ตอนที่50 ฝึกซ้อมต่อสู้กับไอ้แดงและไอ้บุญ (3)
[วิชามวยสี่บัญญัติกระบวนท่าที่สอง ศอกสกัดกั้น]
ฟ
ปั๊ก!!!
โอ้ย!!!!!!
ซึ่งในวินาทีที่หมัดของไอ้บุญจะถึงตัวของกล้วยกล้วยก็ได้ใช้ออกวิชามวยสี่บัญญัติเช่นกัน โดยเขาได้ใช้กระบวนท่าที่สอง“ศอกสกัดกั้น” ออกมาตั้งรับเอาไว้และนั่นก็ทำให้หมัดของไอ้บุญปะทะกับศอกที่แข็งดังเหล็กของกล้วยเข้าอย่างจังและทำให้ไอ้บุญรู้สึกเจ็บแปบจนต้องรีบถอยกลับมา........
แต่ว่าทุกอย่างมันไม่ได้จบแค่นั้นเพราะในตอนที่ไอ้บุญถอยกลับมานั้น กล้วยก็ได้พุ่งตัวตามไอ้บุญไปก่อนที่เขาจะง้างขาของเขาและโจมตีด้วย.......
[วิชามวยสี่บัญญัติกระบวนท่าที่สาม บาทากวาดลาน]
วืดดดดดดดดดด!!
ปัง!!!
ตุบ!!
ด้วยวิชามวยสี่บัญญัติกระบวนท่าที่สาม“บาทากวาดลาน” นี้ ไอ้บุญได้ล้มลงก้นกระแทกพื้นอย่างช่วยไม่ได้เพราะไอ้บุญอยู่ในท่าถอยหลัง ขาของมันจึงไม่มั่นคงเท่าไหร่นักดังนั้นเมื่อถูกบาทากวาดลานกวาดขาทั้งสองข้างของมัน มันจึงล้มลงไปที่พื้นแต่ถึงมันจะล้มลงที่พื้นแล้ว การต่อสู้ก็ใช่ว่าจะจบลงเพียงเท่านี้ เพราะในเวลานั้นตรงหน้าของไอ้บุญได้มีเงาๆ หนึ่งพึ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว......
[วิชามวยสี่บัญญัติกระบวนท่าที่สี่ เข่าพิชิตชัย]
ตุบ!!
อั๊ก!!อ้า.........
ซึ่งเงาที่ว่านั้นก็คือเงาจากเข่าของกล้วยนั่นเองโดยท่าเข่านี้เป็นท่าสุดถ้าของวิชามวยสี่บัญญัติที่หลวงตาเสาร์คิดค้นขึ้นมาและยังเป็นท่าพิชิตชัยศัตรูด้วยดังนั้นแล้วเมื่อได้บุญเจอท่าเข่านี้เข้าไปอย่างจังโดยที่ไม่ทันได้ป้องกันจมูกของมันจึงแตกและมีเลือกออกตามมาก่อนที่มันจะล้มลงไปนอนที่พื้นอย่างหมดสภาพและไม่อาจลุกขึ้นมาสู้ได้........
นะ......นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!
ไอ้แดงที่เฝ้าดูการต่อสู้ของทั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้างเลยเพราะมันไม่คิดว่าการต่อสู้จะจบลงเร็วเช่นนี้ตัวมันคิดว่าไอ้บุญจะต้องทำได้ดีกว่านี้หลังจากที่เห็นมันสู้กับกล้วยแต่ใครจะไปคิดละว่ากล้วยจะใช้เพียงแค่สามกระบวนท่าติดต่อกันของวิชามวยสี่บัญญัติก็สามารถเอาชนะไอ้บุญได้อย่างง่ายดายและยังทำให้ไอ้บุญจมูกแตกได้ด้วย........
“การประลองครั้งนี้ ไอ้หนูกล้วยชนะดังนั้นรางวัลเศษขมิ้นกายาเหล็กอันนี้จะเป็นของไอ้หนูกล้วย!”
พระฤๅษีคงเองก็รู้สึกตกใจเช่นกันที่เห็นกล้วยเอาชนะไอ้บุญได้อย่างง่ายดายแบบนั้นแต่ถ้ามองดูให้ดีๆแล้วละก็.......มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะโจมตีติดต่อให้ลงตัวกันเช่นนี้ได้อย่างเหมาะเจาะและสมบูรณ์แบบถ้าไม่ผ่านการต่อสู้มาอย่างยาวนานคนๆนั้นก็ต้องเป็นอัจฉริยะในการต่อสู้เท่านั้นถึงจะสามารถทำได้แต่ว่ากล้วยยังไม่เคยผ่านสนามรบสู้ศึกใดๆ มาก่อน ดังนั้นจะต้องเป็นอย่างหลังแน่นอนที่ทำให้เขาสามารถทำเช่นนี้ได้........
“เอ้า......รับไปหลานตา! เศษขมิ้นกายาเหล็กอันนี้หลานสามารถเอาไปต้มและดื่มมันได้ แต่จำไว้ว่าให้ดื่มตอนที่มันยังร้อนๆอยู่เท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้วผลของมันจะลดน้อยลงเมื่อเย็นตัวลง!”พระฤๅษีคงโยนเศษขมิ้นกายาเหล็กให้กับกล้วยก่อนที่จะแนะนำวิธีการใช้ให้กับเขา......
หมับ!
“ขอบพระคุณท่านตา หลานจะทำตามที่ท่านตาบอกอย่างเคร่งครัดขอรับ!”กล้วยรับเอาเศษขมิ้นกายาเหล็กมา ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณและยิ้มอย่างมีความสุข......
ดี!
“นายท่านเก่งที่สุด! หากว่านายท่านมีประสบการณ์มากกว่านี้ขมิ้นคิดว่าในอนาคตนายท่านจักต้องได้เป็นใหญ่เป็นโตอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ!”
ขมิ้นนิ่งเงียบมาตลอดซึ่งก่อนหน้านี้เธอรู้สึกเป็นห่วงและเป็นกังวลไม่ได้เธอกลัวว่ากล้วยจะได้รับบาดเจ็บจากการซ้อมแต่ใครจะไปคิดว่ากล้วยจะสามารถเอาชนะไอ้บุญและเสมอกับไอ้แดงได้เช่นนี้และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกดีใจมากที่เลือกติดตามกล้วย......
แฮะ!แฮะ!
“พี่สาวขมิ้นชมฉันเกินไปแล้วจ้ะ! ฉันก็แค่โชคดีเท่านั้น!”กล้วยรู้สึกเขินมากเมื่อได้ยินคำชมจากขมิ้นก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้สึกอะไรเลยเมื่อคนอื่นชม แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกและยิ่งรู้สึกมากขึ้นเมื่อคนที่ชมคือขมิ้นหญิงสาวที่มีใบหน้างดงาม............
อ้า!
“ข้าละอิจฉาไอ้กล้วยมันจังโว้ย!มีสาวงามเช่นแม่ขมิ้นคอยอยู่เคียงข้างเช่นนั้น เหตุใดกันข้าถึงมิมีเช่นนั้นบ้างอ๊า!!!” ไอ้แดงถึงกับน้ำตาไหลด้วยความเศร้าใจเลยเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้มันเองก็อยากที่จะมีสาวงามเช่นขมิ้นมาคอยอยู่เขียงข้างและให้กำลังใจเช่นกัน.......
อ๊ะ!!
ซึ่งในเวลานั้นเองไอ้บุญก็ได้สติฟื้นคืนกลับมาจากเข่าของกล้วยแล้ว มันค่อยๆ พยุงตัวมันขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับจับไปที่จมูกของมันอย่างระมัดระวัง.......
โอ้ย!!
“นี่ข้าแพ้อย่างนั้นรึ? ช่างน่าเจ็บใจยิ่งนักข้าอุตส่าห์เตรียมตัวอย่างดี แต่ก็ดันแพ้ให้กับไอ้หนูกล้วยเสียดายแล้วแบบนี้ข้าจักเอาหน้าไปไว้ที่ใดกัน!” ไอ้บุญไม่โกรธหรือไม่พอใจกล้วยเลยแต่เขากลับรู้สึกอายที่ตนเองแพ้ให้กับกล้วย เจ้าหนูน้อยที่เขามักจะคอยปกป้องตอนเด็กซึ่งในตอนนี้เด็กคนนั้นสามารถเอาชนะเขาได้แล้ว แถมยังรวดเร็วอีกด้วย.......
“อย่าโศกเศร้าไปเลยไอ้เกลอ! เอ็งยังมีข้าอยู่ทั้งคน มามะ!ข้าจักช่วยปลอบประโลมเอ็งเอง!” ไอ้แดงอยากจะซ้ำเติมไอ้บุญมากกว่านี้แต่ตัวมันก็กลัวว่าจะถูกไอ้บุญเอาคืน มันจึงหยอกเล่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อให้ไอ้บุญไม่คิดมากเรื่องที่แพ้ให้กับกล้วย......
ไปไกลๆส้นตรีกูเลยไอ้แดง!
อึ๋ย!!
ขนลุกโว้ย!!!
“เอาละ! พวกเอ็งนี้ชอบกัดกันเสียจริงนะจักมีสักคราหรือไม่ที่พวกเอ็งไม่กัดกันห๊ะ?” พระฤๅษีคงรีบห้ามปรามทั้งสองให้หยุดทะเลาะมีปากมีเสียงกันในทันทีเพราะเขารำคาญที่จะฟังพวกมันพูดโต้เถียงกันแล้ว และเมื่อพูดจบเขาก็กันไปหากล้วยและถามขึ้นมาว่า.......
“หลานตา! ดูเหมือนว่าเอ็งจะพัฒนาขึ้นมาเลยนะเพียงแค่ได้ฝึกปรือมิกี่ครั้งคราก็สามารถเอาชัยคนที่แข็งแกร่งเหนือกว่าเอ็งได้เสียแล้วแบบนี้อนาคตของมนุษยชาติเราคงต้องฝากไว้ที่เจ้าแล้ว!”
พระฤๅษีคงกล่าวชมกล้วยอย่างมีความสุขเพราะถ้ากล้วยยังพัฒนาต่อไปในทางที่ดีแบบนี้การที่จะทวงคืนดินแดนมนุษย์จากเหล่ายักษ์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาหลายสิบปีแต่มันก็ยังมีโอกาสนั้นอยู่........
“ท่านตาโปรดวางใจ หลานจักมิทำให้ท่านตาผิดหวังขอรับ!”กล้วยเข้าใจความหมายที่พระฤๅษีคงต้องการจะสื่อซึ่งเขาเองก็ทำใจยอมรับและคิดเรื่องนี้มาตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้........
ดี!ดีมาก!!
“งั้นหลานไปพักเถอะ จักได้ขึ้นซ้อมกับไอ้แดงมันต่อ”พระฤๅษีคงพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนที่จะให้กล้วยได้ไปพักก่อนเพราะเขาคิดว่ากล้วยอาจจะเสียพลังกับการต่อสู้เมื่อครู่นี้พอควร.......
“มิเป็นไรขอรับท่านตา หลานสามารถขึ้นต่อสู้ต่อได้เลยพี่แดงจักได้มิต้องนานขอรับ!” แต่ว่ากล้วยกลับตอบปฏิเสธที่จะไปพักเพราะเขาเสียพลังไปน้อยมากในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้นก็สามารถกู้คืนพลังที่เสียไปกลับคืนมาได้แล้ว..........
“ไอ้หนูกล้วย! ข้าว่าเอ็งคิดให้ดีเสียก่อนจะดีกว่านะเพราะถ้าเอ็งแพ้ข้าขึ้นมาจักได้มิกล่าวอ้างว่ามิได้พักเพราะเพิ่งจะสู้กับไอ้บุญมา!”ไอ้แดงไม่รู้ว่ากล้วยมั่นใจในตัวเองหรือว่าแกล้งทำให้เขาเสียขวัญกันแน่แต่เขาจะไม่ยอมเล่นไปตามเกมของกล้วยแน่.......
“พี่แดงมิต้องห่วง! ข้ามิทำเรื่องน่าอายเยี่ยงนั้นอย่างแน่นอนหากว่าข้าจักต้องแพ้ก็ให้คิดเสียว่าข้านั้นอ่อนแอและไร้พลังเอง!”แน่นอนว่ากล้วยไม่ได้วางแผนหรือคิดที่จะทำอะไรแบบนั้นเลยแต่เป็นเพราะว่าเขานั้นมั่นใจว่าตัวเองสามารถต่อสู้ต่อไปได้โดยไม่ต้องพักนั่นเอง......
“ดี! งั้นก็มาเลยข้าจะสอนให้เอ็งได้รู้ว่านักรบที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร!”ไอ้แดงเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของกล้วยแล้ว มันก็รู้ได้ในทันทีเลยกล้วยเอาจริงและนั่นก็ทำให้ไอ้แดงรู้สึกหวั่นๆ เล็กน้อยแต่เพราะพระฤๅษีคงและสาวงามอย่างขมิ้นกับไอ้บุญเพื่อนรักที่พร้อมจะเยาะเย้ยกำลังจ้องมองมาที่ตัวมันอยู่มันจึงต้องทำเท่เอาไว้.......
“ถ้าเยี่ยงนั้นก็ขอคำชี้แนะด้วยนะจ๊ะพี่แดง!”
“ในเมื่อพวกเอ็งพร้อมกันแล้ว งั้นก็เข้าสู่ลานซ้อมได้ ส่วนรางวัลในครั้งนี้ถ้าใครชนะข้าจะมอบผ้ายันต์ป้องกันระดับนักรบขั้นสามให้ พวกเอ็งน่าจะรู้ว่ายันต์อาคมระดับนักรบนั้นมีค่ามากแค่ไหนแค่ระดับหนึ่งก็สามารถป้องกันการโจมตีของนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นถึงสามคนได้แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงขั้นสามเลยมันสามารถใช้ป้องกันการโจมตีของนักรบระดับหัวหมู่ขั้นสูงนับสิบคนหรือแม้แต่นักรบระดับพันขั้นต้นสองคนได้สบายๆเลย!”
รางวัลในครั้งนี้ที่พระฤๅษีคงเสนอให้นั้นเป็นยันต์อาคมระดับนักรบขั้นสาม ซึ่งยันต์อาคมนั้นแบ่งเป็นทั้งหมดห้าระดับด้วยกันได้แก่ระดับทั่วไป,ระดับนักรบ,ระดับขุนนาง,ระดับราชวงศ์และสุดท้ายระดับราชาที่เป็นระดับสูงสุดนอกจากนี้ยังแบ่งแยกย่อยออกเป็นอีกห้าขั้นด้วย.......
ซึ่งยันต์อาคมระดับทั่วไปนั้นเป็นยันต์อาคมที่คนทั่วไปก็สามารถใช้งานได้อย่างยันต์อาคมไฟที่เอาไว้ใช้จุดไฟทำอาหารโดยไม่ต้องมีฟืนหรือยันต์น้ำที่สามารถเสกน้ำออกมาได้หนึ่งโอ่งยันต์เรียกลมที่สามารถสร้างลมขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง หรือยันต์อาคมทั่วๆไปที่ใช้ในชีวิตประจำวันโดยที่ยันต์อาคมระดับทั่วไปพวกนี้ไม่สามารถใช้ฆ่าพวกนักรบได้แต่ก็ยังถือเป็นของดีสำหรับคนทั่วไป......
ส่วนยันต์อาคมตั้งแต่ระดับนักรบขึ้นไปนั้นเป็นยันต์อาคมที่เอาไว้ใช้ต่อสู้เป็นหลักพวกมันมีตั้งแต่ยันต์ประเภทโจมตี ป้องกัน เสริมความแข็งแกร่งของร่างกายและอาวุธหรือแม้แต่ใช้อัญเชิญผู้ช่วยออกมาช่วยต่อสู้อย่างคาถาอัญเชิญที่พระฤๅษีคงใช้ก่อนหน้านี้......
เพียงแค่ยันต์อาคมกับคาถาอาคมนั้นมันต่างกันยันต์อาคมเป็นการใช้แล้วทิ้งแต่สำหรับคาถาอาคมนั้นสามารถใช้งานได้ตลอดไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม และคาถาบางคาถายังสามารถพัฒนาเพิ่มระดับได้ด้วยอย่างเช่นคาถาลูกบอลเพลิง ยิ่งผู้ใช้มีพลังชาญมากเท่าไหร่ลูกบอลเพลิงที่ถูกสร้างออกมาก็จะยิ่งมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้นและทรงพลังขึ้นเท่านั้นหรือบางทีอาจจะใช้การผสมผสานคาถาเข้าด้วยกันจนกลายเป็นคาถารูปแบบใหม่ที่ทรงพลังกว่าเดิมก็มี........
“จริงหรือขอรับท่านอาจารย์! ข้าเองก็อยากได้ยันต์แบบนั้นบ้างเช่นกันให้ข้าเป็นคู่ซ้อมของน้องชายกล้วยแทนไอ้แดงได้หรือไม่ขอรับ?!”
หือ?
พ่อเดชเองรึ?!
ในตอนนั้นเองชายวัยกลางคนอย่างพ่อเดชก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับคนหนุ่มสาวที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมต่อสู้ป้องกันตัวเองซึ่งพ่อเดชได้ยินเรื่องผ้ายันต์อาคมที่จะได้เป็นรางวัลในการซ้อมครั้งนี้พอดีเขาจึงเสนอตัวเองเพื่อเปลี่ยนตัวกับไอ้แดงเป็นคู่ซ้อมกับกล้วยแทน.......
พี่เดช!
“ท่านจักทำเยี่ยงนี้มิได้หนา! ถ้าท่านเป็นคู่ซ้อมให้กับไอ้หนูกล้วย มันจักมิใช่ว่าท่านรังแกมันดอกรึ?อีกอย่างข้ากับไอ้หนูกล้วยก็มีนัดล้างตากันอยู่แล้วข้าคงให้มอบสิทธิ์ให้ท่านมิได้ดอก!” ไอ้แดงรีบปฏิเสธคำขอของพ่อเดชในทันทีเพราะยันต์อาคมป้องกันระดับนักรบขั้นสามนั้นถือว่าเป็นของดีเลยทีเดียวเพราะในยามคับขันเมื่อต้องพบกับศัตรูที่เป็นนักรบระดับพันมันก็จะสามารถรอดพ้นอันตรายจากอีกฝ้ายมาได้.......
ฮ่าฮ่า ฮ่า!!
“ข้าก็แค่พูดหยอกเอ็งไปอย่างนั้นแหละไอ้แดง!สำหรับข้าแล้ว......ยันต์อาคมแผ่นนั้นมันไม่ค่อยมีค่าอันใดสำหรับข้าดอกเว้นแต่ว่ามันจะเป็นยันต์อาคมระดับนักรบขั้นที่สี่ ข้าถึงจะสนใจ!”
พ่อเดชหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเพราะที่เขาพูดออกไปนั้นก็แค่อยากแกล้งไอ้แดงเท่านั้นเนื่องจากตัวเขาเป็นถึงนักรบระดับพันขั้นกลางแล้วมีหรือจะชายตามองผ้ายันต์อาคมที่ป้องกันได้แค่นักรบระดับพันขั้นต้นที่ตัวเขาก็สามารถป้องกันเองได้........
อ้า!!
“เหตุใดทุกคนถึงได้ชอบรุมกลั่นแกล้งข้ายิ่งนักมินึกคิดสงสารข้าเสียบ้างเลยหรือไร?!”
ไอ้แดงอยากจะร้องไห้ออกมาดังเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกแกล้งมันคิดว่าพ่อเดชเอาจริงกับเรื่องนี้ แต่เมื่อคิดดูให้ดีๆแล้วมันก็พึ่งเข้าใจว่ามันไม่มีเหตุจำเป็นอะไรเลยที่พ่อเดชจะอยากได้ผ้ายันต์อาคมระดับนี้ไปเว้นแต่พ่อเดชจะอยากได้มันเพื่อเอาไปขาย.........
ฮ่าฮ่า ฮ่า!!