แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันเปิดเทอมวันแรกดูจะสดใสกว่าปีไหนๆ อาจเป็เพราะนี่คือก้าวแรกในรั้วมหาวิทยาลัยที่ผมกับ พาย วาดฝันกันไว้มาตลอดั้แ่มัธยม แม้เราจะเรียนต่างคณะกัน แต่ระยะทางระหว่างคณะมนุษยศาสตร์ของเธอ กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ของผม ก็ไม่ได้ไกลเกินกว่าที่ความคิดถึงจะทำงาน
"พัทเตอร์! ทางนี้" เสียงใสๆ ที่ผมคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่โบกมือหยอยๆ อยู่หน้าตึกอธิการบดี
พายในชุดนักศึกษาใหม่ดูน่ารักจนผมเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว กระโปรงพลีทสีเข้มสะบัดไปตามจังหวะการเดินของเธอ ผิวขาวอมชมพูและดวงตากลมโตนั่นยังคงเป็ 'โลกทั้งใบ' ของผมเสมอ
"มาเช้าจังเลยนะพาย ตื่นเต้นเหรอ?" ผมทักพลางยื่นขวดน้ำดื่มที่เตรียมมาให้เธอ"อื้อ ตื่นเต้นสิ พายเกือบจะนอนไม่หลับแน่ะ พัทดูสิ คนเยอะมากเลยนะ เราจะหาชมรมที่คุยกันไว้เจอไหมเนี่ย" พายพูดพลางชี้ชวนให้ดูฝูงชนนิสิตใหม่ที่ดูคึกคัก
บรรยากาศรอบลานกิจกรรมเต็มไปด้วยเสียงกลองและเสียงะโเชียร์จากรุ่นพี่แต่ละชมรมที่พยายามงัดไม้ตายมาดึงดูดความสนใจเด็กปีหนึ่ง ผมเดินกุมมือพายฝ่าฝูงชนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเราหยุดลงที่โซนหนึ่งที่มีต้นไม้จำลองและภาพถ่ายกิจกรรมออกค่ายประดับอยู่
"สนใจชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติไหมครับน้องๆ? ได้ไปััป่าจริง ทำฝายชะลอน้ำด้วยนะ" พี่ผู้ชายรูปร่างกำยำในเสื้อช็อปเดินเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้ม
"เอ่อ... คือพวกเราเล็งชมรมนี้ไว้พอดีเลยค่ะพี่" พายตอบด้วยท่าทางกระตือรือร้น "แล้วชมรมอาสาพัฒนาฯ อยู่แถวนี้ไหมคะ?"
"อ๋อ บูธข้างๆ กันเลยครับ เรามักจะออกค่ายร่วมกันบ่อยๆ"
รุ่นพี่อีกคนที่เป็ผู้หญิงสวมแว่นเสริมขึ้น "ถ้าสมัครทั้งสองชมรม บอกเลยว่ากิจกรรมแน่นแต่สนุกมากนะ ได้ทั้งเพื่อนและได้ช่วยสังคมด้วย สนใจไหมคะ?"
ผมหันไปมองหน้าพาย เธอพยักหน้าให้ผมด้วยดวงตาเป็ประกาย "พัทว่าไง? พายอยากทำนะ เราจะได้ไปออกค่ายด้วยกันไง"
"ตามใจพายเลยครับ พายอยู่ที่ไหน พัทก็อยู่ที่นั่นแหละ" ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่เราทั้งคู่จะจรดปากกาเซ็นชื่อลงในใบสมัครของทั้งสองชมรม โดยไม่รู้เลยว่าชื่อในใบสมัครใบนั้นจะเป็จุดเริ่มต้นของเื่ราวอีกมากมาย
เย็นวันนั้น ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีส้มระเรื่อ ผมขับรถไปส่งพายที่บ้านเหมือนเช่นทุกวันที่เราทำมาตลอด ลมเย็นๆ พัดผ่านขณะที่เราขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย
"วันนี้สนุกเนอะพัท พายตื่นเต้นที่จะได้ไปออกค่ายชมรมอนุรักษ์ฯ เร็วๆ นี้จัง" พายพูดเสียงดังแข่งกับลมพลางกอดเอวผมแน่นขึ้น
"อื้ม พัทก็จะดูแลพายเอง ไม่ต้องห่วงนะ"
เมื่อรถจอดสนิทหน้าบ้านไม้หลังย่อมที่มีรั้วต้นไม้เรียบร้อย ผมเห็นคุณแม่ของพายเดินออกมาต้อนรับ ท่านยังดูสาวและสวยเหมือนเดิม
แม้แววตาจะมีความเหงาปนอยู่บ้างนับั้แ่พ่อของพายจากไป แต่รอยยิ้มของท่านก็ยังดูใจดีเสมอ
"ขอบคุณนะจ๊ะพัทเตอร์ที่มาส่งน้อง เข้ามาทานน้ำก่อนไหมลูก?" คุณแม่พายทักทายอย่างเอ็นดู
"ไม่เป็ไรครับแม่ พอดีพัทต้องรีบไปช่วยงานที่บ้านต่อครับ" ผมยกมือไหว้ท่านอย่างนอบน้อม
"เจอกันพรุ่งนี้นะพัท" พายโบกมือลาพร้อมรอยยิ้มสดใสก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
ผมมองตามแผ่นหลังของเธอจนประตูปิดลง ในหัวมีแต่ภาพอนาคตที่สวยงาม ผมสัญญากับตัวเองว่าจะรักและปกป้องผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด... โดยที่ผมไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า 'อิสรภาพ' ที่พายกำลังจะได้เจอในชมรมนั้น จะเปลี่ยนชีวิตของเราสองคนไปตลอดกาล