เขามององค์หญิงหมิงจูที่นั่งแต่งหน้าอยู่หน้ากระจกแล้วก้มลงไปกอดและทำท่าจะจูบนางอย่างคนที่อดใจไม่ไหว
เมื่อคืนนางเผ็ดร้อนเสียจนเขาแทบคลั่ง ถ้าไม่ติดว่ากลัวนางล้มป่วยเหมือนครั้งที่แล้วเขาคงอุ้มและกอดนางทั้งคืนเหมือนที่โดนนางท้าเอาไว้จริง ๆ
“ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านจะทำอะไร” มือเล็กดันเขาออกห่างพลางกวาดตาไปรอบด้านแล้วหันมาดุเขา
“หยุดเลย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า!”
“ถ้ายังมีใครอยู่ในเรือนนี้อีก ข้าจะสั่งโบยมันให้หมด!”เขาสั่งเสียงดังลั่นพลางเหลือบตามองเงาของคนหลายร่างวิ่งผ่านประตูออกไปนอกเรือนอย่างรวดเร็ว
“คนบ้า! ท่านจะทำให้ข้าอายไปถึงไหน?”ร่างเล็กมองเขาอย่างเอาเรื่อง แต่นางก็ยอมจูบตอบเขาอย่างหวานฉ่ำจนเขาได้แต่มองนางตาปรายเพราะอยากกอดนางต่อแต่ทำไม่ได้...
“เฮ้อ...” เขายอมปล่อยมือจากนางอย่างเสียดายแล้วชำเลืองมององค์หญิงหมิงจูผ่านกระจกก่อนที่เขาจะดึงปิ่นบนผมนางออก
“หืม?” ร่างเล็กหันมามองหน้าเขาแต่เขากลับจับนางให้หันหน้าเขากระจกแล้วกวาดตาไปทั่วโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนที่จะหยิบปิ่นดอกจื่อจือฮวาที่เขาซื้อให้มาเสียบลงไปบนผมแทน
“วันนี้ท่านปักอันนี้ไปก่อนแล้ววันหน้าข้าจะหาอันใหม่ที่สมฐานะของท่านมาให้” เขามองสตรีของเขาอย่างพอใจแล้วสบตานางผ่านกระจกด้วยแววตาเสน่หา
แต่ทว่าร่างเล็กตรงหน้ากลับชะงักและแววตาที่เคยสดใสก็เปลี่ยนไปทันทีและเพียงพริบตาเดียว...ทุกอย่างจะกลับมาเป็นดังเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
เมื่อกี้...เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาด แล้วทำไมแววตาของนางถึงเศร้านัก
นางเป็นอะไร?!
“ท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าต้องไปเรือนชิงซินแล้วท่านเป็นอะไรหรือ?” ดวงตากลมโตคู่นั้นมองเขาอย่างประหลาดใจ ก่อนที่นางจะแตะหน้าผากเขาเบาๆ
“หรือว่าท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหน?” ความอบอุ่นของมือเล็กแตะที่ข้างแก้มเขาทำให้เขารู้สึกตัวและมองคนตรงหน้าที่ยังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขากะพริบตาเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มบาง ๆ ส่ายแล้วยืดตัวขึ้น
“ข้าไม่เป็นอะไรท่านจะไปจิบน้ำชากับท่านแม่งั้นหรือ ไป! ข้าจะไปกับท่านด้วย” เขาคว้ามือนางมาจับไว้พยุงองค์หญิงหมิงจูให้ลุกขึ้นยืน
“อ่า...” เสียงครางเบาพร้อมกับมือเล็กที่เอื้อมมากกุมท้องทำให้เขาต้องรีบคว้าเอวนางเอาไว้
“ข้าว่าท่านพักผ่อนดีกว่าเดี๋ยวข้าไปบอกท่านแม่ให้เอง”
“อย่านะ! ข้าไปไหว...”องค์หญิงหมิงจูรีบส่ายหัวทันทีทั้งยังทำหน้าแดงจนเขานึกขำ
“ข้าไม่บอกท่านแม่หรอกว่าท่านป่วยเพราะอะไรข้ารับรองได้” เขากระซิบบอกนางเบา ๆ แต่กลับโดนนางหยิกเข้าให้
“โอ๊ย!” ถึงจะเจ็บแต่เขาก็พยุงนางไว้จนมั่นใจว่านางยืนได้อย่างมั่นคง
ร่างเล็กตวัดตามองเขาชั่วแวบแล้วสะบัดหน้าไปอีกทางก่อนที่นางจะเดินออกไปจากห้องช้า ๆ และเรียกให้จื้อหลานที่ยืนรออยู่หน้าเรือนเป็นคนประคองนางไป
เขามองตามองค์หญิงหมิงจูด้วยสายตาครุ่นคิดอยู่ครูหนึ่งแล้วจึงเดินออกตามนางออกมาจากห้อง
“มู่เหยียน...” เขาหันไปสบตามู่เหยียนที่เดินมาหยุดอยู่ข้างเขาทันทีที่สิ้นเสียงเรียก
“ไปสืบมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิงตอนที่ข้าไม่อยู่”
“ขอรับ”
เขามองมู่เหยียนที่หายลับไปและหันไปมองร่างเล็กที่เพิ่งเดินผ่านสวนดอกไม้ออกก่อนที่จะรีบสาวเท้าตามไปอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่นาน เขาก็ตามนางทันและเป็นฝ่ายประคองนางเสียเอง!
เธอวางถ้วยชาลงและมองชิงหย่าที่กำลังรินน้ำชาให้เฟิงหลงด้วยท่าทีอ่อยเหยื่ออย่างเห็นได้ชัด
“ข้าต้องขอโทษด้วยเจ้าค่ะ ข้าไม่ทันคิดว่าท่านพี่เฟิงหลงจะมาด้วยจึงมิได้เตรียมขนมเอาไว้ท่าน”ชิงหย่ารีบออกตัว ก่อนที่นางจะทำท่าสำนึกผิด
“ไม่เป็นไร ข้าเองก็ตัดสินใจมากะทันหันเลยไม่ทันได้บอกใครขนมอันนี้ เจ้าทำเองหรือ?”
“เจ้าค่ะ”
“อืม อร่อยดี” คำชมของเฟิงหลงทำให้ว่าที่อนุที่ยืนยิ้มหวานให้เฟิงหลง
เธอมองท่าทีของสองคนนั้นและเหลือบมองสายตาพอใจของไท่ฟูเหรินแล้วผ่อนลมหายใจออกช้าๆ อย่างอดกลั้น
ใจเย็นไว้ ไอ้อัญ แกจะพลาดไม่ได้...
“จริงซิ เฟิงหลงแม่เพิ่งทำชุดใหม่ให้เจ้าเสร็จ อันที่จริงว่าจะให้ตั้งแต่วันที่เจ้ากลับมาแต่แม่สายตาไม่ดีเลยให้ชิงหย่าช่วยปักให้ ดูซิ ฝีมือของชิงหย่าสวยมากเลย มา ๆเดี๋ยวจะทาบตัวให้เจ้า หากไม่พอดีตัวจะได้แก้ไขให้”
คำพูดของไท่ฟูเหรินทำให้เธอชะงักไปชั่วครู่และเม้มริมฝีปากเบาๆ ถึงเธอจะไม่รู้ว่าการปักชุดให้นั้นซ่อนความนัยอะไรไว้ไหม
แต่การพูดชื่นชมชิงหย่าไม่หยุดของไท่ฟูเหรินนั้นพอจะทำให้เธอเดาได้ว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในแผนการของนาง
เฟิงหลงเหลือบมองเธอชั่วแวบแล้วลุกขึ้นไปตามเสียงเรียกของไท่ฟูเหรินแล้วทั้งนางกับชิงหย่าก็หันไปวุ่นวายกับการวัดตัวเฟิงหลงและทิ้งให้เธอนั่งมองราวกับคนนอก
ความรู้สึกอึดอัดตรงหน้าก็ทำให้เธอต้องผ่อนลมหายใจออกอย่างแผ่วเบาแต่ยังคงรอยยิ้มบางๆ ไว้บนใบหน้าได้
ผ่านไปครู่ใหญ่เฟิงหลงก็กลับมานั่งข้างเธอตามเดิมพร้อมกับชุดในมือ เขาเหลือบมองมาทางเธอหลายครั้งจนเธอต้องยิ้มให้เขาเฟิงหลงถึงได้วางใจ
เธอหลุบตาลงนิดหนึ่งแล้วพยายามกดความรู้สึกหนักหน่วงในใจลงไป
ฟู่...
“ขอบใจนะชิงหย่า อันนี้ ข้าให้เป็นสินตอบแทนที่เจ้าช่วยท่านแม่”
ถุงเงินที่เฟิงหลงยื่นให้ทำให้ชิงหย่าหน้าเสียโดยฉับพลันแต่นางก็ยอมรับมันพร้อมกับพยายามเก็บสีหน้าเอาไว้จนไท่ฟูเหรินแอบตบหลังมือนางเพื่อปลอบใจสีหน้านางก็ดีขึ้นมาไม่น้อย
แต่ทว่าจู่ ๆ เฟิงหลงก็ดึงถุงหอมออกที่เธอทำให้มาจากแขนเสื้อและห้อยมันต่อหน้าทุกคนโดยไม่อายเลยว่าลายบนถุงหอมนั้นแทบจะดูไม่ออกด้วยซ้ำว่านั้นคือตัวอะไร
“นั่นมัน...” ไท่ฟูเหรินมองถุงหอมที่เธอทำให้เฟิงหลงแล้วเม้มปากนิดๆ
“องค์หญิงทำให้ข้าขอรับท่านแม่ข้าชอบมันมากเพราะทั้งหอมและสวย“ จังหวะการพูดแปลก ๆ ของเฟิงหลงทำให้เธอหันขวับไปมองเขาทันทีแต่ดวงตาของเขากลับแวววับจนเธอรู้ถึงความนัยที่ซ่อนอยู่
และนั่นก็ทำให้เธอสำลักชาในทันใด
“แค่ก ๆ” เธอไอออกมารอบใหญ่จนต้องคว้าผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากไว้และค้อนคนที่กำลังลูบหลังเธอด้วยใบหน้าใสซื่อ
ตาบ้านี่ แกล้งเธอ!
ในขณะที่ไท่ฟูเหรินก็ชะงักไปชั่วครู่แล้วหันมาถามลูกชายด้วยความสงสัย
“เฟิงหลง เมื่อกี้ลูกพูดอะไรนะ”
“ขอรับ? อ้อ...ข้าบอกว่าข้าชอบกลิ่นหอมนี้ยิ่งนัก”เฟิงหลงตอบไท่ฟูเหรินด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบนิ่งไร้พิรุธแตกต่างกับเมื่อกี้อย่างลิบลับ
ไท่ฟูเหรินพยักหน้าเบา ๆ แล้วช่วยเฟิงหลงคุยต่อ หลังจากบรรยากาศในวงน้ำชาก็ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยมีไท่ฟูเหรินกับชิงหย่าเป็นศูนย์กลางจุดสนทนา ส่วนเธอก็ถูกพวกนางกันออกจากวงสนทนาอย่างเนียนๆ
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกและรักษารอยยิ้มบนหน้าไว้ให้มั่นไม่ว่ายังไงเธอก็จะไม่ยอมเสียเฟิงหลงไปง่าย ๆ