“ออกจากเขตเมืองมาได้แล้วยังกับ์แน่ะ” ไอริสกล่าวออกมาด้วยท่าทีสดชื่น
“ก็นะ เมืองบ้านั่นมันร้อนฉิบจริงๆนั่นแหละ” เทมเพสต์กล่าวเสริม “แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ใหนแล้ว”
“พนาสีชาดค่ะ” ลิซ่าตอบคำถามของเทมเพสต์
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในป่าโปร่งที่ต้นไม้ทุกต้นมีใบสีแดงสด เป็หนึ่งในเส้นทางที่ผู้คนสัญจรน้อยเพราะนอกจากสัตว์อสูรในนี้จะมีระดับต่ำมากเกินไปแล้ว ไอเทมและค่าประสบการยังได้น้อยมากจนไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
กลุ่มของพวกเขาจึงเดินทางกันได้อย่างสะดวก สักพักมิกซ์ก็ติดต่อมาเขาบอกว่าเขาหาที่พักรอไว้แล้ว แถมยังจองที่สำหรับเปิดร้านค้าได้แล้วด้วย
พวกอากิระเดินทางกันมาได้ครึ่งวันแล้วก็ทานอาหาร แล้วนั่งพักผ่อนกันก่อน
“ต่อไปก็ต้องผ่านป่าไผ่ไร้ทิวาสินะครับ” อากิระกล่าวออกมา
“ใช่ค่ะ จากนั้นก็ต้องผ่านสายธารพิสุทธิ์ไปยังป่าสีขาวก่อนจะถึงเมืองยูโทเปียค่ะ” ลูน่ากล่าวตอบ
“หวา ไกลน่าดูเลยนะเนี่ย” เมเทียร์พูดออกมา
“ประมาณสามวันน่าจะถึง คืนนี้ก็น่าจะไปได้พ้นชายป่าสีชาดนี่พอดีล่ะนะครับ” อากิระกล่าวออกมาแล้วยิ้มให้ทุกคนเล็กน้อย
ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยกับเขา หลังจากพักกันจนหายเหนื่อยแล้วทุกคนก็เริ่มเดินทางกันต่อ ในระหว่างทางนี้แม้จะพบสัตว์อสูรอยู่บ้างแต่เพราะสัตว์อสูรเ่าั้มีระดับต่ำมากจึงไม่กล้าเข้าใกล้พวกอากิระเลยแม้แต่ตัวเดียว ทำให้การเดินทางของพวกเขาเป็ไปอย่างสะดวก
พวกเขาออกมาพ้นชายป่าสีชาดก็เริ่มมืดแล้วพวกเขาจึงตั้งแคมป์พักผ่อนกัน ตอนนี้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาคือป่าไผ่ที่มีบรรยากาศมืดมนจนไม่น่าเข้าใกล้
“ป่าไผ่ไร้ทิวาเป็อีกที่หนึ่งที่ผู้เล่นไม่ค่อยสัญจรล่ะนะ” ไอริสกล่าวออกมา
“ทำไมล่ะคะ” ลิซ่าถามออกมา
“เพราะสภาพภายในของมันเป็กลางคืนตลอด แน่นอนว่าสัตว์อสูรภายในก็เป็สัตว์อสูรกลางคืนทั้งหมดน่ะจ้ะ” เมเทียร์เป็คนตอบ
“เอาเป็ว่าวันนี้เรานอนพักกันก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมกับเทมเพสต์จะคอยเฝ้ายามให้” อากิระกล่าวออกมาบ้าง
แน่นอนว่าทุกคนนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร พวกเขาจึงทานอาหารแล้วแยกย้ายกันไปนอน เพื่อที่จะพักเอาแรงไว้เดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น
ภายในป่าไผ่ไร้ทิวานั้นเป็ป่าทีมีต้นไผ่ขึ้นอยู่จำนวนมาก กิ่งก้านของต้นไผ่เหล่านี้ประสานกันจนแสงอาทิตย์มิอาจจะส่องผ่าน ทว่าภายนั้นราวกับคืนที่มีจันทร์เต็มดวง เพราะมันค่อนข้างสว่างจนสามารถมองเห็นทางได้ แต่บรรยากาศภายในกับดูมืดมนและค่อนข้างน่าอึดอัด
พวกอากิระที่เข้ามาภายในจึงเร่งฝีเท้าเพราะอยากออกจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด พวกเขาไม่มีใครชอบบรรยากาศแบบนี้เลย ไม่สิถ้าหากจะพูดให้ถูกคงมีคนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะชอบบรรยากาศแบบเช่นนี้
แต่ทว่าพวกเขาเดินไปข้างหน้าได้เพียงเล็กน้อยตรงด้านหน้าก็มีบางสิ่งบางอย่างขวางทางพวกเขาอยู่ สิ่งนั้นมีลักษณะคล้ายมนุษย์ ทั้งร่างเป็สีดำมีควันสีดำลอยออกมาจากร่าง ดวงตาของมันเป็สีแดงทั้งดวง และไม่มีปาก
‘ผู้เล่นถูก อสูรไร้ลักษณ์ วอยด์ สัตว์อสูรชั้น วีรชน ระดับ 65 โจมตีค่ะ หากผู้เล่นถูกสังหารจะถูกลดระดับลง 20 ระดับค่ะ’
“อ…อะไรนะ ชั้นวีรชน” เทมเพสต์กล่าวออกมาอย่างตกตะลึง
“บ…บ้าน่า ทำไมในป่านี้ถึงมีสัตว์อสูรชั้น วีรชนได้” ไอริสเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
แน่นอนว่าทุกคนยกเว้นอากิระ กับลิซ่าต่างก็แสดงท่าทีตกตะลึงเป็อย่างมาก ในขณะที่ลิซ่านั้นแม้จะตกตะลึงไม่น้อยแต่เธอก็ยังทำหน้าที่ของตนรีบแสกนข้อมูลของวอยด์ทันที ด้านอากิระนั้นที่จริงแล้วก็ตกตะลึงไม่แพ้ทุกคนแต่เขาก็รีบสงบอารมณ์และหาวิธีที่จะใช้สู้กับวอยด์ตรงหน้า
“นึกออกแล้ว เ้านี่น่าจะเป็สัตว์อสูรระดับวีรชนที่เดินทางไปทั่วโลกDFO มีข่าวของเ้านี่เต็มบอร์ดข่าวสารไปหมด เพราะมีหลายคนที่ถูกมันฆ่าตาย” เมเทียร์ได้สติก่อนจึงรีบบอกทุกคน
“แสกนข้อมูลเสร็จแล้วค่ะ” ลิซ่ากล่าวออกมาแล้วส่งข้อมูลที่ได้มาไปให้กับทุกคนดู
ชื่อ อสูรไร้ลักษณ์ วอยด์ เผ่าพันธุ์ ไม่ปรากฏ
ชั้น วีรชน ระดับ 65
พลังชีวิต 142,000,000 / 142,000,000 พลังเวทย์ 98,000,000 / 98,000,000
พลังโจมตี 74,000 พลังโจมตีเวทย์ 58,000 พลังป้องกัน 61,000
พลังป้องกันเวทย์ 38,000 ความเร็ว 2,500
ทันทีที่เห็นค่าสถานะของวอยด์ อากิระก็เบิกตากว้างทันที ตอนนี้เขาไม่ต้องคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว
หากสู้กับตัวแบบนี้ยังไงก็ตายหมดแน่
เขาคิดได้ดังนั้นก็รีบบอกให้ทุกคนหนีทันที แน่นอนว่าทุกคนก็รีบวิ่งหนีอย่างรวดเร็วโดยแทบจะไม่ต้องให้อากิระบอกเลยด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อมีผู้หนี ก็ต้องมีผู้ตาม วอยด์ตามพวกเขามาอย่างรวดเร็ว อากิระเห็นดังนั้นก็รู้ตัวว่าหากเป็แบบนี้ทุกคนตายกันหมดแน่ เขาจึงคิดที่จะใช้ตัวเองเป็เหยื่อล่อวอยด์เพื่อที่จะให้ทุกคนหนีได้ ส่วนอากิระนั้นแม้ความเร็วจะต่ำกว่าวอยด์อยู่มากแต่เขามีความเร็วสูงที่สุดในกลุ่ม อีกทั้งความคล่องตัวและความสามารถในการหลบหลีกที่เขามีน่าจะเอาตัวรอดได้เขาจึงเรียกเคียวอสูรนิลกาลออกมาในมืออีกข้าง แล้วหันหลังสะบัดเคียวลงพื้น
พันธนาการทมิฬ
จากนั้นก็มีวงแหวนเวทย์ปรากฏขึ้นกลางอากาศราวๆสิบวง แล้วก็มีโซ่สีดำพุ่งออกมาจากวงแหวนเวทย์เ่าั้ และเข้ารัดร่างของวอยด์เอาไว้
“หนีเร็วไปเร็วทุกคนทักษะนี้หยุดมันได้ไม่นานหรอก” อากิระะโออกมา
“แต่ว่านายท่าน” ลิซ่าพยายามจะปฏิเสธ แต่ทว่าเธอก็ต้องหยุดลง
“ลิซ่า นี่เป็คำสั่ง หนีไปกับพวกเทมเพสต์ซะ” อากิระะโออกมาเสียงดังนี่เป็ครั้งแรกที่เขาออกคำสั่งกับลิซ่า จากนั้นเขาก็พูดกับพวกเทมเพสต์ “แกเข้าใจใช่มั้ยเทมเพสต์ ฉันน่ะเป็คนที่มีโอกาสรอดมากที่สุดแล้ว”
แม้ไม่อยากยอมรับแต่ว่าเขาก็ต้องทำใจยอมรับ เพราะในกลุ่มพวกเขาอากิระนั้นเป็คนที่มีโอกาสรอดมากที่สุดจริงๆ แต่คิดได้เพียงเท่านี้ร่างของวอยด์ก็ปรากฏควันสีดำมากขึ้นจนเห็นได้ชัด แล้วควันเ่าั้ก็กลายสภาพเป็สัตว์นานาชนิดแล้วพุ่งเข้าใส่พวกเขา ซึ่งคนที่โดนการโจมตีนี้เข้าก็มี อากิระ เทมเพสต์ และเมเทียร์
‘เสื้อคลุมผลึกมนตรา ถูกทำลายค่ะ’
‘เกราะแขนพายุทลาย ถูกทำลายค่ะ’
‘ธนูดาราพร่างพราย ถูกทำลายค่ะ’
ทันทีที่ได้ยินเสียงรายงานพวกเขาก็เบิกตากว้าง ด้านอากิระเสื้อคลุมของเขาหายไปทำให้ชุดของอากิระกลายเป็แค่ชุดกางเกงผ้าสีดำขายาว และเสื้อเขนกุดสีดำที่มีลายผลึกคริสตัลสีฟ้า ด้านเทมเพสต์เกราะแขนทั้งสองข้างของเขาแตกสลายออกทันที ส่วนเมเทียร์นั้นก็เสียธนูไปเช่นกัน
‘มันทำลายไอเทมได้งั้นเรอะ’ พวกเขาทุกคนคิดออกมา อากิระเห็นว่าไม่ได้การจึงะโออกมาเป็ครั้งสุดท้ายพร้อมกับลูกแก้วเวทมนต์จำนวนมากที่ลอยออกมา
“รีบไปได้แล้วทุกคน เอาไว้เจอกันที่เมืองยูโทเปีย!!!!”
เทมเพสต์กัดฟันกรอดออกมาแล้วก็บอกให้ทุกคนรีบไป ซึ่งทุกคนนั้นก็ห่วงอากิระจนไม่อยากไป เทมเพสต์จึงต้องพูดออกมาตามตรงว่าถ้ายังอยู่ต่อก็มีแต่จะเป็ตัวถ่วงทุกคนจึงยอมไป มีเพียงเมเทียร์ที่มองอากิระอย่างเชื่อมั่น แล้วะโออกมา
“นายห้ามตายเด็ดขาดเลยนะอากิระ” สิ้นคำพูดเธอก็หันหลังแล้ววิ่งต่อไป
คำที่เมเทียร์พูดออกมานั้นส่งให้อากิระยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็ยิงศรเวทย์จำนวนมากเข้าใส่ร่างวอยด์ และก็ได้ผลสรรพสัตว์ที่เกิดจากควันสีดำทั้งหมดเปลี่ยนทิศทางมาไล่ล่าเขาทันที อากิระเห็นดังนั้นก็ออกวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว เขาเหลือบตาไปมองเล็กน้อยก็พบว่าวอยด์ยังคงถูกโซ่สีดำรัดเอาไว้ แต่ทว่าเหล่าสัตว์ที่วอยด์สร้างจากควันสีดำนั้นกลับวิ่งไล่ล่าเขาอย่างไม่ลดละ
อากิระที่วิ่งหนีอย่างสุดกำลังนั้นนอกจากจะสลัดพวกมันไม่พ้นแล้วยังถูกพวกมันไล่เข้าใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงต้องวิ่งซิกแซกไปตามกอไผ่ ให้ต้นไผ่เป็ที่กำบังให้พวกมันบางตัววิ่งเข้าชนกับต้นไผ่จนน่าจะหายไป ทว่าพวกมันกลับทะลุผ่านมาได้ราวกับต้นไผ่นั้นเป็ภาพลวงตา
อากิระเห็นดังนั้นก็เบิกตากว้างรีบวิ่งตรงพลางใช้ก้าวพริบตาอย่างต่อเนื่อง แต่พวกมันก็ยังวิ่งไล่ตามเขามาได้ และแล้วพวกมันบางตัวก็เริ่มะโเข้าใส่ร่างเขา ซึ่งแน่นอนว่าเขาหลบไปได้อย่างไม่ยากเย็น แต่นั่นในกรณีที่มีแค่ตัวเดียวเท่านั้น เมื่อพวกมันเริ่มะโเข้าใส่เขาอย่างต่อเนื่องทำให้เขาพลาดท่าไปบ้าง
‘ดาบผลึกมนตราถูกทำลายค่ะ’
‘แหวนเชื่อมต่อปฐีถูกทำลายค่ะ’
‘แหวนป้องกันพิษ ถูกทำลายค่ะ’
‘แหวนผลึกราตรี ถูกทำลายค่ะ’
‘ทักษะศรหิมะถูกทำลายค่ะ’
‘ทักษะหอกอัสนีบาตถูกทำลายค่ะ’
เสียงรายงานดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเขาพลาดถูกสัตว์ที่วอยด์สร้างขึ้นโจมตีไปถึงหก ครั้ง จนสูญเสียทั้งไอเทมและทักษะไป เขาจึงเดิมพันกับความคิดสุดท้ายของตน
‘ดูแล้วพวกมันน่าจะเป็อสูรธาตุมืด งั้นทักษะธาตุแสงน่าจะใช้กับพวกมันได้’
จากนั้นเขาก็วิ่งต่อไปได้ไม่นาน ก็ปรากฏลูกแก้วสีทองขึ้น แล้วอากิระก็หยุดวิ่งแล้วหันกลับมาพร้อมกับชูมือขึ้น แล้วลูกแก้วสีทองก็ลอยมาอยู่ที่มือเขาอย่างรวดเร็ว
เวทย์แห่งดวงดาวระดับ 5 – ประกายแสงดารา์
และก็ได้ผลร่างของพวกมันสลายไปในการโจมตีครั้งนี้ของอากิระ แต่ว่าสิ่งที่น่ากลัวนั้นยังไม่จบลงเมื่ออากิระเห็นวอยด์กำลังตามมาไกลๆ เขาจึงวิ่งต่อพร้อมกับใช้ก้าวพริบตา เพื่อหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทางวอยด์เองก็ไล่ตามอากิระอย่างไม่ลดละ มันไล่ตามเขาด้วยความเร็วสูงจนเห็นเป็เพียงกลุ่มควันเท่านั้น
อากิระที่หนีมาเรื่อยๆก็ต้องมาถึงทางตันเมื่อเขามาเจอเข้ากับเหวที่กว้างราวๆ ห้าร้อยเมตรกั้นขวางทางเขาไว้อีกทั้งด้านหลังเขาวอยด์ก็ไล่ตามมาเรื่อยๆ
‘เป็ไงเป็กัน อย่างน้อยก็ดีกว่าถูกมันฆ่าตายล่ะวะ’
เขาคิดออกมาในใจอย่างหงุดหงิดแล้วก็ะโลงไปในเหวทันทีแล้วร่างเขาก็ดิ่งหายไปในเหวที่มองไม่เห็นก้น ทางวอยด์ที่มาถึงก็พบว่าเหยื่อของมันหายไปแล้วก็คำรามออกมาแล้วยิงเวทมนต์ออกมาทำลายทั้งสัตว์อสูร และพื้นที่โดยรอบจนราบเป็หน้ากลอง
อากิระที่ร่วงลงมาก็ฟาดเคียวอสูรนิลกาลให้ส่วนของคมเคียวปักเข้าใส่ผนังของหน้าผาเพื่อจะหยุดการร่วงลงของตนแต่เพราะความคมของเคียว จึงทำให้มันตัดผ่านหินได้อย่าง่ายดายทำให้เขาร่วงไปด้วยความเร็วที่เต็มที่
ระหว่างนั้นอากิระก็คิดวิธีที่จะเอาตัวรอดขึ้นมาได้เขาเก็บเคียวอสูรนิลกาลแล้วรีบประจุศรวายุทั้งหมดลงใส่กำไลประจุมนตราโดยมีศรเพลิงถูกประจุไว้หนึ่งบท จากนั้นก็หน่วงเวทย์ศรวายุ จนรอบกายประกฎลูกแก้วเวทย์มนต์สีเขียวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และแล้วเขาก็มองเห็นพื้นของเหวลึกในที่สุด
มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และในวินาทีก่อนที่เขาจะปะทะเข้ากับพื้นเขาก็ยื่นมือซ้ายที่สวมกำไลประจุมนตราลงไปบนพื้น จากนั้นกำไลประจุมนตราเรืองแสงสีเขียวและส้มแดงออกมา เช่นดียวกับสร้อยข้อมือร้อยเรียงมนตราที่ตรงจี้รูปผลึกที่เรียงกันเป็รูปดาวก็เรืองแสงสีเงินออกมาเช่นกัน แล้วลูกแก้วเวทย์ที่หน่วงเอาไว้ก็หนึ่งลูกก็มาอยู่ที่ฝ่ามือเขาก่อนจะเปลี่ยนเป็ศรเวทธาตุลม
แปรเปลี่ยนมนตรา & ร้อยเรียงมนตรา ะเิศรวายุ
แล้วศรเวทย์ในฝ่ามือก็ถูกเพิ่มคุณสมบัติและพลังจากเวทย์วายุและธาตุไฟในกำไลประจุมนตรา จากนั้นก็ได้รับพลังจากเวทย์ที่หน่วงเอาไว้ทั้งหมดเข้าไปเสริมศรเวทย์ที่ฝ่ามือด้วยผลของสร้อยข้อมือร้อยเรียงดารา จนกลายสภาพเป็สายลมร้อนที่บีบอัดแน่นจนในที่สุด
ตูม!!!!!
แรงะเิทำให้อากิระกระเดินออกไปเล็กน้อยแล้วกระแทกกับหินก้อนขนาดั์ก้อนหนึ่งอย่างรุนแรงจนเขากระอักเืออกมา
แม้แรงะเินั้นจะทำให้อากิระรอดมาได้โดยไม่ต้องเข้าปะทะกับพื้นอย่างรุนแรงจากความสูงที่ประเมินได้ยากก็ตามแต่ แรงะเิที่รุนแรงนั้นก็ทำให้แขนและลำตัวด้านซ้ายของเขามีแผลเหวอะหวะออกมา อากิระที่รอดมาได้ก็ทนความเหนื่อยและความเ็ปไม่ไหวจึงสลบไปในที่สุด…