ตอนที่ 172 ออกจากหมู่บ้าน
ตอนที่ 172 หลังจากช่วยห้ามเลือดให้ชาวต่างชาติลักลอบล่าสัตว์โชคร้ายที่โดนเสือทำร้ายเสร็จผู้ใหญ่บ้านก็พาดนัยและพวกชาวบ้านที่มาด้วยกันพร้อมทั้งพวกภรรยาของตนกลับหมู่บ้าน “ดาวถ้าอย่างไรฝากดูแลในหมู่บ้านด้วยนะพี่ต้องขึ้นไปดูที่ฝายต่อส่วนไอ้พวกลักลอบล่าสัตว์พวกนั้นพวกมันคงไม่คิดจะเข้ามาสร้างปัญหาในหมู่บ้านหรอกคืนนี้พวกมันคงตั้งที่พักค้างคืนในป่านั่นแหละ” ผู้ใหญ่บ้านบอกกับภรรยาตน “เข้าใจแล้วพี่...พี่ขึ้นไปดูทางนั้นเถอะทางนี้ฉันกับคนในหมู่บ้านจะช่วยกันดูให้เอง” ป้าดาวพยักหน้า หลังจากฝากเรื่องทางหมู่บ้านให้ภรรยาดูแล้วผู้ใหญ่บ้านก็พาลูกบ้านกลับขึ้นไปซ่อมฝายกั้นน้ำซึ่งดนัยนั้นกะจะตามไปด้วยแต่ทว่าก็โดนโชคหยุดเอาไว้เสียก่อน “คุณดนัยอยู่รอที่หมู่บ้านเถอะครับทางด้านบนไม่เป็นอะไรหรอกครับ” โชคบอกให้ดนัยนั้นอยู่รอที่หมู่บ้าน “แต่ว่า...” ดนัยเป็นกังวลเพราะบนนั้นมีแต่ผู้สูงอายุ “ข้างบนนั้นไม่เป็นอะไรหรอกครับเชื่อผมสิถึงแต่ละคนจะอายุมากแล้วแต่พวกเขาแข็งแรงมากนะครับเพราะใช้ชีวิตอยู่ในป่าแบบนี้มาตั้งแต่เกิดอีกอย่างถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆผมจะรีบลงมาตามคุณดนัยทันทีเลยครับแล้วก็ในชั่วโมงแบบนี้คุณควรอยู่เป็นเพื่อนแฟนของคุณดีกว่าครับถึงเธอจะดูเหมือนไม่เป็นอะไรแต่ผมว่าเธอต้องเป็นกังวลแน่นอนครับ” โชคพูดก่อนจะมองไปที่ยูมิที่ยืนอยู่ด้านหลังดนัยซึ่งดนัยนั้นอยากจะบอกเหลือเกินว่ายูมินั้นไม่ใช่แฟนเขาแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะที่ดนัยกับโชคคุยกันนั้นมันเป็นภาษาไทยยูมิเธอคงฟังไม่เข้าใจ “เข้าใจแล้วครับพี่โชคถ้าอย่างนั้นผมจะรออยู่ที่หมู่บ้านนะครับ” ดนัยพยักหน้าเข้าใจและตัดสินใจอยู่รอที่หมู่บ้านเป็นเพื่อนยูมิ “เอ่อดนัยไม่กลับขึ้นไปช่วยซ่อมฝายกั้นน้ำเหรอคะ” ยูมิที่เห็นดนัยไม่ตามพวกผู้ใหญ่บ้านกลับขึ้นเขาไปด้วยจึงถาม “แหะๆคือผมกลับขึ้นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากเท่าไหร่เลยคิดว่าจะรออยู่ที่หมู่บ้านน่าจะดีกว่าน่ะครับ” ดนัยตอบ “งะ...งั้นเหรอคะ” ยูมิดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก “ถ้าอย่างไรเรากลับเข้าไปในบ้านนอนพักผ่อนกันดีกว่าครับตื่นมาฝายกั้นน้ำก็คงซ่อมใกล้เสร็จแล้ว” ดนัยบอก “ค่ะ” ยูมิพยักหน้าจากนั้นเธอก็เดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อไปนอนพักผ่อน ส่วนทางดนัยนั้นป้าดาวแกก็พาเข้าไปในบ้านและเตรียมจัดหาที่นอนให้ “โทษทีนะพ่อหนุ่มฟูกสำรองในบ้านให้แม่หนูนั่นใช้ไปแล้วของพ่อหนุ่มคงต้องนอนเสื่อที่ห้องข้างนอกนี่แทนแล้วล่ะ” ป้าดาวพูด “ไม่เป็นไรครับป้าผมนอนได้อยู่แล้ว” ดนัยไม่เรื่องมากเรื่องที่หลับที่นอนมากนักเพราะเขายังไงก็ได้ “ยังไงก็เอาผ้าห่มไปสักผืนแล้วกันนะคืนนี้ค่อนข้างหนาวเดี๋ยวจะไม่สบาย” ป้าดาวเดินไปหยิบผ้าห่มมาให้ “ขอบคุณครับ” ดนัยพยักหน้ารับผ้าห่มจากป้าดาวมา หนาวงั้นเหรอดูจากอุณหภูมิแล้วน่าจะประมาณ 25 – 26 องศาอุณหภูมิเท่านี้มันยังสูงกว่าหน้าร้อนตอนกลางคืนในญี่ปุ่นด้วยซ้ำเราเองที่อยู่ญี่ปุ่นมาเป็นปีแล้วเรียกอุณหภูมิเท่านี้ว่าหนาวยังไม่ได้เลยมั้ง ดนัยคิดในใจก่อนจะล้มตัวลงนอนและเอาผ้าห่มคลุมตัวเองเอาไว้ซึ่งที่คลุมเอาไว้นี่ไม่ได้หนาวหรอกนะแต่เพื่อป้องกันยุงกัดต่างหาก “หวังว่าพรุ่งนี้ฝายกั้นน้ำจะซ่อมเสร็จตอนสายๆนะ” ดนัยพูดกับตัวเองก่อนจะค่อยๆเคลิ้มหลับไปเพราะเหนื่อยมาทั้งคืน . . . . . พรึ่บ !! ดนัยลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะจู่ๆเขาก็รู้สึกร้อนและหนักที่แขน อะไรเนี่ยผีอำ ?? ดนัยคิดในใจก่อนจะค่อยๆหันหน้าไปด้านข้างและก็ต้องเบิกตากว้างเพราะสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกร้อนและหนักที่แขนนั้นไม่ใช่อาการผีอำหรืออะไรทั้งนั้นแต่เป็นยูมิต่างหากที่กำลังใช้แขนของเขาหนุนนอนแทนหมอน คุณยูมิงั้นเหรอออกมานอนกับเราได้ไงเนี่ย !! ดนัยตกใจมากเพราะนึกไม่ถึงว่ายูมิจะออกจากห้องนอนตัวเองมานอนกับเขาข้างนอกห้องแบบนี้ และทันใดนั้นเองจู่ๆยูมิก็ลืมตาตื่นขึ้นมาสบตาเข้ากับดนัย “อือ...อ๊ะ !!” ตอนแรกยูมิยังดูงัวเงียแต่พอได้สติเธอก็อุทานออกมา “ขะ...ขอโทษค่ะพอดีเจอเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไปแล้วไปนอนคนเดียวในห้องแล้วมันนอนไม่หลับฉันจะรีบลุกกลับเข้าไปนอนในห้องเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ยูมิรีบขอโทษ “ถ้านอนไม่หลับงั้นก็มานอนด้วยกันตรงนี้ก็ได้ครับคุณยูมิ” ดนัยที่ได้ยินว่ายูมินอนคนเดียวแล้วนอนไม่หลับก็เลยเผลอพูดออกไปและกว่าจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็หยุดคำพูดนั่นไม่ทันเสียแล้ว บ้าจริงเราเผลอเอ่ยปากชวนนอนด้วยกันเฉย ดนัยคิดในใจพลางหน้าขึ้นสีดีที่ว่ามันค่อนข้างมืดจะมีแสงก็แต่แสงจากดวงจันทร์ที่สาดมาจากด้านนอกทำให้ยูมินั้นไม่ทันสังเกตุใบหน้าของดนัยที่กำลังเขินอาย “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปเอาหมอนกับผ้าห่มมานะคะ” ยูมิไม่ปฏิเสธคำชวนของดนัยเธอรีบลุกขึ้นกลับเข้าไปเอาหมอนและผ้าห่มในห้องนอนของเธอมาและวิ่งออกมาล้มตัวลงนอนกับดนัยบนเสื่อ “เจ็บหลังหรือเปล่าครับนอนได้มั้ยคือเสื่อนี่มันค่อนข้างบางเลยทีเดียว” ดนัยถามด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะฉันนอนได้” ยูมิตอบจากนั้นทั้งคู่ก็เงียบไปและนอนตัวเกร็งอยู่ข้างกันไปอีกพักใหญ่ก่อนจะเผลอหลับไปเพราะความอ่อนล้า ตอนเช้า ดนัยและยูมิลุกตื่นขึ้นมาตอนประมาณแปดโมงเช้าก่อนทั้งคู่จะผลัดกันไปอาบน้ำและมากินอาหารเช้าซึ่งก็คือข้าวสวยกับไข่เจียวและต้มจืดผักหวานป่าที่ป้าดาวภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านทำเตรียมเอาไว้ให้ “ฝายกั้นน้ำป่านนี้ใกล้จะเสร็จยังครับเนี่ยป้าดาว” ดนัยถามเพราะเขานั้นไม่กล้าขึ้นเขาไปที่ต้นน้ำคนเดียว(กลัวหลง)เพื่อดูว่าการซ่อมฝายกั้นน้ำเป็นอย่างไรบ้าง “เมื่อตอนเช้ามืดผัวป้าส่งคนลงมาแจ้งข่าวแล้วล่ะเห็นว่าน่าจะเสร็จตอนเกือบสิบโมง” ป้าดาวบอก “งั้นเหรอครับแล้วมีใครเป็นอะไรมั้ยครับ” ดนัยเป็นห่วงพวกผู้สูงอายุที่ซ่อมฝายกั้นน้ำกันอยู่ด้านบน “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกพ่อหนุ่มทุกคนไม่เป็นอะไร” ป้าดาวพูด “ฟู่ว...ได้ยินแบบนั้นก็ค่อยโล่งใจ” ดนัยพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งใจเมื่อได้ยินว่าทุกคนสบายดีไม่มีใครบาดเจ็บจากอุบัติเหตตอนซ่อมฝายกั้นน้ำ “คือดนัยคะแล้วพวกลักลอบล่าสัตว์พวกนั้นล่ะคะป่านนี้เขาเป็นยังไงกันบ้างคะชายคนนั้นที่โดนเสือทำร้ายน่ะต้องได้รับยาปฏิชีวนะด่วนนะคะถ้าไม่รีบลงเขาไปโรงพยายาลก่อนที่จะถึงตอนเย็นมีหวังเขาไม่รอดแน่ค่ะ” ยูมิไม่รู้ว่าดนัยกำลังคุยอะไรกับป้าดาวแต่เธอนั้นเป็นห่วงพวกลักลอบล่าสัตว์พวกนั้นจึงถาม “ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับคุณยูมิชาวบ้านเองดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบพวกทำผิดกฎหมายพวกนั้นเท่าไหร่นี่ถ้าเมื่อคืนลงเขาได้ผมว่าพวกชาวบ้านคงลงเขาไปแจ้งเจ้าหน้าที่ไปแล้ว” ดนัยบอก “นี่พ่อหนุ่มพูดถึงไอ้พวกลักลอบล่าสัตว์พวกนั้นอยู่เหรอ” ป้าดาวฟังไม่รู้เรื่องแต่เธอพอจะเดาได้ว่าดนัยและยูมินั้นกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ “ใช่ครับพอดีเป็นห่วงฝรั่งคนนั้นที่โดนเสือทำร้ายน่ะครับ” ดนัยพูด “เฮ้อ...เป็นคนดีจริงนะพ่อหนุ่มไอ้พวกเลวนั่นไม่เห็นจำเป็นต้องเป็นห่วงพวกมันเลยปล่อยให้มันตายเพราะทำตัวเองไปนั่นแหละ” ป้าดาวถอนหายใจออกมา “โธ่คุณป้าครับผมกับเพื่อนเป็นหมอนะครับมีหน้าที่รักษาทุกคนอย่างเท่าเทียมพวกผมน่ะไม่เลือกรักษาคนหรอกนะครับไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือเป็นคนเลวแค่ไหนพวกผมก็รักษาอย่างเท่าเทียม” ดนัยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนป้าดาวแกชะงักไป “เอาเป็นว่าป้าเข้าใจแล้วกันส่วนไอ้พวกฝรั่งพวกนั้นไม่ต้องห่วงหรอกเมื่อเช้ามีชาวบ้านไปแอบดูมาแล้วเห็นว่ายังอยู่ที่เดิมแล้วก็ยังไม่ตายน่าจะรอลงเขาทันทีที่ฝายกั้นน้ำซ่อมเสร็จนั่นแหละ” ป้าดาวบอก งั้นเหรอแสดงว่าพวกนั้นยังมีความเป็นคนดีอยู่เพราะถ้าเป็นคนเลวสุดๆคงปล่อยให้เพื่อนตายในป่าไปแล้ว ดนัยคิดในใจ ตอนนั้นเองระหว่างที่ดนัยและยูมิกำลังนั่งกินข้าวกับป้าดาวอยู่ก็ได้ยินเสียงชาวบ้านโหวกเหวกโวยวาย “ฝายซ่อมเสร็จแล้ว !!” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนเสียงดังทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านต่างออกมานอกบ้านและวิ่งไปดูที่แม่น้ำ “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะดนัย ??” ยูมิแสดงสีหน้าสงสัย “ฝายกั้นน้ำครับคุณยูมิดูเหมือนว่าจะซ่อมเสร็จแล้วพวกชาวบ้านเขาเลยวิ่งไปดูที่แม่น้ำกัน” ดนัยบอก “งั้นเหรอคะถ้าอย่างนั้นเราก็ไปดูกันด้วยสิคะ” ยูมิรีบลุกขึ้นชวนดนัย “ครับ” ดนัยพยักหน้าและทั้งสองก็รีบวิ่งตามชาวบ้านไปดูที่แม่น้ำ เมื่อมาถึงบริเวณแม่น้ำดนัยและยูมิก็เห็นกระแสน้ำที่กลับมาไหลอย่างปกติความสูงของน้ำเองก็อยู่ในระดับที่พอดี “แม่น้ำกลับมาเป็นปกติแล้วแบบนี้เราก็กลับลงไปข้างล่างได้แล้วสินะคะ” ยูมิยิ้มออกมา “ใช่ครับเดี๋ยวพี่โชคไกด์ของเราลงมาพวกเราคงได้กลับกันเลยเอาเป็นว่าพวกเราไปเก็บกระเป๋ากันเถอะครับ” ดนัยพูดชวนยูมิไปเก็บกระเป๋า ครึ่งชั่วโมงต่อมา ดนัยกับยูมิกำลังยืนอยู่บนแพไม้ไผ่โดยมีโชคคอยใช้ไม้คัดท้ายดันแพกลับขึ้นไปที่ต้นน้ำ “เอาไว้มาเที่ยวอีกนะพ่อหนุ่ม !!” “โชคดีนะแม่หนู !!” พวกชาวบ้านในหมู่บ้านต่างตะโกนพากันบอกลาดนัยและยูมิอยู่บนฝั่ง ดนัยและยูมิได้แต่ยิ้มให้กับภาพอันอบอุ่นของพวกชาวบ้านที่ตั้งใจมาส่งพวกเขา “หือคุณยูมิผ้าไหมนั่น !!” ดนัยมองเห็นพับผ้าไหมในมือของยูมิ “อ๋อนี่เป็นผ้าไหมที่คุณป้าดาวเขาให้มาน่ะค่ะเห็นบอกว่าผืนนี้ทอเก็บเอาไว้นานแล้วเขาเห็นว่าฉันชอบผ้าไหมมากเขาเลยยกให้น่ะค่ะ” ยูมิบอก โอ้โหผ้าไหมเลยนะนั่นดูจากลายบนผ้าแล้วทอยากมากแถมยังใช้ลายดิ้นทองอีกผืนนี้อย่างต่ำน่าจะหลักแสนนะนั่น ดนัยคิดในใจซึ่งในฐานะคนไทยแล้วเขาพอจะรู้ราคาผ้าไหมพวกนี้อยู่บ้าง “จริงสิคุณดนัยครับเดี๋ยวพอลงไปถึงด้านล่างแล้วผมขอเวลาสักสิบนาทีได้มั้ยครับ” โชคที่คัดแพอยู่พูดถามดนัย “หือได้สิครับว่าแต่จะทำอะไรเหรอครับ” ดนัยหันไปคุยกับโชค “ก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่เรื่องพวกลักลอบล่าสัตว์พวกนั้นล่ะครับ” โชคอธิบาย “งั้นเหรอครับแบบนี้ก็ดีเหมือนกันยังไงพวกนั้นก็ทำผิดกฎหมายต้องได้รับโทษแล้วก็อย่าลืมเรียกรถพยาบาลให้พวกเขาด้วยนะครับ” ดนัยบอก “ได้ครับแต่ผมว่าพวกนั้นคงไม่โดนโทษอะไรมากหรอกครับอย่างมากก็แค่โทษลักลอบหนีเข้าเมือง” โชคพูด “หือหมายความว่ายังไงครับนั่น” ดนัยไม่เข้าใจ “ก็หมายความว่าพวกนั้นคงแยกกันหนีนั่นแหละครับเพราะถ้าผมเป็นพวกฝรั่งนั่นนะผมจะเอาปืนกับซากเสือให้พรานชาวพม่านั่นแบกเดินกลับไปทางชายแดนพม่าแล้วก็ยอมโดนจับก่อนจะประกันตัวออกมาสู้คดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองเพราะข้อหานี้ถ้าคนมีเงินจ่ายไม่กี่แสนก็รอดคุกแล้วครับ” โชคบอก “อ๊ะจริงด้วยสิแถมพวกชาวต่างชาติพวกนั้นก็ดูเป็นคนมีเงินด้วยให้ตายสิมาลักลอบล่าสัตว์สงวนถึงในบ้านเราแท้ๆแต่กลับเอาผิดอะไรไม่ได้มากซะงั้น” ดนัยได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเจ็บใจนิดหน่อย “แต่ว่าถ้ามีหลักฐานก็อาจจะเอาผิดหลายข้อหาได้อยู่นะครับแต่น่าเสียดายเมื่อคืนพวกชาวบ้านไม่มีใครพกมือถือเลยเพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณมือถือสำหรับพวกชาวบ้านเลยไม่จำเป็นส่วนมือถือของผมก็เป็นรุ่นเก่าแบบนี้” โชคควักมือถือของตนออกมาซึ่งมันเป็นรุ่นเก่าปุ่มกดที่ไม่มีกล้อง “อ๊ะผมเองก็ไม่ได้พกเหมือนกันครับเพราะในหมู่บ้านไม่มีสัญญาณเลยเก็บมือถือไว้ในเป้ตลอด” ดนัยเองก็ไม่ได้พก ถึงจะพกมือถือไปด้วยตอนนั้นคงไม่ได้คิดถึงเรื่องถ่ายหลักฐานอะไรนั่นเก็บไว้หรอกเราคงคิดถึงแต่จะห้ามเลือดให้ชายชาวต่างชาติคนนั้นมากกว่า ดนัยคิดในใจ “คือว่าคุยเรื่องอะไรกันเหรอคะ” ยูมิฟังภาษาไทยไม่เข้าใจเธอคิดว่าหลังจากกลับไปญี่ปุ่นคราวนี้ลงเรียนภาษาไทยสักคอร์สน่าจะดี “อ๋อคุยกันเรื่องพวกชาวต่างชาติที่ลักลอบล่าสัตว์น่ะครับคือแบบนี้...” ดนัยอธิบายให้ยูมิฟังว่าเขาคุยอะไรกับโชค “นั่นสินะคะจากที่พี่โชคเขาเล่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงมากเลยที่พวกนั้นจะให้พรานชาวพม่านั่นเอาปืนและซากเสือกลับไปทีนี้กว่าทางการไทยจะขึ้นมาดูเก็บหลักฐานเอาผิดทางกฎหมายได้ก็ไม่เหลือหลักฐานให้เอาผิดแล้วสุดท้ายก็เอาผิดได้แต่โทษฐานการลักลอบเข้าเมืองเท่านั้นส่วนเรื่องที่เข้ามาอยู่ในป่าทำไมนั้นก็คงอ้างว่าพวกตนมาเดินป่าแล้วหลงจากพม่าเข้ามาในป่าไทยทีนี้การลักลอบเข้าเมืองก็จะกลายเป็นไม่เจตนาไปจ่ายเงินค่าปรับนิดหน่อยก็รอดคุกแล้วเผลอๆคดีไปไม่ถึงศาลด้วยซ้ำ” ยูมิที่ได้ฟังก็เห็นด้วยว่าชาวต่างชาติกลุ่มที่ทำการลักลอบล่าสัตว์นั้นคงโดนโทษแค่นั้น “แบบนี้พวกนั้นก็สบายเลยสินะครับเนี่ยโดนโทษเบาขนาดนี้คงไม่เข็ดเรื่องลักลอบล่าสัตว์แหงรักษาตัวเสร็จมีหวังเข้าป่าล่าสัตว์สงวนกันอีกรอบแน่ถ้ามีหลักฐานเด็ดๆก็ดีสิพวกนั้นจะได้โดนโทษหนักๆหน่อย” ดนัยพูด “ถ้าหลักฐานที่ทำให้พวกนั้นโดนโทษหนักได้น่ะก็มีนะคะ !!” ยูมิพูดก่อนจะควักเอามือถือของเธอออกมา “หมายความว่าไงครับคุณยูมิ” ดนัยไม่เข้าใจว่ายูมิหมายความว่าอย่างไร “ดนัยก็ดูนี่สิคะ” ยูมิยื่นมือถือของเธอให้ดู “นี่มันอะไรกันครับเนี่ยคุณยูมิไปแอบถ่ายมาตอนไหนครับ !!” ดนัยอุทานออกมาเมื่อเห็นมือถือของยูมิ ซึ่งสิ่งที่อยู่ในมือถือของยูมินั้นคือคลิปวีดีโอที่ถูกถ่ายเอาไว้โดยมันเริ่มถ่ายตั้งแต่ยูมิเดินออกจากหมู่บ้านตามชายชาวต่างชาติที่ชื่อจอร์จเข้าป่าไป จากนั้นก็เป็นวีดีโอช่วงที่ยูมิลงมือห้ามเลือดชาวต่างชาติคนที่โดนเสือทำร้ายที่ชื่อไรอันก่อนยูมิจะโดนห้ามโดยพวกป้าดาวและในจังหวะนั้นกล้องก็แพนไปถ่ายถูกซากของเสือที่ตายแล้วพอดีอีกทั้งภายในวีดีโอทั้งหมดนั่นยังมีภาพของปืนยาวที่ใช้ล่าสัตว์อยู่ด้วย “นี่ถือว่าเป็นหลักฐานใช้เอาผิดได้มั้ยคะ” ยูมิถามดนัย “ผมว่าน่าจะได้นะครับว่าแต่คุณยูมิทำไมถึงถ่ายเอาไว้ครับเนี่ย” ดนัยแปลกใจเพราะนึกไม่ถึงว่ายูมิจะถ่ายเอาไว้ “แหมดนัยก็พล็อตเรื่องคนแปลกหน้ามาขอความช่วยเหลือก็เห็นในหนังออกบ่อยในหนังน่ะตัวเอกชอบตามไปช่วยเหลือโดยไม่ระวังตัวหรือสงสัยอะไรสุดท้ายก็ซวยกลายเป็นแพะรับบาปทุกทีฉันที่ตามคนแปลกหน้าไปก็ต้องป้องกันตัวเองไว้หน่อยสิคะ” ยูมิกล่าวยิ้มๆ “งะ...งั้นเหรอครับ” ดนัยได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มแห้งๆพลางคิดในใจ นี่คุณยูมิไปดูหนังเรื่องไหนมาครับเนี่ย จบ...