ตอนที่ 1
“ใครส่งเอกสารอะไรมาให้เหรอแม่”
“จากวิษณุโยธาพิทักษ์”
“ใครเหรอวิษณุโยธาพิทักษ์
“เ้าหนี้เรายังไงล่ะ ฉันลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนนั่นพ่อแกเคยบากหน้าไปขอยืมเงินเพื่อนเก่าเพื่อนแก่มาก้อนโต แล้วก็มลายหายไปกับธุรกิจที่ล้มไม่เป็ท่า นึกไม่ถึงว่าเวลาเวียนมาถึงกำหนดในสัญญาแล้ว”
“นี่เรายังมีหนี้อีกเหรอ เท่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็ไม่รู้จะหาที่ไหนมาใช้แล้วนะ โอ๊ย”
“หนี้ตัวนี้เรียกค่าชดใช้ไม่เหมือนตัวอื่นหรอก”
“แม่พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“หมายความว่าเ้าหนี้ไม่ได้เรียกใช้หนี้เป็เงิน แต่เป็อย่างอื่นน่ะสิ”
“ยิ่งพูดก็ยิ่งไม่เข้าใจ อย่างอื่นที่แม่ว่าน่ะมันคืออะไรถ้าเค้าไม่้าเงิน”
“ชีวิตอย่างไงล่ะ ชีวิตที่ต้องอยู่ใต้อาณัติของวิษณุโยธาพิทักษ์คนใดคนหนึ่ง หนึ่งปีเต็ม”
“หมายความว่า...”
“จิระรังสรรค์คนใดคนหนึ่งต้องแต่งงานกับวิษณุโยธาพิทักษ์คนเล็กเพื่อชดใช้หนี้ หากไม่มีเงินไปคืนก่อนกำหนดการเปิดพินัยกรรม”
“แล้วเขาจะเปิดพินัยกรรมกันวันไหน”
“พรุ่งนี้”
“กลับมาแล้วครับ”
วรรณาหยุดบทสนทนากับแวววันลงชั่วขณะเมื่อร่างเล็กของเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าในชุดนักศึกษาถือถุงข้าวแกงปากซอยเข้ามาในบ้านอันซ่อมซ่อของตัวเอง ดวงตาเรียวรีแม้จะโรยราลงมากตามอายุหากแต่ยังถูกแต่งแต้มไว้ด้วยอายไลเนอร์โฉบเฉี่ยวหรี่ตามองผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็ ‘ลูกเลี้ยง’ ซึ่งเป็ ‘จิระรังสรรค์’คนหนึ่งอย่างพินิจ ก่อนดวงตาจะเบิกโพลงขึ้นในวินาทีถัดมาเมื่อมองเห็นทางออกของปัญหาที่เพิ่งรับรู้สดๆร้อนๆ
“ไอ้ไม้ มึงมานี่หน่อยซิ”
เด็กหนุ่มตัวผอมบางที่ถูกเอ่ยเรียกว่าไอ้ไม้ หรือชื่อเต็มๆคือ ‘ไม้เอก’ วางถุงกับข้าวลงบนโต๊ะกินข้าวแล้วรีบเดินมาตามคำสั่งทันที ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพื้นใกล้ๆโซฟาอย่างรู้ดีว่าควรวางตัวเองไว้ตรงไหน
“เงยหน้ามาให้กูดูหน่อยซิ”
ไม้เอกเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็แม่เลี้ยงแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เรียกแม่ตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
“ปีนี้มึงอายุเท่าไหร่แล้ว”
“สิบเก้าครับ”
“ดี” วรรณาเผยยิ้มพอใจที่มุมปาก ในที่สุดความกังวลที่เพิ่งเกิดขึ้นก็ถูกคลี่คลายลงอย่างง่ายดาย หันไปพูดกับแวววันลูกสาว “ฉันมีทางออกสำหรับหนี้ก้อนโตนี้แล้วล่ะ”
“ยังไงเหรอแม่”
“ในเมื่อวิษณุโยธาพิทักษ์อยากแต่งกับจิระรังสรรค์ของเรานัก ฉันก็จะให้แต่ง เพียงแต่ไม่ใช่แต่งกับแก แต่เป็ไอ้ไม้เอกนี่แทน มันอายุสิบเก้าแล้ว มีผัวได้ไม่ถือว่าเป็ผู้เยาว์”
“ว่าแต่ทำไมแม่ไม่อยากให้ฉันแต่งล่ะ วิษณุโยธาพิทักษ์ อะไรนี่ ดูนามสกุลก็โก้ดีออก เค้าไม่รวยเหรอ””
“รวยสิ รวยมากเสียด้วย แต่เสียดายลูกชายคนเล็กที่พินัยกรรมระบุว่าเราต้องไปแต่งงานด้วยเกิดอุบัติเหตุจนเสียโฉม รับสภาพตัวเองไม่ได้จนกลายเป็คนวิกลจริต ถึงขนาดลือกันว่าเป็บ้าจนต้องส่งตัวไปอยู่ต่างประเทศหลบนักข่าวเพราะไม่อยากให้กระทบธุรกิจของครอบครัว ฉันเคยได้ยินมาแม้กระทั่งว่าเป็พวกจิตใจโเี้ผิดมนุษย์มนาด้วยซ้ำ”
“งั้นฉันไม่เอาด้วยหรอก ให้ไอ้ไม้ไปแต่งกับคนแบบนั้นน่ะดีแล้ว”
“แน่นอน ฉันไม่ให้ลูกฉันคนเดียวไปเจอกับชะตากรรมแบบนั้นหรอก” ยกมือลูบหัวลูกสาวที่กำลังขวัญหนีก่อนจะวาดสายตาแข็งกร้าวมามองไม้เอกที่รับฟังชะตากรรมตัวเองอย่างนึกกลัว ถึงจะไม่ได้รับฟังทั้งหมดั้แ่ต้น แต่ไม้เอกก็ฉลาดพอที่จะปะติดปะต่อทุกอย่างเองได้ว่า ป้าวรรณจะส่งไม้เอกไปแต่งงานชดใช้หนี้กับลูกชายของวิษณุโยธาพิทักษ์เ้าหนี้ของจิระรังสรรค์ที่สิ้นเนื้อประดาตัวมาหลายปีและไม่มีวันชดใช้ด้วยเงินได้
ไม้เอกกำลังล้างถ้วยอยู่ในครัวเก่าๆของบ้านเงียบๆคนเดียว หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จป้าวรรณออกจากบ้านไปร่วมวงไพ่อย่างทุกวัน ในขณะที่พี่แววออกไปเที่ยวกับแฟนซึ่งเป็เด็กแว้นประจำซอยอย่างเคย บทสนทนาเมื่อหัวค่ำจบลงที่ป้าวรรณออกคำสั่งว่า
“พรุ่งนี้มึงออกไปข้างนอกกับกูกับแวว ไม่ต้องออกไปทำงานพิเศษเข้าใจไหมไอ้ไม้”
“ครับ” และไม้เอกก็ทำได้เพียงตอบรับโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ชีวิตที่ถูกรับมาเลี้ยงจากโรงพยาบาลเพราะถูกผู้ให้กำเนิดทอดทิ้งทำให้ไม้เอกสำนึกถึงบุญคุณของพ่อเจตและป้าวรรณเสมอ ดังนั้นั้แ่เล็กจนโตแม้จะถูกป้าวรรณและพี่แววจิกหัวใช้เยี่ยงทาส ไม้เอกก็ไม่เคยปริปากบ่น รับใช้อย่างซื่อสัตย์และภักดีมาโดยตลอด แม้หลังจากที่พ่อเจตเสียแล้วจะยิ่งถูกจิกหัวใช้มากขึ้นก็ตาม ไม้เอกก็ไม่เคยย่อท้อและยังฝันว่าจะเรียนให้จบสูงๆเพื่อหาเงินมาให้ป้าวรรณกับพี่แววได้อยู่สบายขึ้นในอนาคต
แต่ทว่าความฝันที่เคยวาดไว้ก็อาจต้องจบลงเสียแล้วด้วยเื่ที่ป้าวรรณบอกไว้ก่อนออกไปข้างนอกนั่น ไม้เอกเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ถูกบดบังด้วยเมฆก้อนใหญ่ ช่างมืดมนเหมือนกับชีวิตของไม้เอกจริงๆ
“เนื่องจากว่าจิระรังสรรค์ไม่อาจชดใช้หนี้ได้หมด ดังนั้นแล้วจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้ต่อกันเมื่อยี่สิบปีก่อน โดยลูกสาวเพียงหนึ่งเดียวต้องแต่งงานกับคุณคราม วิษณุโยธาพิทักษ์ ลูกชายคนเล็กของท่านเ้าสัวเมฆิน”
“ดิฉันยอมรับคำสั่งและจะปฏิบัติตามสัญญาทั้งหมดค่ะ เพียงแต่คนที่จะแต่งงานไม่ใช่แวววันลูกสาวคนโตของดิฉัน หากแต่เป็ไม้เอกลูกชายคนเล็กของดิฉันค่ะ” ทันทีที่ทนายผู้ถูกแต่งตั้งให้เป็คนเปิดพินัยกรรมอ่านข้อความจบ วรรณาก็ลุกขึ้นประกาศก้องทันที
“แต่นั่นไม่ใช่จิระรังสรรค์ไม่ใช่เหรอครับ เท่าที่ทราบคุณเจตกับคุณวรรณามีลูกสาวด้วยกันคนเดียว”
“ใช่ค่ะ ดิฉันกับคุณเจตมีลูกด้วยกันจริงๆแค่คนเดียวคือแวววัน แต่ทว่าจิระรังสรรค์ไม่ได้มีแค่แวววันคนเดียวที่ใช้ หากแต่ไม้เอกที่เป็ลูกเลี้ยงก็ใช้จิระรังสรรค์มาั้แ่เกิดเช่นกัน ดังนั้นเมื่อในพินัยกรรมไม่ได้ระบุว่าจิระรังสรรค์คนไหน ดิฉันก็มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะให้ลูกคนไหนเป็คนแต่งงานกับลูกคนเล็กของเ้าสัวไม่ใช่เหรอคะ”
ทนายสูงอายุหันไปหาชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งที่ไม้เอกสะดุดตาเข้ากับเขาเป็คนแรกทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของบ้านวิษณุโยธาพิทักษ์์ เนื่องด้วยท่าทางภูมิฐานและใบหน้าหล่อเหลาที่ส่งเสริมกันอย่างน่ามอง
“คนไหนไม้เอก ลุกขึ้นมาข้างหน้านี่หน่อยซิ”
ไม้เอกสะดุ้งเมื่อถูกเรียกโดยคนที่่ไม้เอกกำลังชื่นชมเขาอยู่เงียบๆ
“ออกมาสิ มัวแต่นั่งเบิกตาโตอยู่นั่น” ร่างบอบบางของไม้เอกถูกกระชากโดยป้าวรรณให้ออกมายืนกลางห้อง หัวใจดวงน้อยข้างในของไม้เอกเต้นระทึกเมื่อถูกจับจ้องจากคนมากมาย ไม้เอกก้มหน้างุดยืนตัวสั่นอย่างประหม่าอยู่กลางห้องราวกับสินค้าตัวน้อยกำลังรอผู้ที่ประมูลชนะ ไม่นานเ้าของร่างสูงใหญ่ที่เป็คนเอ่ยเรียกในคราวแรกก็เดินมาใกล้พร้อมเอ่ยสั่ง
“เงยหน้าหน่อยซิเรา”
ไม้เอกเงยหน้าขึ้นมองคนสั่งอย่างกลัวๆ คนตรงหน้ายกมือถือขึ้นมาถ่ายทันทีก่อนจะก้มลงกดอะไรยุกยิกในโทรศัพท์พลางเอ่ยบอกคนในห้องเสียงดัง
“ทุกท่านรอสักครู่”
หลังจากกดอะไรยุกยิกในโทรศัพท์อยู่นาน ในที่สุดใบหน้าหล่อเหลาก็เงยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม หันไปพยักหน้าให้ทนายที่ยิ้มออกมาเช่นกัน
“เอาล่ะเราไปนั่งได้ เอ๊ะชื่ออะไรนะ” แล้วหันมาเอ่ยกับไม้เอก
“มะ...ไม้เอกครับ”
“โอเค ไม้เอกไปนั่งเถอะ จะได้ฟังประกาศสุดท้ายกัน”
แล้วเขาก็หันไปพูดอะไรกับทนายอีกเล็กน้อยก่อนถอยกลับไปนั่งที่เช่นกัน ไม้เอกที่กลับมานั่งที่ตัวเองลอบมองเขาอีกครั้ง ก่อนทนายจะเริ่มประกาศขึ้นอีกครั้งเช่นกัน
“อย่างที่คุณวรรณาได้ประกาศเื่ที่ว่าจะให้คนใดเป็ตัวแทนจิระรังสรรค์เพื่อทำตามข้อตกลงในพินัยกรรม โดยได้เลือกนายไม้เอก จิระรังสรรค์ นั้น คุณเสือได้ปรึกษากับคุณครามเป็ที่เรียบร้อยแล้ว โดยคุณครามยินดีรับข้อเสนอนี้ เป็อันว่าสัญญาจะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์หน้าเป็ต้นไป ให้นายไม้เอกเตรียมตัวย้ายเข้ามาอยู่ในที่ที่คุณครามจัดหาให้พร้อมกับจดทะเบียนสมรสกันในวันเดียวกันนั้น มีใครจะคัดค้านอะไรไหมครับ”
“ไม่มีค่ะ” วรรณาเอ่ยขึ้นทันทีพร้อมยิ้มแย้มพอใจ ข้อสรุปสุดท้ายของพินัยกรรมจึงจบลงเพียงเท่านั้น และไม้เอกก็เดินตามป้าวรรณและพี่แววออกมาขึ้นรถที่ทางวิษณุโยธาพิทักษ์จัดเตรียมไว้ให้ไปส่งถึงที่บ้าน
“คุณครามน่ะคือคนที่ถ่ายรูปไอ้ไม้เหรอแม่ หล๊อหล่อ ถ้าเป็คนนี้ให้แววแต่งแววก็จะแต่ง”
“หึ นั่นพี่ชายคนโต คุณเสือ ไม่ใช่คุณครามหรอก ถ้าเป็คุณเสือที่เป็คนแต่งฉันให้แกแต่งไปแล้ว ครบเครื่องทั้งความเก่งทั้งความหล่อไม่มีใครเกินคุณเสือ วิษณุโยธาพิทักษ์ หรอก แต่พินัยกรรมดันระบุว่าเป็คุณครามนี่สิ แถมวันนี้ยังไม่โผล่หน้ามาฟังการเปิดพินัยกรรมด้วยซ้่ำ ข่าวที่เขาลือกันมาว่าบ้าท่าจะเป็เื่จริง”
“งั้นก็ดีแล้วที่ให้ไอ้ไม้ไปแต่งกับคนบ้า”
“แกเตรียมลงนรกได้เลยไอ้ไม้ ถือว่าเป็การทดแทนบุญคุณฉันกับคุณเจตที่ชุบเลี้ยงแกมาก็แล้วกัน”
ไม้เอกรับฟังทุกอย่างด้วยความหวาดกลัว มือบางกำเข้าหากันแน่นจนขึ้นข้อขาว แต่กระนั้นก็ไม่ได้เอ่ยปากอ้อนวอนขอความเห็นใจอะไรออกมาอีก เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางได้รับความเห็นใจใดใดจากป้าวรรณอย่างแน่นอน
่สัปดาห์ที่ผ่านมาไม้เอกตกอยู่ในความครุ่นคิดไปร้อยแปดนานาถึงว่าที่เ้าบ่าวที่ป้าวรรณบอกว่าเขาไม่ใช่คนปกติ และตกอยู่ในภวังค์ความกลัวเพียงลำพัง จนในที่สุดวันที่ต้องย้ายออกจากบ้านก็มาถึง มีรถสีดำยี่ห้อหรูขับมารับถึงบ้านแน่นอนว่ามาจากวิษณุโยธาพิทักษ์ คนขับรถเป็คนมารับกระเป๋าใบเล็กของไม้เอกไปใส่รถและรอเปิดประตูให้เข้าไปนั่ง
“โชคดีแล้วกันไอ้ไม้ ขอให้รอดชีวิตจากคนบ้าแล้วกัน อ้อ แล้วถ้ามีโอกาสอย่าลืมตักตวงเงินมาไว้เยอะๆล่ะ ถึงแกจะไปอยู่ที่โน่นก็รู้ใช่มั้ยว่าต้องส่งเงินเดือนทำงานพิเศษมาให้ฉันเหมือนเดิม”
“ครับ ป้าวรรณ” ไม้เอกรับคำเสียงอ่อนแล้วยกมือไหว้ลา ส่งสายตาน่าสงสารไปยังป้าวรรณเป็ครั้งสุดท้ายแต่ทว่าได้รับเพียงการสะบัดหน้าอย่างไม่ใยดีกลับเข้าบ้านไปเท่านั้น จึงเดินคอตกไปขึ้นรถที่ยังไม่รู้ว่าจะถูกพาไปที่ไหน
ไม้เอกปล่อยใจให้เลื่อนลอยไปกับการจราจรแสนวุ่นวายรอบข้าง ทำใจไว้แล้วว่าไม่ว่าอะไรที่รออยู่ก็ต้องทำใจยอมรับและอยู่กับมันให้ได้ เกือบชั่วโมงที่รถวิ่งฝ่าการจราจรอันติดขัดของเมืองหลวงเข้าสู่อาณาบริเวณของคอนโดหรูขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ไม้เอกจำได้ว่าเคยแหงนคอตั้งบ่ามองความใหญ่โตเท่านั้น
“เชิญครับ” คนขับรถมาเปิดประตูให้และเอ่ยเชิญ ไม้เอกขยับตัวลงจากรถพร้อมกอดกระเป๋าสะพายไว้ในอก อดที่จะกวาดสายตามองความใหญ่โตและโอ่โถงของล็อบบี้ด้านล่างไม่ได้เมื่อลงจากรถไปหยุดยืนด้านหน้า ก่อนจะรีบเดินตามคนขับรถไปเมื่อถูกเอ่ยเชิญอีกครั้ง
ชั้นสามสิบแปดคือที่ที่ลิฟตหยุดลงและคนขับรถเดินนำออกไปยังห้องหนึ่งแล้วแตะคีย์การ์ดเปิดประตูออกแล้วผายมือเชิญให้ไม้เอกเข้าไปด้านใน ทันทีที่ก้าวเข้าไปไม้เอกก็ถึงกับตะลึงค้างเพราะห้องที่ถูกตกแต่งด้วยสีขาวและสีเทาหรูหราปรากฏแก่สายตา สวยเสียจนไม้เอกต้องหยุดยืนนิ่งกวาดสายตามองรอบๆด้วยความตึกตะลึง
“เชิญพักผ่อนตามสบายนะครับ เย็นวันนี้คุณครามจะเดินทางมาถึงแล้วจะมาพบคุณที่นี่ กระเป๋าเสื้อผ้าผมจะยกไปเก็บในห้องเล็กให้นะครับ”
“เอ้อ ขอบคุณครับ” ไม้เอกรับฟังคนขับรถเอ่ยทุกอย่างด้วยความงงงันทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะพาตัวเองไปวางบนจุดไหนของห้อง จนเมื่อคนขับรถกลับออกมาจากห้องที่เอากระเป๋าเข้าไปเก็บให้และเอ่ยบอกอีก
“ถ้าหิวเอาอะไรในตู้เย็นออกมาอุ่นทานได้เลยนะครับ หรือจะสั่งให้คนเอามาส่งก็ได้ เบอร์ร้านอาหารอยู่ที่โต๊ะข้างโซฟานั่น อ้อ ไม่ต้องจ่ายเงินให้พนักงานนะครับ ทุกอย่างหักผ่านบัญชีคุณครามโดยอัตโนมัติ มีอะไรจะถามไหมครับ ผมต้องไปแล้ว”
“คุณ เอ่อ คุณคราม จะเข้ามาที่นี่เมื่อไหร่เหรอครับ”
“ผมเองก็ไม่ทราบเวลาแน่นอนเหมือนกัน พักผ่อนรอก็แล้วกันนะครับ ผมไปล่ะ”
หลังจากประตูปิดลงไม้เอกก็ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวโดยสมบูรณ์แบบในห้องที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ยืนกอดกระเป๋าอยู่นานก่อนจะถอนหายใจแล้วตัดสินใจเดินสำรวจรอบๆห้อง จึงพบว่ามีห้องนอนถึงสามห้องนอน โดยแบ่งเป็ห้องนอนใหญ่หนึ่งห้องและห้องนอนเล็กอีกสองห้อง ซึ่งหนึ่งในห้องนอนเล็กคือห้องที่คนขับรถเอากระเป๋าไม้เอกไปวางไว้ให้นั่นเอง
ถัดออกมาจากห้องนอนคือห้องกว้างที่ไม้เอกเดินเข้ามาหยุดนิ่งคราวแรก มีโซฟาชุดวางไว้ที่มุมห้องติดผนังหันหน้าเข้าหาโทรทัศน์เครื่องใหญ่ ซึ่งก็คงเป็ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นนั่นเอง ถัดจากห้องนั่งเล่นคือห้องครัวทันสมัยที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทำอาหารมากมายอยู่ติดกันกับห้องน้ำด้านนอก ไม้เอกออกจะทึ่งกับทุกสิ่งที่ประกอบกันขึ้นมา เนื่องจากว่ามันทั้งสวยและใหญ่โตอย่างที่คนอย่างไม้เอกไม่เคยจินตนาการว่าจะได้มาเหยียบย่างเลยสักครั้งในชีวิตนี้
สำรวจจนทั่วแล้วยังไง ต่อจากนี้ไม้เอกต้องเอาตัวไปวางไว้ส่วนไหนของห้องนั่นคือสิ่งที่ถามตัวเอง เมื่อเ้าของห้องไม่อยู่และไม่รู้ว่าจะมาถึงตอนไหน หลังจากลังเลอยู่นานในที่สุดจึงตัดสินใจทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาเพื่อรอเ้าของห้องจะมาถึงในเวลาใดเวลาหนึ่ง
ไม้เอกเอาอาหารสำเร็จรูปในตู้เย็นหลังใหญ่ออกมาอุ่นทานตามคำแนะนำของคนขับรถในมื้อเย็นแรกที่ไม่ใช่บ้านหลังเก่าในซอยแสนวุ่นวาย ก่อนจะเก็บล้างอุปกรณ์แล้วกลับมานั่งดูโทรทัศน์หน้าโซฟาเช่นเดิมพร้อมชำเลืองมองประตูห้องเป็ระยะ จนเมื่อเวลาล่วงเลยเข้าเที่ยงคืนความเหนื่อยก็เข้าครอบงำจนในที่สุดก็ไม่อาจทนแรงโน้มถ่วงที่เอาแต่ถ่วงเปลือกตาให้ปิดได้ ตัดสินใจปิดโทรทัศน์แล้วเข้าไปนอนในห้องนอนเล็กพลางๆระหว่างที่ยังไม่รู้ว่าท่านเ้าของบ้านจะให้นอนที่ไหน
ความเย็นของอากาศด้านนอกเพราะฝนกำลังตกหนักทำให้ไม้เอกหลับได้อย่างง่ายดายก่อนจะมาสะดุ้งตื่นเมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่เนื้อตัวกำลังถูกกอดรัดจากใครคนหนึ่ง
“อื้อ” ไม้เอกดิ้นรนด้วยความใเมื่อถูกกอดรัด แต่ทว่าเพียงแขนข้างเดียวที่รัดรึงมาร่างก็ราวกับถูกรัดแน่นด้วยเชือกนับสิบเส้น
“ชู่วส์ ฉันเอง ห้ามโวยวาย” เสียงดุกระซิบชิดใบหู ไม้เอกพยักหน้ารับคำ พอจะเดาออกว่าคนที่กอดอยู่คือใคร เมื่อได้รับอิสระจึงดีดตัวขึ้นนั่งทันทีพร้อมดึงผ้าห่มมาปิดบังตัว มองคนตรงหน้าด้วยแววตระหนกแล้วถามปากคอสั่น
“คะ...คุณครามเหรอครับ”
“อืม” คำตอบมาพร้อมกับที่โคมไฟหัวเตียงสว่างวาบ เผยให้เห็นเ้าของร่างใหญ่ที่ปล่อย่บนเปลือยเปล่าเผยหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงตัวสวย ในขณะที่ท่อนล่างสวมกางเกงนอนขายาวไว้ แต่ทว่าส่วนใบหน้ากลับมีหน้ากากหนังสีดำปิดบังไว้เกือบทั้งหมดของใบหน้าเหลือเพียงดวงตาทั้งสองข้างและพื้นที่ซีกขวาอีกเล็กน้อยเท่านั้น กระนั้นดวงตาคมที่โผล่พ้นออกมาทั้งสองข้างก็บ่งบอกว่าคนตรงหน้าของไม้เอกเป็คน ‘ดุ’
“พอดีไฟลท์ดีเลย์นิดหน่อยเลยมาช้า โทษที” เอ่ยขึ้นพร้อมกวาดสายตามองไม้เอกทั่วตัว
“ผมรอจนถึงเที่ยงคืนเลยง่วง แล้วไม่รู้ว่าต้องนอนที่ไหนก็เลยมานอนรอที่นี่ครับ”
“อืม มานอนต่อสิ เพิ่งจะตีสี่เอง”
“เอ่อ”
“ถ้าคิดจะให้ฉันออกไป ฉันก็จะบอกว่าไม่ ฉันจะนอนที่นี่ด้วย คงรู้อยู่แล้วนะว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ พี่ชายฉันถ่ายรูปส่งมาให้ดูว่าเธอก็มานั่งฟังตอนอ่านพินัยกรรมด้วย”
“ครับ”
“งั้นก็คงรู้ว่าต้องมาทำอะไรที่นี่”
“ทราบครับ”
“ทราบว่า?”
“ต้องมาแต่งงานกับคุณคราม วิษณุโยธาพิทักษ์”
“แค่จดทะเบียนตามพินัยกรรม ไม่ได้มีพิธีรีตรองอะไร ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรทั้งนั้นด้วย ทะเบียนสมรสนี้มีอายุแค่หนึ่งปีเท่านั้น หลังจากนั้นเราจะหย่ากัน รู้อยู่แล้วใช่ไหม”
“ทราบครับ”
“ดี จะได้ไม่ต้องอธิบายกันให้ยาก จดทะเบียนแล้วก็เป็เมีย นั่นหมายความว่าเมียก็ต้องนอนกับผัว เหมือนผัว เมีย ทั่วไป แต่จงรู้ไว้ฉันจะคิดต้นคิดดอกให้สามสมกับที่วิษณุโยธาพิทักษ์ต้องจ่ายโดยไม่ได้รับแม้แต่ดอกเบี้ยซักบาทเดียวคืนมาตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา”
ไม้เอกกอดผ้าห่มที่ดึงมาพันร่างตัวเองแน่นขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้น รับรู้ได้ถึงความเ็าผสมกับความดุผ่านทางน้ำเสียงอย่างชัดเจน ไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาของคนที่นอนตะแคงเปลือยท่อนบนอธิบายออกมาโดยไม่สะทกสะท้านกับบทสนทนาที่ชวนให้อายนี้แม้แต่นิด
“อ้อ คงเห็นแล้วว่าฉันสวมหน้ากากไว้แทบจะหมดหน้า ป้าเธอคงบอกแล้วใช่มั้ยว่าฉันประสบอุบัติเหตุใบหน้าเสียโฉม ทำใจหน่อยแล้วกันที่จะได้ผัวหน้าเละ วันดีคืนดีอาจจะได้นอนกับไอ้หน้าศพก็ได้ถ้าฉันอยากถอดหน้ากากโชว์หน้าจริงตอนมีเซ็กส์ให้ดู เธอจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“มะ...ไม่ครับ”
“ดี จะคอยดู ว่าแต่อายุเท่าไหร่ล่ะ ทำไมตัวเล็กจัง”
“สิบเก้าครับ” ไม้เอกตอบทั้งยังก้มหน้างุด จึงถูกมือใหญ่แข็งแรงเชยคางให้เงยขึ้นสบสายตาเ็าที่กำลังกวาดมองมาทั้งตัว
“กำลังดี แต่ผอมไปหน่อย จับก็คงไม่ค่อยเต็มไม้เต็มมือ แต่เอาเถอะของราคาแพง ยังไงฉันก็ต้องใช้งานให้คุ้มค่าเงิน”
น้ำเสียงเ็าออกจะเหยียดนิดๆทำให้ไม้เอก้ึกกลัวขึ้นมาจับใจ มองคนตรงหน้าด้วยแววหวาดหวั่น ราวกับกวางตัวน้อยมองนายพรานที่ไล่จับมันได้
“กลัวเหรอ”
“ครับ”
“กลัวก็ดีแล้ว อะไรที่ได้ยินมาจากป้าของเธอ ฉันก็เป็แบบนั้นจริงๆนั่นแหละ ไม่จำเป็ก็อย่าทำให้ฉันโมโหแล้วกัน”
“อึก” ไม้เอกหายใจสะดุดเมื่อปลายคางถูกบีบด้วยมือหนา น้ำตาวิ่งขึ้นมาคลอหน่วยด้วยความกลัวจับใจ ยิ่งเมื่อริมฝีปากของคนตรงหน้ากำลังเผยรอยยิ้มเย็นไม้เอกก็ยิ่งกลัวจนตัวสั่น หรือว่าคุณครามที่ป้าวรรณบอกจะเป็อย่างนั้นจริงๆ
“หึ เอาเถอะ วันนี้จะปล่อยให้นอนคนเดียวไปก่อนก็แล้วกัน ฉันจะถือว่ายังไม่ได้จดทะเบียนสมรส ฉันจะยังไม่แตะต้องเธอ แต่เมื่อไหร่ที่จดทะเบียนสมรสแล้วล่ะก็” ใบหน้าที่่ถูกปิดบังด้วยหน้ากากหนังสีดำยื่นเข้ามาใกล้ ไม้เอกก้มหน้าลงหลบสายตาทันที “ฉันจัดหนักจัดเต็มแน่”
แล้วร่างใหญ่ก็ถอยห่าง ลุกออกจากที่นอนแล้วออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก ไม้เอกถอนหายใจโล่งอกยาวพร้อมน้ำตาที่ไหลริน ในที่สุดคำภาวนาก็ไม่เป็จริง คุณครามไม่ได้ใจดีอย่างที่ไม้เอกหวัง...
100%
#คุณคราม
..............................................................
สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านเื่นี้ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านที่ผ่านเข้ามาอ่านจนถึงบรรทัดนี้นะคะ เพิ่งจะลงนิยายเื่นี้เป็เื่แรก ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ นามปากกาในการเขียนใช้ชื่อว่า 19แจน มาจากที่ตัวเองเกิดวันที่ 19 เดือนมกราค่ะ
นิยายเื่นี้เป็ชายรักชายที่จะมีฉากรุนแรงบนเตียงแน่นอน ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ ท่านไหนที่ไม่ชอบฉากบนเตียงสามารถข้ามไปอ่านส่วนอื่นได้เลยค่ะไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เข้าใจเนื้อเื่ และนิยายเื่นี้ผู้เขียนตั้งใจให้การแต่งงานระหว่างชาย-ชาย การที่ผู้ชายท้องได้เป็เื่ปกติในสังคม และชาย-ชายสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้แม้ในเมืองไทยจะยังไม่มีกฎหมายนี้ออกมารองรับก็ตาม ตรงนี้ถือเป็เื่ที่แต่งเติมขึ้นจากคนเขียนเองนะคะโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และจะไม่เห็นดราม่าเื่ชาย-ชายรักกันในเื่แน่นอนค่ะ เพราะเราตั้งใจเซ็ตให้นิยายเราทุกคนสามารถรักกันได้อย่างอิสระ และสังคมก็รับรู้ว่าเป็เื่ปกติค่ะ อย่างจะเห็นว่าในตอนที่1นี้ถึงจะต้องเปลี่ยนจากลูกสาวคนโตมาเป็ไม้เอกซึ่งเป็ผู้ชายเราก็ไม่ได้ใส่อาการใหรือคัดค้านอะไรเกิดขึ้นให้ตัวละครในเื่เลย ทุกคนมองเป็เื่ปกติเพราะตั้งใจให้เป็แบบนี้ค่ะ เราอยากทำความเข้าใจกันก่อนจะได้ไม่เกิดความสงสัยในภายหลังนะคะ
ท่านไหนเล่นทวิตเตอร์ติดแท็ก #คุณคราม ได้ค่ะ เราจะไปส่อง อิอิ เจอกันตอนต่อไปเร็วๆนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ