ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 135 สมาคมเวสการ์ด

    นาฟเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับชายผู้เป็นถึงลูกของเจ้าอาณานิคมที่ยืนอยู่เบื้องหน้านี้แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่าย

    “ขอบคุณที่ให้เกียรติกับตัวข้าแต่ข้ายังมีภารกิจที่ยังต้องทำอยู่ที่นี่ขอรับ” นาฟกล่าวด้วยความหนักแน่นแต่แฝงไปด้วยความจริงใจ

    “ฮ่าๆสมกับที่น้องหญิงเคยเอ่ยเรื่องเจ้าอยู่บ่อยครั้งจริงๆ ฮ่าๆเจ้านับเป็นชายคนแรกที่ทำให้น้องข้าพูดถึงได้บ่อยๆ”

    “ทะ ท่านพี่!  อิงอิงรีบเอ่ยด้วยความร้อนใจในขณะที่สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

    องค์ชายสามที่เห็นสีหน้าของน้องตัวเองที่เริ่มกระอักกระอ่วน ยกยิ้มที่มุมปากหัวเราะ แล้วเดินจากไป

    นาฟที่เห็นอิงอิง แสดงอาการขวยเขินจึงรีบกล่าวเพื่อเปลี่ยนหัวข้อ  “ท่านพี่ของเจ้าช่างดูทรงพลังนัก!

    อิงอิงหันมองพี่ชายของตนที่ค่อยๆ ก้าวเดิน ออกไป

    “พี่สามเป็นคนเก่งและเป็นพี่ชายที่สนิทกับข้าที่สุดเป็นคนสอนข้าขับขี่รถแข่ง ข้าและท่านพี่ล้วนแต่ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่เด็กท่านพี่จึงเข้าใจทุกสิ่งในตัวข้า”

    อิงอิงหันมองสบสายตากับนาฟอีกครั้งสายตาเปล่งประกายราวกับจะสื่อสารความในใจบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เอ่ยขึ้น

    “อย่างน้อยก็อย่าลืมไปให้กำลังใจข้าด้วยแล้วกันนะ!

    นาฟที่เหม่อมองสาวแสนสวยในระยะประชิดหัวใจเริ่มเต้นถี่แรงขึ้นเรื่อยๆเกิดความรู้สึกที่เชื่อมโยงบางอย่างขึ้นมาจากห้วงบึ้งของจิตใจ

    ทุกอย่างรอบข้างเหมือนจะหยุดนิ่งจากสายตาของคนทั้งคู่ที่มองกัน

    อิงอิงที่เริ่มรู้สึกถึงสายตาของคนรอบข้างทั้งหมดรีบผละออกมา แล้วเอ่ย 

    “ขะ.... ข้าไปช่วยพี่ชายรับแขกก่อนนะ แล้วเจอกัน!”

    นาฟที่ยังมององค์หญิงแสนสวยก้าวเดินจากไปอย่างเหม่อลอยราวกับตกอยู่ในภวังค์บางอย่างอยู่ๆ ก็มีมือมาวางอยู่บนหัวไหล่ เรียกสติกลับมาอย่างรวดเร็ว

    “นายเริ่มเป็นจุดสนใจของงานนี้แล้วรู้มั๊ย!  คากิที่กลับมายืนอยู่ด้านข้างของนาฟตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

    นาฟหันมองคากิ “พวกเรากลับกันดีหรือไม่!”

    “ฉันก็กำลังจะมาชวนนายกลับอยู่พอดีฉันก็ขี้เกียจปั้นหน้าให้กับพวกที่มาอวยฉันแบบหวังผลประโยชน์เต็มทีแล้ว”

    ขณะทั้งสองกำลังจะเดินออกจากงาน  สาวสวยผมทองในชุดราตรีสีขาวนวลก็เดินเข้ามาหา

    “พวกนายจะกลับกันแล้วเหรอ! เอโรซ่าเอ่ยกับคนทั้งสอง

    “ใช่แล้วประธาน พวกข้าจะกลับแล้ว”

    เอโรซ่ามองไปที่นาฟ ที่วันนี้ดูแปลกตาชายหนุ่มที่รูปงามอยู่แล้ว ยิ่งได้รับการแต่งตัวที่เหมาะสมทำให้ดูโดดเด่นสร้างเสน่ห์อันเย้ายวนให้หญิงสาวทั้งหลาย ไม่เว้นแม้แต่เอโรซ่า

    นางมองนาฟสักพักเหมือนจะเคลิบเคลิ้มกับเสน่ห์ของชายคนนี้ แต่ก็ถูกหยุดไว้ด้วยเสียงของคากิ

    “ประธานมีอะไรหรือเปล่า?

    “ปะ...เปล่า ข้าแค่มีเรื่องอยากถามพวกเจ้า! เอโรซ่าใช้น้ำเสียงที่ตะกุกตะกะ จากความเขินอาย เอ่ยออกมา

    ขณะที่ชายทั้งสองยังยืนรอฟังคำพูดต่อไปของเอโรซ่าอยู่นั้น  ก็มีกลุ่มคนมากกว่า 7 คนก้าวเข้ามา

    ชายในกลุ่มคนหนึ่งก้าวมายืนมองหน้านาฟส่งสายตาอาฆาตแค้นอย่างถึงที่สุด นั้นคือเก็กโคที่มาพร้อมกับพี่ชาย

    ทั้งสองพี่น้องมีท่าทางเย่อหยิ่ง คนพี่นามเก็กคู รูปร่างสูงใหญ่สวมสูทสีดำเงางาม ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยจิตที่คิดร้ายบางอย่าง ขณะที่เก็กโคคนน้องที่ยังจดจ้องนาฟอย่างไม่ละสายตาแล้วเอ่ยขึ้น

     "โอ้ ดูนี่สิ ใครกันที่มีเกียรติยืนอยู่กับองค์หญิงอิงอิง?"

    เก็กโคกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูกสายตาของเขาจับจ้องที่นาฟอย่างเย้ยหยัน

    นาฟมองทั้งสองคนด้วยสายตาที่มั่นคงเขารู้ว่าพวกเขาไม่ได้มาเพียงเพื่อทักทาย แต่เพื่อหาเรื่อง

    เอโรซ่ารีบเอ่ยแทรกทันทีที่เห็นสถานการณ์เริ่มไม่ดี

    "ถ้าพวกนายไม่มีอะไรจะพูดที่สร้างสรรค์กว่านี้ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้าไปที่อื่น" เอโรซ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดแววตาของเธอเต็มไปด้วยความเยือกเย็น

    เก็กคูคนพี่หัวเราะเบาๆ

    "โอ้! แหม เอโรซ่าข้าเพียงแค่มาทักทายเพื่อนร่วมงานในงานเลี้ยงนี้เท่านั้นเอง" เก็กคูก้าวมายืนอยู่ข้างน้องชายตนสบสายตากับนาฟในระยะใกล้ เกิดรอยยิ้มที่มุมปาก

    “ข้าต้องขอโทษแทนน้องชายข้าด้วยที่คราวก่อนเผลอไปมีเรื่องกับเจ้า” เก็กคูเอ่ยด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเอามือคล้องไหล่ของเก็กโค

    นาฟที่มองชายรูปร่างสูงใหญ่เบื้องหน้า เห็นถึงนัยน์ตาและรอยยิ้มที่แอบแฝงไปด้วยเจตนาร้ายที่ส่งมาถึงตน

    "เจ้าดูสง่างามมากในคืนนี้ ข้าต้องยอมรับว่าเจ้าทำให้ข้าประทับใจมาก"

    เก็กคูพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร

    "ใช่แล้ว ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังพัฒนาชุมชนเมืองใหม่ข้าชื่นชมความมุ่งมั่นของเจ้าจริงๆ"

    นาฟยิ้มเล็กน้อยเป็นการตอบรับแต่ในใจรู้สึกไม่สบายใจกับคนพวกนี้สักเท่าไหร่แล้วเอ่ยตอบ

     "ขอบคุณสำหรับคำชม ข้าทำในสิ่งที่ควรจะทำ"

    เก็กคูพยักหน้า "แน่นอน เราทุกคนหวังว่าเจ้าจะประสบความสำเร็จแต่ข้าแอบกังวลอยู่นิดหน่อยว่าแผนการของเจ้าอาจจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมายมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะเจ้าว่ามั๊ย!" เก็กคูทำท่าทางห่วงใย

    "หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด เจ้าสามารถมาหาพวกเราได้เสมอ สมาคมเวสการ์ดของพวกเราพร้อมที่จะสนับสนุนเจ้าเสมอนะ"

    นาฟยิ้มแล้วเอ่ยต่อ "ข้าจะจำคำแนะนำนี้ไว้"

    เก็กคูหัวเราะเบาๆแล้วพาน้องชายที่อยู่ในอ้อมแขนหันหลังจากไป

    หลังจากที่สองพี่น้องเดินจากไป เอโรซ่ารีบกล่าวกับนาฟ

    “นายต้องระวัง เก็กคูคนพี่ให้ดี ข้ารู้จักมันดีมันคงมีแผนการอะไรบางอย่างอยู่”

    นาฟมองสาวสวยผมทองที่ให้ความเป็นห่วงตนจากใจ

    “ขอบคุณมาก แล้วข้าจะระมัดระวัง”