องครักษ์หญิงอู่เสีย กับ องค์ชายสิบสี่ รีบทักทายกับนาง แล้วขอให้นางช่วยพูดกับองครักษ์ฝ่ายในให้ที เพราะว่าไป๋เซียงมีศักดิ์เป็นน้องสาวของ พระสนมไป๋ที่มีอำนาจที่สุดในวังหลัง
“ เจ้าคือศิษย์น้องเจ็ดของข้ารึ?” ไป๋เซียงมองราเชน ตาไม่กระพริบ เหมือนจะค้นหาความจริงอะไรบางอย่าง เป็นราเชนที่ยิ้มแล้วเอ่ยราวกับไม่มีอะไร
“ ศิษย์พี่หก ข้าคือ ถูเฟย” ราเชนมอบป้ายถูเฟยของเทพโอสถเทียนซานให้นางดู
“ อืม...ข้าได้ยินพี่ใหญ่ พี่รองเล่าเรื่องของเจ้ามาแล้ว ตอนนี้ข้าก็กำลังจะไปที่ตำหนักพระสนมเซียว พวกเราเดินทางไปพร้อมๆ กันเลย” ไป๋เซียงหันไปพูดกับองครักษ์ฝ่ายใน ซึ่งพวกมันก็รีบเชิญทั้งหมดเข้าวังหลังในทันที
“ ต้องขอบคุณ แม่นางไป๋มาก หากไม่ได้ท่าน พวกเราคงแย่” องครักษ์อู่เสียเอ่ยอย่างเกรงใจ
“ เล็กน้อย วังหลังมีกฏห้ามบุรุษภายนอกเข้าวัง เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ข้าเพียงแต่บอกว่า เขาคือศิษย์น้องของข้า อีกอย่างข้าก็อยากจะพบกับเขาอยู่พอดี”
ไป๋เซียงหันมามองหน้าราเชน ที่กำลังคิดว่า จะหาทางแก้แค้นนางผู้นี้อย่างไรดีที่เคยเอามีดทิ่มที่อกของเขา
แต่พอทุกคนไปถึง ตำหนักพระสนมเซียว ก็พบว่า หมอหลวงถูอี้ ถูเอ้อหนาน องค์หญิงจางเซี่ยน นั่งพูดคุยอยู่กับ พระสนมเซียวอยู่พอดี
“ เสด็จแม่ นี่เกิดอะไรขึ้น” องค์ชายเข้าไปใกล้พระสนมเซียว ที่หน้าซีด คล้ายจะเป็นลม นางกำนัลคนสนิทที่ยืนใกล้ชิดรีบเอ่ยทันทีว่า
“ พระสนมมีอาการปวดท้องรุนแรง มากขึ้น ตอนนี้ขาข้างขวาไม่อาจก้าวเท้าเดินได้หม่อมฉันเลยเชิญหมอหลวงมาช่วยรักษา”
หมอหลวงถูอี้ก็เอ่ยว่า
“ อาการของพระสนม ข้าเองก็ไม่แน่ใจถึงสาเหตุของโรค จึงได้เชิญองค์หญิงและศิษย์น้องมาช่วยกันดู รวมทั้งบอกให้ศิษย์น้องหกมาด้วย นึกไม่ถึง ศิษย์น้องเจ็ดจะมาพอดี”
“ เสด็จแม่ เป็นมานานแล้วหรือยัง คราวก่อนไม่เห็นหนักขนาดนี้เลยนี่”
“ แม่ไม่เป็นอะไรมากหรอก พวกเขาตื่นเต้นกันไปเอง”
หมอหลวงถูอี้ให้ถูเอ้อหนาน ไป๋เซียง องค์หญิงจางเชี่ยน และ ราเชนไปพูดคุยกันข้างนอกโดยให้องครักษ์หญิงอู่เสีย อยู่เป็นเพื่อนพระสนม ส่วนองค์ชายสิบสี่และนางกำนัลวัยสี่สิบปีมาร่วมฟังอยู่ด้วย
“ ข้าตรวจสอบเลือดของพระสนมพบว่า มีคราบสีเหลืองเคลือบอยู่ บนหยดเลือด
พระนางอาเจียนออกมามาก คล้ายอวัยวะภายในไม่ทำงาน ข้าเกรงว่า พระนางอาจจะแพ้อาหารบางอย่าง” หมอหลวงเปิดเผยอาการออกมาให้ทุกๆ คนฟัง
“ พระสนมกินอาหารอะไรที่ผิดปกติจาก กิจวัตรประจำวันหรือไม่” ถูเอ้อหนานเอ่ย
“ ไม่มี อาหารที่โรงครัวทำส่งมา ทุกตำหนักก็ได้กินเหมือนๆ กัน แต่ทำไมพระสนมจึงมีอาการเช่นนี้เพียงคนเดียว”
“ จากแค่เจ็บท้อง อาเจียน ทำไมลามไปถึงขวาด้านขวาเดินไม่ได้ด้วย” ไป๋เซียงสงสัย
“ หากกดไปที่ท้องน้อยด้านขวา พระสนมมีอาการปวดท้องจนสะดุ้งเลยใช่ไหม?” ราเชนเอ่ยถามตรงๆ
“ ใช่ พระสนมเวลาปวดท้อง แต่พอกดที่ท้องเบาๆ ก็เจ็บจี๊ดทันทีเลย”
“ ไส้ติ่งอักเสบ” เสียงราเชนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันกับ องค์หญิงจางเชี่ยน
ทั้งหมดมองหน้าทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ ราเชนก็มองหน้าองค์หญิงจางเชี่ยนคล้ายสงสัยเช่นกัน
“ ไส้ติ่ง คืออวัยวะส่วนไหนกันแน่” หมอหลวงถูอี้เอ่ยถามแทนทุกๆ คน
“ ไส้ติ่ง มันอยู่ที่ลำไส้ใหญ่ส่วนต้น หรือ ลำไส้เล็กส่วนปลาย หากมันเริ่มอุดตัน จะมีอาการเริ่มต้นคือ จุก แน่นท้องและ เบื่ออาหาร”
“ ใช่ ใช่ พระสนมตอนแรกก็มีอาการอย่างที่ท่านหมอน้อยพูด” ทุกๆ คนยิ้มกับคำว่าหมอน้อย ส่วนราเชนยังมีสีหน้าเคร่งขรึม แล้วใช้พู่กันเขียนตำแหน่งของไส้ติ่งให้ทุกๆ คนดู แล้วก็พูดต่อไป
“ ระยะที่สอง คือ ไส้ติ่งเริ่มบวม คนไข้จะเริ่มปวดบริเวณชายโครงล่างด้านขวา ยิ่งขยับตัวก็จะเจ็บปวดมากขึ้น กินยาก็ไม่หาย”
“ ใช่เลย พระสนมเป็นดั่งที่ท่านว่าจริงๆ ด้วย โอ้..นี่ท่านเป็นหมอตาทิพย์เลยหรือไง”
ราเชนไม่สนใจนางกำนัล แต่พูดต่อไปว่า
“ ระยะที่สาม คือ ระยะไส้ติ่งเริ่มอักเสบ และจะลามไปทั่วบริเวณรอบๆ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อน่องสะโพกด้านขวา จะทำให้ไม่สามารถลงน้ำหนักที่เท้าขวาได้”
“ ใช่ อาการที่พระสนมเป็นอยู่ตอนนี้ ศิษย์น้องเล็ก นี่เจ้ารู้ได้ยังไง และมีทางรักษาได้ไหม” หมอหลวงถูอี้ เอ่ยอย่างยินดี
“ ข้ากับอาจารย์ผ่าศพคนที่มีอาการเช่นนี้ไปหลายคน จนอาจารย์ค้นพบว่า มีทางเดียวที่จะรักษา คือ ผ่าตัดเอาเจ้าไส้ติ่งนี้ออกเท่านั้น หากไม่ทำเช่นนี้ ต่อให้ยาสมานแผลสิบทิศ หรือ ยาเม็ดคืนชีพ ก็ไม่อาจช่วยได้”
“ ผ่าตัด อาจารย์ยังไม่เคยสอนข้าเลย แล้วจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าเจ้าไส้ติ่งมันอยู่ตรงไหนกันแน่ ร่างกายของพระสนมจะเหมือนกับซากศพที่เจ้ากับอาจารย์เคยผ่ามาแล้วหรือไม่” ถูเอ้อหนานเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ
“ ไม่มีวิธีอื่นเลยรึ?” องค์ชายสิบสี่ยืนฟังด้วยหัวใจที่เต้นแรง แต่ก็กัดฟันถามออกไป
“ ไม่มี มีวิธีนี้วิธีเดียว”
“ พระสนมคงทนพิษบาดแผลไม่ไหวแน่” ไป๋เซียงเอ่ยออกมา
“ หากว่ามียาชา หรือ ยาฆ่าเชื้อละก็ น่าจะทำได้” องค์หญิงจางเชี่ยนเอ่ยออกมาเบาๆ
“ ยาชา ยาฆ่าเชื้อคืออะไร” หมอหลวงถูเอ่ยอย่างสงสัย
“ เอ้อ.. มันคือยาที่อาจารย์ของข้ามีเก็บเอาไว้ แต่ว่า ข้าไม่มีของพวกนี้”
ทุกๆ คนต่างก็ส่ายหน้า ราเชนกลับมองหน้าองค์หญิงจางเชี่ยนอย่างสงสัย เพราะมีแต่คนที่มาจากโลกของเขาเท่านั้นที่จะพูดถึงยาชา และ ยาฆ่าเชื้อ
“ ศิษย์น้องเล็ก เจ้ามั่นใจแค่ไหน ในการผ่าตัดรักษา” ไป๋เซียงเอ่ยออกมา ซึ่งทุกๆ คนก็พยักหน้าอยากรู้
“ ข้ามั่นใจในการรักษาของข้า หากว่า อาการอักเสบมันแพร่ไปที่ต้นขาขวาเท่านั้น หากมันแพร่เชื้อไปกว่านี้ อาจถึงแก่ชีวิตได้ เมื่อถึงเวลานั้น ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
องค์ชายสิบสี่ตอนนี้คุกเข่าต่อหน้า ราเชน แล้วบอกว่า
“ ช่วยรักษาเสด็จแม่ข้าด้วย หากท่านต้องการสิ่งใดข้าจะหามาให้ท่านทุกอย่าง”
“ ลุกขึ้นเถอะ ข้าต้องรักษาเสด็จแม่ของท่านอยู่แล้ว”
ราเชนเอ่ยขึ้น แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงของขันทีตะโกนนำออกมาว่า
“ จักรพรรดิเสด็จแล้ว”
ทุกๆ คนรีบคุกเข่า จักรพรรดิพร้อมกับพระสนมไป๋ เดินเคียงคู่กันมา มีเหล่าขันที องครักษ์ นางกำนัล มากันเต็มไปหมด
“ ข้าได้ข่าวว่าสนมเซียว ปวดท้อง ถึงกับเดินไม่ได้ เป็นจริงหรือ ท่านหมอหลวง”
“ เป็นความจริงพะยะค่ะ”
“ รักษามาตั้งนาน ทำไมไม่หายสักที พวกเจ้ารักษากันยังไง”
จักรพรรดิจางมู่เฉินเดินเข้าไปในห้อง เพื่อพบกับพระสนมเซียวทันที
“ พระสนม เป็นอย่างไรบ้าง นี่หากสนมไป๋ไม่บอกข้าว่าเจ้าป่วยหนัก ข้าก็ไม่รู้เรื่องนี้เลย เจ้าทำไมไม่บอกข้า หรือว่า เจ้ายังโกรธข้าเรื่องลูกสิบสี่”
“ ฝ่าบาท หม่อมฉันแค่ป่วยเล็กน้อยเท่านั้นเพคะ กินยาสักสองสามวันก็หายแล้ว”
“ เฮอะ หมอหลวง พวกเจ้ารีบนำยามาให้พระสนมกินเดี๋ยวนี้ หากพระสนมเป็นอะไรไป ข้าจะลงโทษพวกเจ้าให้หมด”
จักรพรรดิจางมู่เฉินออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด หมอหลวงก็ถึงกับ มองหน้าราเชนทำอะไรไม่ถูก
“ ฝ่าบาท อาการพระสนมนั้นหนักหนากว่าที่เห็น หากไม่รีบผ่าท้อง เอาไส้ติ่งออก พระนางจะต้องตายเพคะ”
ไป๋เซียงรีบกราบทูลทันที
“ อะไรนะ ต้องผ่าท้องเลยรึ?” จักรพรรดิจางมู่เฉิน ถึงกับลุกขึ้นยืน พระสนมเซียวอยู่ๆ ก็เป็นลมหมดสติ ลมหายใจอ่อนลงอย่างช้าๆ ราเชนลุกขึ้นพรวด แล้วพูดทันทีว่า
“ ขอให้ทุกคนไม่เกี่ยวข้องออกไปจากที่นี่ ข้าจะเริ่มรักษาพระสนมเซียว”
“ บังอาจ เจ้าเป็นใครกล้าลุกขึ้นยืนต่อหน้าองค์จักรพรรดิ” ขันทีชราคนหนึ่งชี้หน้าราเชน แล้วสั่งให้องครักษ์เข้ามาควบคุมตัวราเชน แต่ไป๋เซียง รีบเอ่ยขึ้นมาว่า
“ ฝ่าบาท เขาคือ ศิษย์น้องของหม่อมฉัน ชื่อถูเฟย เขามีวิชาการผ่าตัดที่ได้สืบทอดจากอาจารย์โดยตรง ขอให้เขาเป็นผู้รักษาพระสนมเซียวด้วย”
“ ใช่แล้วเสด็จพี่ เซียงเอ๋อพูดเช่นนี้ พระสนมเซียวต้องปลอดภัยแน่ พวกเรา ออกไปจากที่นี่กันเถอะ”
“ หากเจ้ารักษาพระสนมเซียวไม่ได้ เจ้าก็ตามไปรับใช้พระสนมเซียวบนสวรรค์เถอะ” จักรพรรดิขู่ถูเฟย แล้วเดินออกไปรอด้านนอกทันที
ราเชนไม่สนใจ รีบบอกให้นางกำนัลไปเตรียมต้มน้ำร้อน หาผ้าสะอาดมาหลายผืน
แล้วหันมาทางองค์หญิงจางเชี่ยน
“ องค์หญิง ท่านน่าจะเคยผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบมาก่อน ใช่หรือไม่”
องค์หญิงจางเชี่ยน ถึงกับตกใจ แล้วรีบเอ่ยว่า
“ เคย แต่ว่าตอนนั้นข้าอยู่กับอาจารย์ มีเครื่องมือรักษา แต่ตอนนี้ ยาชา ยาฆ่าเชื้อ ยาล้างแผล น้ำเกลือ เลือด ไม่มีอะไรสักอย่าง จะรักษาได้ยังไง เลือดไหลออกหมดตัวแน่”
ราเชนยิ้ม แล้วขอยืมกล่องเครื่องมือของนางออกมา พอเปิดออกมีมีดผ่าตัด หลายขนาดปรากฏอยู่ มีผ้าสะอาดมัดเป็นก้อน มีถุงมือหนังที่สะอาดพร้อมใช้ ยังมีเข็มและด้าย สำหรับเย็บแผล
ราเชนสั่งให้นางกำนัลถอดเสื้อผ้าของพระสนมเซียวออก จังหวะนั้นเขานำกล่องเข็ม108 มังกรออกมา
“ เข็ม108 มังกรของอาจารย์นี่” หมอหลวงถูอี้เอ่ยอย่างตื่นตะลึง ถูเอ้อหนาน กับไป๋เซียงก็เช่นกัน ราเชนไม่สนอะไรตอนนี้ ใช้เข็มจำนวน สิบเล่มปักอยู่รอบๆ ท้องของ พระสนมไป๋
“ ข้าปักเข็มเพื่อไม่ให้พระสนมเกิดความรู้สึกเจ็บ อาจจะเหมือนการใช้ยาชาที่องค์หญิงเอ่ยถึง” ราเชนเอ่ยกับ องค์หญิงจางเชี่ยน แล้วใช้น้ำอุ่นทำความสะอาดที่ช่องท้อง แล้วลงมีดผ่าตัด กรีดหน้าท้องของพระสนมเซียว เลือดเริ่มซึมออกมาทีละนิด ราเชน นำเข็ม 108 มังกรออกมาอีก ยี่สิบเข็ม ปักเข้าไปตามจุดต่างๆ รอบบาดแผล โลหิตที่กำลังไหลซึม ถึงกับหยุดนิ่ง ไม่ไหลออกมาอีก
“ นี่คือวิธีห้ามเลือดของท่านรึ?” องค์หญิงจางเชี่ยนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราเชนพยักหน้าแทนคำตอบ มือที่สวมถุงหนัง ก็แหวกแผลออกมา แล้วใช้เข็มปักตรึงเอาไว้
ทำให้ทุกๆ คนเห็นอวัยวะภายในของพระสนมที่มีเลือดหล่อเลี้ยงอยู่เต็มไปหมด นางกำนัลที่ยืนอยู่ หงายท้องสลบไปเป็นคนแรก ส่วนองค์ชายสิบสี่ ก็หน้ามืดเป็นลมตามไปเป็นคนที่สอง องครักษ์หญิงอู่เสีย ต้องลากทั้งสองคนออกไปจากห้อง
“ เห็นไหม นี่ไงไส้ติ่งอักเสบ มันลามมาถึงกล้ามเนื้อขา ส่วนนี้”
ราเชนชี้ให้ทุกๆ คนเห็น แล้วตัดไส้ติ่งอักเสบชิ้นนั้นออกมาทันที
จากนั้นราเชนก็นำยาเม็ดคืนชีพของอาจารย์เทพโอสถเทียนซานออกมากำไว้ในมือแล้วใช้พลังจิตปรมัตถ์หลอมละลายตัวยา จนกลายเป็นกลุ่มควัน แล้วปล่อยออกไปกระทบกับ ฝีหนองที่เริ่มลามไปรอบๆ ไส้ติ่งรวมถึงกล้ามเนื้อขาขวาด้วย
ทันใดนั้น บาดแผลที่อักเสบกลายเป็นหนองก็ค่อยๆ ฟื้นตัวกลับกลายมาเป็นปกติ
ราเชนปิดบาดแผล แล้วใช้ยาผงสมานแผลสิบทิศ ปิดบริเวณปากแผล แล้วใช้พลังจิตปล่อยออกไปกลายเป็นกลุ่มควัน เข้าไปสมานรอยแผลผ่าตัด ไม่นานบาดแผลก็หายเป็นปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้ด้ายเย็บ เลยแม้แต่น้อย ราเชนใช้พลังจิตดึงเข็ม 108 มังกรมาเก็บเอาไว้ในกล่องดั่งเดิม
ทุกๆ คนต้างอ้าปากตาค้าง ไม่คิดว่า ราเชนจะสามารถรักษาได้ด้วยวิธีนี้
องค์หญิงจางเชี่ยน ถึงกับมองด้วยสายตาที่ตื่นตะลึง
ราเชนรีบสั่งให้องค์หญิงจางเชี่ยน รีบใส่เสื้อผ้าของพระสนมเซียวให้เป็นเหมือนเดิม แล้วในที่สุด พระสนมเซียว ก็ลืมตาขึ้นมา
“ ฝ่าบาท ฝ่าบาทเสด็จมาเยี่ยมข้าใช่หรือไม่”........