ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่801 ความลับของฟู่เทียน ลอบสังหาร

หญิงสาวทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ นางนึกว่านางจะจัดการ ราชาจระเข้เหมันต์ ได้อยู่แล้วเชียว ไม่คิดว่าต้องให้อี้เฉิน มาคอยสั่งสอนนางเช่นนี้

 


       “ข้ารู้แล้วน่า หากเจ้าไม่เข้ามาสอดมือ ข้าเองก็จัดการได้อย่างง่ายดายเช่นกัน” ก่อนอี้หลินจะก้าวฝีเท้าฉับๆ ตามอี้เฉินไปอย่างฉับไว ครั้นเห็นอี้เฉินเดินออกไปจากด่านการทดสอบ ไม่สนใจตัวนางอีกต่อไป

 


        ด้านอี้เฉินที่มองว่าอี้หลิน รุดหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาไม่ต้องกังวล เรื่องของนางมากอีกต่อไป ‘เหมือนว่าลูกของเรา นางจะเก่งกาจไม่เบา หลินเฟย เจ้าหมดห่วงเรื่องของอี้หลินได้แล้ว’

 


        ก่อนภาพหมู่ชนบนชั้นสูงๆ พวกเขาจะเบิกตาออกกว้าง ไม่เว้นแม้แต่พวกชั้นที่60 รวมตัวกันเตรียมจะพิชิตชั้นที่70 “หืม!! เป็นไปได้อย่างไร พวกเขาผ่านด่านการทดสอบชั้นที่50 ต่อสู้กับ ราชาจระเข้เหมันต์ แล้วไม่บาดเจ็บเป็นไปได้อย่างไร”

 


       แม้แต่เหล่าคุณชายจาก ตระกูลมหาอำนาจใหญ่ ยังไม่อาจทำเช่นนั้นได้ แต่ภาพที่พวกเขาเห็นไม่ใช่แค่ กายาอี้เฉินที่สะอาดสะอ้านไร้บาดแผล แม้แต่อี้หลินนางเอง ยังไม่มีอาการบาดเจ็บ เหมือนที่ แล้วๆ มา หมู่ชนใครเล่า ตอนนี้จะไม่ตกตะลึง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ จักรพรรดิเต่าชรา เขายังเริ่มกังวล กลัวอี้เฉินจะขึ้นไปชั้นสูงๆ ได้รับสิ่งสืบทอดของหอคอยร้อยชั้น ทำให้เขาถูกกักขังอีกครั้ง ชายแก่จึงเริ่มนั่งไม่ติดอีกต่อไป

 


       ฟู่เทียน ชายหนุ่มผมสีทองปลิวสยาย ใบหน้าเคร่งขรึม เขายังกำหมัด บีบรัดฝ่ามือเข้าหากันจนแน่น ครั้นเมื่อต่อสู้กับ ราชาจระเข้เหมันต์ เขาที่ได้บาดแผลมาไม่น้อย ยังจดจำความยากลำบาก ในการต่อสู้นั้นได้ดี จึงไม่อยากจะยอมรับว่า บัดนี้ชายหนุ่มผมสีขาว ราวกับหิมะ เหมันต์ ของฤดูหนาวที่ตกโปรยปราย จะเก่งกาจฝีมือ อยู่เหนือกว่าเขาไปก้าวหนึ่ง

 


       เสียงกัดกรามกรอด ฟู่เทียน ดังขึ้นมาน้อยๆ ก่อนเขาเอ่ยพูดพึมพำออกมา ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาแข็งกร้าว ดุร้าย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยปณิธาน ที่อยากจะได้ครอบครองพลังยิ่งใหญ่ “ไม่ว่าอย่างไร ข้าต้องพิชิตหอคอยร้อยชั้นให้ได้ ท่านแม่ ไม่ช้าข้าจะปลดปล่อยท่าน จากท่านพ่อเอง”

 


        ภาพที่ฟู่เทียน หวนนึกตั้งแต่ยาม สมัยวัยเด็ก เขาก็เห็นท่านแม่อี้ฟางหรง ถูกกักขังในกรงทอง ไร้อิสรภาพ ภายในพระราชวังของท่านพ่อ พออายุได้7ขวบ ก็ถูกขู่เข็ญให้ต้องฝึกฝนอย่างหนักหน่วง มีเพียงแต่ท่านแม่อี้ฟางหรง ที่คอยปลอบโยนเขาเท่านั้น

 


       แม้เด็กชายยามนั้น จะพยายามขอร้อง ท่านพ่อของเขาเท่าใดก็ตาม แต่ไอ้เวรนั้น กลับไม่คิดปล่อยท่านแม่ของเขาไป หอคอยร้อยชั้น จึงเป็นความหวังเดียวของ ฟู่เทียน ที่จะปลดปล่อยท่านแม่ของเขา จากท่านพ่อจักรพรรดิเทพมาร ผู้ยิ่งใหญ่ได้บัดนี้ ทว่าไม่คิดเลยว่า ตอนนี้เขาจะมีคู่แข่ง ที่น่าหวาดกลัว ปรากฏขึ้นมาพร้อมกันถึงสองคน แม้แต่อี้หลิน ฟู่เทียนเขา ยังไม่อาจสบประมาทนางได้

 


       จักรพรรดิเต่าชรา ที่รับรู้ถึงพลังของอี้เฉิน รุดหน้าขึ้นมารวดเร็วเกินไป เขาถึงกับกล่าวพูดออกมา ไม่มีเจตนาซ่อนเร้นปกปิดอีกต่อไป “เจ้าหนุ่มเจ้าเป็นใครกันแน่ หากเจ้าคิดจะแอบซ่อนสายตาจากไอ้หนูพวกนั้น เจ้าก็สามารถทำได้ แต่มันไม่ได้ผลกับข้าหรอกนะ”

 


       คำพูดนั้นของผู้ยิ่งใหญ่ ต่างก็ทำให้รอบด้าน เกิดคลื่นพายุความวุ่นวาย เตรียมจะโหมกระหน่ำ ก่อตัวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง สายตาของคนชั้นที่50 ต่างก็มองมาที่อี้เฉิน ด้วยสายตาระแวดระวัง มาที่ตัวอี้เฉินเป็นสายตาเดียว จนรอบๆ รับรู้ ได้ถึงสายตาอาฆาตมาดร้าย

 


       เหยียนอู๋ ที่ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาต้องรีบกล่าวใส่ไฟอี้เฉินทันใด “ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียง เกรงว่าจะมีแต่เจ้า ที่เป็นตัวแปลกปลอม หากเจ้าไม่เอ่ยนามออกมา เห็นทีพวกเรา จะทนฝึกฝนไปพร้อมกับเจ้าไม่ได้”

 


       กลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกไม่น้อย พวกเขาต่างก็เห็นด้วย กับความคิดของ เหยียนอู๋ แม้ตัวของ เหยียนอู๋จะเสียความเชื่อมั่นไปแล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยๆ เหยียนอู๋ก็ยังเป็นที่รู้จักของผู้คน “ใช่ๆ หากมีเจ้าฝึกปรือ ภายในสถานที่เดียวกับข้า เกรงว่าข้าต้องระแวดระวัง ตัวเจ้าเป็นแน่”

 


อี้หลิน นางกล่าวตอบโต้ กลุ่มคนที่ขวางพวกเขาไว้ ขึ้นมาทันที “พวกเจ้าใครให้สิทธิ์ พวกเจ้าจัดตั้งกฎเกณฑ์นี้ขึ้นมา ภายในหอคอยร้อยชั้นกัน”

 


        หญิงสาวในกลุ่มนางทำตาดุ แข็งกร้าว ราวกับเป็นนางพญา ขึ้นมาตอบโต้ อี้หลินในทันใด “ก็พวกข้าอย่างไรล่ะ หรือพวกเจ้าจะไม่ฟัง ที่พวกข้ากล่าวพูด หากอยากเข้าใช้สิ่งล้ำค่า ภายในประตูสีทอง รอพวกเราไปชั้นที่60ก่อน เดี๋ยวพวกเราจะเหลือเศษเดนไว้ให้พวกเจ้า พวกเจ้าเองก็คงชอบไม่ใช่หรือ เห็นตามหลังพวกเรามาตลอด” พร้อมสายตาพวกเขาจ้องเขม็งใส่กัน จนเกิดประกายไฟ ด้วยสายตาพร้อมจะเอาเรื่อง

 


       อี้เฉินผายมือออกมาห้ามปราม อี้หลินในทันใด หากโต้เถียงกันเช่นนี้ จะมีแต่ยั่วโทสะใส่กันเท่านั้น “อี้หลิน เจ้าพอแค่นี้แหละ เราจะนั่งลงด้านนอก พักฟื้นปราณพลัง เดี๋ยวเราจะขึ้นไปชั้นที่60กัน”

 


       “อืมๆ” อี้หลินพยักหน้ารับคำอี้เฉินอย่างฉับไว ครั้นเห็นว่าอี้เฉินไม่คิดจะรั้งรอ อยู่ยังชั้นที่50อีกต่อไป ทำให้หมู่ชนพวกเขาที่ไม่สามารถขึ้นไปชั้นที่ 60ได้ พวกเขาต่างก็หน้าบูดเบี้ยว โดยเฉพาะหญิงสาว นามว่า ชิงชิง ที่กล่าวพูดก่อนหน้านี้ นางหน้าเขียวคล้ำจนไม่น่ามอง ราวกับใบหน้านาง กินสิ่งปฏิกูลเข้าไป

 


        แม้แต่พวกเขาบางคนยังแค่นเสียง ออกมาเสียงดัง เจ้า!! เจ้า!! บางคนถึงกับสบถด่าอี้เฉิน เล็ดลอดไรฟันออกมาไม่ขาด ทว่าเมื่อพวกเขาเห็น พวกอี้เฉินนั่งขัดสมาธิ หลับตาพริ้ม บรรยากาศรอบๆ ที่เต็มไปด้วยโทสะคุกรุ่น จึงค่อยๆ ผ่อนลงไปช้าๆ

 


        เหยียนอู๋ ที่เห็นเช่นนั้นเขาเองก็สะบัด ชายอาภรณ์ สืบฝีเท้าจากไปหาที่สงบพักผ่อน เร่งการฝึกปรือเช่นกัน ครั้นเห็นว่าบัดนี้เขาไม่อาจทำอะไร ให้อี้เฉินต้องลำบากใจ ไปมากกว่านี้ได้อีกต่อไป

 


        เวลาจริงเทียบเท่าภายนอกหนึ่งวัน อี้เฉิน ที่รออี้หลิน พักฟื้นคืนปราณพลังของนาง ที่สำแดงพลังกระดูกศักดิ์สิทธิ์ มาได้4ส่วน ชั้นที่50 เริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงหญิงสาวกรีดร้อง ออกมาเสียงดังก้อง หมู่ชนเองต่างก็สืบฝีเท้า ไปดูสถานการณ์ บริเวณนั้นเช่นกัน ว่าบัดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 


        ไม่นานเสียงหมู่ชนก็ซุบซิบ ออกมาเสียงดังไม่ขาด พร้อมสายตาหมู่ชน จ้องมองมายังตัวของอี้เฉินเป็นสายตาเดียว “พวกเจ้ารู้หรือยัง มีคนพบศพเจ้าเหยียนอู๋ นอนตายอยู่บริเวณทางขึ้นชั้นที่ 60”

 


“ข้าว่าต้องเป็นมันแน่ๆ คนที่มีเรื่องกับเหยียนอู๋ ก็มีเพียงมันคนเดียวเท่านั้น”

 


ชายหนุ่มอีกคนก็กล่าวพูด ขึ้นมาเช่นกัน “หรือว่า เขาต้องการปิดปากเหยียนอู๋กัน”

 


         อี้หลินที่รับรู้ถึงความยุ่งวุ่นวาย นางเปิดเปลือกตา เอ่ยพูดขึ้นมาทันใด “เขาหลับตาพริ้มอยู่กับข้ามาตลอด จะไปมีเวลา ไปฆ่าสังหารเหยียนอู๋ ตอนไหนกัน พวกเจ้าเลิกพูดซี้ซั้ว ได้แล้ว”

 


       ชิงชิง หญิงสาวที่กรีดร้องเป็นคนแรก นางกล่าวตอบออกมาทันที “มันก็ไม่แน่ เขาอาจจะถอดปราณจิตไปฆ่าสังหาร เหยียนอู๋ก็เป็นได้ หากปราณจิตเขาแข็งแกร่ง ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็นนัก” หลายคนได้ยินพวกเขาต่างก็พยักหน้าให้กับคำพูดของ ชิงชิง

 


        อี้เฉินเปิดเปลือกตาขึ้นมาทันที ไม่คิดว่า เขาจะเจอเข้ากับเรื่องยุ่งยากมากขนาดนี้ เห็นทีจะมัวช้า อยู่เช่นนี้ไม่ได้แล้ว “แม่นางพาข้าไปดู ศพเหยียนอู๋ หน่อยได้หรือไม่”

 


ชิงชิง นางเผยอปากขึ้นมาน้อยๆ กล่าวพูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง “เจ้าไปดูแล้วจะได้อะไร คิดจะกลับดำ ให้เป็นขาวเช่นนั้นหรือ เจ้าหนุ่มผมขาว”

 


       อี้เฉินกล่าวเสียงเนิบช้า ตอบโต้ทันที “คงไม่ใช่ว่าเจ้า ฆ่าสังหารเหยียนอู๋ แล้วกรีดร้องออกมา เสียงดังหรอกหรือ หากไม่ใช่ก็จงนำทางข้า ไปหาศพของเหยียนอู๋”

 


       เจ้า!! เจ้า!! ชิงชิง นางเดือดดาลจนตัวสั่นในทันใด ก่อนนางจะสะบัดชายอาภรณ์ พาอี้เฉินสืบฝีเท้าไปดู ศพของเหยียนอู๋ แม้แต่อี้หลินนางยังไม่เข้าใจ การกระทำของชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ นาง ‘หรือว่าเขาจะฆ่าเหยียนอู๋ ตามที่หลายคนกล่าวอ้าง จริงๆ ’



คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน