“เสียงอะไร!”
ทหารบนยานแม่เงี่ยหูฟังหลังจากพวกเขาได้ยินเสียงระเบิดดังมาจากระยะไกล การกวาดล้างมอนสเตอร์ยังคงดำเนินต่อไปตั้งแต่ทหารผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดแยกตัวออกห่าง แต่แล้วเรดาร์ของยานกลับตรวจพบกลุ่มก้อนพลังงานมากมายมหาศาลกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
“ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดติดต่อยาน ย้ำ ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดติดต่อยาน!”
ระบบสื่อสารจากแนวหน้าส่งกลับมายังยาน กัปตันยานที่คอยควบคุมทุกอย่างในแนวหลังจึงรับสายในทันที
“ยานแม่รับทราบ”
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว สั่งทหารถอยกลับออกไปด่วน!”
“เรื่องใหญ่ มันเป็นเรื่องอะไร” กัปตันยานแม่ทำหน้างุนงง เขาอยากฟังคำอธิบายของสาเหตุที่ต้องถอยกลับออกไป
“นักเวทย์ทาสคลุ้มคลั่งพวกมันถูกสั่งให้โจมตีพร้อมกัน ตอนนี้พวกมันทั้ง 400 ที่เหลืออยู่กำลังปิดทางพวกเรา รีบสั่งทหารถอยกลับไปด่วนอีก 10 นาทีเราจะไปถึงที่นั่น”
“รับทราบ จะสั่งถอยทัพในทันที”
ยานแม่เปิดเสียงแจ้งเตือนดังสั่งผลให้ทหารที่กำลังต่อสู้รีบเปลี่ยนรูปแบบกระทันหัน ตอนนี้คำสั่งถอยดังขึ้นมาแล้วพวกเขาจึงต้องออกไปจากที่แห่งนี้ รถถังที่มีอยู่นับพันจึงเปิดใช้งานความเร็วเต็มกำลังขับออกไปจากพื้นที่ต่อสู้ด้วยความรวดเร็วพลางหันปากกระบอกปืนยิงร่างมอนสเตอร์ที่กำลังตามไป ทหารที่เห็นพื้นที่ว่างสามารถวิ่งออกไปจากสนามรบได้ต่างจัดรูปแบบการถอยแล้ววิ่งตามรถถังในทันที ยานรบมากมายที่อยู่บนท้องฟ้าต่างใช้การยิงหลอกล่อมอนสเตอร์ไปอีกทางเพื่อให้การหนีง่ายยิ่งขึ้น
“ไปไปไป!”
ม่านน้ำตกที่ถูกแหวกค่อยๆปิดตัวลงไป การกวาดล้างของทหารเดินทางมาถึงใจกลางเขตฝนตกหนักจึงจำเป็นต้องหนีออกไปจากที่แห่งนี้ให้ได้ ภายใต้การยกเลิกพลังของกัปตันยานที่ใช้แหวกก้อนเมฆ เขาก็เริ่มมองจอเรดาร์ของกลุ่มนักเวทย์ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วยความเร็วการเคลื่อนไหวที่กำลังมาทางนี้เองนั้นมันเร็วมากกว่าที่พูดคุยกัน ถ้าหากเป็นแบบนี้ทหารที่กำลังหนีจะต้องต่อสู้กับนักเวทย์ทาสในเขตหินดวงตาแน่นอน
“วิ่งเร็วเข้า วิ่งให้เร็วกว่านี้!”
เสียงร้องกระตุ้นทหารให้เพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก ยิ่งพวกเขาเร็วอันตรายก็ยิ่งลดน้อยลงไป
—---------------------
“ทางซ้ายการป้องกันลดลงแล้ว เข้าไปเติม!”
บรึ้ม!
ลูกธนูของแอนเดอร์สันพุ่งไปยังด้านซ้ายของรูปแบบหัวลูกศรที่กำลังวิ่งไปด้านหน้าแหวกฝูงนักเวทย์ทาส พวกมันใช้เวทย์เคลื่อนย้ายเป็นช่วงๆเพื่อดักหน้าไม่ให้พวกเขาไปไหน จึงทำให้ทหารไม่สามารถทิ้งห่างพวกมันได้ แอนเดอร์สันที่โจมตีช่วยเหลือจึงรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ไม่สามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้เต็มที่ เนื่องจากเขากลัวพี่ๆจะไม่ฆ่ากันหากเห็นพลังที่แท้จริง ดังนั้นเขาจึงพยายามควบคุมพลังของตัวเองให้อยู่ในขอบเขตที่ทหารคนอื่นๆรับได้ มันจะเป็นพลังที่ไม่มากเกินไปจนทุกคนหวังพึ่งพลังของเขา
“ยานติดต่อผู้ก้าวข้ามขีดจำกัด ย้ำ!”
“มีอะไร!”
“พวกคุณสามารถยื้อเวลาได้ไหมตอนนี้ทหารยังไม่พ้นเขตอันตราย”
“แต่พวกเราไม่สามารถหยุดได้ หากเราหยุดจะถูกรุมโจมตีในทันที”
“ไม่มีวิธีหยุดพวกมันให้ได้สักนาทีเลยเหรอ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปจะเกิดการฆ่าล้างหมู่ที่เขตหินดวงตา”
“ถ้าอย่างนั้นเราจะยื้อเวลาให้ได้สัก 3 นาที หวังว่าจะใช้เวลานี้ให้คุ้มค่าที่สุดนะ”
หัวหน้าผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดร้องตะโกนเข้าไปในระบบสื่อสารของทหารที่กำลังแหวกทางหนีจากนักเวทย์ทาส สร้างความตกใจให้ทุกๆคนเป็นอย่างมากเพราะพวกเขาจะต้องหยุดแล้วต่อสู้เป็นเวลา 3 นาที เพียงแค่ 1 นาทีในการเอาชีวิตรอดจากนักเวทย์เหล่านี้พวกเขาคิดว่ามันเต็มกลืนแล้วในตอนนี้ กลับต้องอยู่ให้ได้ 3 นาที หลังจากที่รู้ว่าคำสั่งคือการซื้อเวลาให้ทหารหนี พวกเขาจึงหยุดเท้าแล้วตั้งรูปแบบเน้นไปที่การป้องกันและการสวนกลับในทันที
“สาม สอง หนึ่ง ปะทะ!”
ม่านพลังขนาดใหญ่ปรากฎด้านหน้านักเวทย์ที่เชี่ยวชาญในการป้องกัน จากนั้นนักเวทย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างพากันใช้การโจมตีที่หนักหน่วงที่สุดโจมตีออกไปรอบๆเพื่อไม่ให้นักเวทย์ทาสทะลวงเข้ามาได้ ภายใต้การยืนเป็นเป้านิ่งให้นักเวทย์ทาสมากมายโจมตีนี้เอง แอนเดอร์สันจึงได้ร่ายเวทย์ประตูปฐพี 9 ชั้นช่วยป้องกันทุกๆคนอีกแรง
ตู้ม บรึ้ม บู้ม!
เปาะ!
เสียงดีดนิ้วดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ประตูบานใหญ่ 9 ชั้นล้วนปรากฎตัวรอบๆจุดที่ทหารจัดแนวป้องกัน เมื่อทุกคนรู้ว่าแอนเดอร์สันมีเวทย์ป้องกันระดับ 9 และเป็นเวทย์ป้องกันที่หายากมาก จึงช่วยกันป้องกันและพยายามโจมตีสวนกลับไปยังนักเวทย์ทาสที่ล้อมรอบพวกเขา ทันใดนั้นบนท้องฟ้าเหนือหัวของทหารก็ได้ปรากฎเวทย์ขนาดใหญ่ มันเป็นเวทย์ที่เกิดจากการร่ายเวทย์ผสานของนักเวทย์ทาส
หลังจากที่รู้ว่าพวกเขาจะถูกสังหารด้วยเวทย์ระดับ 10 ทุกคนต่างรีดพลังมาป้องกัน แอนเดอร์สันที่เห็นดังนั้นเขาไม่คิดจะป้องกันทุกคน ทำเพียงแค่ร่ายเวทย์ฟาร์เซลคลุมร่างตนเองเอาไว้พลางใช้มานาคลุมร่างกายอีกชั้น ทันทีที่ลูกไฟขนาดใหญ่ตกลงมาปะทะทหารนี้เองนั้น การระเบิดก็ได้สั่นสะเทือนพื้นดินไปไกลจนทหารกลุ่มที่กำลังวิ่งออกไปจากเกทรับรู้ได้ถึงแรงสั่น
“ยานติดต่อผู้ก้าวข้ามขีดจำกัด ได้ยินไหมตอบด้วย ยานติดต่อผู้ก้าวข้ามขีดจำกัด!”
ยานแม่พยายามติดต่อไปยังผู้ก้าวข้ามขีดจำกัด ระบบสื่อสารกลับขาดหายไป ยานแม่จึงบินไปยังจุดที่ตรวจพบสัญญาณของสิ่งมีชีวิต ทันทีที่ยานแม่มาถึงคนบนยานก็ได้มองเห็นผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดกระจัดกระจายกันออกไป แต่ละคนล้วนพยายามใช้ความสามารถของตัวเองกลับเข้าไปรวมกลุ่ม เมื่อเห็นดังนั้นยานแม่จึงปลดปล่อยเสียงแจ้งเตือนบอกให้ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดขึ้นมาบนยาน
“ทุกคนไปที่นั่นเร็ว!”
แอนเดอร์สันได้ยินเสียงร้องตะโกนเขาจึงเปิดใช้งานการบินขึ้นไปบนหลังคายานแม่ พี่ชายของเขาแต่ละคนล้วนแล้วกางปีกบินไปเหยียบหลังคายานไม่ต่างกัน แอนเดอร์สันสังเกตได้ว่าพี่ 5 ต่างจากคนอื่นๆ เขาไม่มีปีกแต่กลับใช้พละกำลังขากระโดดจนขึ้นมาบนยานได้
“เร็วเข้า รีบขึ้นมา!”
ผู้ก้าวข้ามขีดกำกัดที่ขึ้นมาบนยานต่างช่วยกันโจมตีนักเวทย์ทาสที่พยายามจะขึ้นมาบนยานของพวกเขาพร้อมกับช่วยเหลือผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดที่ออกมาจากวงล้อมไม่ได้ ทันใดนั้นนักเวทย์ทาสมากมายก็ได้บินและกระโดดมุ่งตรงมายังยาน พริบตาที่แอนเดอร์สันขึ้นสายธนูเตรียมจะยิงโจมตีนี้เองนั้นกระสุนมากมายจากใต้ท้องยานก็ได้รัวยิงนักเวทย์ทาสจนพวกมันร่วงตกลงไปเปิดโอกาสให้ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดได้กระโดดเกาะท้องยาน
ปัง ปังปังปังปังปังปังปังปังปังปังปังปัง
“สาม สอง หนึ่ง เดินเครื่องเต็มกำลัง รีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า!”
ผู้ก้าวข้ามทั้งหมดขึ้นมาเกาะบนตัวยาน กัปตันจึงสั่งการให้ยานบินออกไปเต็มกำลัง แอนเดอร์สันที่เห็นดังนั้นเขาจึงยิงธนูไล่พวกที่กำลังบินตามหลังจนพวกมันร่วงตกลงสู่พื้นดิน ถึงยานแม่จะสามารถโจมตีนักเวทย์ทาสเหล่านี้ได้กระสุนกลับไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับนักเวทย์ทาส สิ่งที่กระสุนทำได้มีเพียงแค่ผลักให้นักเวทย์ทาสกระเด็นกระดอนไปคนละทิศทางเท่านั้น
ปัง ปังปังปังปังปังปังปังปังปังปังปังปัง
เสียงปืนยินไล่ตามหลังทำให้ทหารที่กำลังวิ่งผ่านเขตหินดวงตาหันมองว่าอะไรกำลังตามมา เมื่อพวกเขามองเห็นการระเบิดขนาดใหญ่กำลังไล่ตามหลังเป็นของยานแม่ทุกคนต่างก็เบิกตากว้างพยายามพาตัวเองวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อออกไปจากสถานที่แห่งนี้
“ไปเร็วเข้า!”
แอนเดอร์สันฟังเสียงรอบข้าง พลางมองไปยังพี่ชายแต่ละคนที่กำลังปลดปล่อยการโจมตีไปยังส่วนหลังของยานเพื่อจัดการสิ่งที่ไล่ตามมา จากการโจมตีของพี่ชายทำให้เขารู้ว่าแนวหน้าที่พวกเขาถูกส่งมา ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ดูจากการที่ทุกคนไม่คิดจะแย่งชิงความเป็นใหญ่ในการเป็นหัวหน้า ทำให้เขาต้องใช้พลังในระดับที่เท่ากันกับทุกๆคน
“กัปตันครับ เรามาเร็วเกินไป ทหารจะต้องปะทะกับนักเวทย์ทาสแน่”
“ถ้าอย่างนั้นหยุดบิน เราจะใช้ที่นี่ในการยื้อเวลา!”
กัปตันยานสั่งให้ยานหยุดบินพลางเปิดใช้งานระบบโจมตีเต็มกำลังเท่าที่ยานจะสามารถส่งออกไปได้ ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดที่อยู่บนตัวยานต่างพากันโจมตีออกไปรอบข้าง แอนเดอร์สันจึงยิงธนูอีกครั้งพลางมองไปยังกัปตันที่เดินออกมาจากยาน
“นักเวทย์ 904 ปีเลยเหรอ”
บรึ้ม!
สายลมห่อหุ้มผู้เป็นกัปตัน ทันใดนั้นมือทั้งสองข้างของเขาก็ได้ร่ายเวทย์ลมจนก่อให้เกิดลมมหาศาล ทันทีที่มือทั้งสองข้างยื่นไปด้านหน้านี้เองนั้นห่างออกไปราวร้อยเมตรก็ได้เกิดพายุหมุนขนาดใหญ่ พริบตามันก็ได้ขยายจนเกิดพายุหมุนรอบๆยาน แอนเดอร์สันที่เจอเข้ากับผู้ใช้เวทย์ลมรุนแรงเป็นครั้งแรกเขาจึงมองเพื่อเปรียบเทียบกับตัวเองในทันที ด้วยการใช้เวทย์ของตระกูลเฟียร์เขาเชื่อว่าตัวเองไม่เคยเป็นรองใครในการใช้เวทย์ลมมาก่อน
บรึ้ม!
พายุขนาดใหญ่ถาโถมเข้าใส่นักเวทย์ทาสรอบๆจนทำให้พวกมันที่อยู่บนท้องฟ้าบินไปตามกระแสลมที่กำลังพัดไปรอบๆยาน แอนเดอร์สันกลับพบว่าพายุที่หมุนอยู่นี้เองนั้นมีเพียงแค่พลังทำลายที่ไม่ต่างจากพายุทางธรรมชาติ มันไม่ได้มีคมมีดอย่างเช่นพายุของเขาที่ถูกเสริมด้วยฉายาธาตุลมถึง 3 อย่าง ถึงอย่างนั้นเขาคิดว่ามันเป็นโอกาสดีเช่นกันที่จะปกปิดสายตาคนอื่นๆ แอนเดอร์สันจึงปลดปล่อยสายลมออกจากเท้าพุ่งเข้าไปในสายลมของกัปตันเกิดเป็นพายุใบมีดหมุนปั่นร่างของนักเวทย์ทาสจนทำให้เกิดบาดแผล
“ทุกคน เตรียมพร้อม มานาฉันใกล้จะหมดแล้ว!”
พายุขนาดใหญ่แอนเดอร์สันไม่แปลกใจที่มันจะกินมานา การจะพัดนักเวทย์ทาสให้ลอยไปรอบๆทั้งที่พวกมันมีนักเวทย์ทาส 902 903 และ 904 ปีไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะขังพวกมัน จำเป็นต้องเติมมานาเข้าไปในพายุหมุนเรื่อยๆเพราะนักเวทย์ทาสต่างพากันปลดปล่อยพลังเพื่อจะโจมตีพายุหมุนให้มันสลายหายไป
“มานาของฉันหมดแล้ว ขออีก 1 นาทีเท่านั้น!”
กัปตันเดินกลับเข้าไปในยานอีกเช่นเดิมปล่อยให้ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดเป็นผู้จัดการกับนักเวทย์ทาสต่อไป ถึงการฆ่าจะเป็นไปได้ยากแต่หลายคนก็พยายามทำให้พวกมันร่วงหล่นลงไปบนพื้นดิน แทนที่จะเป็นการฆ่า ภารกิจของพวกเขาตอนนี้นับว่าถูกยกเลิกแล้วจึงมุ่งเน้นไปที่การหนีออกจากเกทแทน จากเดิมคิดจะจบมันให้ได้ในวันนี้ เกทกลับทำให้นักเวทย์ทาสคลั่งจนออกนอกแผนของทหาร
“ 10 9 8 7 6….5”
เสียงนับถอยหลังดังขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเวลา 1 นาทีที่กัปตันขอหมดลงไป ยานแม่ลำใหญ่ก็ได้บินด้วยความเร็วทะลวงออกไปจากบานประตูเกทในทันที ระหว่างบินออกมานี้ทุกคนล้วนแล้วมองไปด้านหลังเผื่อจะมีนักเวทย์ทาสตามออกมา
“พวกมันไม่ตาม กลับไปรวมกันกับทหารก่อน!”
คำสั่งกระจายเข้าสู้ระบบสื่อสาร แอนเดอร์สันไม่จำเป็นต้องฆ่าอะไรอีกต่อไปนั้นจึงเก็บธนูแล้วมองดูการแจ้งเตือนของระบบที่กำลังคำนวณตั๋วที่เขาได้จากเหตุการณ์บุกเกท
“แอนเดอร์สัน นายทำได้ดีมาก”
“พี่ 3 ก็ทำได้ดีเหมือนกัน ว่าแต่พวกเขาจะทำอย่างไรต่อ”
“ดูท่าคงจะหยุดพักการเคลียร์เกทลงไปก่อนจนกว่าจะขอกำลังผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดได้อีก แต่คงจะเกิดการล่าขึ้นเร็วๆนี้เพราะเกทเหลือนักเวทย์ทาสเพียง 400 เท่านั้น”