ตะวันกระพริบตาปริบๆหันไปมองนางพยาบาล
นางพยาบาลจ้องหน้าเขา
ตะวันมองหน้านางพยาบาลแล้วก็มองไปรอบๆตัวเขาคงจะฝันไปล่ะมั้ง เขามองพยาบาลแล้วก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ
นางพยาบาลมองตามแล้วก็หันไปตรวจคนไข้“คุณคะขอวัดไข้วัดความดันหน่อยนะคะ”
ตะวันเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำแล้วก็หยิบผ้าข้างอ่างล้างหน้ามาเช็ดหน้าเขาเลื่อนไปเช็ดที่คอแล้วก็สะดุดกับบางอย่าง เขาก้มลงดึงบางสิ่งบางอย่างที่คอออกมาดู
สร้อยสีเงินกับจี้ดวงจันทร์
“เฮ้ย!”เขาตะลึง! เงยหน้ามองเงาสะท้อนในกระจกแล้วก็ก้มลงมองสร้อยเส้นนั้น“อะไรกันเนี่ย...มันอยู่นี่ได้ไง!?” ก็เขาฝันไม่ใช่เหรอ...!?
พลัน!เขาก็ได้ยินเสียงเบาๆดังออกมาจากจี้ดวงจันทร์ว่า “ฝากนางด้วย”
เขาตะลึงอีกครั้ง
พอตั้งสติได้เขาก็ถอดสร้อยออก
“เฮ้ย!”ทำไมมันถอดไม่ออกล่ะ” เขาหมุนสร้อยวนไปรอบๆพยายามจะถอดออกแต่ก็ถอดไม่ได้เขาก้มมองหาตะขอ แต่ก็ไม่มี พยายามจะถอดให้ได้แต่ก็ทำไม่ได้เขาจึงตัดสินใจกระชากออก“โอ๊ย!” แต่สร้อยก็ไม่ขาดออกแถมเขายังเจ็บตัวอีก
“ถอดไม่ได้จนกว่าจะถึงเวลา”เสียงออกมาจากจี้ดวงจันทร์อีกครั้ง
ตะวันก้มมองจี้อย่างหงุดหงิด“โธ่โว้ย!” นี่ถ้าเขาเป็พวกขวัญอ่อนคงสติแตกไปแล้วแน่ๆ เขาเปิดประตูห้องน้ำ พลัน! ก็ได้ยินเสียงพยาบาลพูดว่า “ล้างแผลก่อนนะคะ”
“เจ็บเหรอคะ?ขอโทษค่ะ ทนแสบนิดนึงนะคะ เธอหยิบเบตาดีนให้ฉันหน่อยซิ”
ตะวันเปิดประตูเดินออกไปเขาเห็นพยาบาลกำลังล้างแผลให้เธออยู่ เขาตะลึง! เมื่อเห็นแผลบนแผ่นหลังบอบบางแล้วภาพที่เห็นเธอถูกเฆี่ยนตีอย่างทารุนก็แว๊บเข้ามา
มันเป็ความจริงอย่างนั้นเหรอ...?เขาจ้องแผ่นหลังบอบบางอย่างลืมตัว รอยแตกยับนับไม่ถ้วนเรือนร่างบางสั่นสะท้านทุกครั้งที่สำลีัักับาแ
“ทนนิดนึงนะคะเดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ” พยาบาลบอกขณะทายาให้
ตะวันขบกรามกำมือแน่นมันเป็คนแบบไหนกันถึงทำกับผู้หญิงตัวเล็กๆได้ถึงขนาดนี้น่ะ!ไอ้เลวชาติชั่วเอ้ย! เขาถอยกลับไปยืนพิงผนังห้องน้ำรอจนกว่าพยาบาลจะล้างแผลเสร็จตอนที่เห็นครั้งแรกเขาเห็นแค่นิดเดียวก็โกรธจนแทบอยากฆ่าไอ้คนที่ทำให้ตายคามือแต่พอได้เห็นชัดๆเต็มตา เขาก็อยากแล่เนื้อมันให้เป็หมื่นเป็แสนชิ้นให้สาสมกับความโหดร้ายทารุนของมัน
“เสร็จแล้วค่ะ”เสียงพยาบาลบอก สักพักเขาก็ได้ยินพยาบาลพูดว่า “หายไวๆนะคะ ดิฉันขอตัวก่อนค่ะ”
แล้วพยาบาลก็เดินออกมา“อุ๊ย!”
ทั้งสองคนยิ้มให้เขาแล้วก็พูดว่า“สวัสดีค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
ตะวันพยักหน้าทั้งสองคนก็เดินออกไป
แล้วตะวันก็เดินเข้าไปเขาเห็นเธอนอนตะแคง เขาก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ มองเธออย่างเงียบๆ
ผู้หญิงตัวเล็กๆต้องเผชิญกับความโหดร้ายทารุนขนาดนั้นเธอช่างน่าสงสารนัก เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเบาๆ
เ้าหญิงจันทราสะดุ้ง!ผงะออก
“ไม่ต้องกลัวนะครับผมจะดูแลคุณเอง ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น” ตะวันพูดปลอบเสียงนุ่ม
เ้าหญิงจันทรามองเขาอย่างหวาดระแวงแต่พอเห็นสายตาอ่อนโยนของเขา นางก็ยอมให้เขาลูบหัว นางหลับตาลงอย่างคลายความหวาดกลัวไออุ่นที่ลูบหัวอย่างทนุถนอมทำให้นางหลับอย่างง่ายดาย
สักพักใหญ่ตะวันเห็นเธอหลับไปแล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินไปกดโทรศัพท์ในห้องน้ำ
พอปลายสายรับสาย“มีไรวะไอ้วัน?”
“แกอยู่ไหนแล้ววะไอ้ยะ?”ตะวันถาม
“ฉันก็อยู่สนามบินซิวะรอขึ้นเครื่องอยู่เนี่ย” อารยะตอบ
“กี่โมง?”ตะวันถามอีก
“อีกชั่วโมงนึงว่ะ”อารยะตอบ
ตะวันก้มลงดูนาฬิกาข้อมือแล้วก็บอกว่า“แมร่งเอ้ย! แค่ชั่วโมงเดียวงั้นเหรอ?”
“ก็เออซิวะมีไรวะไอ้วัน” อารยะถามอย่างสงสัย
“ก็ถ้ามีเวลามากว่านี้ฉันก็อยากให้แกกลับมาที่โรงบาลก่อนไงแค่ชั่วโมงเดียวไปกลับก็ไม่ทันแล้วล่ะ” ตะวันบอก
“แกมีเื่ไรวะไอ้วัน?”อารยะถามอย่างรู้นิสัยเพื่อน
“คืองี้ว่ะ...” แล้วตะวันก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เพื่อนฟัง
“เฮ้ย!พระเ้าช่วยกล้วยทอดไหม้!”อารยะสบถหน้าเครียดหลังจากได้ฟังเื่ราวทั้งหมดแต่พอหันไปมองรอบๆตัวก็เห็นคนอื่นๆจ้องมาที่เขาเป็ตาเดียว “เอ่อ...ขอโทษครับไม่มีอะไรครับ”
คนอื่นเลิกสนใจแล้วก็หันไปทำกิจกรรมของตัวเองต่อ
แล้วอารยะก็พูดกับเพื่อนว่า“แมร่งเอ้ย! นี่ถ้าฉันเจอกับตัวเองอย่างที่แกเจอนะไอ้วันฉันนิมนต์หลวงพ่อโกยแล้วล่ะว่ะ”
“ฉันว่าแกกลับมาตั้งหลักก่อนไม่ดีกว่าเหรอ?”ตะวันบอก
อารยะส่ายหน้า“ไม่ล่ะ ยังไงฉันก็ต้องหายัยวาให้เจอให้ได้ ขอบใจนะ ส่วนเื่ค่าใช้จ่ายที่แกออกไปก่อนเดี๋ยวฉันจะโอนคืนให้ทีหลัง”
“เฮ้ย!เื่นั้นเอาไว้ก่อนเถอะ แต่แกจะไปตามหาทิวายังไงล่ะ?” ตะวันถามอย่างเป็ห่วง
“ก็ยัยวาหายไปตรงไหนฉันก็ไปหาตรงนั้นแหละ เริ่มจากตรงนั้นก่อนไง ฉันเชื่อว่ายังไงๆฉันต้องได้พบยัยวา”อารยะบอกอย่างมั่นใจ
ตะวันพยักหน้า “เอองั้นก็ขอให้แกเดินทางปลอดภัย โชคดีนะไอ้ยะ”
“แต๊งกิ้วไอ้วัน”อารยะบอกแล้วก็ตัดสายเขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วก็มองไปข้างหน้าอย่างมีความหวังเขาจะต้องหาน้องสาวให้พบก่อนที่วันลาหยุดจะหมดลง
ณ นครจันทรา
ทิวาตื่นขึ้นเพราะรู้สึกหิว“หิวข้าวจัง”
รัตติได้ยินเสียงเ้าหญิงก็รีบหันไปมอง“ท่านตื่นแล้ว”
ทิวาลุกขึ้นนั่งพลางลูบท้อง“เอ...ในฝันมันหิวขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ท่านหิวเหรอเ้าคะ”รัตติเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าข้างเตียง
ทิวาพยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวข้าไปยกอาหารมาให้ท่านนะเ้าคะ”รัตติบอกแล้วก็ลุกไป
รัตตาก็เดินเข้าไปคุกเข่าข้างเตียงอีกด้านแล้วก็บอกว่า“เชิญเ้าค่ะ” นางผายมือไปที่โต๊ะริมหน้าต่าง
ทิวามองตามแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งที่เก้าอี้พลางมองออกไปนอกหน้าต่างเธอเห็นต้นไม้เหี่ยวเฉาก็รู้สึกหดหู่
รัตติถือถาดอาหารเข้ามานางวางอาหารลงบนโต๊ะ “วันนี้มีซุปข้าวโพดกับขนมปังเ้าค่ะ”
ทิวามองดูอาหารอย่างรู้สึกหิว“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดแล้วก็หยิบช้อนมาตักซุปกิน
รัตติชะงัก!ที่ได้ยินเ้าหญิงพูดว่าขอบคุณค่ะ นางหันไปมองหน้าแม่อย่างประหลาดใจ
รัตตามองเ้าหญิงอย่างประหลาดใจปกติเ้าหญิงเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น เหตุใดวันนี้ท่านจึงได้พูดจาเช่นนี้เล่า
ทิวากินซุปหมดแล้วก็บิขนมปังกินต่อเพียงครู่เดียวเธอก็จัดการอาหารหมดเรียบ แล้วเธอก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดกับทั้งสองคนแล้วก็ลุกขึ้นยืน
ทั้งสองคนมองเ้าหญิงอย่างประหลาดใจ
ทิวามองไปรอบๆแล้วก็บอกว่า“ออกไปเดินเล่นดีกว่า”
ทั้งสองตะลึง!“เดินเล่น!”
แล้วทิวาก็เดินไปที่ประตูที่เห็นรัตติเดินออกไปยกอาหารมาเธอเปิดประตูออกแล้วก็เดินไปตามทางเดิน
เธอมองไปรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจปราสาทใหญ่สวยงาม “โห...ฝันเหมือนจริงมาก ทั้งรูปรสกลิ่นเสียงฝันสี่มิติเลยใช่มั้ยเนี่ย อะไรจะฝันเป็จริงเป็จังได้ขนาดนี้ล่ะเนี่ย ว๊าว!สุดยอดเลย” เธอลูบผนังไปอย่างตื่นเต้น
เธอเดินไปตามทางเดินแล้วก็ลงบันไดไปข้างล่างพลัน! เธอก็ได้ยินเสียงร้อง “โอ๊ย!”
เธอหันไปมองขวับ
“นังซุ่มซ่าม!รีบเช็ดให้สะอาดเชียว!”
ผู้ชายสองคนกำลังเงื้อแส้ฟาดใส่ผู้หญิงคนหนึ่ง“โอ๊ย!ๆ”
“เฮ้ย!ไรง่ะ!?” ทิวาใรีบเดินไปดูทันที “หยุดนะ!” เธอตวาดลั่น
ผู้ชายสองคนนั้นชะงัก!หันมามอง “เ้าหญิงจันทรา” แล้วทั้งสองก็หันไปเฆี่ยนผู้หญิงคนนั้นต่อ ขวับ!ๆ “โอ๊ย!ๆ”
ทิวาโกรธเืขึ้นหน้าเธอวิ่งเข้าไปผลักผู้ชายคนที่อยู่ใกล้ที่สุด “หยุดนะ!ไอ้พวกชั่วรังแกผู้หญิง!”
“โอ๊ะ!”ผู้ชายคนนั้นเซไป แล้วก็หันขวับมามองอย่างโกรธจัด “เ้ากล้าผลักข้ารึ!”
“เออซิ!”ทิวากระแทกเสียงตอบพลางชี้หน้าด่า “ไอ้พวกหน้าตัวเมียรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้!พวกแกมันเลวยิ่งกว่าสัตว์ซะอีก!”
“เ้าหญิง”ผู้หญิงคนนั้นเรียกอย่างเป็ห่วงปนซึ้งใจที่เ้าหญิงเข้ามาปกป้องตัวเอง
ผู้ชายสองคนมองอย่างโกรธจัดที่ถูกด่า“เ้าหญิงจันทรา!” แล้วคนหนึ่งก็เงื้อแส้ฟาดสุดแรง ขวับ!
ทิวาเบี่ยงตัวหลบอย่างว่องไวมือก็คว้าปลายแส้กระชากสุดแรง
แส้หลุดจากมือชายคนนั้น“โอ๊ะ!”
แล้วทิวาก็ใช้อีกมือคว้าด้ามแส้หมับต้องขอบคุณกีฬายิมนาสติกที่ทำให้เธอมีทักษะในการใช้แส้
พอมีแส้อยู่ในมือเธอก็ฟาดใส่ผู้ชายคนนั้นขวับ! “โอ๊ย!”
แล้วทิวาก็ฟาดแส้ใส่ผู้ชายอีกคนขวับ! “โอ๊ย!”
ทั้งสองมองอย่างโกรธสุดขีด“เ้ากล้าเฆี่ยนพวกข้า ข้าจะเฆี่ยนเ้าให้สลบเชียว! เ้าหญิงจันทรา!”
“มีอะไรรึ?”เสียงหนึ่งถามพร้อมกับเ้าของเสียงก้าวเข้ามา
ทั้งหมดหันไปมอง
“าาภากร”ผู้ชายสองคนรีบก้มหัวให้
ทิวาชะงัก!ผู้ชายคนนี้อีกแล้วเหรอ...?
ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็มีท่าทีหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา
“นางแย่งแส้ข้าไปแล้วยังเฆี่ยนพวกข้าอีก”ผู้ชายทั้งสองคนบอกเหมือนจะฟ้อง
าาภากรมอง ‘เ้าหญิงจันทรา’อย่างไม่พอใจ “ดูท่าทางว่าเ้าคงจะลืมความเ็ปไปแล้วกระมังถึงได้กล้าหาเื่ใส่ตัวเช่นนี้น่ะ”
ทิวารู้สึกกลัวแต่ก็เชิดหน้าสู้“แล้วจะทำไม? จะสามรุมหนึ่งรึไง?” เธอกำแส้แน่น ทำใจสู้ เอาวะ!ตายเป็ตาย!
าาภากรประหลาดใจกับคำพูดของนางเขาแบมือออกก็ปรากฏแส้ขึ้นมา แล้วเขาก็ฟาดขวับ!
ทิวาะโถอยหลังหลบฉับพลัน! ตรงที่เธอเคยยืนอยู่ก็ปรากฏสิงโตสีทองขึ้น สิงโตตัวนั้นงับปลายแส้เอาไว้
“ท่านมาขวางข้าทำไม?”าาภากรถามเทพสุริยะในร่างจำแลง
เทพสุริยะคายแส้ออกแล้วก็พูดว่า“ข้าก็แค่ถูกใจนาง”
ทิวามองสิงโตตัวนั้นอย่างตะลึง! “สิงโต!” ตัวเบ้อเริ่มเทิ้มเลยด้วย
าาภากรมองเทพสุริยะอย่างไม่พอใจ
แล้วเทพสุริยะก็หันขวับไปกระโจนงับคอเสื้อทิวาหมับ!
“ว๊าย!”ทิวาใร้องลั่น! กลัวสุดขีดก็สิงโตตัวเบ้อเริ่มเทิ้มกระโจนใส่ไม่กลัวก็บ้าล่ะ
เทพสุริยะงับคอเสื้อทิวาแล้วก็คาบวิ่งออกไปจากปราสาท
“ว๊าย!”ทิวากรีดร้องลั่น! ตายแน่!ฉันโดนสิงโตเขมือบชัวร์!!!
าาภากรฟาดแส้ลงพื้นอย่างไม่พอใจ“ชิ!”
ผู้ชายสองคนรีบเดินเลี่ยงไปทันทีก็จะอยู่ให้โดนลูกหลงรึไง
ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็รีบหลบไปเช่นกัน
เทพสุริยะวิ่งออกไปที่ทุ่งหญ้าแห้งแล้งแล้วก็ปล่อยทิวาลง
ทิวาตัวสั่นเทากอดตัวเองก้มหน้าคู้ตัวจนคล้ายตัวนิ่มกลมๆที่ป้องกันตัวด้วยการขดตัว
เทพสุริยะใช้ขาหน้าเขี่ยต้นแขนอีกฝ่าย“นี่เ้า เงยหน้าซิ”
“ไม่นะอย่ากินฉันนะ ฉันไม่อร่อยหรอก ฉันทั้งผอมทั้งแห้งไม่มีเนื้อให้แกกินหรอกนะ”ทิวาะโบอกอย่างหวาดกลัวทั้งๆที่ยังคู้ตัวอยู่อย่างนั้น
เทพสุริยะนึกขำก็แกล้งแหย่ว่า“ผอมๆแห้งๆแบบนี้ล่ะข้าชอบนัก เคี้ยวแต่ละทีอร่อยอย่าบอกใครเชียว”
ทิวาสะอึก!“เหวอ...ตายแน่ฉ้าน!”
เทพสุริยะหัวเราะ“ฮ่าๆๆๆ” แล้วก็บอกว่า “ข้าไม่กินเ้าหรอก เงยหน้าหน่อยซิ”
ทิวาชะงัก!“ไม่กินจริงๆนะ” เธอเหลือบมองอย่างหวาดกลัว พลางคิดในใจว่า สิงโตพูดได้ด้วย...ก็ฝันนี่เน้อ...
เทพสุริยะพยักหน้า“ข้าไม่กินเ้าหรอก ข้าจะเก็บเ้าเอาไว้เลี้ยงให้อ้วนๆแล้วค่อยกิน”
ทิวาสะอึก!“ง่ะ!”
“เ้าเป็ใครกันหรือเ้าเด็กน้อยเ้าไม่ใช่เ้าหญิงจันทรา” เทพสุริยะถามพลางจ้องมองนาง
ทิวาเงยหน้ามองสิงโตตัวเท่าม้าอย่างงงๆ“อ้าว...จะไม่ใช่ได้ไง? ใครๆก็เรียกฉันว่าเ้าหญิงจันทราทั้งนั้นนี่น่า”
“แค่กลิ่นก็ไม่ใช่แล้วเ้าเด็กน้อยเ้าอาจจะหลอกใครๆได้ แต่หลอกข้าไม่ได้หรอกนะ” เทพสุริยะพูดแล้วก็เดินเข้าไปจ้องหน้านางเขม็ง
ทิวาผงะออก“อึ๋ย...” ก็เธอกลัวโดนกัดนี่น่า
“แล้วใครล่ะเ้าหญิงจันทรา”เธอย้อนถามอย่างอยากรู้
เทพสุริยะวาดขาหน้าเป็วงกลมกลางอากาศพลัน! ก็ปรากฏภาพเ้าหญิงจันทราขึ้น
ทิวามองภาพนั้นเคลื่อนไหวไปเหมือนกำลังดูทีวีจมูกก็ได้กลิ่นหอมแรง กลิ่นคล้ายกับดอกซ่อนกลิ่น
“นี่แหละเ้าหญิงจันทรา”เทพสุริยะบอก “ส่วนเ้าถึงจะเหมือนแต่ก็ไม่ใช่ แค่กลิ่นก็ต่างกันแล้วเสื้อผ้าเ้ามีกลิ่นดอกจันทราแต่ก็ไม่อาจจะกลบกลิ่นของตัวเ้าได้”
ทิวาก้มลงดมตัวเองอย่างงงๆ“ฉันมีกลิ่นตัวด้วยเหรอ ตายแล้ว กลิ่นคงเหม็นฉึ่งแน่ๆเลย”
เทพสุริยะส่ายหน้า“ไม่ใช่กลิ่นเหม็น แต่เ้ามีกลิ่นหอมที่ข้าไม่รู้จัก ข้าไม่อาจจะบอกได้ว่ากลิ่นเ้าเหมือนกับสิ่งใดในดินแดนมายา”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ