ประตูอัตโนมัติเลื่อนเปิดออกอย่างเงียบงันจนแทบไม่ได้ยินเสียงกลไก อากาศเย็นเฉียบจากระบบปรับอากาศที่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพปะทะเข้ากับใบหน้าของทุกคน ความรู้สึกแปลกแยกจู่โจมเข้ามาในทันที หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด ฝุ่นควัน และกลิ่นเน่าเหม็นของซากศพมานานหลายวัน สถานที่ที่สะอาดสะอ้านจนเกินจริงเช่นนี้กลับชวนให้รู้สึกระแวงมากกว่าจะสบายใจ
พื้นกระเบื้องสีขาวขัดมันสะท้อนแสงจากหลอดไฟแอลอีดีเหนือศีรษะจนดูพร่ามัว กำแพงกระจกใสเผยให้เห็นห้องตรวจ ห้องแล็บวิจัย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ล้ำสมัยที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ เจ้าหน้าที่ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินผ่านไปมาอย่างเป็นระเบียบและเงียบเชียบ ราวกับว่าโลกภายนอกกำแพงสูงนั่นไม่เคยล่มสลายลงเลยแม้แต่น้อย
ฟ้ากระชับมือที่กุมมือมีนไว้แน่นขึ้น “เหมือนโรงพยาบาลเลยนะคะ…”
มีนยิ้มอ่อนโยนเพื่อปลอบใจเด็กสาว แต่แววตาของเธอเองก็เต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
ดร.เซลีนเดินนำไปตามทางเดินยาวที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เสียงรองเท้าส้นเตี้ยของเธอกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ “ที่นี่คือศูนย์ประเมินและวิจัยทางชีวภาพของเขตปลอดภัยหมายเลข 7 ค่ะ เรามีหน้าที่ตรวจสอบผู้รอดชีวิตใหม่ทุกคน เพื่อประเมินความเสี่ยงและศักยภาพที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนของเรา”
เจย์มองผ่านกระจกเข้าไปยังเครื่องมือวิเคราะห์ระดับสูงด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ “อุปกรณ์เหล่านี้ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรในการบำรุงรักษามหาศาล ในโลกที่ล่มสลายแบบนี้… พวกคุณทำได้ยังไง?”
ดร.เซลีนยิ้มโดยไม่หันกลับมามอง “ความรู้คือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดเสมอค่ะคุณเจย์ และเราเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้มานานแล้ว”
ประโยคธรรมดาแต่แฝงนัยยะบางอย่างทำให้เจย์เงียบลง ในที่สุดเธอก็หยุดอยู่หน้าห้องประชุมขนาดกลาง ประตูกระจกใสเผยให้เห็นโต๊ะยาวและหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ “สมาชิกทั่วไปสามารถพักรอและรับการตรวจร่างกายพื้นฐานที่ห้องรับรองด้านข้างได้ค่ะ” เธอหันมามองหลินเยว่กับอาร์คด้วยสายตาที่มีความหมายแฝง “แต่สำหรับสองท่านนี้… ฉันขอเชิญเข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัวสักครู่”
คินก้าวออกมาขวางทันที “ไม่ เราจะไม่แยกกันเด็ดขาด”
นัทพยักหน้าสนับสนุนอย่างรวดเร็ว “ใช่ ถ้าจะคุยก็ต้องคุยพร้อมกันหมดนี่แหละ”
ดร.เซลีนไม่ได้แสดงความไม่พอใจ เธอเพียงยิ้มเหมือนคาดเดาปฏิกิริยาเหล่านี้ไว้แล้ว “ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้น เชิญทุกคนเข้ามาพร้อมกันเลย”
เมื่อทุกคนก้าวเข้าไปในห้อง ประตูกระจกก็เลื่อนปิดลงพร้อมเสียงล็อกอัตโนมัติที่ดังขึ้นเบา ๆ คลิก แม้จะเป็นเสียงเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันที ดร.เซลีนแตะหน้าจอควบคุมเบา ๆ ภาพสามมิติของโครงสร้างเซลล์ที่ซับซ้อนปรากฏขึ้นกลางห้อง ตามด้วยภาพของไวรัสที่มีโครงสร้างผิดธรรมชาติ
“ไวรัส X-13 ไม่ใช่อุบัติเหตุทางชีวภาพอย่างที่คนภายนอกเข้าใจหรอกค่ะ” คำพูดแรกของเธอทำให้ทุกคนแทบหยุดหายใจ “มันคือโครงการวิจัยที่ถูกวางแผนมาอย่างดี”
เจย์เบิกตากว้าง ขณะที่ด็อกเตอร์กำมือแน่นจนสั่น หลินเยว่รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นหนักหน่วงอยู่ในอก แม้จะเคยคาดเดาถึงเบื้องหลังที่ดำมืดไว้บ้าง แต่การได้ยินความจริงจากปากของผู้ที่อยู่ในใจกลางของสถานที่แห่งนี้กลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ดร.เซลีนเปลี่ยนภาพบนหน้าจอเป็นแผนผังที่เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ ผู้ติดเชื้อ และสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสูง ตรงศูนย์กลางของภาพมีรหัสขนาดใหญ่ปรากฏชัดเจน: GENESIS
หลินเยว่ตัวแข็งทื่อ ระบบในตัวเธอสั่นไหวรุนแรงทันทีราวกับตอบสนองต่อคำนี้ ดร.เซลีนหันมาสบตาเธอโดยตรง “คุณหลินเยว่คะ ระบบที่อยู่ในตัวคุณ… มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือโชคช่วยหรอกค่ะ”
ก่อนที่หลินเยว่จะได้ทันตั้งตัว หญิงสาวเจ้าของชุดกาวน์ก็หันไปมองอาร์ค แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสุภาพเป็นความเฉียบคมและคลั่งไคล้ในผลงาน “และคุณ…” เธอหยุดเพียงชั่วอึดใจ “คุณคือผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของโครงการราชันย์วิวัฒนาการ”
อากาศในห้องเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ฟ้ากอดต้นไว้แน่น คินยกปืนขึ้นเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ อาร์คยังคงยืนนิ่ง ดวงตาสีแดงเข้มจับจ้องหญิงสาวตรงหน้า ราวกับกำลังพยายามค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่ขาดหายไปจากใบหน้านั้น
ดร.เซลีนยิ้มบาง ๆ “พวกเราเฝ้าติดตามสัญญาณของคุณมานานแล้วค่ะ” เธอกดรีโมตอีกครั้ง ภาพจากกล้องวงจรปิดและโดรนสอดแนมหลายสิบภาพปรากฏบนจอ ทุกภาพคือเหตุการณ์ที่หลินเยว่และทีมเคยเผชิญมาทั้งหมด ตั้งแต่การต่อสู้ในซูเปอร์มาร์เก็ต การกำจัด Juggernaut จนถึงวินาทีที่หลินเยว่ใช้คำสั่งเครือข่ายเป็นครั้งแรก
หัวใจของหลินเยว่เย็นวาบ พวกเขาถูกจับตาดูมาตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงแค่ตอนที่มาถึงเมืองแห่งนี้ แต่เป็นตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเริ่มลืมตาตื่นขึ้นในโลกใบใหม่นี้
ดร.เซลีนประสานมือไว้ด้านหน้า รอยยิ้มของเธอยังคงสุภาพแต่ดวงตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ”
คำพูดนั้นดังชัดเจนในห้องอันเงียบสงัด และในวินาทีนั้นเอง หลินเยว่ก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ เมืองปลอดภัยแห่งนี้ไม่ใช่ที่พักพิงอย่างที่ทุกคนฝันถึง แต่มันคือกรงขนาดยักษ์ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต และพวกเธอคือสิ่งมีชีวิตล้ำค่าที่เจ้าของกรงเฝ้ารอให้เดินกลับเข้ามาติดกับด้วยตัวเองมานานแล้ว