ตอนที่ 185 ยอมรับความพ่ายแพ้หรือยัง?
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
วินาทีที่ดัชนีของเฟิร์สถูกชี้ออกไปด้วยท่วงท่าที่เรียบง่าย ฟ้าดินพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น อากาศเคลื่อนไหวอย่างปั่นป่วน บางสิ่งแทงทะลุอากาศออกมา กลายเป็นกระบี่นับหมื่นเล่มพุ่งทะยานออกไป
โครม!
ภาพนี้น่าตกใจเกินจินตนาการ แม้แต่ผู้อาวุโสทั้งห้าก็ยังอกสั่นขวัญแขวน
พลังรบที่ปะทุออกมาแทบไม่ด้อยไปกว่าพวกเขาในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
‘เขามีพลังรบในระดับแรงค์ SSS จริงๆ’
‘แต่ถ้ามีดีเพียงแค่นี้ก็ไม่ควรค่าที่จะต่อรอง’
เหล่าผู้อาวุโสลอบสื่อสารกัน
ช่วงเวลาต่อมาคลื่นกระบี่นับหมื่นพลันถาโถมเข้าใส่คนทั้งห้า
เฟิร์สที่เห็นว่าพวกเขาปะทุพลังที่แข็งแกร่งออกมาได้จึงไม่ได้ออมมือเลยแม้แต่น้อย
คนทั้งห้าปะทะกับคลื่นกระบี่เข้าเต็มๆ แต่พวกเขาที่ได้การเสริมอำนาจจากเปลวไฟตะเกียงจ้าวพายุของหญิงชราจึงสามารถใช้อำนาจต่อต้านการโจมตีนี้ได้
อสูรยักษ์ที่มีร่างกายใหญ่โตพุ่งไปด้านหน้าปะทะเข้ากับคลื่นกระบี่นับหมื่นเข้าตรงๆ มันใช้ตัวเองเป็นโล่เนื้อ ผู้อาวุโสเฒ่าหัวล้านยังคงดีดกีต้าเสริมพลังให้กับมันอย่างต่อเนื่อง นี่คือข้อได้เปรียบจากการสร้างอสูรขึ้นมาจากคลื่นเสียง
อสูรยักษ์ตนนี้ร้ายกาจเสียยิ่งกว่าเต่ายักษ์แรงค์ SSS ที่เฟิร์สเคยปะทะมาก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ำ
เพราะความใหญ่โตของมันจึงทำให้ ผู้อาวุโสเฒ่าอีกสามคนสามารถซ่อนอยู่เบื้องหลังของมันได้ พวกเขาทั้งสามเป็นสายต่อสู้โจมตีประชิดจึงใช้โอกาสนี้เข้าใกล้เด็กหนุ่มเพื่อโจมตี
พวกเขาทั้งห้าผสานการโจมตีกันได้อย่างยอดเยี่ยมมาก
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าพวกเขาได้กล่าวเตือนเฟิร์สในข้างต้นว่าไม่ควรให้พวกเขาร่วมกันโจมตี เพราะหากรับมือทีละคน ด้วยกระบวนท่าแรกของเฟิร์สก็คงไม่อาจมีคนใดสามารถต้านได้แล้ว
ปัง! ปัง! ปัง!
ร่างของอสูรยักษ์ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นผู้อาวุโสที่ดีดกีต้าควบคุมอยู่ด้านหลังก็ส่งพลังคลื่นเสียงเสริมกำลังเพื่อให้ร่างกายของมันฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
เฟิร์สยังคงสงบนิ่งเหมือนดั่งเริ่มแรก เขาปล่อยให้อสูรยักษ์รุกคืบเข้ามาและรู้ด้วยว่าคนแก่พวกนี้มีแผนการอย่างไร
‘หากพวกเขาต้องการต่อสู้ระยะประชิด ฉันก็จะให้พวกเขาได้สู้’ เด็กหนุ่มคิดในใจ
เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่นานอสูรยักษ์ก็เข้าสู่ระยะที่จะทำให้สามคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเผยตัวออกมา แต่ถึงอย่างนั้นร่างอันใหญ่ยักษ์ของมันก็ได้รับบาดเจ็บจนแทบจะสิ้นสภาพการต่อสู้แล้ว ชายชราหัวล้านที่อยู่ด้านหลังใบหน้าซีดเซียวท่าทางดูหมดแรงจนแทบจะยกกีต้าขึ้นมาดีดไม่ไหว
แล้วช่วงเวลาของเวเนเตอร์สายต่อสู้ประชิดก็เริ่มขึ้น คลื่นกระบี่ยังคงรุนแรง ทว่าผู้การภาวินกลับระเบิดความแข็งแกร่งที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงสีน้ำเงิน ฝ่าทะลวงออกไป
ในทุกๆ ครั้งที่กระบี่ร่อนแทงเข้ามา หมัด เท้า เข่า ศอก ของเขาจะเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง สามารถทำลายกระบี่เหล่านั้นได้หมดสิ้น เคลื่อนที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างอหังการเป็นอย่างมาก
ไม่เท่านั้นสเต็ปการก้าวเท้าของเขายังแปลกประหลาด ในทุกๆ ก้าวสามารถเข้าประชิดได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานร่างนั้นก็มาถึงด้านหน้าของเฟิร์ส ส่งหมัดที่ทำให้เกิดพลังทำลายล้างจนอากาศยุบตัวลง ส่งเสียงระเบิดดังกึกก้องไม่ต่างกับเสียงของปืนใหญ่
ปัง!
หมัดนี้ดุดันและรุนแรงเป็นอย่างมาก มันพุ่งเข้าสู่จุดตายของเฟิร์สอย่างแม่นยำ
แต่ทว่าเด็กหนุ่มกลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเช่นกัน ดัชนีชี้ออกไปในตำแหน่งเดียวกันอย่างเรียบง่าย กลายเป็นพลังกระบี่พุ่งปะทะระเบิดอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ยอเขาพระสุเมรุ!
ผู้การภาวินก้มศีรษะโยกหลบกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสืบเท้าขวาไปข้างหน้าความเร็วไม่ต่างลูกธนูที่พุ่งออกจากแล่ง ในจังหวะนั้นเองหมัดขวาที่ทรงพลังก็ถูกชกตรงไปที่ปลายคางของเด็กหนุ่ม เป็นการหลบการโจมตีแล้วสวนกลับที่น่าหวาดกลัว
“มาได้ดี” เฟิร์สเอ่ยอย่างยิ้มๆ ก่อนจะใช้ดัชนีปัดหมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างเรียบง่าย
ปังงงงงง
เสียงของพลังทั้งสองปะทะกันดังสะท้อนก้องกังวาน
“ระวังด้วยนะครับ” น้ำเสียงที่ดูสุภาพเอ่ยออกมาอีกครั้ง
มืออีกข้างหนึ่งทำเป็นดัชนีพุ่งเข้าใส่กลางอกของผู้การภาวินอย่างรวดเร็ว
ปัง! ปัง! ปัง!
หนึ่งดัชนีอันเรียบง่ายกลับปะทุพลังที่อัดเข้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า
กระบี่ของเฟิร์สพุ่งเข้าสู่กลางอกโดยไม่มีเจตนาฆ่าแต่อำนาจความรุนแรงกลับระเบิดออกมานับไม่ถ้วน
เสี้ยววินาทีนั้นผู้กองภาวินก็สัมผัสได้ถึงวินาทีแห่งความตาย แต่รับการโจมตีครั้งแรกและครั้งต่อๆ ไปก็รู้แล้วว่าเด็กหนุ่มไม่ต้องการทะลวงร่างของเขา ไม่เช่นนั้นแล้วการโจมตีในครั้งนี้อาจเป็นอันตรายถึงระดับคุกคามต่อชีวิต
ร่างของผู้กองภาวินถูกกระบี่กระแทกจนลอยกระเด็นออกไปหลายๆ ครั้งราวกับเขาถูกโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งๆ ที่จริงแล้วเด็กหนุ่มนั้นลงมือเพียงครั้งเดียว
ดวงตาของผู้อาวุโสเหล่านั้นเบิกกว้างมองภาพนี้อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ตื่นตะลึงได้นานนัก
ลำแสงสีน้ำเงินสองสายก็พุ่งเข้าไปขนาบเด็กหนุ่ม มันรวดเร็วมากราวกับเป็นการเคลื่อนไหวของภูติผี
พวกเขาก็คือชายชราสองแฝดนั่นเอง หอกทั้งสองโจมตีประสานออกมาพร้อมกัน
ตอนนั้นเองเฟิร์สก็รู้สึกเหมือนยอดเขาที่แหลมคมสองลูกพุ่งเข้าขนาบทั้งสองข้าง อำนาจหอกระเบิดพลังกดดันออกมาถึงขีดสุด อากาศถูกบดขยี้ระเบิดเสียงดังตูมตาม
พวกเขาทั้งสองไม่ได้ดูถูกเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย จึงระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่
ต้องรู้ไว้ว่ากระบวนท่านี้มีอำนาจเพียงพอที่จะคุกคามแรงค์ SSS เมื่อปลดปล่อยออกมาพวกเขาเองก็ไม่อาจจะหยุดยั้งมันได้ด้วย
นั่นหมายความว่าพวกเขาเชื่อในฝีมือของเด็กหนุ่มไม่น้อย จึงกล้าที่จะใช้กระบวนท่าทำลายล้างอันน่าหวาดหวั่นนี้ออกมา
แน่นอนว่าเฟิร์สย่อมรับรู้ถึงแรงกดดันของกระบวนท่านี้ หอกทั้งสองด้านมีอำนาจเพียงพอที่จะบดขยี้ภูเขาทั้งลูกให้กลายเป็นผุยผง
เขาจึงไม่สามารถประมาทต่อกระบวนท่านี้ได้
เด็กหนุ่มไม่ลังเลที่จะประกบดัชนีทั้งสองเข้าหากัน ดวงตาของเขาสว่างวาบดุจเปลวไฟสีเงินอันร้อนแรง ก่อนจะกางแขนทั้งสองข้างออกไปอย่างรุนแรง
วิถีกระบี่ที่สาม - กระบี่เปลวเพลิง!
วูมมมมมมมมมม
วินาทีที่แขนทั้งสองข้างถูกกางออกไป พื้นที่ว่างรอบๆ ข้างก็เกิดการพังทลาย กระบี่ที่อาบย้อมด้วยเปลวเพลิงสีเงินนับไม่ถ้วนปรากฏออกมา พวกมันหมุนวนจนกลายเป็นพายุกระบี่คลั่ง เปลวเพลิงสีเงินโอบล้อมหมุนวนโดยมีเด็กหนุ่มเป็นศูนย์กลาง
จากนั้นพายุกระบี่เพลิงนี้ก็ขยายออกไป
ใหญ่ขึ้น!
และใหญ่ขึ้น!
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
โครม!
อำนาจพลังทำลายล้างของมันยิ่งใหญ่มาก พลังหอกประสานที่ขนาบเข้ามาทั้งสองข้างถูกทำลายในทันที
ร่างของชายชราแฝดทั้งสองกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง
เฟิร์สรีบสงบจิตใจและยับยั้งกระบวนท่านี้ ไม่เช่นนั้นแล้วผู้อาวุโสเหล่านี้คงมีภัยคุกคามถึงชีวิต
การฝึกฝนกระบี่จุดสำคัญคือการควบคุมกระบี่ได้ดั่งใจ สำนึกกระบี่ของเฟิร์สฝึกมาถึงขั้นผสานจิตวิญญาณได้แล้ว นั่นหมายความว่าเขามีพลังสมาธิที่มากพอที่จะยับยั้งกระบวนท่านี้เอาไว้ได้
ผู้ใช้กระบี่กับผู้ฝึกฝนกระบี่เองก็แตกต่างกันที่จุดนี้ ผู้ใช้กระบี่บางคนไม่มีความเข้าใจในกระบี่ ฝักใฝ่แต่อำนาจทำลายล้าง มุ่งหวังกระบวนท่าที่จะโจมตีรุนแรงมากที่สุดโดยลืมนึกถึงการควบคุม นั่นจึงทำให้ผู้ใช้กระบี่ส่วนใหญ่เมื่อออกกระบี่ไปแล้วไม่สามารถยับยั้งกระบี่ของตนเองได้ และถึงแม้จะยับยั้งได้แต่ก็ต้องได้รับบาดเจ็บจากพลังสะท้อนกลับเพราะพวกเขายังควบคุมไม่ดี
แต่สำหรับผู้ฝึกฝนกระบี่แล้ว การเรียกใช้กระบี่หรือเก็บกระบี่ก็เป็นเพียงแค่การใช้ความคิด
วูม!
พายุกระบี่ของเฟิร์สหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าพวกมันทั้งหมดเป็นเพียงแค่ภาพมายา
ทว่าชายชราทั้งสามคนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นกลับเป็นข้อพิสูจน์เป็นอย่างดีว่าจริงๆ แล้วทุกอย่างนั้นคือความจริง
“พวกคุณยอมรับความพ่ายแพ้แล้วใช่หรือไม่?” เฟิร์สเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ
นับตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่ได้ขยับเคลื่อนไหวไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว
ผู้ชมอย่างรองผู้การหญิงชราและชายหัวล้านต่างอ้าปากค้าง คางยานจนจะถึงพื้น
“มะ ... ไม่ใช่ว่าเขาเป็นผู้ใช้พลังจิตหรอกหรอ? ทำไมเขาถึงได้เก่งกาจในการต่อสู้ประชิดขนาดนี้?” รองผู้การหัวล้านเอ่ยอย่างตื่นตะลึง
โดยปกติแล้วผู้ใช้พลังจิตมักจะพ่ายแพ้ให้กับการโจมตีประชิด เพราะอย่างนั้นในตอนแรกพวกเขาจึงมั่นใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าพวกเขามีผู้โจมตีระยะประชิดถึงสามคนด้วยกัน
แต่ทว่าในตอนนี้
พวกเขากลับพ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่ม