แผ่นทางสามแผ่นวางกลางวงประชุม
แผ่นแรกมีเส้นถ่านครบทั้งร่องลวง หน้าต่างลม และปล่องเก่า แผ่นที่สองถูกขีดช่องว่างไว้ตรงหน้าที่ซึ่งยังไม่มีคน ส่วนแผ่นสุดท้ายไม่มีเส้นเข้าเหมืองเลย มีเพียงทางถอนสามทางกับคำว่า “ยกเลิก” เขียนอยู่้า
หลินเซวียนไม่ยืนเหนือวง เขานั่งระดับเดียวกับคนอื่น ผ้าพันมือมีคราบเืแห้งซึ่งซ่อนไม่มิด และถุงหมุดสีขาวเจ็ดชิ้นยังปิดสนิทอยู่ข้างตัว
“แผ่นแรกใช้เมื่อมีคนครบและเงื่อนไขครบ” เขากล่าว “แผ่นที่สองตัดทุกส่วนซึ่งไม่มีผู้รับหน้าที่ แผ่นที่สามใช้เมื่อพบว่าคนสำนักรู้ว่าเรากำลังสังเกต”
ชายวัยกลางคนฝั่งประตูหัวเราะสั้น “แผ่นสุดท้ายเรียกว่าแผนได้หรือ แค่บอกให้หนี”
“ถ้าไม่มีทางหยุด แผนแรกก็เป็เพียงคำสั่งให้คนตาย”
เสียงในวงเบาลง แต่ไม่ได้เงียบ
หลินชี้เส้นร่องลวง “ผู้ทำหน้าที่นี้เสี่ยงถูกเห็นและถูกตามรอยกลับ ต้องรู้เชือกกับของขนเหมือง และต้องมีคนลบรอยย้อน”
นิ้วเลื่อนไปยังร่องลม “ผู้เฝ้าลมไม่เข้าแนวพิษ แต่ถ้าตีความผิด คนด้านหน้าจะขยับในจังหวะที่ม่านเถ้ายังไม่มา”
จากนั้นแตะวงปล่อง “คนค้ำหินเสี่ยงถล่มและเถ้าสะสม พวกเขายังไม่รู้ว่าตงไห่อยู่หลังผนังไหน รู้เพียงเสียงนำชัดทางตะวันตก”
ญาติของตงไห่ขยับเข้ามา “เขายังตอบหรือไม่”
“ครั้งล่าสุดตอบได้”
“เช่นนั้นยังมีชีวิต”
“แปลว่าเขาเคาะได้ตอนนั้น” หลินตอบ “เราไม่รู้าแ น้ำ หรือว่าคนสำนักได้ยินหรือไม่”
สีหน้าชายผู้นั้นแข็งขึ้น “เ้าพูดเหมือนเขาเป็ตัวเลข”
“ถ้าข้าพูดว่าเขาปลอดภัย ทั้งที่ไม่รู้ ข้าก็ใช้ความหวังของเ้าเป็เชือกลากเ้าเข้าเหมือง”
อีกฝ่ายกำหมัด แต่ไม่เถียงทันที
หญิงจากเรือนป่วยถาม “ถ้าไม่ทำสิ่งใด แล้วส่งแท่นให้สำนักเล่า”
เฒ่าจางกดไม้เท้าลงกับพื้น “แท่นย้ายแล้วอาจเปิดรอยชื่ออีกครั้ง”
“อาจ” นางย้ำ “ทุกอย่างที่พวกเ้าพูดมีแต่อาจ”
“คำสั่งสำนักก็ไม่ได้รับรองว่าจะหยุดค้น” หลินกล่าว “สิ่งที่รู้แน่คือเหมืองอยู่ในมือมัน และมันเริ่มตรวจนอกหลักแล้ว”
ชายอีกคนชี้มาที่เขา “ถ้าขับเ้าออกไป สัญญาณอาจตามเ้า”
“อาจ” หลินใช้คำเดียวกับหญิงคนนั้น “แต่ธงจะยังอยู่เหนือเหมือง แร่สองชิ้นจะยังอยู่กับมัน และคำสั่งยังระบุแท่น ไม่ใช่เพียงชื่อข้า”
ไม่มีคำตอบใดลบความกลัวของคนในวงได้ เพราะความกลัวบางส่วนมีเหตุผล
เยี่ยชิงอีวางฝักมีดขวางแผ่นทาง “วันนี้ไม่มีผู้ใดยกมืออนุมัติบุก ผู้ที่เลือกงาน เลือกเพียงการเตรียมและการซ้อม ถอนตัวได้ก่อนเงื่อนไขจริง หากผู้ใดคิดว่าการพลิกแผ่นงานเท่ากับมอบชีวิตให้หลิน อย่าพลิก”
ชายเฝ้าเรือนเหนือถาม “ถ้าถอนหลังรู้ข้อมูลแล้วเล่า เ้าจะมัดเราเหมือนมู่หรานหรือไม่”
หลินตอบก่อนเสียงรอบวงจะลุก “ไม่ ผู้ถอนคืนแผ่นงานและบอกว่าจำส่วนใดได้ จากนั้นงานส่วนนั้นเปลี่ยน หากผู้ใดนำไปขายจึงเป็อีกเื่”
“ใครตัดสินว่าเป็การขาย”
“ไม่ใช่ข้าคนเดียว” เยี่ยชิงอีกล่าว “ต้องมีหลักฐานเหมือนครั้งมู่หราน และผู้เกี่ยวข้องกับคดีห้ามเป็คนเฝ้าคู่กัน”
คำตอบนี้ทำให้คนบางส่วนคลายไหล่ลง การเลือกงานซึ่งถอนไม่ได้ไม่ใช่การเลือก มันเป็การถูกเกณฑ์ด้วยถ้อยคำสุภาพกว่าเดิมเท่านั้น
เฒ่าจางนำผ้าดำมาคลุมมุมหนึ่งของแผนเต็ม ตำแหน่งใต้ผ้านั้นคือเส้นซึ่งใกล้แท่นและจุดพราง “ผู้ทำงานไม่ต้องรู้ทุกสิ่ง ผู้ใดรับเชือก รู้เชือก ผู้ใดรับลม รู้ลม แต่ทุกคนต้องรู้ว่าเมื่อทำผิด สิ่งใดเสี่ยง ไม่ใช่รู้เพียงคำสั่งของตน”
หลินพยักหน้า “และไม่มีผู้ใดพกแผนเต็มออกจากเรือนนี้”
นางคว่ำแผ่นไม้เล็กห้าแผ่นลงรอบวง
เชือก
ลม
ค้ำหิน
ถอนคน
เฝ้าฐาน
ไม่มีชื่อผู้ใดเขียนรอไว้
คนในวงเริ่มมองงาน แทนที่จะมองเพียงหน้าหลิน
---
แผ่นงานเื่เชือกถูกพลิกก่อน
ผู้พลิกคือชายวัยกลางคนซึ่งเคยกล่าวให้ขับหลินออกจากหมู่บ้าน เขาอ่านคำบนแผ่นสองรอบ ก่อนวางมือลงข้างมัน
“ข้ารู้ปมขนลังสามแบบ” เขาพูด “คนสำนักแยกได้ว่าปมใดใช้ก่อนเหมืองปิด ปมใดใช้หลังเปลี่ยนหัวหน้าคนงาน เชือกที่พวกเ้าโยนครั้งก่อนเก่าเกินไป”
ยามเหมืองพยักหน้า “มิน่าพวกมันเอากลับไปตรวจ”
หลินถาม “เ้ารับทำวัสดุลวงหรือ”
“ข้ารับดูเชือก ไม่รับออกไปวาง”
“บันทึกเช่นนั้น”
ชายผู้นั้นมองเขาราวกับรอคำคัดค้าน เมื่อไม่มี จึงพูดต่อ “และข้าไม่ได้ทำเพื่อชื่อเ้า ข้าทำเพราะถ้ามันตามรอยผิดกลับมา บ้านข้าอยู่แถวแรก”
“เหตุผลพอแล้ว”
แผ่นลมถูกหญิงชราสองคนพลิก คนหนึ่งตากเถ้ากับสมุนไพรบนหลังคามานานกว่ายี่สิบปี อีกคนดูควันเตาครัวเพื่อเตือนฝนเถ้าทุกฤดู ทั้งคู่ไม่ยอมเข้าใกล้ร่องต่ำ แต่รับเฝ้าจากหลังคาในเขตบ้าน
“เส้นด้ายของเ้าถูกพบเพราะทิ้งไว้นาน” หญิงคนแรกกล่าว “ใช้เงาน้ำในโอ่งกับควันครัว ไม่มีของให้เก็บกลับไปตรวจ”
หลินขีดเส้นด้ายออกจากแผนฉบับสอง
แผ่นค้ำหินมีช่างไม้หนึ่งคนกับคนงานเหมืองเก่าสองคนยืนดู ไม่มีผู้ใดพลิกทันที ญาติของตงไห่เอื้อมมือไปก่อน แต่ช่างไม้จับข้อมือไว้
“เ้าอ่านคานแตกเป็หรือ”
“ข้ายกหินได้”
“ยกผิดก้อนแล้วฝังเขาลึกกว่าเดิม”
“เขาเป็พี่ข้า”
“จึงยิ่งห้ามใช้มือเ้าแทนความรู้”
ชายผู้นั้นสะบัดมือออก หันมาหาหลิน “เ้าจะไม่ให้ข้าช่วย?”
“เ้าช่วยทางถอนกับเปลคนเจ็บได้” หลินตอบ “แต่คานปล่องให้คนอ่านไม้เป็ตัดสิน”
“ข้าต้องอยู่ใกล้เขา”
“แล้วถ้าคานแตก เ้าจะอยู่ใกล้พอถูกฝังพร้อมกัน”
ชายผู้นั้นเดินออกจากวงโดยไม่พลิกแผ่นใด
ไม่มีผู้ใดเรียกกลับ
ช่างไม้จึงพลิกแผ่นค้ำหิน “ข้ารับทำแบบจำลองในหมู่บ้าน ไม่รับแตะปล่องจริงจนเห็นหิน”
คนงานเก่าคนหนึ่งตาม อีกคนยังปล่อยแผ่นคว่ำ
เยี่ยชิงอีพลิกแผ่นถอนคน “รหัสหยุด ทางคนเจ็บ และผู้ตัดสินถอนอยู่กับข้า หากข้าสั่งกลับ แผนอื่นหยุด”
เฒ่าจางไม่พลิกแผ่นงาน เขาวางไม้เท้าขวางเส้นที่นำไปแท่น “ข้าคุมสิ่งซึ่งห้ามรู้ ไม่มีแผ่นงานใดต้องมีตำแหน่งแท่นหรือแร่”
เมื่อวงแยกออกเป็โต๊ะย่อย แผ่นงานสองชิ้นยังคว่ำ ไม่มีคนวางรอยลวงด้านนอก และไม่มีคนเฝ้าปากปล่องจริง
แผนมีมือแรก
แต่ยังมีช่องว่างมากพอให้คนทั้งกลุ่มตกลงไป
---
กองหินจำลองสูงเพียงระดับเอว
ช่างไม้ใช้เสาสามต้นทำคาน คนงานเก่าผูกเชือกไว้เหมือนช่องปล่อง ส่วนเสื่อม้วนหนึ่งแทนคนเจ็บ เส้นสีขาวบนพื้นเป็แนวห้ามข้าม เส้นสีดำเป็ทางวัสดุ และเส้นแดงเป็ทางถอน
รอบแรกเริ่มเมื่อหญิงเฝ้าลมตีแผ่นไม้สองครั้ง
เสียงเลื่อยจากเรือนข้าง ๆ กลบสัญญาณทันที
คนค้ำหินยังทำงานต่อ เยี่ยชิงอีสั่งถอน แต่ผู้ลากเปลไม่ได้ยิน เขาเข้าทางเส้นแดงในเวลาเดียวกับคนขนเสาผ่านเส้นดำ ทั้งสองชนกัน เสื่อจำลองพลิกตกจากเปล
“หยุด!” นางะโ
ช่างไม้ปล่อยคาน คนงานอีกคนกำลังจะรับ กลับพบว่าตนถูกเขียนให้ไปช่วยเปลด้วย ไม่มีมือเหลือค้ำเสาที่สอง กองหินจำลองยุบลงทับปลายเสื่อ
ทุกอย่างพังในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ
ไม่มีศัตรู
ไม่มีพิษ
และยังไม่มีใครรอด
หลินก้มดูเส้นบนพื้น ชายคนหนึ่งถาม “แก้อย่างไร”
“ตัดงาน—”
“อย่าเพิ่ง” เยี่ยชิงอีขัด “ให้คนที่ชนกันพูด”
ผู้ลากเปลชี้ทางแดง “ทางคนเจ็บแคบเกินและตัดหลังเสาค้ำ ถ้าหินล้ม คนเจ็บถูกปิดก่อน”
คนขนเสาบอก “วัสดุต้องเข้าก่อนเริ่ม ไม่ควรขนสวนตอนถอน”
หญิงเฝ้าลมยกผ้าสีหม่นขึ้น “เสียงใช้ไม่ได้ตอนเลื่อยหรือหินแตก ผูกผ้าสามระดับบนหลังคา คนด้านล่างมองเงา ไม่ต้องเงยหน้าออกจากที่ซ่อน”
ช่างไม้เคาะเสาต้นกลาง “คนค้ำห้ามมีงานสองอย่าง หากขาดมือ ตัดคานหนึ่งชั้น ไม่ใช่ให้คนเดียววิ่งสองทาง”
หลินขีดชั้นลวงออกจากแผนฉบับกำลังไม่พอ รอบซ้อมนี้เหลือเพียงลม ปล่อง และถอน เขาวางถ่านให้เยี่ยชิงอี
“ผู้ตัดสินหยุดมีสองคน เ้าเป็คนแรก ช่างไม้เป็คนที่สองถ้าหินเปลี่ยน”
“แล้วเ้า?” นางถาม
“ข้าไม่มีสิทธิ์สั่งให้คานยืนเมื่อคนอ่านไม้ว่ามันจะล้ม”
รอบที่สองใช้ผ้าสัญญาณ แยกทางเปลออกหลังเรือน และนำวัสดุเข้าก่อนเริ่ม คนค้ำแต่ละคนมีงานเดียว เมื่อผ้าสีดำตก เยี่ยชิงอีสั่งถอน ช่างไม้ปลดคานตามลำดับ เสื่อจำลองถูกพาออกโดยไม่มีผู้ใดข้ามแนวขาว
หลินให้เริ่มรอบที่สามโดยไม่บอกล่วงหน้าว่าจะตัดเงื่อนไขใด เขาเอาคนค้ำหนึ่งคนออกจากลานและวางก้อนหินขวางทางถอนเหมือนเกิดหินร่วงจริง
ช่างไม้มองคานแล้วส่ายหน้า “กำลังไม่พอ เปิดชั้นปล่องไม่ได้”
ญาติตงไห่ซึ่งถือเปละโ “แค่ซ้อม ยังมีคนเจ็บอยู่ข้างใน!”
“เพราะเป็การซ้อม จึงต้องฝึกหยุดตอนยังมีคนอยู่ข้างใน” ช่างไม้ตอบ “หากเปิดคานด้วยมือไม่พอ คนด้านในกับคนค้ำตายพร้อมกัน”
เยี่ยชิงอียกผ้าดำทันที ทีมถอนเปลี่ยนไปใช้ทางสำรอง แทนที่จะพยายามทำฉากให้จบตามแผน ทุกคนกลับถึงเส้นฐานโดยไม่แตะกองหิน
รอบนี้ไม่มีผู้ใด “ช่วย” เสื่อจำลองออกมา
แต่ก็ไม่มีผู้ใดถูกฝังเพิ่ม
หลินเขียนเงื่อนไขใหม่ไว้บนแผ่นปล่อง—คนค้ำขาดหนึ่ง ยกเลิกชั้นสาม ไม่ย้ายคนจากทางถอนมาเติม
แต่เมื่อจับเวลา พวกเขาช้ากว่าหน้าต่างลมจริงเกือบครึ่ง
“พร้อมหรือไม่” ญาติตงไห่ซึ่งกลับมายืนดูถาม
“พร้อมซ้อมอีก” ช่างไม้ตอบ “ยังไม่พร้อมแตะปล่อง”
คำตอบนั้นไม่ปลอบผู้ใด
แต่ไม่มีเสื่อจำลองถูกฝังในรอบที่สอง
---
แนววัดลมเดิมไม่มีเส้นด้ายเหลืออยู่
หญิงเฝ้าลมใช้โอ่งน้ำบนหลังคาเรือนหลังสุด มองเงากิ่งไม้ซึ่งสะท้อนบนผิวน้ำแทนการไปยืนที่ร่องต่ำ เฒ่าจางวางถ้วยเถ้าบนกำแพงด้านใน ถ้าแรงลมเปลี่ยน เถ้าจะเคลื่อนโดยไม่ทิ้งของไว้ข้างนอก
“ตรงนั้น” หญิงชราชี้ผ่านช่องไม้
หลินมองตาม รอยบนพื้นเถ้าใกล้ตำแหน่งเส้นด้ายเก่าไม่เต็มฝ่าเท้า เห็นเพียงขอบส้นแคบและเส้นเรียบ ไม่มีลายสานของรองเท้าชาวบ้าน
รองเท้าสำนัก
เยี่ยชิงอีไม่พาคนลงไปดูตรง ๆ นางอ้อมตามร่องขนาน ตรวจจุดซึ่งมองเห็นจากพื้นสูง และใช้กิ่งยาวแตะเถ้าจากด้านในแนวบ้าน
รอยมีสอง่
่แรกมาจากทิศเหมือง หยุดตรงเครื่องหมายเก่า
่ที่สองวกกลับไปทางเดิม
ไม่มีรอยแยกลงหมู่บ้าน ไม่มีรอยไปปล่อง และไม่เข้าใกล้ต้นไม้สองต้นหรือแนวจุดพราง
“มันรู้ว่าเราวัดลม” คนงานเก่าพูด
“มันรู้ว่ามีเส้นด้ายอยู่ตรงนั้น” หลินแก้ “ยังไม่รู้ว่าใครวางหรือวัดเพื่ออะไร”
“ต่างกันหรือ”
“ต่างกันเท่าระยะที่มันยังต้องเดา”
หญิงเฝ้าลมมองโอ่งของตน “อย่าวางของค้างอีก เปลี่ยนคนดูเป็่ ใช้ควันครัวกับเงาน้ำ มันเอากลับไปตรวจไม่ได้”
หลินขีดเครื่องหมายค้างออกทั้งหมดจากแผน
ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มาจากเขา
ฐานเริ่มมีสายตาคู่ที่มองเห็นก่อนเขาแล้ว
ข่าวรองเท้าสำนักทำให้คนสมัครสองคนถอนชื่อ คนหนึ่งมีลูกเล็ก อีกคนอยู่เรือนริมแนวเหนือ ทั้งคู่คืนแผ่นงานโดยไม่มองคนอื่น
ไม่มีผู้ใดด่า
เยี่ยชิงอีเพียงถามว่าข้อมูลใดอยู่กับพวกเขา เมื่อยืนยันว่าไม่มีตำแหน่งต้องห้าม นางเผาแผ่นงานฉบับเก่าและปรับจำนวนคน
ทีมเล็กลง
ความเสี่ยงไม่เล็กตาม
ผู้ถอนชื่อคนหนึ่งหันกลับมาถาม “ถ้าข้าช่วยเฝ้าจากเรือนตนเองโดยไม่รับแผ่นงาน ยังนับเป็ทีมไหม”
หญิงเฝ้าลมตอบแทนหลิน “นับเป็ตาคู่หนึ่ง ไม่ต้องนับเป็คนของผู้ใด”
นางแบ่ง่ดูควันครัวให้เขาเพียง่เดียวและไม่บอกจุดสัญญาณอื่น การถอยจากงานเสี่ยงไม่ได้ทำให้สิ่งที่เขายังทำได้หมดค่า ฐานซึ่ง้าแต่คนกล้าพอเดินเข้าพิษจะเหลือคนเฝ้าบ้านน้อยกว่าสำนักเสียอีก
ช่างไม้ตรวจผ้ากรองซึ่งแขวนอยู่ข้างเสา เขาบีบผ้าหนึ่งครั้ง ผงเทาหม่นหลุดออกน้อยจนแทบมองไม่เห็น
“ถ้าจะเข้าใกล้ปล่องจริง ผ้านี้ไม่พอ” เขากล่าว “อย่างน้อยต้องชุบผงชำระใหม่ทุกชุด”
เฒ่าจางถาม “เหลือเท่าใด”
หลินไม่ตอบจากความจำ เขาพาทุกคนกลับเรือนใต้ไปนับ
---
ถุงผงชำระเบากว่ารายชื่อทีมเตรียม
เยี่ยชิงอีเทของที่เหลือลงถ้วยหิน แบ่งเป็กองเล็กสามกอง กองแรกพอสำหรับคนป่วยสองครั้ง กองที่สองพอชุบผ้ากรองทีมปล่องเพียงครึ่งจำนวน กองสุดท้ายต้องสำรองไว้สำหรับพิษฉุกเฉินระหว่างถอน
หากรวมกองแรกกับกองสอง ทีมอาจมีผ้าครบ แต่คนป่วยไม่มีรอบต่อไป
หากให้คนป่วย ทีมปล่องเข้าแนวเถ้าไม่ได้
เสียงไอดังจากด้านหลังม่าน คนป่วยซึ่งรับเถ้า่ย้ายเรือนใน Chapter 19 หายใจติดอีกครั้ง คราบหม่นตรงคอเข้มขึ้นหลังอากาศเย็น ชายเฝ้าเรือนเรียกเยี่ยชิงอีเข้าไปดู
ช่างไม้ยืนข้างถ้วย ไม่พูดว่าทีมของตนสำคัญกว่า
หญิงจากเรือนป่วยก็ไม่พูดว่าแผนควรถูกยกเลิก
ทุกคนเห็นของกองเดียวกัน
หลินกลับเพิงแผนและเขียนรายชื่อเฉพาะงานเตรียม ผู้รู้เชือก ผู้เฝ้าลม ช่างค้ำ ผู้ลากเปล ผู้ดูแลฐาน ไม่มีคำว่า “กองบุก” อยู่บนแผ่นใด
ข้างรายชื่อมีรหัสหยุดสามระดับ
ผ้าหม่น—ชะลอ
ผ้าดำ—ถอน
ตัดเชือกกลาง—ยกเลิกทั้งหมด
เยี่ยชิงอีมีสิทธิ์สั่งถอน เฒ่าจางมีสิทธิ์ปิดเส้นข้อมูลซึ่งเข้าใกล้แท่นหรือแร่ ช่างไม้มีสิทธิ์หยุดปล่อง และผู้ทำงานแต่ละกลุ่มถอนตัวได้หากเงื่อนไขเปลี่ยน
“แล้วเ้าเป็อะไร” ชายผู้รู้เชือกถาม
หลินมองแผ่นทาง “ข้ารวมข้อมูลและปรับจังหวะ”
“ไม่ใช่หัวหน้า?”
“ถ้าข้าสั่งให้คานไม่ล้มได้ด้วยคำพูด ข้าจะรับตำแหน่งนั้น”
ชายผู้นั้นส่งเสียงในลำคอ ไม่ใช่หัวเราะเต็มเสียง แต่แรงตึงบนใบหน้าลดลงเล็กน้อย
หลินส่งแผ่นงานกลับให้แต่ละกลุ่มตรวจเป็ครั้งสุดท้าย ผู้รู้เชือกขีดคำว่า “วัสดุลวง” ออกแล้วเขียน “วัสดุทดสอบ” เพราะยังไม่มีการอนุมัติให้นำไปวางจริง ผู้เฝ้าลมเพิ่มเงื่อนไขว่าถ้าควันครัวสองหลังให้ทิศไม่ตรงกัน ต้องรายงานว่าไม่รู้ ไม่เลือกทิศซึ่งเข้ากับแผน ช่างไม้เขียนตัวใหญ่ใต้รูปคานว่า “มือไม่ครบ ไม่เปิด”
ถ้อยคำเ่าั้ทำให้แผนช้าลงและยุ่งขึ้น
พร้อมกันนั้น มันทำให้แผนไม่ใช่ของหลินเพียงผู้เดียวอีกต่อไป
คนหมู่บ้านยังไม่ได้ยอมชิงเหมือง
หลายคนยังคิดว่าส่งแท่นอาจปลอดภัยกว่า บางคนยังอยากให้หลินออกไปก่อนเส้นตาย และช่องหน้าที่ใกล้ปล่องจริงยังว่างอยู่
แต่เมื่อควันครัวเปลี่ยนทิศ ผู้เฝ้าลมจะเป็คนแจ้ง
เมื่อคานทดลองแตกร้าว ช่างไม้จะเป็คนหยุด
เมื่อคนเจ็บต้องถอน เยี่ยชิงอีจะไม่รอคำอนุญาตจากหลิน
แผนเริ่มขยับได้เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ในมือเดียว
เสียงไอจากเรือนใต้ดังขึ้นอีกครั้ง
หลินเปิดถุงหมุดสีขาวเป็ครั้งแรกของวัน เจ็ดชิ้นอยู่ข้างใน แต่ละชิ้นแทนตำแหน่งแร่ซึ่งยังไม่มีผู้ใดในวงรู้ครบ เขาไม่ได้หยิบหมุดออก ไม่ได้บอกว่าจะใช้กี่ชิ้น และไม่ได้สั่งย้ายของจากที่ซ่อน
ทว่าตัวเลือกวางอยู่ตรงหน้าแล้ว
ผงชำระที่เหลือรักษาคนป่วยกับเตรียมทีมไม่ได้พร้อมกัน หากจะมีทั้งสองทาง ต้องแตะทรัพยากรซึ่งเขาเก็บไว้ฟื้นกระดูกเซียนและเป็ทุนสำหรับการชิงคืน
ครั้งก่อนเขาเลือกคนก่อนแร่ และเสียของสองชิ้นให้ศัตรู
ครั้งนี้ไม่มีศัตรูมายืนชิงต่อหน้า
มีเพียงถุงเบา เสียงไอ และมือหลายคู่ซึ่งเพิ่งยอมวางลงบนแผน
ราคาของฐานไม่ได้จบเมื่อคนเริ่มร่วมมือ
มันเพิ่งเริ่มถามว่าใครควรได้รับของที่มีไม่พอก่อน