“เจ้านี่เองพอดีข้าเจอปัญหานิดหน่อยเลยยังติดอยู่ตรงนี้”ชายหนุ่มตอบรับพร้อมยิ้มให้นิดหน่อย ถึงหญิงสาวตรงหน้าจะน่ารำคาญไปบ้างแต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่เขาต้องคอยดูแลน้องสาวที่โลกเก่าไม่น้อยเป็นความรู้สึกที่อยากเดินเข้าไปลูบหัวและคอยปกป้องนาง
“...”หญิงสาวซึ่งเป็นหัวหน้าของหน่วยทหารเงียบไปเมื่อโดนขัดจังหวะผู้คนลอบข้างต่างตกใจกับการกระทำของหยางเสียอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้ว่านางจะโดนพวกทหารลงโทษอะไรไหม
“เอ่อ..ท่านหัวหน้าทหาร ข้าคือหานจุนหมิงเจ้าของโรงเตี๊ยมพลบค่ำ ถ้าท่านต้องการทราบสิ่งใดให้สอบถามข้าได้เลยอย่าไปใส่ใจเด็กน้อยนางนั้นเลยนะ”หานจุนหมิงที่กลัวสถานการณ์จะเลวร้ายเลยรีบออกตัวกล่าวออกมาจากท่าทีของเถ้าแก่และแม่นางคนนั้น คงจะพอรู้จักกันและสนิทอยู่บ้างเขาเลยต้องออกตัวแทน
“ข้าไม่ได้ใส่ใจ..เจ้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาเถิด”หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยเสียงเยือกเย็นดังเดิม สีหน้าของนางไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว
ด้วยความที่เย่ซีและหานจุนหมิงพูดคุยกันแล้วว่าพวกเขาจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดตามตรงเพื่อทำให้ทางราชวงศ์ส่งคนไปคอยจับตาตระกูลฉู่อีกทีเพราะไม่ว่าตระกูลฉู่จะแก้ตัวยังไงก็คงต้องเดือดร้อนไม่น้อยที่เรื่องราวมันบานปลายขนาดนี้ยังไม่นับเรื่องที่ว่ามีผู้ใช้ศาสตร์แห่งซากศพที่กลายร่างเป็นเหมือนคนจากแดนปีศาจอีก
ในโลกไวท์เรียมแห่งนี้แบ่งออกเป็น8 ทวีป ซึ่งทวีปซีคเป็นหนึ่งในทวีปที่ต่อต้านแดนปีศาจอย่างเปิดเผยพวกเขาส่งผู้ฝึกตนระดับสูงเข้าร่วมสมรภูมิต่างแดนมาโดยตลอดคอยยับยั้งไม่ให้พวกปีศาจฝ่ามิติเข้ามายังโลกแห่งนี้ได้
ดังนั้นการที่มีสิ่งมีชีวิตที่เหมือนจะมาจากแดนปีศาจปรากฏตัวขึ้นนั้นว่าเป็นเรื่องใหญ่ถ้าถูกจับได้ว่าให้ความร่วมมือกับแดนปีศาจจะถูกทางราชวงศ์ฆ่าล้างตระกูลเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้การเล่าเรื่องไปตามจริงจะทำให้ตระกูลฉู่ไม่มีเวลาว่างมายุ่งวุ่นวายกับพวกเขาอีกดีไม่ดีตระกูลฉู่อาจจะหายสาบสูญไปเลยก็เป็นได้
“อืม ถ้าสิ่งที่เจ้ากล่าวมาเป็นความจริงเรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อย”หลังจากได้รับฟังเรื่องทั้งหมดบนสีหน้าอันงดงามของหญิงสาวก็มีความเคร่งเครียดเพิ่มขึ้นไม่น้อย
“เป็นท่านใช่ไหมที่จัดการเจ้าปีศาจนั่นลงได้” หญิงสาวเดินเท้าเข้าไปหาเย่ซีที่กำลังคุยอยู่กับหยางเสียแล้วกล่าวออกมา
“ใช่ พอจะตึงมืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่เท่าไหร่” ชายหนุ่มที่ได้ยินเสียงกล่าวถาม เลยตอบกลับไปสำหรับเขามันก็ยังไม่เท่าไหร่จริง ๆ นั่นแหละ
“เถ้าแก่ ท่านเก่งกาจขนาดนั้นเลยรึ?ข้าไม่เห็นจะดูออก..”หยางเสียเอียงคอทำท่าทางสงสัยแล้วกล่าวออกมา
“โอ๊ยยย โอ๊ยย ข้ายอมแล้ว เถ้าแก่ปล่อยข้าเถอะ” หญิงสาวร้องออกมาเสียงดัง นางพยายามเอามือเล็ก ๆของนางดึงมือทั้งสองข้างที่กำลังดึงแก้มของนางอยู่
“เห็นรึยังว่าข้าเก่งกาจขนาดไหน”ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นเลยยอมปล่อยมือออกมาจากแก้มอันนุ่มนิ่มของเด็กสาว
“...”ภาพที่เกิดขึ้นทำให้หัวหน้าทหารนิ่งเงียบไปและคิดในใจว่าเหมือนพวกเขาสองคนจะสนิทกันในระดับหนึ่งสินะ
“ข้าชื่อปิงกุ้ยหลิน เป็นหัวหน้าหน่วยหิมะครามสังกัดกองทัพฝ่ายซ้าย ข้าขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือเมืองแห่งนี้เอาไว้” หญิงสาวกล่าวแนะนำตัวออกมา ก่อนที่จะก้มโค้งแสดงความขอบคุณให้กับชายหนุ่ม
แม้นางจะเป็นผู้ฝึกตนระดับสี่ขั้นห้าซึ่งนับว่ามีน้อยคนมากในอาณาจักรนี้แต่จากออร่าที่เหลืออยู่ของการต่อสู้นางสามารถบอกได้ว่ามีตัวตนที่อยู่ระดับสูงกว่านางในการต่อสู้ครั้งนี้เป็นแน่ถ้ามันหลุดจากจุดนี้เข้าโจมตีเมืองจะต้องเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก
“ไม่เป็นไร มันมาขวางทาง ข้าก็แค่จัดการ” ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยท่าทางไม่ใส่ใจทำให้หญิงสาวเกิดความรู้สึกนับถือไม่น้อย
“ท่าทางแบบนั้นมันอะไรกันอย่าบอกนะว่าพี่กุ้ยหลินจะชอบเถ้าแก่..”มีเสียงหญิงสาวนางหนึ่งกล่าวขึ้นมา น้ำเสียงแฝงความหยอกล้อเอาไว้ไม่น้อยทำให้ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งของผู้ถูกกล่าวอ้าง มีสีแดงแต่งแต้มขึ้นมาบางเบา
“เจ้า พูดจาอะไรให้มันมีสาระเสียบ้างไม่อย่างนั้นเมื่ออาจารย์ของเจ้ากลับมาข้าจะบอกเรื่องที่เจ้าก่อปัญหาทั้งหมด” ปิงกุ้ยหลินปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วกล่าวออกมาทำเอาอีกฝ่ายหน้าเหยเกไปเลย เพราะกลัวจะถูกอาจารย์ลงโทษ
“เอาน่า ๆ ข้าแค่หยอกท่านเล่นเองอย่าจริงจังไปเลย” หยางเสียกล่าวขึ้นด้วยท่าทางร้อนรน
“ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่ ?ข้าอยากเดินทางไปดูที่ดินเต็มที” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นเขายิ้มเล็กน้อยกับสิ่งที่ทั้งสาวสองหยอกล้อกัน
“ไม่มีอันใดแล้ว ว่าแต่ท่านจะไปที่ใดต้องการให้กองทหารไปช่วยนำทางหรือไม่ ?”ปิงกุ้ยหลินกล่าวออกมา ถึงแม้กองทหารของนางจะระดับพลังต่ำกว่าชายหนุ่มมากแต่อย่างน้อยก็คงช่วยนำทางและกำจัดสิ่งรบกวนให้ได้การผูกมิตรกับผู้ฝึกตนระดับนี้ไว้ย่อมมีผลดีกับอาณาจักรมากกว่าผลเสีย
“ข้าจะไปที่เมืองหลวงมีเจ้าของโรงเตี๊ยมพลบค่ำพาไป ไม่จำเป็นต้องรบกวนพวกเจ้าหรอก” ชายหนุ่มก็ตอบไปตามตรงยังไงเป้าหมายของเขาที่จะไปก็ไม่ได้มีอะไรต้องหลบซ่อนอยู่แล้ว
“ที่ดิน เมืองหลวงท่านคงหมายถึงสามที่ดินทองคำซึ่งยังไม่มีใครได้ไปสินะนับว่าเส้นสายของท่านกว้างขวางไม่น้อย หานจุนหมิง”ปิงกุ้ยหลินทำท่านึกถึงอะไรบางอย่างก่อนจะหันไปกล่าวกับเจ้าของโรงเตี๊ยมพลบค่ำ
“แค่เล็กน้อย ๆเทียบไม่ได้กับท่านหัวหน้าหน่วยหิมะครามหรอก”ชายกลางคนโค้งตัวรับคำชมเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบกลับไป
“ถ้าอย่างนั้น ท่านรับสิ่งนี้ไว้ถึงมันจะไม่มีค่าอะไรมากนักแต่ก็อาจจะช่วยท่านได้ถ้าเจอเรื่องยุ่งยากหรือน่ารำคาญใจ” กล่าวจบหญิงสาวก็ส่งแผ่นป้ายสีขาวสะอาดที่มีตัวอักษรสีทองเขียนเอาไว้ว่าปิงกุ้ยหลิน
“ไม่คิดว่าท่านหัวหน้าหน่วยถึงกับมอบสิ่งนี้ให้เท่าแก่เลยนะ” หานจุนหมิงกล่าวขึ้นด้วยท่าทางตกตะลึงไม่น้อย
“มันคืออะไร ?”ชายหนุ่มหันกลับไปถามทันที
“มันก็คือป้ายแทนตัวของหัวหน้าหน่วยหิมะครามถึงมันจะไม่สามารถแลกเป็นเงินหรือใช้แทนอาวุธวิเศษได้แต่ของสิ่งนี้ก็ใช้เพื่อรับสิทธิพิเศษต่างๆในอาณาจักรแห่งนี้ได้ไม่ยากมีผู้คนแทบนับนิ้วด้วยมือข้างเดียวได้ที่จะมีมันเพราะหัวหน้าแต่ละหน่วยไม่ค่อยจะมอบให้ผู้ใดหรอก”เป็นหญิงสาวผู้ยื่นให้ที่ตอบคำถามนี้กลับมา
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณ...” ชายหนุ่มรับมาแล้วกล่าวขอบคุณก่อนจะเงียบไป ทำให้ผู้คนโดยรอบได้แต่พากันสงสัยว่าชายหนุ่มไม่พอใจรึเปล่า? เพราะในสายตาของผู้เยี่ยมยุทธสิทธิพิเศษเหล่านี้คงเป็นเพียงของไร้ค่าเท่านั้น
“เถ้าแก่พี่สาวเขาไม่เคยมอบป้ายนี้ให้ใครเลยนะ มันมีประโยชน์มากเลยขนาดข้ายังไม่มีเลยสักอัน”หยางเสียคือหนึ่งในคนที่คิดว่าชายหนุ่มไม่พอใจจึงพยายามอธิบายออกมา
“ไม่ว่าท่านจะกินข้าวแล้วชักดาบ ไปตบคนแก่เตะเด็ก ต่อยสุนัข ขอแค่ท่านโชว์ป้ายนี้ออกมา.....แน่นอนอยู่แล้วว่าท่านจะต้องโดนทางหน่วยทหารจัดการอยู่ดี เพราะมันผิดกฎบ้านเมือง”
“แต่ถ้าท่านมีป้ายนี้ การจะทำธุรกรรมใด ๆท่านล้วนจะได้รับสิทธิก่อนอย่างการซื้อที่ดินนี้ขอแค่มีป้ายแผ่นนี้ท่านก็มีสิทธิเข้าร่วมโดยไม่ต้องหาช่องทางพิเศษหรือถ้าท่านจะเปิดร้านท่านก็แค่ห้อยป้ายนี้ไว้หน้าร้านแค่นั้นก็ไม่มีใครกล้ามารบกวนท่านแล้ว แถมท่านยังขอความช่วยเหลืองจากหน่วยหิมะครามได้ทุกเมื่ออีก” หญิงสาวกล่าวออกมายาวเหยียด ทำให้ชายหนุ่มอดพยักหน้าตามไม่ได้แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงเคร่งขรึมเหมือนเดิม
“เถ้าแก่...”เห็นดังนั้นหยางเสียก็เริ่มใจเสียเล็กน้อย
นางกับพี่สาวกุ้ยหลินสนิทกันไม่น้อยไม่อย่างนั้นถ้ามีใครกล้าขัดจังหวะที่หัวหน้าหน่วยหิมะครามกำลังทำงานคงโดนจัดการไปแล้วเห็นหญิงสาวผู้นั้นงดงามดุจดั่งเจ้าหญิงหิมะแต่ความจริงนางเด็ดขาดมากยามทำหน้าที่
“เจ้าไม่ต้องกล่าวแล้ว... เถ้าแก่ถ้าท่านไม่พอใจในสิ่งนี้ข้าจะหาสิ่งตอบแทนที่ดีกว่านี้ให้ท่านเองแต่ถ้าท่านต้องการสมบัติจากทางราชวงศ์ข้าอาจต้องยื่นเรื่องไปให้ท่านอีกทีและไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่”นางกล่าวออกมาด้วยท่าทางจริงจัง ไม่อยากให้น้องสาวแสนซนผู้นี้ต้องผิดใจกับยอดฝีมือท่านนี้เข้า
“ไม่ต้องหรอก”ชายหนุ่มกล่าวออกมา ทำให้รอบด้านพากันเงียบขรึมอีกครั้งหรือเขาจะโกรธที่รางวัลเหล่านี้ยังไม่พอกัน ? แต่จะโทษชายหนุ่มก็ไม่ได้เพราะการต่อสู้กับปีศาจสักตัวแถมระดับพลังสูงส่งเยี่ยงนั้นต้องลำบากและสูญเสียไม่ใช่น้อย ถึงเจ้าตัวจะพูดว่าแค่เรื่องเล็กน้อยก็ตาม
“ข้าแค่จะบอกพวกเจ้าว่า...”
“สนใจซื้อสินค้าสักหน่อยไหม ?”