อิสราคงเห็นผมที่นิ่งงันราวกับเหม่อลอยไม่ยอมปล่อยกีตาร์ตัวนั้นให้ห่างกายเหมือนชื่อบทเพลงที่เพิ่งจบไป
“เพลงนี้มีความหมายอะไรต่อท่านรึเปล่าเห็นท่านน้ำตาคลอ” เธอเอ่ยถาม
ผมเพิ่งตระหนักถึงความอุ่นของหยดน้ำบนใบหน้าจึงเอาหลังมือปาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ผมแสร้งคลี่ยิ้มบาง ๆกลบเกลื่อนความรู้สึกข้างใน ทำราวกับว่าสุขสบายดีจากนั้นจึงเก็บกีตาร์ใส่กระเป๋าตามเดิม
“ไม่มีอะไรพิเศษหรอกครับ” ผมโกหกไม่อยากเล่าเรื่องอดีตให้เธอฟัง ความรู้สึกลึก ๆ ในใจผมทั้งหมดซ่อนในบทเพลงทั้งความเศร้าที่ต้องจากลา ความสับสนที่อยู่ในใจและความเจ็บปวดที่รู้ว่าอาจไม่มีทางย้อนอดีตกลับไปเจอทุกคนอีกพวกเขาเป็นส่วนสำคัญของชีวิตผมในโลกใบเก่า ไม่รู้ว่าอิสราจะรับรู้ความรู้สึกของผมได้มากน้อยแค่ไหนถ้าเธอรู้ความจริงเธอจะเห็นใจผมรึเปล่า แต่ตอนนี้ผมยอมรับว่ายังไม่พร้อมที่จะบอกเธอ อิสรายื่นหน้าเข้ามา จ้องมองผมเหมือนพยายามเค้นความลับบางอย่าง
“ท่านมีอะไรรึเปล่า”ผมเอนตัวล่าถอยไปเล็กน้อย
“ท่านดูเป็นคนลึกลับจัง”
"ไม่น่ามั้ง" ผมหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน
“เราขอถามท่านตรง ๆ ได้ไหม...”อิสราจ้องมองผม แววตาดูลึกซึ้งจริงจังจากนั้นก็ใช้มือล้วงไปด้านหลังผมสีดำบริเวณข้างหูเพื่อกดสวิตช์ปิดเอวีเอสอี ผมสังเกตจากสัญญาณไฟสีเขียวของเครื่องที่ดับลง
“ได้สิ”ผมไม่ปฏิเสธด้วยการรอตั้งรับเตรียมความพร้อม
“ท่านเป็น ‘ผู้ชายดั้งเดิม’ รึเปล่า”หญิงสาวเน้นเสียงตรงคำกลางประโยค
“แน่นอนสิ”ผมตอบทันควันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
{ ถ้าเป็นในยุคผมถามว่าเป็นผู้ชายรึเปล่าอาจฟังดูเหมือนตำหนิ ทว่าสำหรับคนยุคนี้ ไม่ได้มีเจตนาใดแอบแฝงแนวคิดการแบ่งเพศออกเป็นห้าองค์ประกอบ[1]มีมา70 กว่าปีแล้ว คำว่าผู้ชายดั้งเดิม (Original man) หมายถึงบุคคลที่มีเพศที่ถูกกำหนดเมื่อแรกเกิดเป็น XY มีอัตลักษณ์ทางเพศเป็นผู้ชาย แสดงออกแบบชายมีแรงดึงดูดทางเพศกับผู้หญิง และมีแรงดึงดูดทางอารมณ์กับผู้หญิงเป็นหลักตามข้อเท็จจริงแล้วผู้ชายดั้งเดิมและผู้หญิงดั้งเดิมยังเป็นประชากรส่วนใหญ่ในสังคมเคยมีความพยายามที่จะใช้คำนำหน้าว่าทั่วไปหรือปกติ[2]แต่ก็ถูกปัดตกไปเพราะความหมายเป็นไปทางแปลกแยกยิ่งกว่าเดิมเหมือนเหยียดว่ากลุ่มเพศทางเลือกไม่ใช่คนปกติแต่สุดท้ายคนกลุ่มนี้มักจะเรียกตัวเองสั้น ๆตามอัตลักษณ์ทางเพศว่าผู้ชายหรือผู้หญิงโดยไม่มีคำขยายอยู่ดี }
“มีอะไรรึเปล่า”
“เราแค่อยากแน่ใจเฉย ๆ...”อิสราหลบตาผม พูดเสียงเบาราวกับไม่มั่นใจในตัวเอง“...แล้วท่านเป็นเอ็มเอ็มรึเปล่า”
ผมพยักหน้ารับมั่นใจว่าตัวเองรักเดียวใจเดียว ไม่ใช่แค่คล้อยตามค่านิยมในสังคมอิสรายังคงไม่ยอมสบตาผมตรง ๆ หรือว่าเธอกำลังเขินอายธรณีเคยบอกว่าในยุคนี้ก่อนจะเริ่มคบกับใครจริงจังจำเป็นต้องถามเพศของคนนั้นให้กระจ่างชัดมิฉะนั้นจะเกิดปัญหาทีหลัง เป็นสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญหากอีกฝ่ายโกหกสามารถฟ้องร้องกันได้ หรือว่านี่คือสัญญาณบางอย่างผมเองก็รู้สึกเหมือนกัน ใจเต้นรัว บางทีเธออาจเริ่มชอบชายหนุ่มปี 2020 คนนี้แล้วบ้างไม่มากก็น้อย ผมรู้ภายหลังว่าที่เธอกดปิดเครื่องเอวีเอสอี เพื่อให้เท่าเทียมกับผมที่ไม่สวมตั้งแต่แรก
“ท่านล่ะ...เป็น...‘ผู้หญิงดั้งเดิม’ใช่ไหม” ผมถามเธอเสียงสั่น ด้วยประโยคที่คิดว่าแปลกที่สุดในชีวิต
อิสราผงกศีรษะ “ใช่เราเป็นผู้หญิงดั้งเดิม และเป็นเอ็มเอ็มเหมือนกัน”
น้ำเสียงที่หนักแน่นเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีข่าวลือที่สหายเคยหลอกผมถูกฝังกลบมิด แม้ว่าผมไม่เคยเชื่อตั้งแต่แรกบางทีชายผู้นั้นอาจโมเมเอาเองว่าผมน่าจะเป็นพวกชิงชังกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ[3]จึงเลือกโจมตีด้วยวิธีสกปรกเช่นนี้
จากนั้นอิสราก็ถามเจาะลึกไปถึงคำถามเพศทั้งห้าด้านคงตั้งใจตรวจสอบอีกครั้งว่าเข้าใจตรงกัน ผมลองให้อีกฝ่ายขยายความทีละข้อพอมั่นใจว่าไม่มีกับดักอะไรจึงตอบยืนยันตามตรงว่าเป็นผู้ชายแบบดั้งเดิมพออิสราเจอคำถามเดียวกันก็ตอบอย่างไม่ลังเลโชคดีที่ไม่พลิกโผเธอเป็นผู้หญิงแบบที่คาดไว้แต่แรก
เสียงฝีเท้าเดินตุบ ๆมาจากบริเวณหน้าห้อง ขนาดผมนั่งบนเตียงยังรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้อิสราผุดลุกอย่างรวดเร็วไปเปิดประตูห้องนอนตนเอง
“แนรี่”อยู่ ๆ อิสราก็พูดขึ้น เด็กหญิงคนหนึ่งที่เดินผ่านประตูออกไปหยุดชะงักเธอคงไปเข้าห้องน้ำมา แล้วกำลังมุ่งหน้ากลับห้องความรู้ที่ได้จากบทสนทนารอบโต๊ะอาหารเมื่อครู่คือปกติหลานอิสราคนพี่จะเก็บตัวอยู่ในห้องทั้งวันเพื่อเล่นเกมระบบท่อลมส่งอาหารก็ทำมาเพื่อการนี้ ความฝันของแนรี่คือชนะการแข่งขันอีสปอร์ตจนได้เป็นตัวแทนระดับประเทศทว่าน้าสาวกลับไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เธอเคยบ่นให้ผมฟังว่าผ่านมาสองปีแล้วยังไม่มีวี่แววว่าหลานของเธอจะเข้าไปเฉียดการคัดเลือกตัวแทนประเทศรอบรองชนะเลิศเลยในความเห็นของน้าสาวอย่างเธอรู้สึกเสียเวลาเปล่าจำได้ว่าวันนี้ทีมประเทศเราจะแข่งขันเกมแบตเทิลเอิร์ธรอบชิงชนะเลิศซึ่งเธอคงไม่พลาด
“มีอะไรรึเปล่า”แนรี่พูดห้วน ๆ กับน้าของเธอ ไร้หางเสียง มารยาทแย่ยิ่งกว่าที่แซทพูดกับผมอีกเวลานี้ผมเห็นรูปร่างเธอได้ชัด เด็กหญิงรูปร่างท้วมเป็นคนเดียวในครอบครัวที่มีน้ำหนักเกิน ไม่แปลกที่จะได้ยินเสียงเหยียบย่ำชัดเด็กหญิงไว้ผมยาวสีทองที่ผูกเป็นหางม้าหลวม ๆ เธอสวมเสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์ขาดดูเป็นเด็กที่มั่นใจในตัวเองและไม่แคร์สายตาผู้อื่น
“หลานกินข้าวรึยัง”อิสราถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เรียบร้อยแล้ว”เด็กหญิงตอบเรียบอย่างเย็นชา จากนั้นยืนนิ่งราวสามวินาทีก่อนจะขวาหันเตรียมจากไป“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูไปแข่งต่อก่อนนะ”
“แนรี่นี่คือประชา เพื่อนของน้า” อิสราเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างให้เด็กหญิงมองเห็นผมได้ชัดผมฉีกยิ้มให้ดูเป็นมิตรที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่อีกฝ่ายยังคงแววตาหมางเมิน
“แฟนของน้าเหรอ”คำพูดของแนรี่ทำผมจุก
“ไม่ใช่จ้ะยังไม่ใช่ตอนนี้” อิสราตอบทันควัน ดันกระทบกระเทือนใจผมยิ่งกว่าเดิมผมไม่ต้องคาดเดาใจเธออีกต่อไป
เด็กหญิงจ้องหน้าผมแล้วโยกตัวไปซ้ายขวาคล้ายกำลังพินิจพิจารณาจากหลายมุมผมได้แต่สงสัยว่ามีอะไรผิดสังเกตหรือ ถ้ามีเม็ดข้าวติดบนแก้มก็น่าจะมีคนทักนานแล้ว
“คุณทำคอนเทนต์ตัวเองลงเรียลลิสติซิซึม (Realisticism) เหรอ” เด็กหญิงขมวดคิ้วขณะพูด
“เปล่านะ”ผมสั่นศีรษะ “หนูไปเห็นจากที่ไหนมา”
“คุณไม่รู้จักเรียลลิสติซิซึมเหรอ” น้ำเสียงเด็กหญิงแฝงความดูถูกนิด ๆผมพูดไม่ออก ไม่อยากต่อว่าหลานของอิสรา โชคดีที่เธอช่วยแก้สถานการณ์ให้
“น้าขอดูหน่อยได้ไหม”อิสราพูด
“ได้สิแต่สมาร์ตโฟนของหนูอยู่ในห้อง”
อิสราจึงล้วงหยิบมือถือตนเองขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยลายนิ้วมือร่วมกับม่านตาหลานของเธอรับไปกดหน้าจอรัว ๆ อย่างคล่องแคล่วไม่ถึงสิบวินาทีเธอก็ยื่นกลับมาให้น้าสาว
ผมชะโงกไปดูหน้าจอในมือของอิสราแล้วต้องตกตะลึงความเย็นเยียบแล่นปราดจากปลายเท้าขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ บนหน้าจอคือภาพของผมเองเป็นภาพที่ถูกแอบถ่ายตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่สาธารณะมีทุกอิริยาบถตั้งแต่เดินก้าวเท้าแรกออกจากอาคารที่พัก ขณะกินอาหารที่ร้านสตรีตฟูดตอนที่วิ่งหน้าตั้งไปขึ้นรถไฟเพราะไปทำงานสายรวมทั้งตอนที่อ้าปากกว้างเตรียมกัดกินขนมปังอยู่ม้านั่งริมทางมีทั้งรูปภาพและวิดีโอรวม ๆ เป็น 1000 ไฟล์ความอัปยศแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธที่เดือดพล่าน
“เชี่ยเอ้ย! ใครทำวะเนี่ย” ผมเผลอสบถออกมาลืมไปว่าอิสรากับหลานสาวก็ยืนอยู่ตรงนั้น แต่ใครก็ตามที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ย่อมต้องโกรธโดยเฉพาะคนอย่างผมที่เกลียดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเป็นที่สุดกำปั้นขวากำแน่นจนข้อสั่นผมไม่มีทางให้อภัยคนอัปโหลดคลิปนี้เด็ดขาด เครื่องแต่งกายที่ไม่ซ้ำกันบ่งบอกว่าไอ้คนชั่วนี้ติดตามแอบถ่ายผมมานานพอสมควร
วงหน้าเด็กหญิงดูนิ่งเฉยเธอคงได้ยินคำหยาบคายในโลกอินเทอร์เน็ตมาจนชิน
“งั้นแสดงว่าไม่ใช่ฝีมือคุณเองใช่ไหมก็แสดงว่าคอมเมนต์ส่วนใหญ่เดาถูก” แนรี่เปรยตอนนี้ผมโมโหเลือดขึ้นหน้าจนได้ยินไม่ถนัด
“ไม่ใช่หรอกประชาไม่ใช่คนที่ต้องการมีชื่อเสียงในโลกอินเทอร์เน็ตด้วยวิธีนี้แน่ต้องมีใครสักคนแกล้งเขา” อิสราพูด น้ำเสียงเธอก็หนักแน่นขึ้นคงเคืองแทนผมอยู่เหมือนกัน พอได้ยินคำว่ากลั่นแกล้งชื่อแรกที่ผุดในใจผมก็คือชายหน้าหล่อที่ชื่อสหาย มันเป็นคนเดียวที่มีความแค้นส่วนตัวกับผม
“เห็นหนูบอกว่าเห็นมาสักพักแล้วทำไมไม่บอกน้าก่อนหน้านี้”
“ก็หนูเพิ่งเห็นเพื่อนของน้าครั้งแรกก็วันนี้จะไปรู้ได้ไงว่าน้ารู้จัก” แนรี่ตอบน้าของเธอเห็นได้ชัดว่าอิสราก็ขาดสติไปเหมือนกันจึงปล่อยคำถามโง่ ๆ ออกไปแสดงว่าเธอก็ไม่ได้เข้าเว็บไซต์ที่ว่านี้มานานแล้ว
“แล้วใครเป็นคนโพสต์”ผมพยายามซ่อนน้ำเสียงแค้นเคืองไว้ให้ได้มากที่สุด แต่เด็กหญิงส่ายหน้าคงเอือมระอาคำถามงี่เง่าของผม โชคดีที่อิสราหันมาอธิบายให้ผมฟังเธอคงตั้งสติได้พอสมควรแล้ว
“เรียลลิสติซิซึมเป็นสื่อที่อ้างตัวเองว่าเป็นกลางที่สุดจะรับเฉพาะข้อมูลดิบจากใครก็ได้ มานำเสนอไปตรง ๆ โดยไม่ตัดต่อใด ๆ ไม่จัดหมวดหมู่และไม่ให้ใส่แคปชัน ทีมผู้ดูแลจะทำหน้าที่ตรวจสอบและยืนยันแหล่งที่มาว่าได้จากไหน เมื่อไหร่ แน่นอนว่าไม่มีทางมีศีลธรรมหรอก”
ผมนึกออกในที่สุดเคยได้ยินคำนี้ครั้งหนึ่งจากปากธรณีแต่ในตอนนั้นผมยังไม่ได้สนใจการเมืองจึงฟังผ่าน ๆฟังจากที่หญิงสาวเล่ามามันเหมือนเป็นกระดานข่าวมากกว่า เธอขยายความประเด็นศีลธรรมว่าคนที่ลงสามารถปกปิดตัวตนได้จะไปขโมยข้อมูลจากสื่อเจ้าไหนมาลงก็ได้เนื้อหาจะล่อแหลมหมิ่นเหม่จริยธรรมยังไงก็ได้เป็นเหตุผลว่าทำไมสภาวิชาชีพนักข่าวถึงประณามสื่อเจ้านี้อย่างหนักแต่สาเหตุที่ทำอะไรไม่ได้เพราะมันซ่อนตัวอยู่ในดาร์กเว็บ[4]หากทำลายไปรอบหนึ่งก็พร้อมจะเกิดใหม่ได้ทุกเมื่อ ในเมื่อจุดขายของเรียลลิสติซิซึมคือความเสรีที่ไร้ขอบเขตผู้สร้างจึงไม่มีทางสยบยอมให้มีองค์กรไหนมาควบคุมกำกับดูแลเป็นอันขาดยังเป็นความท้าทายที่ยูเอ็นดีพยายามทำแต่ยังไม่สำเร็จแม้ในยุคนี้
“ใจเย็นก่อนนะเท่าที่เราดูยังไม่มีภาพอุจาดตาอะไร แค่ถูกแอบถ่ายธรรมดา” อิสราปลอบใจผมหลังจากที่เธอไล่กดดูภาพส่วนตัวผมทีละรูป ที่เห็นทั้งหมดมาจากพื้นที่สาธารณะยังไม่เห็นพื้นที่ในคอนโดหรือในสำนักข่าวส่วนใหญ่นำมาจากกล้องวงจรปิดสาธารณะที่สามารถกดดูได้ตลอดเวลาอยู่แล้วมีภาพระยะใกล้บางอันที่ผมมั่นใจว่าเป็นการแอบถ่ายจากภาคพื้นดินไม่ได้นำมาจากกล้องวงจรปิด ผมจึงไม่กล้าฟันธง 100% ว่าเป็นสหายแต่ชายคนนั้นคงฉลาดพอที่จะไม่สร้างข้อผูกมัดให้ตนเองเป็นผู้ต้องสงสัยง่าย ๆ
“แล้วคนที่คอมเมนต์เขาว่าไงบ้าง”ผมถามเด็กหญิง ตอนนี้น้ำเสียงเริ่มเย็นลงบ้างแล้ว
“ก็วิจารณ์ตามประสาชาวเน็ตนั่นแหละชมบ้างด่าบ้างปนกันไป ไม่ได้โด่งดังเป็นไวรัลอะไรหรอก ถ้าคุณอยากรู้จริง ๆก็ลองเลื่อนดูเองสิ มีคนพูดชื่อคุณด้วยนะแต่ชาวเน็ตคนอื่นก็คงไม่รู้อยู่ดีว่าจริงไม่จริง”
อิสรากดเลื่อนไปดูคอมเมนต์ด้านล่างมีคำวิจารณ์ที่หลากหลาย มีความเห็นหนึ่งชมผมว่าหล่อล่ำบึก บางคนบอกตรง ๆว่าเห็นแล้วอยากได้จนแฉะเลย แต่อีกอันด่าว่าหน้าตางั้น ๆ บุคลิกท่าทางดูแต๋ว ๆไม่สมชายชาตรีเลย อีกคนบอกว่าสงสัยหิวแสง
“ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”ผมทนอ่านไม่ได้อีก แม้ว่าจะเคยอ่านความคิดเห็นเชิงดูถูกดูแคลนมามากเจอแนวคุกคามทางเพศมาเยอะ แต่นี่คือครั้งแรกที่เจอกับตัวเองมันรู้สึกปรี๊ดจนอยากตะโกนระบายอารมณ์ไม่อาจเก็บซ่อนอาการสั่นสะท้านไม่ให้คนอื่นเห็นได้อีก ผมเงยหน้าขึ้นแล้วเดินแทรกตัวหลบเด็กหญิงตรงไปทางห้องน้ำกำปั้นในมือเกร็งแน่นด้วยความฉุนเฉียว
ไม่ว่ามันจะเป็นใครผมต้องหามันให้เจอ แล้วจับมันมาลงโทษให้สาสม
[1]ตามนิยามของ Trans student educational resources
[2]Typical man ผู้ชายทั่วไป; Normal man ผู้ชายปกติ
[3]LGBTQIA+
[4]Dark Web ส่วนหนึ่งของอินเทอร์เน็ตที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยเว็บเบราว์เซอร์ปกติมีการการเข้ารหัสที่ซับซ้อน ทำให้ยากต่อการติดตามตัวผู้ใช้งาน ดาร์กเว็บมักถูกใช้เพื่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การซื้อขายยาเสพติด ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมยเป็นต้น