ตอนที่หนึ่งร้อยสอง ส่งจักรพรรดิไปเรียนหนังสือ5
ผมรู้สึกว่าการได้มาเรียนรู้ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปก็เป็นอะไรที่น่าสนใจพอสมควร
เป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถหาได้จากการอ่านข้อมูลจากระบบเกมสืหรือรายงานที่เหล่าลูกน้องข้ารับใช้ต่างๆของผมเอามาให้
ผมก็เข้าใจว่ารายงานต่างๆมีชั้นความลับ
สิ่งที่ผมทราบที่อยู่ในชั้นความลับสูงสุดอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปหรือแม้แต่ข้าราชการรับรู้
พวกประชาชนนั้นโดนโฆษณาชวนเชื่อต่างๆจากรัฐนั้นเป็นเรื่องธรรมดา
ข้อมูลอาจจะไม่กรองแต่ว่าเสียงที่แสดงความรู้สึกออกมาไม่ได้ไร้ความหมายเสียทีเดียว
ความรู้สึกอาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงแต่มันก็คือข้อมูลอย่างหนึ่งเมหือนกัน
ผมจำได้ว่าอัตราการทำงานของอาณาจักรของผมนั้นต้องอยู่ที่แปดชั่วโมงต่อสัปดาห์ถึงจะทำให้คุณภาพชีวิตอยู่ในระดับสูงUtopia ยูโทเปีย
การที่มีคนบอกว่าทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์แสดงว่าเขาน่าจะทำงานหนักอย่างที่ว่าก็จริง
แม้จะเปรียบเทียบในยุคสมัยที่ผมจากมานั้นเรียกว่าทำงานน้อยมากหากเทียบเฉลี่ยกับระบบ996 ที่ทำให้เศรษฐกิจรีดแรงงานของประชาชนมาจนถึงขีดสุด
Cyberpunk
ไซเบอร์พังก์
อย่างที่เราเห็นได้ตามเรื่อง Overlord ที่ประชาชนใส่หน้ากากกันพิษอยู่กันอย่างอดอยากยากแค้นมีศพเด็กตายกลางถนน พระเอกก็ต้องทำงานหนักจนตายหรือแนวไซเบอร์พังก์อนิเมะ
ที่การศึกษาอยู่แต่ในมือของชนชั้นสูงอย่างพนักงานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีอำนาจครอบงำโลก
อยากจะไต่เต้าตำแหน่งก็ต้องเสี่ยงชีวิตหักหลัง หักเหลี่ยมกับคนในบริษัทเพื่อไต่เต้าขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด
แนวคดิของไซเบอร์พังก์คือ
เทคโนโลยีสูงคุณภาพชีวิตต่ำ
มีเทคโนโลยีในสังคมแต่ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีไม่ได้
แทนที่จะมีสวัสดิการตัดแต่งร่างกายให้ประชาชนในโรงพยาบาลของรัฐ
จกากที่เราเห้นตามแนวไซเบอร์พังก์พวกเขาต้องใช้บริการหมอเถื่อนท่าทางแปลกๆที่ใช้เทคโนโลยีและการผ่าตัดที่น่าสงสัยและมีผลข้างเคียง
เพื่อให้ความสามารถของเราเหนือกว่าชาวบ้านพร้อมกับความเป็นมนุษย์ที่น้อยลงเรื่อยๆเมื่อมีเครื่องจักรเข้าไปแทนที่ร่างกายตอนแรกของเรา
แต่ผมว่าผมระวังเรื่องคุณภาพชีวิตมากนะ
ทำไมประชาชนถึงไม่ค่อยไปสอบเข้าสมัครเป็นราชการเพื่อจะได้เป็นประชารัฐจะได้มีสิทธิออกเสียงเลือกผู้แทนหรือนโยบายได้?
(ถึงนโยบายหรือกฎหมายที่ผ่านสภาผมในฐานะจักรพรรดิจะยกเลิกได้ก็ตาม แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ควรมีส่วนร่วมบ้าง)
รัฐแม้จะไม่พอใจที่ประชนชนจะมีสิทธิมีเสียงในนโยบายที่ขัดกับรัฐแต่กระนั้นรัฐก็พยายามอ้างว่ามาจากฉันทามติเห็นชอบของประชาชนเพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมืองให้กับตนเองเช่นกัน
การตั้งสภาของผมเรียกว่าเป็นจุดระบายความโกรธเคืองของประชาชนหรือความกดดันทางการเมืองให้พวกเขาเล่นงานผู้แทนในสภาก่อนแทนที่จะมาโกรธใส่ผมโดยตรง
ผมนึกถึงนโยบายของท่านประธานประเทศอเมริกา
Deregulation
ลดกฎระเบียบ
ลดกฎระเบียบในการประกอบธุรกิจจะทำให้ประชาชนนั้นสามารถทำธุรกิจได้ง่ายดายมากขึ้น
มันคือการมองในภาพรวม
ลดอุปสรรคขัดขวางสร้างแรงจูงใจ
ว่าเราต้องลดอุปสรรคขัดขวางที่จะทำให้การกระทำอย่างหนึ่งของพวกเขายากขึ้นและสร้างแรงจูงใจให้คนมีคนคิดที่จะกระทำเรื่องนั้นมากขึ้น
Incentive
แรงจูงใจ
ในด้านภาษีก็ทำให้มีการลดภาษีมีสวัสดิการ...ซึ่งผมก็คิดว่ามีให้หมดแล้วนะหากมีสถานะเป็นประชารัฐที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาล่างแล้วล่ะก็
แถมยังเป็นเรื่องของการที่จะมีตำแหน่งหรือยศศักดิ์ได้อีกต่างหากหากเข้ามาทำหน้าที่ทางทหารและมีความดีความชอบ
ผมยังจำได้ตั้งระดับอัศวินไปร่วมพันคนเมื่อยมือไปหมด
อืมหากคิดว่าแนวคิดคือเราไม่ต้องการลดคุณภาพการสอบลง
เราก็ต้องทำให้สภาพแวดล้อมในการสอบนั้นง่ายขึ้น
หรือสร้างการเรียบนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผมมองระบบที่ผมก้ต้องยอมรับว่าผมทุ่มเทไปในทางเทคโนโลยีการรบ
แต่เทคโนโลยีด้านอื่นอาจจะด้อยไปบ้าง
ก็ต้องชมคนในจักรวรรดิของผมเช่นกัน
ที่ทำให้เทคโนโลยีโฮโลเน็ตนั้นพัฒนาไปอย่างมาก
ผมถอนใจยอมใช้แต้มการวิจัยที่มีค่า
เลือกพัฒนาให้อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการศึกษามีราคาถูกเข้าถึงประชนได้มากยิ่งขึ้นรวมทั้งสร้างโรงเรียนมากขึ้นด้วย
ผมทำข้อสอบในสาขาวิชาต่างๆอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากยิ่งทำวิชาต่างๆเท่าไรผมก็ได้ค่าประสบการณ์ด้านการเรียนรู้มากเท่านั้น