D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    พี่น้องแห่งคมดาบ 3

     

            แสงส่างวาบปรากฏมาพร้อมกับการเคลื่อนย้ายอีกเช่นเคยมันไม่ต่างจากทุกครั้งที่เขาถูกส่งไปทำเควสในสถานที่ต่างๆ แต่ในครั้งนี้เมื่อถูกส่งมายังสถานที่ซึ่งระบบประกาศออกมาแล้วเขารู้สึกได้ถึงสายลมที่พัดมาอย่างแรง และเมื่อมองไปรอบตัวสายตาก็ไม่เห็นแผ่นดินมีเพียงเมฆสีขาวเป็นพื้นอยู่ด้านล่าง ไร้แมกไม้ ไร้ยอดหญ้ามีเพียงเส้นทางที่ทอดยาวจากจุดที่เขาอยู่ไปยังปราสาทรูปทรงแปลกตามันไม่เหมือนปราสาทเสียเท่าไหร่ลักษณะของสิ่งก่อสร้างบริเวณสุดสายตานั้นเหมือนแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนยาวสีเทามาวางเรียงกันสี่ห้าชิ้นเสียมากกว่าสถานที่นี้คือปราสาทที่อยู่เหนือชั้นเมฆ ปราสาทลอยฟ้าที่ยังมีผู้เล่นไม่มากนักจะได้มาเยือนปราสาทลอยฟ้าลาพิวต้าไอโซเลชั่น

            “คราวนี้มาหรูเลยเรา...”แทนพูดขึ้น “ดันไม่อ่านแล้วกดตกลง เห็นแค่แวบๆว่ามันถามว่าจะตกลงไหมถ้าจะใช้การ์ดแอเรียบูชาเทพแห่งการสร้างไอ้มือเจ้ากรรรมเราก็นะ กดตกลงแบบไม่เคยพลาด”

            “คุณ...” เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหลังของแทน

            คนถูกเรียกหันหาที่มาของเสียงแต่เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นชายหนุ่มผมยาวสีดำยืนอยู่ที่นั่น

            “หะ?”แทนทำเสียงประหลาดใจ แต่เมื่อเขาเลื่อนสายตาไปทางซ้ายความสงสัยของเขาก็คลายลงหญิงสาวร่างบางยืนอยู่ข้างๆ ชายตรงหน้า ริมฝีปากเธอบางแต่แดงระเรื่อ ดวงตาสีดำสนิทเส้นผมยาวสลวยปลิวไปตามสายลมแรงที่พัดกระโชก

            “ขอโทษด้วยนะ”แทนพูดขึ้นก่อนที่ทั้งสองจะถามอะไรออกมาแต่หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าของเขากลับมีสีหน้าไม่เข้าใจว่าแทนขอโทษไปเพื่ออะไร

            “คุณพูดเรื่องอะไร พวกเราไม่เข้าใจ”เธอถามอย่างสงสัย

            แทนถอนหายใจยาวแล้วห่อไหล่ทำหน้ารู้สึกผิดเพราะเขาเป็นตัวการที่ดึงสองคนที่อยู่ตรงหน้ามาที่นี่ด้วย “ฉันทำให้เกิดเควสขึ้นที่วิหารที่เอาไว้ใช้เปลี่ยนการ์ดซัมมอนให้เป็นเมจิกนั่นน่ะ”แทนพยายามอธิบาย

            “เควส? วิหาร?” หญิงสาวที่ดวงตาเหมือนจะมีบางอย่างอยู่ภายในจ้องมาด้วยความสงสัย“คุณหมายถึงวิหารแห่งความเปลี่ยนแปลง” เธอว่า

            “มันชื่อนั้น?”แทนขยับคิ้วขึ้นสูง

            “ใช่...ว่าแต่เรื่องเควสอธิบายให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม ฉันชื่ออายะ ส่วนนี่พี่ชายของฉันทากะ” เธอถามพร้อมกับแนะนำตัวเองไปพร้อมๆ กัน

            “อายะ...ทากะ...พวกเธอเป็นคนญี่ปุ่น?”แทนถามทั้งๆ ที่มองจากชุดของทั้งสองคนก็พอจะบอกได้เพราะคนผู้ชายสวมชุดเหมือนพวกนินจาโบราณสีน้ำเงินเข้ม โดยเสื้อที่ว่าไม่มีแขนมันเป็นรอยผ้าฉีกขาด ส่วนหญิงสาวตรงหน้าไว้ผมยาวและสวมชุดแบบญี่ปุ่นโบราณสีขาวลายสีชมพูอ่อน

            “อืม...” หญิงสาวพยักหน้าในขณะที่ชายหนุ่มหน้านิ่งไม่ได้ขยับ...

            “แล้วเธอพูดภาษาไทยได้?”

            อายะมีสีหน้าประหาดใจก่อนจะย้ำคำ “ภาษาไทย?”เธอทำหน้างง แต่แล้วก็คิดบางอย่างขึ้นได้ “อ้อ...คุณไม่รู้หรือว่าเกมนี้ภาษาทั้งหมดที่เราพูดออกไปจะถูกประมวณให้ออกมาเป็นภาษากลางที่เกมตั้งไว้ไม่ว่าจะใช้ภาษาอะไรทุกคนก็จะเข้าใจ”

            “หะ...” แทนทำเสียงประหลาดใจแต่เมื่อเขานิ่งคิดสักครู่ก็พูดออกมา “จะว่าไปเกมที่ส่งเราเข้ามาสัมผัสบรรยากาศจริงๆ อย่างนี้ได้ เรื่องแค่นี้น่าจะจิ๊บจ๊อย”เขาทำท่ายอมรับ

            “แล้วเรื่องเควสคุณหมายความว่ายังไง”อายะถามต่อ

             แทนถอนหายใจก่อนจะตอบออกมา“ฉันดันใส่การ์ดแอเรียลงในถาดเปลี่ยนการ์ดน่ะสิ” เขาพูดเสียงเซ็ง

            ครั้งนี้แม้กระทั่งทากะที่ทำหน้านิ่งตลอดยังเลิกคิ้วสูงส่วนอายะเองก็มีสีหน้าตกใจ “คุณใส่การ์ดแอเรียลงไป!?” เธอเสียงตื่น

            “อื้อ...ใช่”พูดจบแทนถอนหายใจอีกครั้ง

           “แล้วเกิดอะไรขึ้น” อายะถาม

           แทนกางแขนออกแล้วผายมือขึ้น “ระบบก็แจ้งว่าได้รับเควสอะไรสักอย่างเพราะยอมสละการ์ดแอเรียแล้วก็ส่งฉันและสองคนที่อยู่ใกล้ที่สุดมาที่นี่ยังไงล่ะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบตัว“ส่งพวกเธอกับฉันมาที่นี่”

           “หมายความว่าที่พวกเราถูกพามาที่นี่เป็นเพราะเควสของคุณ”อายะถามหน้านิ่ง

           แทนทำหน้าแห้งเตรียมตัวโดนบ่น แล้วสุดท้ายเขาก็พูดยอมรับ “ถึงได้ขอโทษพวกเธอยังไงล่ะ...” คนพูดเตรียมใจรับฟังคำตำหนิอย่างเต็มใจ

           “ขอบคุณ” เสียงหญิงสาวพูดออกมา

           คำพูดที่ว่าทำเอาแทนที่เตรียมโดนต่อว่าประหลาดใจเขาหันมองหน้าหญิงสาวที่กำลังประสานสองมือไว้ด้านหน้าแล้วค้อมตัวให้กับเขา

           “หา...?” แทนทำเสียงประหลาดใจ “ขอบคุณ…? เพื่อ?” คนถามทำหน้าไม่เข้าใจ

            อายะหันมองหน้าชายที่ยืนอยู่ข้างเธอแล้วหลังจากนั้นเธอก็หันกลับมาที่แทน “พี่ชายของฉันก็ขอบคุณคุณด้วยพี่ทากะว่าอย่างนั้น” หญิงสาวว่า

            ครั้งนี้ยิ่งทำให้แทนงงไปกันใหญ่ “ขอบคุณฉันทำไมกันฉันลากพวกเธอมาซวยเลยนะงานนี้”

            อายะหันมองหน้าพี่ชายของเธอก่อนจะยิ้ม ส่วนทากะนั้นมียิ้มบางๆติดอยู่ที่ริมฝีปาก “พวกเราเพิ่งเลเวล 20 คงอีกนานกว่าที่จะได้มาในที่แบบนี้ ถึงจะต้องมาตายที่นี่พวกเราก็ดีใจ…”หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มเศร้า “พวกเราไม่รู้ว่าจะได้เล่นเกมนี้นานแค่ไหนถ้าได้มาที่แบบนี้พวกเราก็ดีใจ” อายะบอกกับแทนขณะที่ทากะเพียงพยักหน้ารับ

            “หะ…”

            “ขอบคุณจริงๆ ที่ให้พวกเราได้เห็นอะไรมากกว่าที่จะได้เห็นได้สัมผัสอะไรมากกว่าที่เราเคยสัมผัส” อายะพูดด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง

            สาวนแทนนั้นยกมือขึ้นเกาหัวก่อนจะส่ายหน้าไปมา“เอางั้นก็งั้นนะ...” เขาว่า “ว่าแต่พวกเธอมีใครอาชีพสนับสนุนบ้างไหม สายเพิ่มพลังน่ะ” เขาถาม

           ทากะส่ายหน้าก่อนเป็นคนแรกหลังจากนั้นอายะก็เป็นคนส่ายหน้าตาม “ฉันเป็นสายนักดาบ ตอนนี้คลาสผู้ฝันถึงคมดาบส่วนพี่ทากะ...” เธอพูดพร้อมกับหันมองหน้าชายผมยาวสลวยสีดำสนิทที่ไม่ต่างจากเส้นผมของเธอ“พี่ทากะเป็นช่างเหล็ก เขาเป็นสายสร้างอาวุธ”

           “แล้วสายทักษะล่ะ” แทนถามต่อ

           เมื่อมาถึงคำถามนี้อายะนิ่งก่อนจะมองหน้าทากะอีกครั้งหลังจากชายหนุ่มพยักหน้า หญิงสาวก็หันมาตอบ “สปิริตลิ้งเกอร์” เธอว่า “พี่ทากะพูดไม่ได้แต่ถ้ามาอยู่ในโลกของเกมนี้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อระบบประสาททำให้ฉันสามารถได้ยินความคิดของพี่ทากะได้แต่มันก็มีอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องข้อแม้ในเกมและข้อจำกัดในโลกจริง”

           “อย่างเช่น?” แทนถามทันควัน เขาเริ่มสนใจทักษะแปลกๆของสองคนตรงหน้า

           “พวกเราสองคนต้องอยู่ปาร์ตี้เดียวกันตลอดเวลไม่สามารถเล่นคนเดียวได้ ถ้าคนใดคนหนึ่งตายจะตายทั้งคู่ และเลเวลจะเท่ากันตลอดเวลา”อายะตอบในขณะสายลมที่พัดมาจากด้านล่างกระโชกให้ผมยาวถึงบั้นเอวของเธอพลิ้วไสว

           “ไม่ธรรมดา...”แทนว่า “ว่าแต่เลเวลอะไรกันแล้วล่ะ”

           “20...พวกเราสองคนเลเวล 20” อายะตอบ

           แทนทำตาโตก่อนจะพูดขึ้น “มีแววเป็นอย่างเธอพูดสูงมากพวกเรามีโอกาสมาสัมผัสบรรยากาศที่นี่แล้วตายกลับที่เดิมเยอะมาก” เขาพูด

           “คุณเคยเจอเรื่องแบบนี้?”อายะถามต่อ แล้วแทนก็พยักหน้ารับ

           “บ่อยด้วยสิ...และที่สำคัญเควสประหลาดแบบนี้ดูจากสภาพสถานที่หรูซะขนาดนี้ สิ่งก่อสร้างอลังซะขนาดนั้น เลเวลตัวที่เราต้องไปจัดการน่าจะร้อยกว่าแน่ๆแถมไม่มีฝ่ายสนับสนุนอีกด้วย อย่างนี้มีแววตายสูง” ชายหนุ่มอธิบาย

           “เราควรทำยังไงดีล่ะ” หญิงสาวถามขึ้น

           แทนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดดูการ์ดที่เขาเก็บเอาไว้และหลังจากนั้นเขาก็หยิบการ์ดไอเทมฟื้นพลังราว30 ใบออกมา “พวกเธอถอดการ์ดที่ใช้โจมตีระยะประชิดออกก่อนแล้วเอาการ์ดเพิ่มพลังพวกนี้ใส่ไว้แทนฉันจะพยายามสกัดมอนสเตอร์ที่ออกมาไม่ให้ไปถึงพวกเธอสองคน แล้วพวกเธอก็ใช้การ์ดพวกนี้สนับสนุนฉันไปเรื่อยๆก่อน รอให้เลเวลขึ้นมากกว่านี้แล้วค่อยเปลี่ยนพวกการ์ดโจมตีโดยตรงเข้ามา” เขาอธิบาย

           ทากะเหมือนกำลังคุยอะไรสักอย่างกับอายะด้วยกระแสจิตหลังจากที่คุยกันเรียบร้อยเธอก็หันมาที่แทน “พี่ทากะถามว่าคุณเลเวลเท่าไร”อายะถามเสียงเรียบ

           “99...” แทนบอกออกไป

           อายะและทากะทำตาโต “เก้า...สิบเก้า...เยอะมากว่าแต่ทำไมเลเวลมากขนาดนี้ถึงมาที่เมืองคัลเดียนี่ล่ะ” หญิงสาวถามต่อ

           “มีธุระที่นี่น่ะแต่ดันมาบังเอิญเจอเควสนี้เข้าพอดี” แทนพูด ส่วนอายะและทากะพยักหน้ารับรู้หลังจากนั้นทั้งสองคนก็จัดการเปลี่ยนการ์ดตามคำแนะนำของแทน และเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

           “ถ้าเรียบร้อยแล้วพวกเราไปกันเถอะ” คำพูดของแทนทำให้สองพี่น้องหันมที่เขาแต่ก่อนที่จะพูดอะไรต่อไปแทนก็นึกบางอย่างได้ “อ่าวยังไม่ได้ตั้งปาร์ตี้นี่นารอแป๊บ...” เขาพูดพร้อมกับเรียกหน้าจอจัดการการตั้งปาร์ตี้ออกมาและไม่ถึงหนึ่งนาทีปาร์ตี้ก็ถูกจัดตั้งขึ้นเรียบร้อย และเมื่อเป็นอย่างที่ว่าแทนก็ชวนทั้งสองคนเข้าปาร์ตี้แต่เขาต้องประหลาดใจนิดหน่อยเมื่อชื่อของทั้งสองคนนั้นรวมเป็นชื่อเดียวกัน อายะและทากะ...

           หลังจากการชวนสำเร็จเสียงจากระบบก็แจ้งขึ้นมาที่แทนทันที

     

           ผู้เล่น อายะและทากะ ตอบรับการเชิญเข้าปาร์ตี้ ‘เอาการ์ดตูคืนมา...!’ของคุณ…

                   

           “พวกเราต้องทำอะไรบ้าง”อายะถามเมื่อแทนทำท่าจะออกเดิน

           “อย่าตาย…และพยายามอย่าให้ฉันตาย เพราะถ้าฉันตาย…พวกเธอก็ไม่น่ารอด”แทนตอบออกไปอย่างชัดเจน

           ทากะพยักหน้ารับ ชายคนนี้ดูแล้วน่าจะอายุมากกว่าแทนนิดหน่อยในขณะที่อายะน่าจะไล่เลี่ยกัน แต่ตอนนี้อายุไม่ใช่เรื่องที่ควรสนใจความอยู่รอดน่าจะเป็นสิ่งแรกที่ทั้งสามคนคิดถึง

            ในขณะนี้ทั้งสามคนอยู่บนสะพานหินยาวที่ยื่นไปในอากาศด้านหลังเวิ้งว้างมีเพียงท้องฟ้ากับก้อนเมฆไม่สามารถมองทะลุชั้นเมฆลงไปได้พวกเขาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากจุดที่ว่าเพื่อไปยังจุดหมายที่อยู่ตรงหน้าจุดหมายที่เควสยังไม่ได้ประกาศอะไรออกมาทั้งสิ้น...

            แทนเดินนำไปจนถึงเขตที่เป็นลานกว้างของปราสาทรูปทรงแปลกตาและเมื่อเขาเดินพ้นสะพานหินที่ทอดออกไปยังท้องฟ้าเรียบร้อยแล้ว เสียงจากระบบก็ประกาศเควสออกมาเควสที่ดูเหมือนจะไม่โหดร้ายเท่าที่แทนคิด

     

           กลุ่มผู้เล่นได้รับเควส ‘ผู้ไม่ยึดติด’  กลุ่มผู้เล่นต้องกำจัด เบรด้าเดอะ ซัมมอนเนอร์ เลเวล 112 ซึ่งเฝ้าเส้นทางแห่งนภาเพื่อเปิดประตูสู่เบื้องล่างและจบเควสนี้

                   

           “โอย…รอดไปรอบนี้ได้เจอพวกเลเวลไม่มากบ้าง 112…น่าจะพอไหว”พูดจบแทนก็ทำท่าถอนหายใจโล่งอกเพราะปกติเขามักจะเจอกับมอนสเตอร์ที่มีเลเวลมากกว่าตัวเองมากเป็นประจำ

           “คุณเคยเจอพวกที่เลเวลมากกว่านี้ด้วย?” อายะถามโดยที่สายตาทากะก็รอคำตอบ

           แทนคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบออกไป “ก็มีบ้างมากกว่านี้นิดหน่อย” เขาพยักหน้ายืนยันแล้วเตรียมตัวเดินออกหน้าเพราะถ้าบอสเลเวลระดับ 112 พวกมอนสเตอร์ธรรมดาน่าจะไม่เหลือบ่ากว่าแรงของเขานัก

            และเมื่อแทนออกเดินทั้งอายะและทากะก็ออกเดินตาม แต่อยู่ดีๆ แทนก็หยุดฝีเท้าลง

            “เดี๋ยว...”ชายหนุ่มพูดขึ้น

            “หืม...” อายะมองอย่างสงสัย

            “เธอเป็นนักดาบส่วนทากะเป็นช่างเหล็ก ช่างเหล็กนี่คือสร้างการ์ดการ์ดอีควิปใช่ไหม” แทนหันมาถามพี่น้องทั้งสองคนที่ร่วมปาร์ตี้อยู่กับเขา

            “ก็ไม่ถูกนัก...”อายะว่า

            “หืม?” แทนทำหน้าสงสัยในคำตอบของเธอ “ไม่ถูกนัก?” เขาทวนคำ

            “สายช่างเหล็กพอเลเวลเพิ่มจะต้องเลือกว่าจะสร้างอะไรสร้างอาวุธ เกราะ หรืออุปกรณ์อื่นถ้าเลือกสร้างอาวุธพวกอุปกรณ์อื่นจะสร้างได้น้อยมาก แต่ก็พอจะสร้างได้แต่โอกาสสำเร็จก็น้อยลงไปด้วย” หญิงสาวในชุดกิโมโนอธิบาย

           “หมายความว่าเขาเลือกสายอาวุธ?”แทนถามพร้อมกับพยักหน้าไปทางทากะ

           “อือ...ใช่” อายะตอบหน้านิ่ง

           “เลเวลไม่มากก็สร้างของดีๆ ไม่ได้สิ” แทนพูดต่อ ส่วนอายะส่ายหน้าอีกครั้ง

            “ก็ไม่เชิงแต่ถ้าจะของระดับสูง โอกาสสำเร็จจะน้อยมาก” เธอว่า

            “งั้นลองให้ดูหน่อยสิ”แทนเสนอ

            อายะหันมองหน้าทากะ ไม่กี่วินาทีถัดไปทากะก็เรียกหน้าจอสร้างอาวุธออกมาทันที และเมื่อเขาเรียกหน้าจอนั้นออกมาเรียบร้อยแล้วอายะก็หันมาถามแทนอีกครั้ง

            “สร้างอะไรล่ะ”

            “ธนู” คนถูกถามตอบกลับ

            เมื่อทากะได้ยินที่แทนพูดออกมา เขาก็จัดการเลือกไปที่หน้าจอสร้างอาวุธหลังจากนั้นรายละเอียดสิ่งที่ต้องใช้ก็ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั้น มันมีอยู่ 3 รายชื่อที่มีแสงสว่าง นอกนั้นดำมืดทั้งหมด คันศรเซเลสเทียวิสเปอร์ ระดับ 13ดาว ที่มีโอกาสสร้างสำเร็จเพียง 7% คันศรดาร์กอาบิสระดับ 10 ดาวที่มีโอกาสสร้างสำเร็จ 19% และสุดท้าย คันศรกลาสฮอปเปอร์ระดับ 8 ดาวที่โอกาสสำเร็จ28%

            “ขอดูหน่อยสิมีอะไรบ้าง”แทนพูด

            ทากะหันหน้าจอและรายละเอียดของที่ต้องใช้ซึ่งแทนมีอยู่แล้วออกมาอาชีพสายการสร้างในเกมนี้ เมื่ออยู่ในปาร์ตี้จะสามารถรู้ว่าจะสร้างสิ่งใดได้บ้างโดยดูจากรายชื่อสิ่งของที่ส่องสว่างออกมาเมื่อรายชื่อนั้นปรากฏขึ้นแปลว่าสิ่งที่ต้องการในการสร้างอยู่ในปาร์ตี้ทั้งหมดแล้วส่วนจะอยู่ที่ใครนั้นเป็นอีกเรื่อง

            แทนอ่านรายชื่อสิ่งของที่ต้องการแล้วจัดการเปิดช่องเก็บของเขาค่อยๆ เอาของหลายอย่างออกมา ส่วนใหญ่ของที่ต้องการก็เป็นของที่ตกจาดมอนสเตอร์ซึ่งเขาจัดการไปแล้วแทบทั้งสิ้นและในที่สุดแทนก็ส่งของต่างๆ ที่เอาออกมาให้กับทากะที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว

           “ลองสร้างทั้งสามอันเลยเริ่มจากอันที่น่าจะติดง่ายก่อน” แทนว่า และทากะพยักหน้ารับสายตาที่ปกติจะอ่อนโยนของเขาแฝงความมุ่งมั่น

            ทากะเรียกใช้สกิลของเขาทันที...


    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน