงกับสิ่งที่เขาได้เห็น

        “เจ้านี่เจ้า วาสนาของเจ้านี่เปรียบเหมือนสวรรค์มาโปรดเจ้าจริงๆ แม้แต่ตำราสร้างน้ำแห่งชีวิตเจ้าเองก็สามารถได้มันมาอยู่ในมือได้”

        เฟิ่งหยูเก็บสระขนาดใหญ่เข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์เขาเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ด้วยความดีใจภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ในตอนนี้กลับเป็นเหมือนเช่นเดิม พลังฟ้าดินที่อยู่ภายในยังคงหนาแน่นตลอดเวลาที่พลังของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ถูกใช้ไปจนหมด พลังฟ้าดินภายในยังคงอยู่เช่นเดิมเพราะภายในเจดีย์ฟ้าสวรรค์นั้นมีต้นพฤกษาโลกาที่ทำหน้าที่สร้างพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดแทนทำให้สมุนไพรต่าง ๆ ของเฟิ่งหยูยังคงไม่เสียหายใด ๆ เขารีบเข้ามาหาผู้อาวุโสอู่หวังฉี

        “ท่านผู้อาวุโสไม่ได้เจอกันนานต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือให้ข้าสามารถกักขังราชาปีศาจบาเอลได้สำเร็จ”

        “เอาเถอะตอนนี้พวกเราพักเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนรีบไปสำรวจสระที่เจ้าได้มาก่อนเถอะ ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าน้ำแห่งชีวิตนั้นสร้างขึ้นมาอย่างไร?”

        เฟิ่งหยูและผู้อาวุโสอู่หวังฉีศึกษาวิธีการสร้างน้ำแห่งชีวิตอย่างละเอียดเขาพบว่าสมุนไพรหลักๆที่ใช้ในการสร้างน้ำแห่งชีวิตกว่าครึ่งนั้นเฟิ่งหยูได้นำมันมาปลูกไว้ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์แล้วโดยเฉพาะสมุนไพรหลัก ๆ ที่ใช้อยู่ห้าชนิดเฟิ่งหยูมีอยู่แล้วในเจดีย์ฟ้าสวรรค์แล้วถึงสองชนิดด้วยกัน

        เมื่อเฟิ่งหยูส่งจิตสัมผัสไปยังสระขนาดใหญ่นั้นเพื่อที่จะตรวจสอบรายละเอียดส่วนอื่นๆ สระขนาดใหญ่นั้นพลันหดตัวเล็กลงมาอย่างรวดเร็ว มันกลายร่างเป็นเตาหลอมโอสถเมื่อผู้อาวุโสอู่หวังฉีเห็นดังนั้น

        “เจ้าลองส่งจิตสัมผัสให้มันกลายร่างเป็นสระเหมือนเดิมสิ”

        เฟิ่งหยูส่งจิตสัมผัสของเขาเข้าไปในเตาหลอมโอสถทันใดนั้นเตาหลอมโอสถขนาดเล็กพลันขยายตัวใหญ่ขึ้นกลายเป็นสระขนาดใหญ่เช่นเดิมในทันที

        “วิเศษวิเศษยิ่ง ของสิ่งนี้ต้องเป็นมรดกตกทอดของเทพสวรรค์คนใดคนหนึ่งเป็นแน่ไม่แน่อาจจะเป็นของผู้นำเผ่ามนุษย์ก็เป็นได้ เพราะอักษรที่สลักอยู่ที่ก้นสระนั้นเป็นตำราสร้างน้ำแห่งชีวิตซึ่งไม่มีใครรู้วิธีการสร้างเลยแม้แต่คนเดียว ยกเว้นผู้นำของทั้งสามเผ่าพันธุ์เท่านั้น”

        “ท่านผู้อาวุโสแล้วแบบนี้ไม่รู้ว่าเผ่าอื่นๆ จะมีคนที่สามารถฝึกฝนจนถึงขั้นเทพสวรรค์หรือไม่ เพราะหากเผ่ามนุษย์ข้าเองยังสามารถเป็นเจ้าของสิ่งนี้ได้แล้วเผ่าอื่น ๆ เองก็คงมีวิธีสืบทอดที่ให้คนรุ่นหลังเช่นเดียวกันเป็นแน่”

        “เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่สามารถตอบเจ้าได้เช่นกันเพื่อป้องกันเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเจ้าต้องรีบฝึกฝนให้ถึงระดับนั้นก่อนเผ่าพันธุ์อื่นๆ ไม่เช่นนั้นเผ่ามนุษย์ของพวกเรามีหวังถูกทำลายจนสูญสิ้นเป็นแน่”

        “ก็คงต้องเป็นเช่นนั้นท่านผู้อาวุโสอีกอย่างท่านช่วยเล่าเรื่องของดินแดนแห่งเทพนี้ให้ข้าฟังได้ไหมว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกับโลกต้นกำเนิดของเรา ท่านพอจะรู้อะไรบ้างหรือไม่”

        “เรื่องนั้นข้าเองก็รู้เรื่องราวไม่มากเท่าไหร่ที่ข้ารู้คือเจดีย์ฟ้าสวรรค์นี้เป็นของที่สร้างจากดินแดนแห่งเทพนี้เท่านั้นส่วนเรื่องภายในดินแดนแห่งเทพนี้ข้าเองก็ทราบไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็พอจะบอกเจ้าคร่าว  ๆ บ้าง เพราะจากผู้ที่สร้างเจดีย์ฟ้าสวรรค์ได้บันทึกเอาไว้ในความทรงจำของเจดีย์ฟ้าสวรรค์ที่ส่งทอดมามาถึงนั้นมีไม่มากเท่าไหร่”

        จากนั้นผู้อาวุโสอู่หวังฉีจึงได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ภายในดินแดนแห่งเทพนี้ให้กับเฟิ่งหยูฟังตามที่เขาได้รับทราบมาจากบันทึกในความทรงจำเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากผู้อาวุโสอู่หวังฉีเฟิ่งหยูจึงเข้าใจเรื่องราวของดินแดนแห่งเทพนี้มากขึ้น

        ตอนนี้ข้าเองก็มาอยู่ดินแดนแห่งนี้ได้ปีกว่าแล้ว  ถึงแม้เวลาส่วนมากของเฟิ่งหยูจะอยู่ใต้ศิลาจารึกเสียเป็นส่วนใหญ่แต่เมื่อเขาฟังเรื่องราวต่าง  ๆ จากผู้อาวุโสอู่หวังฉีและจากข้อมูลที่ตระกูลลี่ให้มาเขาเองพลันเข้าใจดินแดนแห่งนี้มากขึ้น

        “ข้าสมควรไปเยี่ยมดูตระกูลลี่เสียหน่อยจากมาเป็นปีไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงกันบ้างหวังว่าสินค้าที่ข้าทำให้คงพอให้พวกเขาฟื้นตัวได้บ้าง?”

         เฟิ่งหยูออกมาจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์เมื่อเขาออกมาในห้องโถงใหญ่ตอนนี้ที่นี่กลับว่างเปล่าโดยสิ้นเชิงเพราะเฟิ่งหยูได้เก็บแท่นบูชาที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเตาหลอมโอสถของเขาไปเรียบร้อยแล้วเฟิ่งหยูกระชากมิติออกจากห้องโถงใหญ่ออกมาอยู่หน้าศิลาจารึกที่เขาเข้าไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว

        เฟิ่งหยูเดินกลับไปยังที่พักของหลุนยู่เฟย เมื่อไปถึงเขาพบกับหลุนยู่เฟยที่กำลังคุยชายฉกรรจ์จำนวนหกเจ็ดคนอยู่ในที่พักของเขา

        เฟิ่งหยูเดินเข้าไปหาหลุนยู่เฟยพร้อมกับเอ่ยทักทานสหายเก่า

        “หลุนยู่เฟย ท่านเป็นยังไงบ้างสบายดีไหมแล้วคนพวกนี้เพื่อนของท่านเช่นนั้นหรือ?”

        “เฟิ่งหยูเจ้าเองหรือเจ้าหายไปไหนมา ข้าคิดว่าเจ้าออกไปจากที่นี่แล้วเสียอีก”

        “ข้าแค่ไปสำรวจด้านในมาเจ้า......”

        “นี่เจ้าหนุ่มเจ้ารีบออกไปจากที่นี่ หากเจ้าไม่อยากเจ็บตัว ตอนนี้ที่นี่เป็นของพวกเราแล้ว”

        “หลุนยู่เฟยนี่มันหมายความว่าอย่างไร แล้วคนพวกนี้เป็นใครอย่างนั้นหรือ?”

        “พวกเขาจะมาแย่งที่พักของข้าข้าไม่ยอมพวกเขาก็ไม่ยอมออกไป เฟิ่งหยูเจ้าไปจากที่นี่เสียเถอะนี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า หากเจ้ายังคงอยู่ที่นี่คงต้องถูกพวกมันทำร้ายเป็นแน่ข้าอยู่ที่นี่มาหลายปี ข้าสร้างที่นี่มากับมือข้าข้าไม่ยอมสูญเสียมันให้กับพวกมันไปอย่างแน่นอน”

        “เจ้าอยากเจ็บตัวมากใช่ไหมหากพูดดี ๆ ไม่รู้เรื่องเช่นนั้นพวกข้าก็จะสงเคราะห์เจ้า เอง นายน้อยของพวกเราต้องการที่พักแห่งนี้เจ้าเองออกไปให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าพวกเราไม่เตือนเจ้านะ พวกเราให้โอกาสกับเจ้าแล้ว”

        “ยังไงเสียข้าก็ไม่ยอมออกไปพวกเจ้าอยากได้ที่พักของข้า ทำไมพวกเจ้าไม่สร้างกันขึ้นมาเองที่ก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ พวกเจ้าอย่างคิดว่ามีพรรคพวกมากแล้วจะมารังแกกันง่าย ๆ นะ”

        “ไม่เจ็บตัวสักหน่อยเจ้าคงไม่ยอมง่ายๆ เป็นแน่” หนึ่งในชายพวกนั้นพุ่งทะยานเข้าไปหาหลุนยู่เฟยแต่ก่อนที่เขาจะถึงตัวของหลุนยู่เฟยนั้น พริบตาเดียวเฟิ่งหยูกลับมายืนขวางชายคนนั้นเอาไว้

        “เจ้าจะทำอะไรพูดไม่รู้เรื่องหรือไง หรือว่าเจ้าอยากเจ็บตัวอีกคน”

        “ข้าว่าพวกเจ้ารีบกลับไปแล้วอย่าได้มารังควานเพื่อนของข้าอีกเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกเจ้านะ”

        “ฮ่า  ฮ่า ฮ่า อย่างเจ้าคนเดียวนะหรือจะมาทำอะไรพวกเราได้พวกเรามีคนมากกว่าเจ้าตั้งหลายคน และอีกอย่างในสถานที่แห่งนี้ผู้ที่มีพลังยุทธ์สูงไม่สามารถเข้ามาได้เจ้าคิดหรือว่าจะมีคนมาช่วยเหลือพวกเจ้าทั้งสองคนได้”

        “เช่นนั้นหรือ เจ้าว่าคนที่มีพลังยุทธ์สูงไม่สามารถเข้ามาในนี้ได้เช่นนั้นหรือ?”

        เฟิ่งหยูระเบิดพลังปราณของเขาออกมาจนชายฉกรรจ์ทั้งหมดนอนแผ่ลงไปกับพื้น พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะเงยหน้ามองเฟิ่งหยูและหลุนยู่เฟยด้วยซ้ำไป

        “เป็นไปไม่ได้ เจ้าเจ้า เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้ยังไง พลังยุทธ์ของเจ้าสูงถึงเพียงนี้ทำไมเจ้าเข้ามาที่นี่ได้”

คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน