แสงส่างวาบปรากฏมาพร้อมกับการเคลื่อนย้ายอีกเช่นเคยมันไม่ต่างจากทุกครั้งที่เขาถูกส่งไปทำเควสในสถานที่ต่างๆ แต่ในครั้งนี้เมื่อถูกส่งมายังสถานที่ซึ่งระบบประกาศออกมาแล้วเขารู้สึกได้ถึงสายลมที่พัดมาอย่างแรง และเมื่อมองไปรอบตัวสายตาก็ไม่เห็นแผ่นดินมีเพียงเมฆสีขาวเป็นพื้นอยู่ด้านล่าง ไร้แมกไม้ ไร้ยอดหญ้ามีเพียงเส้นทางที่ทอดยาวจากจุดที่เขาอยู่ไปยังปราสาทรูปทรงแปลกตามันไม่เหมือนปราสาทเสียเท่าไหร่ลักษณะของสิ่งก่อสร้างบริเวณสุดสายตานั้นเหมือนแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนยาวสีเทามาวางเรียงกันสี่ห้าชิ้นเสียมากกว่าสถานที่นี้คือปราสาทที่อยู่เหนือชั้นเมฆ ปราสาทลอยฟ้าที่ยังมีผู้เล่นไม่มากนักจะได้มาเยือนปราสาทลอยฟ้าลาพิวต้าไอโซเลชั่น
“คราวนี้มาหรูเลยเรา...”แทนพูดขึ้น “ดันไม่อ่านแล้วกดตกลง เห็นแค่แวบๆว่ามันถามว่าจะตกลงไหมถ้าจะใช้การ์ดแอเรียบูชาเทพแห่งการสร้างไอ้มือเจ้ากรรรมเราก็นะ กดตกลงแบบไม่เคยพลาด”
“คุณ...” เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหลังของแทน
คนถูกเรียกหันหาที่มาของเสียงแต่เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นชายหนุ่มผมยาวสีดำยืนอยู่ที่นั่น
“หะ?”แทนทำเสียงประหลาดใจ แต่เมื่อเขาเลื่อนสายตาไปทางซ้ายความสงสัยของเขาก็คลายลงหญิงสาวร่างบางยืนอยู่ข้างๆ ชายตรงหน้า ริมฝีปากเธอบางแต่แดงระเรื่อ ดวงตาสีดำสนิทเส้นผมยาวสลวยปลิวไปตามสายลมแรงที่พัดกระโชก
“ขอโทษด้วยนะ”แทนพูดขึ้นก่อนที่ทั้งสองจะถามอะไรออกมาแต่หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าของเขากลับมีสีหน้าไม่เข้าใจว่าแทนขอโทษไปเพื่ออะไร
“คุณพูดเรื่องอะไร พวกเราไม่เข้าใจ”เธอถามอย่างสงสัย
แทนถอนหายใจยาวแล้วห่อไหล่ทำหน้ารู้สึกผิดเพราะเขาเป็นตัวการที่ดึงสองคนที่อยู่ตรงหน้ามาที่นี่ด้วย “ฉันทำให้เกิดเควสขึ้นที่วิหารที่เอาไว้ใช้เปลี่ยนการ์ดซัมมอนให้เป็นเมจิกนั่นน่ะ”แทนพยายามอธิบาย
“เควส? วิหาร?” หญิงสาวที่ดวงตาเหมือนจะมีบางอย่างอยู่ภายในจ้องมาด้วยความสงสัย“คุณหมายถึงวิหารแห่งความเปลี่ยนแปลง” เธอว่า
“มันชื่อนั้น?”แทนขยับคิ้วขึ้นสูง
“ใช่...ว่าแต่เรื่องเควสอธิบายให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม ฉันชื่ออายะ ส่วนนี่พี่ชายของฉันทากะ” เธอถามพร้อมกับแนะนำตัวเองไปพร้อมๆ กัน
“อายะ...ทากะ...พวกเธอเป็นคนญี่ปุ่น?”แทนถามทั้งๆ ที่มองจากชุดของทั้งสองคนก็พอจะบอกได้เพราะคนผู้ชายสวมชุดเหมือนพวกนินจาโบราณสีน้ำเงินเข้ม โดยเสื้อที่ว่าไม่มีแขนมันเป็นรอยผ้าฉีกขาด ส่วนหญิงสาวตรงหน้าไว้ผมยาวและสวมชุดแบบญี่ปุ่นโบราณสีขาวลายสีชมพูอ่อน
“อืม...” หญิงสาวพยักหน้าในขณะที่ชายหนุ่มหน้านิ่งไม่ได้ขยับ...
“แล้วเธอพูดภาษาไทยได้?”
อายะมีสีหน้าประหาดใจก่อนจะย้ำคำ “ภาษาไทย?”เธอทำหน้างง แต่แล้วก็คิดบางอย่างขึ้นได้ “อ้อ...คุณไม่รู้หรือว่าเกมนี้ภาษาทั้งหมดที่เราพูดออกไปจะถูกประมวณให้ออกมาเป็นภาษากลางที่เกมตั้งไว้ไม่ว่าจะใช้ภาษาอะไรทุกคนก็จะเข้าใจ”
“หะ...” แทนทำเสียงประหลาดใจแต่เมื่อเขานิ่งคิดสักครู่ก็พูดออกมา “จะว่าไปเกมที่ส่งเราเข้ามาสัมผัสบรรยากาศจริงๆ อย่างนี้ได้ เรื่องแค่นี้น่าจะจิ๊บจ๊อย”เขาทำท่ายอมรับ
“แล้วเรื่องเควสคุณหมายความว่ายังไง”อายะถามต่อ
แทนถอนหายใจก่อนจะตอบออกมา“ฉันดันใส่การ์ดแอเรียลงในถาดเปลี่ยนการ์ดน่ะสิ” เขาพูดเสียงเซ็ง
ครั้งนี้แม้กระทั่งทากะที่ทำหน้านิ่งตลอดยังเลิกคิ้วสูงส่วนอายะเองก็มีสีหน้าตกใจ “คุณใส่การ์ดแอเรียลงไป!?” เธอเสียงตื่น
“อื้อ...ใช่”พูดจบแทนถอนหายใจอีกครั้ง
“แล้วเกิดอะไรขึ้น” อายะถาม
แทนกางแขนออกแล้วผายมือขึ้น “ระบบก็แจ้งว่าได้รับเควสอะไรสักอย่างเพราะยอมสละการ์ดแอเรียแล้วก็ส่งฉันและสองคนที่อยู่ใกล้ที่สุดมาที่นี่ยังไงล่ะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบตัว“ส่งพวกเธอกับฉันมาที่นี่”
“หมายความว่าที่พวกเราถูกพามาที่นี่เป็นเพราะเควสของคุณ”อายะถามหน้านิ่ง
แทนทำหน้าแห้งเตรียมตัวโดนบ่น แล้วสุดท้ายเขาก็พูดยอมรับ “ถึงได้ขอโทษพวกเธอยังไงล่ะ...” คนพูดเตรียมใจรับฟังคำตำหนิอย่างเต็มใจ
“ขอบคุณ” เสียงหญิงสาวพูดออกมา
คำพูดที่ว่าทำเอาแทนที่เตรียมโดนต่อว่าประหลาดใจเขาหันมองหน้าหญิงสาวที่กำลังประสานสองมือไว้ด้านหน้าแล้วค้อมตัวให้กับเขา
“หา...?” แทนทำเสียงประหลาดใจ “ขอบคุณ…? เพื่อ?” คนถามทำหน้าไม่เข้าใจ
อายะหันมองหน้าชายที่ยืนอยู่ข้างเธอแล้วหลังจากนั้นเธอก็หันกลับมาที่แทน “พี่ชายของฉันก็ขอบคุณคุณด้วยพี่ทากะว่าอย่างนั้น” หญิงสาวว่า
ครั้งนี้ยิ่งทำให้แทนงงไปกันใหญ่ “ขอบคุณฉันทำไมกันฉันลากพวกเธอมาซวยเลยนะงานนี้”
อายะหันมองหน้าพี่ชายของเธอก่อนจะยิ้ม ส่วนทากะนั้นมียิ้มบางๆติดอยู่ที่ริมฝีปาก “พวกเราเพิ่งเลเวล 20 คงอีกนานกว่าที่จะได้มาในที่แบบนี้ ถึงจะต้องมาตายที่นี่พวกเราก็ดีใจ…”หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มเศร้า “พวกเราไม่รู้ว่าจะได้เล่นเกมนี้นานแค่ไหนถ้าได้มาที่แบบนี้พวกเราก็ดีใจ” อายะบอกกับแทนขณะที่ทากะเพียงพยักหน้ารับ
“หะ…”
“ขอบคุณจริงๆ ที่ให้พวกเราได้เห็นอะไรมากกว่าที่จะได้เห็นได้สัมผัสอะไรมากกว่าที่เราเคยสัมผัส” อายะพูดด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง
สาวนแทนนั้นยกมือขึ้นเกาหัวก่อนจะส่ายหน้าไปมา“เอางั้นก็งั้นนะ...” เขาว่า “ว่าแต่พวกเธอมีใครอาชีพสนับสนุนบ้างไหม สายเพิ่มพลังน่ะ” เขาถาม
ทากะส่ายหน้าก่อนเป็นคนแรกหลังจากนั้นอายะก็เป็นคนส่ายหน้าตาม “ฉันเป็นสายนักดาบ ตอนนี้คลาสผู้ฝันถึงคมดาบส่วนพี่ทากะ...” เธอพูดพร้อมกับหันมองหน้าชายผมยาวสลวยสีดำสนิทที่ไม่ต่างจากเส้นผมของเธอ“พี่ทากะเป็นช่างเหล็ก เขาเป็นสายสร้างอาวุธ”
“แล้วสายทักษะล่ะ” แทนถามต่อ
เมื่อมาถึงคำถามนี้อายะนิ่งก่อนจะมองหน้าทากะอีกครั้งหลังจากชายหนุ่มพยักหน้า หญิงสาวก็หันมาตอบ “สปิริตลิ้งเกอร์” เธอว่า “พี่ทากะพูดไม่ได้แต่ถ้ามาอยู่ในโลกของเกมนี้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อระบบประสาททำให้ฉันสามารถได้ยินความคิดของพี่ทากะได้แต่มันก็มีอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องข้อแม้ในเกมและข้อจำกัดในโลกจริง”
“อย่างเช่น?” แทนถามทันควัน เขาเริ่มสนใจทักษะแปลกๆของสองคนตรงหน้า
“พวกเราสองคนต้องอยู่ปาร์ตี้เดียวกันตลอดเวลไม่สามารถเล่นคนเดียวได้ ถ้าคนใดคนหนึ่งตายจะตายทั้งคู่ และเลเวลจะเท่ากันตลอดเวลา”อายะตอบในขณะสายลมที่พัดมาจากด้านล่างกระโชกให้ผมยาวถึงบั้นเอวของเธอพลิ้วไสว
“ไม่ธรรมดา...”แทนว่า “ว่าแต่เลเวลอะไรกันแล้วล่ะ”
“20...พวกเราสองคนเลเวล 20” อายะตอบ
แทนทำตาโตก่อนจะพูดขึ้น “มีแววเป็นอย่างเธอพูดสูงมากพวกเรามีโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศที่นี่แล้วตายกลับที่เดิมเยอะมาก” เขาพูด
“คุณเคยเจอเรื่องแบบนี้?”อายะถามต่อ แล้วแทนก็พยักหน้ารับ
“บ่อยด้วยสิ...และที่สำคัญเควสประหลาดแบบนี้ดูจากสภาพสถานที่หรูซะขนาดนี้ สิ่งก่อสร้างอลังซะขนาดนั้น เลเวลตัวที่เราต้องไปจัดการน่าจะร้อยกว่าแน่ๆแถมไม่มีฝ่ายสนับสนุนอีกด้วย อย่างนี้มีแววตายสูง” ชายหนุ่มอธิบาย
“เราควรทำยังไงดีล่ะ” หญิงสาวถามขึ้น
แทนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดดูการ์ดที่เขาเก็บเอาไว้และหลังจากนั้นเขาก็หยิบการ์ดไอเทมฟื้นพลังราว30 ใบออกมา “พวกเธอถอดการ์ดที่ใช้โจมตีระยะประชิดออกก่อนแล้วเอาการ์ดเพิ่มพลังพวกนี้ใส่ไว้แทนฉันจะพยายามสกัดมอนสเตอร์ที่ออกมาไม่ให้ไปถึงพวกเธอสองคน แล้วพวกเธอก็ใช้การ์ดพวกนี้สนับสนุนฉันไปเรื่อยๆก่อน รอให้เลเวลขึ้นมากกว่านี้แล้วค่อยเปลี่ยนพวกการ์ดโจมตีโดยตรงเข้ามา” เขาอธิบาย
ทากะเหมือนกำลังคุยอะไรสักอย่างกับอายะด้วยกระแสจิตหลังจากที่คุยกันเรียบร้อยเธอก็หันมาที่แทน “พี่ทากะถามว่าคุณเลเวลเท่าไร”อายะถามเสียงเรียบ
“99...” แทนบอกออกไป
อายะและทากะทำตาโต “เก้า...สิบเก้า...เยอะมากว่าแต่ทำไมเลเวลมากขนาดนี้ถึงมาที่เมืองคัลเดียนี่ล่ะ” หญิงสาวถามต่อ
“มีธุระที่นี่น่ะแต่ดันมาบังเอิญเจอเควสนี้เข้าพอดี” แทนพูด ส่วนอายะและทากะพยักหน้ารับรู้หลังจากนั้นทั้งสองคนก็จัดการเปลี่ยนการ์ดตามคำแนะนำของแทน และเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ถ้าเรียบร้อยแล้วพวกเราไปกันเถอะ” คำพูดของแทนทำให้สองพี่น้องหันมที่เขาแต่ก่อนที่จะพูดอะไรต่อไปแทนก็นึกบางอย่างได้ “อ่าวยังไม่ได้ตั้งปาร์ตี้นี่นารอแป๊บ...” เขาพูดพร้อมกับเรียกหน้าจอจัดการการตั้งปาร์ตี้ออกมาและไม่ถึงหนึ่งนาทีปาร์ตี้ก็ถูกจัดตั้งขึ้นเรียบร้อย และเมื่อเป็นอย่างที่ว่าแทนก็ชวนทั้งสองคนเข้าปาร์ตี้แต่เขาต้องประหลาดใจนิดหน่อยเมื่อชื่อของทั้งสองคนนั้นรวมเป็นชื่อเดียวกัน อายะและทากะ...
หลังจากการชวนสำเร็จเสียงจากระบบก็แจ้งขึ้นมาที่แทนทันที
ผู้เล่น อายะและทากะ ตอบรับการเชิญเข้าปาร์ตี้ ‘เอาการ์ดตูคืนมา...!’ของคุณ…
“พวกเราต้องทำอะไรบ้าง”อายะถามเมื่อแทนทำท่าจะออกเดิน
“อย่าตาย…และพยายามอย่าให้ฉันตาย เพราะถ้าฉันตาย…พวกเธอก็ไม่น่ารอด”แทนตอบออกไปอย่างชัดเจน
ทากะพยักหน้ารับ ชายคนนี้ดูแล้วน่าจะอายุมากกว่าแทนนิดหน่อยในขณะที่อายะน่าจะไล่เลี่ยกัน แต่ตอนนี้อายุไม่ใช่เรื่องที่ควรสนใจความอยู่รอดน่าจะเป็นสิ่งแรกที่ทั้งสามคนคิดถึง
ในขณะนี้ทั้งสามคนอยู่บนสะพานหินยาวที่ยื่นไปในอากาศด้านหลังเวิ้งว้างมีเพียงท้องฟ้ากับก้อนเมฆไม่สามารถมองทะลุชั้นเมฆลงไปได้พวกเขาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากจุดที่ว่าเพื่อไปยังจุดหมายที่อยู่ตรงหน้าจุดหมายที่เควสยังไม่ได้ประกาศอะไรออกมาทั้งสิ้น...
แทนเดินนำไปจนถึงเขตที่เป็นลานกว้างของปราสาทรูปทรงแปลกตาและเมื่อเขาเดินพ้นสะพานหินที่ทอดออกไปยังท้องฟ้าเรียบร้อยแล้ว เสียงจากระบบก็ประกาศเควสออกมาเควสที่ดูเหมือนจะไม่โหดร้ายเท่าที่แทนคิด
กลุ่มผู้เล่นได้รับเควส ‘ผู้ไม่ยึดติด’ กลุ่มผู้เล่นต้องกำจัด เบรด้าเดอะ ซัมมอนเนอร์ เลเวล 112 ซึ่งเฝ้าเส้นทางแห่งนภาเพื่อเปิดประตูสู่เบื้องล่างและจบเควสนี้
“โอย…รอดไปรอบนี้ได้เจอพวกเลเวลไม่มากบ้าง 112…น่าจะพอไหว”พูดจบแทนก็ทำท่าถอนหายใจโล่งอกเพราะปกติเขามักจะเจอกับมอนสเตอร์ที่มีเลเวลมากกว่าตัวเองมากเป็นประจำ
“คุณเคยเจอพวกที่เลเวลมากกว่านี้ด้วย?” อายะถามโดยที่สายตาทากะก็รอคำตอบ
แทนคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบออกไป “ก็มีบ้างมากกว่านี้นิดหน่อย” เขาพยักหน้ายืนยันแล้วเตรียมตัวเดินออกหน้าเพราะถ้าบอสเลเวลระดับ 112 พวกมอนสเตอร์ธรรมดาน่าจะไม่เหลือบ่ากว่าแรงของเขานัก
และเมื่อแทนออกเดินทั้งอายะและทากะก็ออกเดินตาม แต่อยู่ดีๆ แทนก็หยุดฝีเท้าลง
“เดี๋ยว...”ชายหนุ่มพูดขึ้น
“หืม...” อายะมองอย่างสงสัย
“เธอเป็นนักดาบส่วนทากะเป็นช่างเหล็ก ช่างเหล็กนี่คือสร้างการ์ดการ์ดอีควิปใช่ไหม” แทนหันมาถามพี่น้องทั้งสองคนที่ร่วมปาร์ตี้อยู่กับเขา
“ก็ไม่ถูกนัก...”อายะว่า
“หืม?” แทนทำหน้าสงสัยในคำตอบของเธอ “ไม่ถูกนัก?” เขาทวนคำ
“สายช่างเหล็กพอเลเวลเพิ่มจะต้องเลือกว่าจะสร้างอะไรสร้างอาวุธ เกราะ หรืออุปกรณ์อื่นถ้าเลือกสร้างอาวุธพวกอุปกรณ์อื่นจะสร้างได้น้อยมาก แต่ก็พอจะสร้างได้แต่โอกาสสำเร็จก็น้อยลงไปด้วย” หญิงสาวในชุดกิโมโนอธิบาย
“หมายความว่าเขาเลือกสายอาวุธ?”แทนถามพร้อมกับพยักหน้าไปทางทากะ
“อือ...ใช่” อายะตอบหน้านิ่ง
“เลเวลไม่มากก็สร้างของดีๆ ไม่ได้สิ” แทนพูดต่อ ส่วนอายะส่ายหน้าอีกครั้ง
“ก็ไม่เชิงแต่ถ้าจะของระดับสูง โอกาสสำเร็จจะน้อยมาก” เธอว่า
“งั้นลองให้ดูหน่อยสิ”แทนเสนอ
อายะหันมองหน้าทากะ ไม่กี่วินาทีถัดไปทากะก็เรียกหน้าจอสร้างอาวุธออกมาทันที และเมื่อเขาเรียกหน้าจอนั้นออกมาเรียบร้อยแล้วอายะก็หันมาถามแทนอีกครั้ง
“สร้างอะไรล่ะ”
“ธนู” คนถูกถามตอบกลับ
เมื่อทากะได้ยินที่แทนพูดออกมา เขาก็จัดการเลือกไปที่หน้าจอสร้างอาวุธหลังจากนั้นรายละเอียดสิ่งที่ต้องใช้ก็ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้น มันมีอยู่ 3 รายชื่อที่มีแสงสว่าง นอกนั้นดำมืดทั้งหมด คันศรเซเลสเทียวิสเปอร์ ระดับ 13ดาว ที่มีโอกาสสร้างสำเร็จเพียง 7% คันศรดาร์กอาบิสระดับ 10 ดาวที่มีโอกาสสร้างสำเร็จ 19% และสุดท้าย คันศรกลาสฮอปเปอร์ระดับ 8 ดาวที่โอกาสสำเร็จ28%
“ขอดูหน่อยสิมีอะไรบ้าง”แทนพูด
ทากะหันหน้าจอและรายละเอียดของที่ต้องใช้ซึ่งแทนมีอยู่แล้วออกมาอาชีพสายการสร้างในเกมนี้ เมื่ออยู่ในปาร์ตี้จะสามารถรู้ว่าจะสร้างสิ่งใดได้บ้างโดยดูจากรายชื่อสิ่งของที่ส่องสว่างออกมาเมื่อรายชื่อนั้นปรากฏขึ้นแปลว่าสิ่งที่ต้องการในการสร้างอยู่ในปาร์ตี้ทั้งหมดแล้วส่วนจะอยู่ที่ใครนั้นเป็นอีกเรื่อง
แทนอ่านรายชื่อสิ่งของที่ต้องการแล้วจัดการเปิดช่องเก็บของเขาค่อยๆ เอาของหลายอย่างออกมา ส่วนใหญ่ของที่ต้องการก็เป็นของที่ตกจาดมอนสเตอร์ซึ่งเขาจัดการไปแล้วแทบทั้งสิ้นและในที่สุดแทนก็ส่งของต่างๆ ที่เอาออกมาให้กับทากะที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว
“ลองสร้างทั้งสามอันเลยเริ่มจากอันที่น่าจะติดง่ายก่อน” แทนว่า และทากะพยักหน้ารับสายตาที่ปกติจะอ่อนโยนของเขาแฝงความมุ่งมั่น
ทากะเรียกใช้สกิลของเขาทันที...