เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 43 หินสวรรค์

    ในที่สุดพอคิดกันได้ว่าจะเก็บเงินกันอย่างไร เสี่ยวเทียนก็เรียกปราสาทเทพเซียนออกมา พอเหล่าฝูงชนเห็นเช่นนั้น ก็เริ่มแตกตื่นตกใจไม่น้อย เพราะปราสาทเทพเซียน นี้เป็นอาวุธสวรรค์ที่มีชื่อมานาน หลายพันปีแล้ว ผู้คนมากมายหมายอยากได้มาครอบครอง ครั้งนี้กลับปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชนเช่นนี้ ยอดยุทธ์ เซียนทุกระดับ ต่างจ้องตากันเป็นมัน รอคอยโอกาสเหมาะ ต้องนำมาเป็นเจ้าของให้ได้

    แต่ว่าสิ่งที่ทุกคน คิดไม่ถึงก็คือ ปราสาทเทพเซียน กลับค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปในม่านพลังเทพเจ้า ที่อาวุธเทพทั้งหลาย ไม่มีชิ้นใดสามารถฝ่าเข้าไปได้เลย  แต่ว่าปราสาทเทพเซียนกลับฝ่าเข้าไปอย่างง่ายดาย เหล่าฝูงชนเริ่มคุ้มคลั่ง บังคับทั้งเรือเหาะ เรือเล็ก เรือใหญ่ เข้าตามปราสาทเทพเซียน แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เหมือนชนเข้ากับ ผนังผาอันแข็งแกร่ง ไม่สามารถผ่านไปได้ แต่ละคนใช้อาวุธเซียนกันทุกระดับ แต่ก็ไม่สามารถทำลายม่านพลังเทพเจ้าได้เลย

    ทุกคนได้แต่ยืนมอง ปราสาทเทพเซียนกันตาละห้อย

    บนเรือจ้าวสมุทรพิโรธ ของ จักรพรรดินีหยูจี  มีสาวงามวัย 14 ปีนั่งบนบัลลังก์ ท่านกลางเหล่า ลูกน้องคนสนิทมากมาย มีทั้งเจ้าสำนักสัตตบงกช ฟางอี้เจี้ยน

    เซียนหญิงเย่ ท่านปู่เมิ่ง  และยังมีชายหนุ่มสวมมงกุฎ ยืนอยู่ด้านข้างอีกคน

    ทั้งหมดพอเห็นปราสาทเทพเซียนก็ตกใจ  หญิงงามที่นั่งอยู่ คือธิดาเทพ หยูเซียง

    ถึงกับลุกขึ้นยืน

    “ นั่นมันปราสาทเทพเซียนของ เฉินเสี่ยวเทียนใช่ไหม?”

    “ ใช่แล้ว เป็นของเฉินเสี่ยวเทียนอย่างแน่นอน” ฟางอี้เจี้ยนเจ้าสำนักสัตตบงกชเข้ามายืนยันคำตอบ

    “ เป็นไปได้ยังไง แล้วปราสาทเทพเซียนเป็นแค่อาวุธเซียนระดับจักรพรรดิไม่ใช่หรือ ทำไมถึงฝ่าม่านพลังเทพเจ้าเข้าไปได้?” ชายหนุ่มถือพัดสีทองเปรยออกมาอย่างสงสัย

    “ ท่านเทพบุตรหลิวเฟย ยังไม่ทราบ ในตัวของเฉินเสี่ยวเทียน ยังมีตัวตน ระดับเซียนที่ไม่รู้ ขั้นพลังของอีก 1 ท่าน ข้าคิดว่า ต้องเป็นฝีมือของท่านเซียนผู้นั้นอย่างแน่นอน” ฟางอี้เจี้ยน เอ่ยตอบ ที่แท้ชายหนุ่มวัย 18 ปีคนนี้ คือเทพบุตรหลิวเฟย เป็นว่าที่ พระสวามีของ ธิดาเทพหยูเซียง นี่เอง

    “ ถึงจะเข้าไปได้ แต่ก็ยากที่จะลงมาจากปราสาท แล้ว นำท่อนแขนเทพเจ้านำไปเป็นสมบัติ ของมันคนเดียว รอให้ พลังเทพเจ้าลดระดับลงกว่านี้ พวกเราค่อยฝ่าเข้าไปกัน” ท่านเซียนหญิงเย่ เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ แต่ว่า เจ้าสำนักสัตตบงกช

    กลับมีสีหน้ากังวลใจออกมา

    “ ท่านเจ้าสำนักฟาง ท่านกำลังคิดว่า เฉินเสี่ยวเทียนคนนี้ จะสามารถเก็บเอาท่อนแขนเซียนเอาไปไว้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว เชียวหรือ?” ธิดาเทพเห็นสีหน้าฟางอี้เจี้ยน ก็เดาความคิดของเขาได้

    “ ใช่แล้ว ธิดาเทพกล่าวไม่ผิด ข้ากังวลใจว่า เฉินเสี่ยวเทียน จะทำยิ่งกว่านั้น แต่ไม่รู้ว่า เขาจะทำอะไรเท่านั้น”   ฟางอี้เจี้ยนกำลังคิดถึงภาพที่ทุกคนเสียเงินเข้าไปในปราสาทเทพเซียนอยู่  แต่เรื่องนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด เลยไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา

    “ เชอะ ได้ข่าวว่ามันเป็นแค่เด็กน้อยวัย 8-9 ขวบเองเท่านั้น ยังไงมันก็ต้องออกมา

    ไม่ว่ามันจะไปอยู่ที่ใด  มันก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือ  ของพวกเราไปได้หรอก”  เทพบุตรหลิวเฟย เอ่ยอย่างมั่นใจ

    “ อย่าประมาทไป แม้กระทั่งข้าเอง พลังฝีมือสูงล้ำกว่ามัน ยังต้องพ่ายแพ้ต่อมัน

    ท่านปู่เมิ่ง ท่านสั่งคนของเราเตรียมตัวให้พร้อม ข้าคิดว่าไม่เกินสามวันนี้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่”

    เทพธิดาเทพ พูดเหมือนมีฌานวิเศษหยั่งรู้

    ส่วนเรือมังกรคลื่นสมุทรของจักรพรรดิหลงอู่ตี้ พอเห็นปราสาทของเสี่ยวเทียนเข้าไปก็เรียกทุกคนมาหารือทันที

    “ เสี่ยวเทียนเข้าไปได้แล้ว แสดงว่า อาวุธเซียน ก็สามารถฝ่าเข้าม่านพลังเทพเจ้าได้ พวกท่านคิดเห็นกันอย่างไร” รัชทายาทรีบเอ่ย

    “ กระหม่อมคิดว่า เราติดต่อกับเสี่ยวเทียน ให้มาพาพวกเราเข้าไปด้วยจะดีไหม”

    เจ้าสำนักธรรมเทพยุทธ์เจี้ยนจง ออกความเห็นไป  เจ้าสำนักเมฆาคราม หยวนจินก็เห็นด้วย

    “ มันเข้าไปแล้ว มีหรือมันจะออกมารับ ข้าไม่เชื่อหรอก ว่ามันจะมารับพวกเราไปด้วย” องค์ชายสี่ เอ่ยอย่างไม่เกรงใจ และคิดว่า เสี่ยวเทียนหรือจะให้ทุกคนเข้าไป

    “ ลองติดต่อไปก่อน หากเขามารับพวกเราเข้าไปด้วย ก็เป็นการดีที่สุด แต่ถ้าไม่ก็ได้ถือว่า พวกเราพยายามแล้ว” รัชทายาทรีบสั่งให้ติดต่อกับเสี่ยวเทียนทันที

    ณ เรือมังกรเก้าหัว จากดินแดนพิภพชั้นที่เก้า 

    “ ลุงฟาง ปราสาทเทพเซียนนี้เป็นของ เจ้าเด็กน้อยเฉินเสี่ยวเทียนมิใช่รึ”

    “ ใช่แล้ว แต่องค์ชายใหญ่ไม่ต้องห่วง คราวก่อนมันถูก เซียนสวรรค์ใช้ร่างไม่ใช่ฝีมือที่แท้จริงของมัน ครั้งนี้ข้าเตรียมอาวุธขั้นเซียนสวรรค์มาจัดการกับ เซียนคนนั้น หากมันปรากฏตัวออกมาอีก ท่านได้แก้แค้นพวกมันได้แน่ๆ”  ลุงฟางกับองค์ชายใหญ่

    สองคนนี้เคยมาปลุก วานรเทพเจ้า จะเอาไปเป็นทาส ห้าร้อยปีแต่ถูกเสี่ยวเทียนมาขัดขวางเอาไว้ ทั้งสองคนยังโกรธแค้น เสี่ยวเทียนไม่หาย ครั้งนี้มาเจอกันอีก คงได้ปะทะกันอีกรอบแน่

    “ ตอนนี้มันเข้าไปได้แล้ว ไม่รู้ว่าพวกมันจะค้นพบเจอของวิเศษอะไรในนั้นบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ เจ็บใจนัก มันเข้าไปได้อย่างไรกัน?”

    องค์ชายใหญ่นามว่าลู่ต้ากง  เอ่ยเสียงเครียด

    “ ถึงแม้พวกมันจะเข้าไปก่อน แต่สุดท้ายมันต้องส่งมอบของที่ได้ในนั้นมอบให้พวกเราทั้งหมดอยู่ดี หึ หึ หึ”  ลุงฟางเอ่ยอย่างมั่นใจ

    เสี่ยวเทียนกับพวกเวลานี้ อยู่ในปราสาทเทพเซียนที่กำลังเข้าไปใกล้ ท่อนแขนเทพเจ้า ม่านพลังเทพเจ้ายิ่งหนาแน่นขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า  พอทั้งสามคนทำท่าว่าจะลงจากปราสาทไป ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยกับศิษย์พี่หลิน ก็ถูกกระแทก กลับเข้ามาในปราสาท ไม่สามารถก้าวออกไปได้

    ผิดกับเสี่ยวเทียน ที่เดินออกไปอย่างง่ายดาย เสี่ยวเทียนหันมามองศิษย์พี่ทั้งสองด้วยความสงสัย

    “ เสี่ยวเทียน เจ้าเข้าไปสำรวจก่อนเลย ไม่ต้องห่วงพวกเรา” ศิษย์พี่เซี่ยเป่ยตะโกนบอก

    “ อาจารย์ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ข้าไม่ได้รู้สึกถึงพลังเทพเจ้า มากดดันข้าเลยแม้แต่น้อย”

    “ ตัวเจ้ามีพลังของเทพเจ้าจากชมพูทวีป กับ ปฐมเทพราชาเฉินหนง แล้วเทพเจ้าที่ไหนจะสามารถกดดันตัวเจ้าได้อีกล่ะ” เสี่ยวเทียนมองท่อนแขน ข้างขวาที่บัดนี้วางเป็นแนวระนาบไปกับแผ่นน้ำทะเล ตามแนวนอน  รัศมีของท่อนแขนนั้น กว้างใหญ่ราวภูเขาลูกหนึ่ง ด้านยาวนั้นมองแล้วเรือ ใหญ่ทั้ง 7 ลำมาต่อกัน ยังยาวไม่ถึงครึ่งของท่อนแขนเทพเจ้าเลย ฝ่ามือทั้งห้าลอยน้ำอยู่เหมือนเกาะ ผู้คนสามารถเดินขึ้นไปได้อย่างสบาย 

    “ เสี่ยวเทียน ด้านในมีของวิเศษหลายอย่าง ทางเข้า อยู่ตรงโคนแขน” อาจารย์ลู่เอินเร่งให้เสี่ยวเทียนเข้าไปด้านในท่อนแขนเทพเซียน

    พอเสี่ยวเทียน มายืนตรงโคนแขนเทพเซียน จึงเอามือสัมผัสที่พื้นผิว ตามรอยนิ้วมือที่ ประทับเอาไว้ที่ กระดูก ร่างของเสี่ยวเที่ยนก็หลุดเข้าไป ท่อนแขนเทพเจ้าทันที  พอเข้าไปข้างใน ก็พบว่าด้านในกลับกลายเป็นมิติอีกแห่งหนึ่ง กลับมี แท่นบูชาตั้งเอาไว้ มี ด้านบนสุดมี   เป็นภาพที่สลักไว้บนแผ่นฝาผนัง   เป็นร่างผู้ชายหนึ่ง มีหัวเป็นนกเหยี่ยวแต่ร่างเป็นคน  ด้านหลังมีดวงอาฑิตย์ฉายแสงส่องมา ในมือถือกล่องสีดำกล่องหนึ่ง  และมีภาพสลักเขียนภาพหญิงสาวที่กำลังท้อง ยกมือเหมือน อ้อนวอนบางอย่าง   แล้ว มีภาพร่างของชายผู้หนึ่ง ถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ 

    โดยที่มีอยู่ชิ้นหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกับ ท่อนแขนเทพเจ้าไม่มีผิดเพี้ยน

    “ นี่คือ ท่อนแขนเทพโอซิริส ที่ถูก เทพเซธสังหาร แล้วถูกหั่นเป็นชิ้นไปโรยทั่วอาณาจักรไอยคุปต์โบราณ แล้วหญิงสาวที่กำลังอ้อนวอน คือเทพีไอซิส ผู้ตั้งท้องเทพเจ้าฮอรัส กำลังของร้อง เทพเจ้ารา บิดาของพวกเขาอยู่”  อาจารย์ลู่เอินพอเห็นภาพ ก็รู้เรื่องราวทั้งหมดได้เลย

    “ อาจารย์นี่รู้ไปหมดเลยนะขอรับ”

    “ พูดมาก นี่คือแท่นบูชาเทพเจ้า ก้มคุกเข่า เคารพพวกท่านซะ”

    เสี่ยวเทียนคุกเข่า แล้วโขกศรีษะ สามครั้ง  ทันใดนั้น ก็มีกล่องสีดำที่อยู่ในมือของเทพเจ้ารา ก็ลอยออกมาจากภาพสลักข้างฝาผนัง มาวางไว้เบื้องหน้าเสี่ยวเทียน

    “ ในที่สุดข้าก็พบคนที่เหมาะกับสมบัติเหล่านี้เสียที  เจ้าเป็นคนแรกที่เข้ามาในสถานที่แห่งนี้ บางทีอาจเป็นโชคชะตาก็ได้ เจ้าอโฟรฟิชน้อยถึงได้ยอมอยู่กับเจ้าไม่จากไปไหน”

    เงาร่างชายที่หัวเป็นเหยี่ยวได้ปรากฏต่อหน้าเสี่ยวเทียน

    “ ท่าน ..เป็นใครกัน”

    “ ฮ่า เจ้าเด็กน้อย ข้าคือเทพเจ้ารา ปฐมเทพของดินแดนไอยคุปต์ ชื่อของข้ายิ่งใหญ่เทียบได้กับ เทพซุส เทพพระศิวะ เจ้าแม่หนี่วา เจ้าคงได้ยินชื่อข้ามาก่อนใช่ไหม”

    “ ข้าเพิ่งได้ยินไม่นานนี้แหละขอรับ” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามตรง ทำให้เทพเจ้าราหน้าชาทันที

    “ เจ้าเด็กน้อย เจ้าไปอยู่หลังเขาที่ไหนมา นี่เจ้ารู้จักเทพแห่งสุริยะไหม รู้จัก ปิรามิดไหม เทพเซธ เทพโฮรัส เทพีไอซิสล่ะ”

    “ ข้าบอกตามตรง ไม่รู้จักสักคนเลยขอรับ”

    “ โอ้ แล้วที่นี่ที่ไหนกันแน่ ทำไมข้าไม่เห็นคุ้นเลย”

    อาจารย์ลู่เอิน ไม่อยากให้เสียเวลา เลยปรากฏร่างออกมา

    “ ข้าลู่เอิน เป็นอาจารย์ของเสี่ยวเทียน ท่านเทพเจ้ารา อย่าได้ถือสาเด็กมันเลย

    มันไม่ได้อยู่บนโลกมนุษย์ ไม่เคยเห็นอารยธรรแต่เก่าก่อน หลังโลกเก่าถูกทำลาย

    ก็มีมหาเทพเซียนผู้หนึ่งก็มาสร้างโลกใบใหม่ มีอยู่เก้าชั้น  ดังนั้นสิ่งที่มันร่ำเรียน มีเพียงแค่ วิชาการต่อสู้ วิธีอ่านหนังสือ และบำเพ็ญตนเท่านั้น เลยไม่ได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้”

    “ เฮ้อจิตวิญาณของข้า คงติดในนี้มานานมากแล้ว  เอาล่ะเจ้าหนู เจ้าเข้ามาที่แห่งนี้ได้ นับว่าชะตาได้ลิขิตเอาไว้แล้ว ดังนั้น สมบัตวิเศษในที่แห่งนี้จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว เจ้าลองเปิดดูซิ”    เสี่ยวเทียนสัมผัสมือเข้า ก็มีแก่นเลือดเทพเจ้าบรรจุใส่ขวดเอาไว้จำนวนหนึ่งหมื่นขวดหรือหนึ่งหมื่นหยด แล้วกระดูกสันหลังเทพเจ้าที่มีพลังสูงสุด อยู่อีกชิ้นหนึ่ง 

    และยังมีหิน อีกสามชิ้น เห็นแล้ววาววับสวยงามมาก

    “ นั้นคือหินสวรรค์ หินก้อนแรก เรียกหินแชฟไฟร์ มีสีขาวใส บริสุทธิ์ นั่นเป็นตัวแทนของเทพีไอซิส ผู้ทรงปัญญา หากเจ้าติดตัวไว้เจ้าจะสามารถอ่านหนังสือได้ทุกภาษา เรียนรู้ทุกอักขระ เวทย์มนต์ต่างๆ ได้เพียงเห็นเพียงครั้งเดียว

    หินก้อนที่สองคือหิน อเมทิส ที่มีสีม่วงดำ นั่นเป็นตัวแทนของพลังเทพเจ้าโอซิริส เจ้าของท่อนแขนเทพเจ้านี่แหละ ในนี้บรรจุพลังของโอซิริสเอาไว้ เขาเป็นจ้าวแห่งโลกวิญญาณปกครองโลกของวิญญาณ ดังนั้น วิญญาณในยมโลกทุกตน ล้วนกลัวหินอเมทิสนี้ด้วยเช่นกัน

    หินก้อนที่สาม คือ หินไทเกอร์อายหรือ หินตาเสือ มีพลังของข้าเอง เจ้าเอาไปประสานร่างกายมันจะหลอมรวมกับร่างกลายเป็นเสื้อเกราะให้เจ้า จะทำให้พลังของข้าจะคอยปกป้องเจ้าได้ตลอดไป”

    “ ขอบพระคุณท่านจอมเทพเจ้ารา”  เสี่ยวเทียนรีบเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างเหลือล้น

    “ เอ๊ะ” 

    ในกล่องยังมีของอีกสิ่งหนึ่ง คือดาบสีทอง มีลักษณะคล้ายดาบไทย แต่หนากว่า ยาวกว่า เสี่ยวเทียนจับมันมาลูบคลำ ดาบเล่มนี้เริ่มส่งประกายเป็นสีแดง ออกมาทำให้เสี่ยวเทียนเริ่มตัวสั่น  เสี่ยวเทียนปล่อยพลังเทพทั้งสองเข้าสะกด ดาบเล่มนี้เอาไว้ทันที ไม่นานมันก็สงบลงเป็นปกติ

    “นี่คือ ดาบเทพเจ้า ด้านในมีพลังเทพเจ้าเซธ เวลาเจ้าใช้ดาบเทพเจ้านี้ เจ้าอาจจะไร้สติ ไม่มีปราณี โหดเหี้ยม ตามเจ้าของเก่าของมัน และมันเป็นดาบเล่มเดียวกันกับ ที่หั่นร่างของเทพโอซิริส ออกเป็นชิ้น ๆ ได้” ท่านเทพเจ้าราอธิบาย

    “ ขอบคุณท่านเทพเจ้ารามากขอรับ”  เสี่ยวเทียน ประสานมือคารวะขอบคุณอีกครั้ง

    “ สิ้นสุดภารกิจของข้าเสียที ร่อนแร่ไปทั่วแดนหลากหลายมากมาย ในที่สุดก็ถึงเวลาสิ้นสุด นับว่าเป็นโชคชะตาจริงๆ”  เทพเจ้าราเอ่ยจบ ร่างก็ค่อยๆ หายไปอย่างช้า ๆ พอเทพเจ้าราไป เจ้าตงตง ก็โผล่ออกมาแลบลิ้นไล่หลัง เทพเจ้าราไป

    “ ตอนท่านเทพเจ้าราอยู่ไม่ยอมออกมา พอท่านไปแล้วถึงได้กล้าโผล่หน้าออกมา นี่เจ้ากลัวท่านขนาดนี้เลยหรือ ตงตง !” ตงตง ส่ายหัว แล้วพยักหน้า เสี่ยวเทียนได้แต่หัวเราะ แล้วเอามือลูบหัวตงตง ไม่สนมันอีก

    “ อาจารย์เอายังไงต่อดี แก่นเลือดเทพเจ้านี้กับเลือดเทพเจ้าธรรมดานี่ต่างกันมากไหมขอรับ”

    “ เจ้ามีแก่นเลือดแค่หยดเดียว ก็มีพลังมากกว่า เลือดเทพเจ้าทั้งหมดเสียอีก

    ส่วนกระดูกสันหลัง นี่ยิ่งแล้วใหญ่  เจ้าสามารถนำไปแช่ในสระ แล้วสามารถดูดซับพลังได้เลย แต่ตอนนี้ยังมีเวลาเหลืออีกระยะหนึ่ง พลังเทพเจ้า จะหายไป เจ้ารีบดูดซับ แก่นเลือดเทพเจ้า ไปพร้อมกัน 100 ขวด เดี๋ยวนี้เลย!”

    “ 100 ขวดเลยหรืออาจารย์”

    “ ใช่” 

    เสี่ยวเทียนหยิบแก่นเลือดเทพเจ้าออกมาร้อยขวด แล้วทำการเปิดออกมา เลือดทั้ง 100 หยดพุ่งสัมผัสร่างกายของเสี่ยวเทียนไปทั่ว พลังอันมหาศาลกระจายเข้าไปในร่างของเสี่ยวเทียนเหมือนกับน้ำตกไหลบ่าลงมาอย่างแรง พลังงานที่เปี่ยมด้วยพลัง จนเส้นเลือดในร่างกายาอมตะของเสี่ยวเทียนขยายตัว ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับพลังงานในเลือดที่ไหลเวียนไปไม่มีที่สิ้นสุด พลังเทพเจ้าเริ่มไหลเข้ามาในจุดตันเถียนใต้ท้องน้อยจนเต็ม ทำให้เสี่ยวเทียนต้องระเบิดขั้นพลังออกไป ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จากขั้นปราณราชัน ระดับ ที่ 65 ก็เพิ่มขึ้นเป็นระดับที่ 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75

    76 77 78 79 80 81 เสี่ยวเทียนมีขั้นพลังอยู่ที่ ปราณจักรพรรดิพรหมเทพ ระดับ 81 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน