บทที่ 89 ทะเลาะกันเอง
“ชิ~ พลาดเป้าไปซะได้ ถือว่าดวงของเจ้ายังดีอยู่นะ หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ” ซูหยาง กล่าวออกมาด้วยท่าทางผิดหวัง เพราะจริงๆนางคิดจะปริดชีพ ชิว เหวินเจี้ยน ให้เร็วที่สุด ตั้งแต่ยังไม่ใช้ลูกไม้อะไรอีก
แต่ในขณะนั้นเอง ก็ได้มีเสียงของสัตว์อสูรโบราณในตำนานชั้นสูงดังขึ้นมา “โอ้ว ข้าก็คิดว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็เป็นเหล่าพวกสุนัขรับใช้จักรวาลซูหยิงนี่เอง โฮ่ว โฮ่ว โฮ่ว~” ถูกต้อง นั่นก็คือเสียงของมังกรแดงนั่นเอง ที่กำลังทำท่าทางเยาะเย้ยศัตรูตรงหน้า
“นี่เจ้า! เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยง ยังกล้ามาพูดจาอวดดีอีก...ดี ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสของความทรมาน” ซูหยาง ถึงกับโกรธแค้นในมังกรแดงเป็นอย่างมาก ที่กล้ามาดูถูก เผ่าพันธุ์มารของนาง
“วิชาระดับสวรรค์ สะบั้นเมฆา!!!” วิชาระดับสวรรค์ เป็นวิชาที่รุนแรงเป็นอย่างมาก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ก็ยังมีวิชาที่แข็งแกร่งกว่าอยู่อีกมากมายในจักรวาล
แต่เมื่อเห็นวิชาที่ศัตรูใช้ออกมา มังกรแดงก็ยิ่งยั่วโมโหเข้าไปอีก “โฮ้ว โฮ้ว วิชาชั้นต่ำเช่นนี้ มีหรือจะสามารถทำอันตรายต่อข้าได้?”
มังกรแดงยืนรับวิชาระดับสวรรค์ของคู่ต่อสู้โดยไม่หลบหนีไปไหน และไม่ใช้วิชาป้องกันใดๆ
ตู้ม!!!
เหตุการณ์เช่นเดิมก็เกิดขึ้นมาอีกรอบ ฝุ่นฟุ้งตลบ อบอวล เต็มไปหมด แถมยังมีกลิ่นโลหิตจางๆ ซึ่งนั่นก็คงจะเป็นโลหิตของมังกรแดงอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น บาดแผลที่ได้รับก็เล็กน้อย จนแทบจะไม่นับว่าบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ
“เฮ้อ~ นี่ข้าคงจะแก่ไปแล้วจริงๆ โดยปกติพลังเพียงแค่นี้มันยังไม่ทะลุเกล็ดของข้าเลยด้วยซ้ำ แต่พอผ่านมาห้าล้านปี ข้ากลับอ่อนแอราวกับมดปลวก มันช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้ายิ่งนัก...” มังกรแดงได้แต่ถอนหายใจกับความอ่อนแอของตนเอง
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงของ ชิว เหวินเจี้ยน ก็ดังขึ้นมาเพื่อเตือนสติของ มังกรแดง “เจ้าลืมอะไรไปอยู่อย่างหนึ่ง... ร่างกายของเจ้าจะแข็งแกร่งได้ก็เพราะพลังของผู้เป็นนาย และในตอนนี้ ผู้เป็นนายของเจ้าก็คือ หลิงซี ไม่ใช่ข้าเหมือนครั้งในอดีตกาล เพราะอย่างนี้ไง เจ้าถึงได้อ่อนแอลงไปอย่างมหาศาล... เอาหละ ทีนี้ก็เลิกล้อเล่น แล้วหันมาเอาจริงกันได้แล้ว!!!” ชิว เหวินเจี้ยน ตะโกนออกมาปลุกกำลังใจของฝ่ายตน
“โอ้ว เจ้ามังกรน้อย นี่เจ้าหลงระเริงคิดว่าตนเองแข็งแกร่งมาโดยตลอด แต่ที่แท้ กลับเป็นพลังของผู้ทำสัญญาต่างหาก โฮ้ว โฮ้ว โฮ้ว~” เสียงของ จิตวิญญาณ หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ ได้กล่าวออกมาหยอกล้อมังกรแดงเล่นๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น มีหรือที่มังกรแดงจะไม่ฉุนเฉียว “ดูนี่ให้ดี ข้าจะแสดงให้เห็นเองว่า ถึงผู้เป็นนายของข้าจะอ่อนแอ แต่ข้าก็ยังแข็งแกร่งเช่นเดิม จงดู...” มังกรแดงเริ่มร่ายมหาเวทย์ขึ้นมา ทำให้เกิดวงแหวนเวทย์ขนาดยักษ์สิบวงติดๆกัน
“วิชาระดับโลกันตร์ ลมหายใจมังกรแดง!!!!”
เพียงแค่ใช้วิชาลมหายใจมังกรแดง ก็ทำให้กองทัพมารหายวับไปไม่ต่ำกว่า สามหมื่นตนในรอบเดียว
มังกรแดงถึงกับหันมาเย้ยหยันจิตวิญญาณของ หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ ว่าตนเองสามารถสังหารศัตรูไปได้เป็นจำนวนมากในรอบเดียว และศัตรูยังเป็นถึงเผ่าพันธุ์ชั้นสูงอีกด้วย
ในขณะนั้นเอง จิตวิญญาณของ หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ ก็เริ่มคำรามออกมา “นั่นมันก็ดี แต่ว่า เจ้านั้นยังอ่อนกว่าข้าอยู่ขั้นนึง....ดูนี่!”
“วิชาระดับจักรพรรดิ ทลายโลกันตร์อเวจี!!!!”
คลื่น~ บู้มม~!!! บู้ม~!!!
เป็นวิชาที่สร้างความรุนแรงมหาศาล ในตอนนี้เขาได้เป่าทวีปตะวันตกให้หายไปไม่เห็นแม้แต่ร่องรอยแล้ว ซึ่งขนาดทวีปตะวันตกยังหายไป แล้วเผ่ามารจะเหลือหรือ และแน่นอนว่าวิชานี้มันมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก มันสามารถสังหารเผ่ามารราวๆห้าหมื่นตน ให้ตกตายโดยไม่หลงเหลือกระดูกไว้ให้กลบฝัง
ในรอบนี้ เป็นฝ่ายของ จิตวิญญาณของหนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ บ้างแล้ว ที่ได้หัวเราะเยาะเย้ยมังกรแดง “โฮ่วๆ นี่ขนาดข้ายังไม่ได้เอาจริง ข้าสามารถสังหารได้ประมาณห้าหมื่นตนเห็นจะได้...”
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงของมังกรแดงก็ดังแทรกขึ้นมา “ไอ้ตาแก่เฒ่า คอยดูข้าในรอบนี้ให้ดีๆ ข้าจะใช้วิชาชั้นสูงของเผ่ามันกรแดง เป่าพวกมันให้กระจุยกันไปข้างนึง...”
ในระหว่างที่ทั้ง2ตัวตนผู้ยิ่งใหญ่กำลังทะเราะกันเองอยู่นั้น เผ่ามารก็เริ่มหวาดกลัวไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ ซึ่งแม้แต่ ซูหยางเอง ก็ไม่มีข้อยกเว้น
“พวกเราจะทำยังไงกันดีขอรับท่านจอมมาร...”
“ถ้าพวกเรายังอยู่แบบนี้ต่อไป กองทัพของพวกเราจะต้องล่มสลายอย่างแน่นอน...”
เมื่อ ซูหยาง ได้รับแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งจากศัตรู และจากลูกน้องของตนเอง นางจึงคำรามออกมา “เอาหละในวันนี้ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้ามีชีวิตรอดไปก่อนก็ได้ และข้าจะกลับมาล้างแค้นพวกเจ้าอย่างแน่นอน ล้างตารอไว้ได้เลย...” ซูหยาง จึงเริ่มยกกองทัพที่เหลือไม่ถึงสี่แสนตนกลับจักรวาลของตนเองไป เพราะนางไม่รู้ว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น ใครจะไปคาดคิดว่าจะได้เจอกับ ผู้ที่เคยทรงอำนาจมากที่สุดอย่าง หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ ในวันนี้ จนทำให้กองทัพของนางพังพินาศไปตามๆกัน