ขณะนั้นเองธาราได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงดังมาจากที่นั่งข้างๆ ธันยาจ้องมองชายฝรั่งคนนั้นตาไม่กะพริบ เลือดสูบฉีดขึ้นหน้าจนแดงราวกับแตงโมสุก ผิวเนียนที่ท่อนแขนกลายเป็นปุ่มป่ำจากอาการขนลุก ดูเธอกลืนน้ำลายอย่างลำบากยากเย็น เลื่อนลอยคล้ายจมในจินตนาการอะไรบางอย่างพลางกัดริมฝีปากล่าง
อลิสากับชายหนุ่มคนนั้นรู้สึกได้ถึงการจ้องมองจากธันยา ทั้งคู่หันมาทางนี้ อลิสายิ้มอย่างยั่วยวนพลางใช้สองนิ้วกระดิกเรียกธันยา เด็กสาวลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปหาทั้งคู่ที่โต๊ะคล้ายลืมตัว ธาราวางแก้วแล้วรีบเดินตามแฟนสาวไป
อลิสายิ้มให้ธันยาอย่างเอ็นดู จับมือธันยาไว้ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแฝงแววซุกซนว่า “มัจจุราชเขาอยากสนุกกับเธอน่ะ ลองดูสิ แล้วเธอจะลืมคืนนี้ไม่ลงตลอดชีวิตเลยล่ะ”
ธันยากลืนน้ำลายอย่างลำบากอีกหนึ่งครั้ง ตอนนี้สายตาของเธอสบกับชายฝรั่งผู้นั้นที่อลิสาเรียกว่ามัจจุราช ร่างทั้งร่างของเธอพลันอ่อนระทวยราวกับตัวเองเป็นเนยอุ่น หัวใจเต้นแรงจนต้องเอามือขวาอังหน้าอกตัวเอง ส่งเสียงหอบออกมาเบาๆ สายตาของอลิสาเบิกกว้างขึ้นอย่างสนใจ
ชั่วขณะที่ธันยาลืมตัวและลังเลนั้นเอง มือข้างซ้ายที่นิ้วเรียวยาวของธาราก็ฉวยเข้าที่ข้อมือเธอแล้วดึงให้หันกลับมา
“ไม่!” ธาราขึ้นเสียงใส่แฟนสาวตัวเองจนโต๊ะข้างๆ บางโต๊ะหันมามอง เรียกสติของอีกฝ่ายกลับมาและทำให้เริ่มรู้สึกละอายใจกับสิ่งที่รู้สึกเมื่อครู่
“ก็แค่สนุกไม่ผูกมัดชั่วข้ามคืนเอง” อลิสามองธารา ยิ้มอย่างท้าทาย
“นี่แฟนผม” ธารายืนยันเสียงแข็ง นอกจากความรู้สึกคล้ายโกรธที่ฉาบเบื้องบน เบื้องหลังคือความรู้สึกหึงหวงอย่างรุนแรงที่เขาเพิ่งเคยรู้สึกครั้งแรกในชีวิต เขารับไม่ได้กับความรู้สึกของธันยาที่มีต่อมัจจุราชเมื่อครู่ และเขาไม่มั่นใจว่ามันคือลูกเล่นของพลังหลอนประสาทใดๆ หรือไม่ ธาราหันไปมองหน้ามัจจุราชอย่างเอาเรื่อง
แล้วธาราก็ได้เห็นถึงความมืดมนบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวชายผู้นั้น เมื่อสบตาอีกฝ่ายก็ให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่ปากหลุมดำที่พร้อมจะดูดสสารทุกอย่างเข้าไปบดขยี้ให้ป่นปี้อยู่ข้างใน มือของธารายังฉวยกุมข้อมือแฟนสาวแน่น อยากจะวิ่งหนีจากตรงไหนแต่ก็พบว่าตัวเองไม่มีความกล้าพอ สัญชาตญาณรักชีวิตร้องเตือนว่ามัจจุราชผู้นี้คือบุคคล (หรือสิ่ง) อันตรายที่สุดที่เขาต้องหนีห่างเท่านั้น แต่ปัญหาคือมันอันตรายเกินกว่าที่เขาจะกล้าถอยหนีจากมัน
“ไปซะ” มัจจุราชพูดขึ้น เสียงทุ้มและเย็นเยียบราวกับออกมาจากส่วนที่ลึกสุดของโลกหลังความตาย
คล้ายคำสั่งละเว้นโทษประหาร ธารารีบเดินลากแฟนสาวตัวเองกลับมานั่งที่เดิมบริเวณบาร์ แก้วเบียร์และขวดสปายคลาสสิคยังคงวางไว้อยู่ ธันยาเพิ่งเรียกสติตัวเองกลับมาจากห้วงอารมณ์พิศวาสอันรุนแรงได้ อ้อนวอนและพะเน้าพะนอแฟนหนุ่ม
“ธารา หึงเหรอ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ธันยาละล่ำละลัก น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิด กุมมือแล้วลุกขึ้นหอมแก้มอีกฝ่าย
“ไม่เป็นไร” ธาราบอกปัด หันไปมองทางอื่นอย่างงอนๆ
“อย่าโกรธฉันเลยนะ ฉันขอร้อง นะๆๆ ฉันจะไม่เผลอใจแบบนี้อีกแล้ว” ธันยากอดอีกฝ่าย เอาหน้าถูไหล่เลียนแบบเวลาที่แฟนหนุ่มง้อเธอ “เมื่อกี้ฉันรู้สึกเหมือนถูกพลังอะไรบางอย่างดึงดูดเข้าไป ฉันไม่เป็นตัวของตัวเอง”
“อื้ม ฉันเข้าใจ” ธาราตอบ กระดกเบียร์อึกใหญ่ๆ ธาราพยายามคิดว่าที่แฟนสาวไม่เป็นตัวของตัวเองเพราะพลังจิตของอีกฝ่าย แต่ใจหนึ่งเขาก็รู้ดีว่าพลังเมื่อครู่ของชายชื่อมัจจุราชเพียงขุดความรู้สึกลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึกขึ้นมา หาใช่พลังแบบหลอนประสาททั่วไปที่บิดเบือนให้อีกฝ่ายหลงผิด พลังจากหลุมดำที่เหมือนแม่เหล็กดึงตัณหาอันดำมืดน่าอับอายของอีกฝ่ายให้โผล่ขึ้นมาพ้นเหนือผิวของความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
เมื่อเห็นแฟนหนุ่มนิ่งเงียบอย่างครุ่นคิดธันยาก็ยิ่งเป็นกังวลและรู้สึกผิดมากกว่าเก่า สองมือปิดหน้าแล้วเริ่มร้องไห้ ธารามองดูแฟนสาวอย่างอ่อนใจ ดึงแฟนสาวเข้ามากอดแล้วลูบศีรษะอย่างปลอบโยน แต่ในใจก็ยังคงครุ่นคิดถึงพลังของมัจจุราชเมื่อครู่ (ธาราไม่กล้าพอที่จะชำเลืองมองไปยังโต๊ะนั้น สัญชาตญาณเอาตัวรอดยังคงเตือนให้ธาราหนีห่างจากเขาให้ไกลที่สุด) หากไม่ได้คิดไปเอง ธาราเห็นว่าพลังความมืดที่แผ่ออกมาจากตัวของมัจจุราชมีบางส่วนที่คล้ายคลึงกันกับเงาของไคโยเต้ที่เคยเล่นงานแม่เขา
“เธอเคยได้ยินเรื่องมัจจุราชมาก่อนมั้ย” ธาราถาม
ธันยาสั่นศีรษะในอ้อมอก ตอบโดยไม่เงยหน้ามอง “ฉันแทบไม่รู้อะไรเลย แต่เคยได้ยินคุณอาพูดถึงนิดหน่อยว่า นักลวงจิตทุกคนต้องหนีให้ไกลจากมัจจุราช อย่างไม่มีข้อแม้ คุณอาคงคิดว่าพวกเราไม่มีวันได้เจอเขา เลยไม่ได้เล่าอะไรมาก”
“แต่เมื่อกี้เธอเดินเข้าไปหาเขา”
“ฉันไม่รู้ ฉันขอโทษ ฉัน...ฉัน… โอ้” ธันยาละล่ำละลัก
“ฉันเข้าใจ ไม่ใช่ความผิดเธอ แค่เธอปลอดภัยก็ดีแล้ว” ธาราพูดด้วยเสียงนุ่มนวลขึ้น
“แต่ฉัน...ทำให้เธอหึง” ธันยาพูดเสียงสั่น
ธาราประคองหน้าแฟนสาวขึ้นมามองตาเขา “ก็รักเธออยู่คนเดียว ไม่ให้หึงได้ไง ถ้าฉันรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่น เธอก็หึงใช่มั้ยล่ะ”
ธันยาพยักหน้า ธาราพูดต่อ “ห้ามรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนไหนอีกนะ ฉันหึงมาก”
ธารารู้ตัวว่าพูดไปอย่างนั้น ธรรมชาติความรู้สึกเป็นสิ่งที่ซ่อนได้แต่ห้ามไม่ได้ อย่างน้อยก็หวังว่าเธอจะซ่อนมันต่อหน้าเขา ทว่าการแสดงความหึงหวงก็ชวนให้ธันยารู้สึกวาบหวามใจเนื่องด้วยคนที่รักเห็นค่าของตน ธันยายกตัวขึ้นประทับจูบที่ปากของธาราครั้งหนึ่งแล้วยิ้มออกมา “ได้สิ ฉันสัญญา”
“แต่ฉันมีข้อสังเกตุ” ธาราเปลี่ยนเรื่อง “เป็นไปได้มั้ยว่ามัจจุราชจะเกี่ยวข้องกับไคโยเต้”
ธันยาขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ “ทำไมคิดอย่างนั้นล่ะ”
“ตอนที่แม่ฉันคลุ้มคลั่ง มีชั่ววูบหนึ่งที่ฉันเข้าไปในจิตใจของแม่แล้วสัมผัสกับเงาหมาป่า ตอนที่สวนประจักษ์กุลนั่นก็เหมือนกัน ฉันว่าลักษณะเงาหมาป่าคล้ายกับพลังความมืดของมัจจุราช”
ธันยาทำท่าอึกอัก “ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมัจจุราชเหมือนกัน พื้นฐานพลังกำเนิดมาจากความมืดเหมือนกันก็ไม่ได้หมายความว่ามาจากคนเดียวกันเสมอไป”
“ถ้านักแกะรอยสามารถแยกได้มั้ย” ธาราถามต่อ
“แบบอาธีระอาจจะทำไม่ได้ ของแกถนัดการระบุตำแหน่งพลังโดยเชื่อมกับความทรงจำ แต่ถ้าเป็นพี่ขาลอาจจะทำได้นะ เพราะถนัดการจำแนกและติดตามกลิ่น แต่ฉันว่าก็ยังยากอยู่ดี เพราะพลังที่อยู่ในสร้อยผ่านการดัดแปลงมามาก ใช้การสืบสวนผ่านระบบความทรงจำจะตามง่ายกว่า ถ้าสามารถจับกลิทช์การปลอมแปลงได้นะ”
ในความคิดของธารา แม้หลายคนจะมั่นใจในการจับกลิทช์ความทรงจำของน้าทอฝัน แต่ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเจอหลักฐานที่ย้อนแย้งและหาคำอธิบายไม่ได้ การจะลองขอให้ขาลช่วยธาราก็ยังไม่อาจวางใจ ยิ่งมัจจุราชดูท่าจะเป็นพวกเดียวกันกับขาลและอลิสาด้วยแล้ว
“แต่ไคโยเต้ก็คือไคโยเต้นะ มีตัวตนในอดีต และตอนนี้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ไคโยเต้กับมัจจุราชไม่ใช่คนเดียวกันแน่นอน แต่ถ้าจะบอกว่าเกี่ยวข้องกันมั้ย ฉันก็ไม่แน่ใจ”
ธาราพยักหน้า ค่อยๆ สงบความคิดของตัวเองลง เขารู้ดีว่าบางเรื่องคิดให้หัวแตกตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อย่าว่าแต่ปัจจุบันที่ความสามารถในการรับรู้เรื่องเวลาก็ยังรวน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดตอนนี้อาจจะเป็นกลลวงจิตของอลิสาเหมือนที่ธันยาสงสัยก็เป็นได้
“ช่างมันเถอะ มาสนุกกันดีกว่า” ธาราว่า พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างปลอดโปร่ง
ธันยาขมวดคิ้วอย่างสงสัย “มาอารมณ์ไหนของเธอเนี่ย นับถือความสามารถในการปล่อยวางของเธอจริงๆ
“โทษฐานที่ทำฉันหึง วันนี้เธอต้องตามใจฉัน” ธาราหัวเราะหึๆ
“ค่าา ที่รักขาา” ธันยาทำท่าออดอ้อนออเซาะแบบเกินพอดี จากนั้นก็หัวเราะคิกคักออกมา รอยยิ้มที่ปลอดโปร่งของธาราเมื่อครู่ทำให้เธอผ่อนคลายไปด้วย ลืมไปว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ใด