ตอนที่ 37:ร้องเพลงกับเยว่เยว่
“จางเจี๋ย ที่นี่ยอดเยี่ยมไปเลย ! ”หลิวจือเซียมองไปรอบ ๆ ห้องทำงานของจางเจี๋ยและพูดขึ้นมา
จางเจี๋ยปิดประตูและอธิบาย “ปกติแล้วไม่ค่อยมีใครเข้ามาที่นี่ส่วนมากฉันทำงานที่ห้องประธาน แม้แต่ฉันก็ไม่ค่อยมาที่นี่เหมือนกัน”
“ถ้าทำที่นี่เป็นห้องนั่งเล่นได้ก็คงดี”หลิวจือเซียจูงเยว่เยว่ไปที่เปียโน “เยว่เยว่หนูเล่นเพลงให้พี่สาวฟังสักเพลงได้ไหม ? ”
“ได้ค่ะ...” เยว่เยว่เอียงหัวและพูดขึ้นมา“แล้วเล่นเพลงอะไรดีคะ ? ”
“เล่นเพลงอะไรก็ได้ที่เยว่เยว่อยากเล่น”จางเจี๋ยนั่งลงไปที่เก้าอี้พร้อมกับอุ้มฮันฮันขึ้นนั่งตัก
“ได้เลยค่ะ ตอนที่หนูอยู่กับแม่ แม่สอนเพลงใหม่ให้กับหนูหนูยังร้องได้อีกด้วย ! ” เยว่เยว่ยืดอกด้วยท่าทีภูมิใจ “หนูจะเริ่มแล้วนะ ! ”
พูดจบเจ้าตัวน้อยก็วางมือลงบนเปียโนราวกับนักเล่นมืออาชีพ
“ติ๊ง ติ๊ง...” เสียงเปียโนดังขึ้นมาตามมาด้วยเสียงของเยว่เยว่“สวัสดีปีใหม่ สวัสดีปีใหม่ หวังว่าจะเป็นปีที่ดีกับทุกคน...”
เพลงสวัสดีปีใหม่ !
ท่วงทำนองที่ครื้นเครง เนื้อเพลงง่าย ๆ ถึงมันจะดูเป็นเพลงง่ายๆ แต่ก็น่าทึ่งที่เด็ก 4 ขวบกลับเล่นมันออกมาได้ น่าทึ่งจริง ๆ !
“เยว่เยว่เล่นเปียโนได้แถมยังเล่นเก่งอีกด้วย ! ”จางเจี๋ยทึ่งกับความสามารถของเยว่เยว่ตอนแรกเธอคิดว่าหลิวจือเซียน่ะคงหลงลูกสาวจนมักจะพูดเกินจริงเกี่ยวกับพรสวรรค์ของเยว่เยว่
ไม่คิดเลยว่าเขาพูดความจริงไม่ใช่แค่เล่นเปียโนเป็นแต่ยังร้องเพลงดีอีกด้วย
เมื่อเพลงจบลงก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมา
“เยว่เยว่ เธอนี่เก่งจริง ๆ ! ” ฮันฮันตาเป็นประกายเธอปรบมือจนมือเล็ก ๆ ของเธอแดง
จางเจี๋ยเองก็ยิ้มออกมา“เยว่เยว่เล่นเปียโนเก่งและยังร้องได้ดีอีก”
“ขอบคุณค่ะ ! ”เยว่เยว่โค้งให้กับจางเจี๋ยก่อนจะหันกลับไปมองหลิวจือเซีย
หลิวจือเซียลูบหัวเจ้าตัวน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม“ไม่คิดเลยว่าเยว่เยว่จะซ่อนความสามารถแบบนี้เอาไว้ หนูร้องเพลงดีกว่าพ่อเสียอีก !”
“คิกคิก” เยว่เยว่ยิ้มออกมาจนตาโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์
“คุณหลิว คุณคิดจะฝึกให้เยว่เยว่หรือเปล่า ? ”จางเจี๋ยถามขึ้นมา “บริษัทของเรามีอาจารย์ที่สอนเต้น ร้องเพลง และเล่นดนตรีด้วยพรสวรรค์ของเยว่เยว่แล้ว เธอต้องเติบโตในวงการได้แน่ ๆ ”
“ไม่เป็นไร ! ” หลิวจือเซียขัดขึ้น“ฉันแค่อยากให้เยว่เยว่เติบโตอย่างแข็งแรงและมีความสุขฉันอยากให้มันเป็นเพียงงานอดิเรกของเธอฉันไม่อยากจะวางแผนชีวิตให้เธอทำในสิ่งที่เธอไม่ต้องการ”
จางเจี๋ยเงียบไปสักพัก เธออยากจะพูดบางอย่างแต่ตอนนั้นโทรศัพท์ในห้องก็ดังขึ้น
เมื่อไปรับสายก็พบว่าหลางเวิ่นซิงโทรมาบอกว่ามีเรื่องด่วนให้เธอรีบไปหาเขา
จางเจี๋ยขอตัวไปก่อนและทิ้งให้หลิวจือเซีย เยว่เยว่และฮันฮันไว้ในห้องทำงานของเธอ
.....................................
ตอนที่จางเจี๋ยกลับมาก็ผ่านไป 30 นาทีแล้ว
ในออฟฟิศนั้นหลิวจือเซีย เยว่เยว่และฮันฮันเหมือนจะสนุกกันจนลืมเวลา เมื่อเห็นจางเจี๋ยกลับมา หลิวจือเซียก็พูดขึ้น“จางเจี๋ย เธอช่วยอะไรฉันหน่อยได้หรือเปล่า ? ”
ตอนที่จางเจี๋ยกลับมานั้นตอนแรกเธอกำลังจะบอกว่าหลางเวิ่นซิงจะไปส่งพวกเขาที่บ้านดังนั้นเธอจึงยิ้มออกมาและพูดขึ้น “คุณหลิว ช่วยน่ะไม่มีปัญหาแต่เดินไปคุยไปดีกว่า ประธานรอคุณอยู่ที่โรงรถ”
“แค่ไม่กี่นาทีเอง” หลิวจือเซียโบกมือและพูดขึ้น“เมื่อครู่ฉันเพิ่งสอนเพลงให้เยว่เยว่ไป ตอนนี้ฉันอยากอัดเพลงเธอช่วยฉันอัดเพลงหน่อยได้หรือเปล่า ? ”
“แค่ไม่กี่นาทีคุณก็สอนให้เยว่เยว่เล่นเพลงได้แล้วหรือ ? ”จางเจี๋ยกระพริบตาปริบ ๆ และประหลาดใจเล็กน้อย
หลิวจือเซียพยักหน้ายืนยัน
อันที่จริงแล้วหลิวจือเซียก็แปลกใจเหมือนกันเขาไม่คิดเลยว่าแม้ว่าเยว่เยว่จะยังเด็กแต่เธอกลับฉลาดมากมีพรสวรรค์ด้านดนตรีที่สูง แถมยังเรียนรู้ได้ไวอีกด้วย
เขาอยากอัดเพลงนี้เพื่อให้เยว่เยว่ลองฝึกหลังจากที่กลับบ้านไปยังไงซะ เขาก็รับปากกับเยว่เยว่แล้วว่าเขาจะเล่นเพลงนี้กับเยว่เยว่ในงานเรียนจบ
“พี่สาว เยว่เยว่น่ะเก่งจริง ๆ ! ”ฮันฮันกลายเป็นแฟนคลับตัวน้อยของเยว่เยว่ไปแล้ว “หนูยังไม่ทันรู้เรื่องแต่เยว่เยว่กลับเข้าใจแล้ว ! ”
จางเจี๋ยจะพูดอะไรได้อีก ?เธอรับโทรศัพท์จากหลิวจือเซียและเปิดกล้องขึ้นมาทันที
ตอนที่จางเจี๋ยกดบันทึก เสียงเปียโนก็ดังขึ้นมา
เยว่เยว่มองไปที่หลิวจือเซียและถามขึ้นมา”พ่อคะ พ่อร้องเพลง‘ดาวดวงน้อย’ ให้หนูได้ไหมคะ ? ”
“พ่อไม่ร้อง” หลิวจือเซียมองไปที่เยว่เยว่ก่อนจะส่ายหน้า“พ่อไม่ร้องคนเดียว แต่เราจะร้องด้วยกัน ! ”
“ก็ได้ ! ”
“วิบวับ วิบวับ ดาวดวงน้อย ฉันสงสัยว่าคุณเป็นอะไร ... ไอหยาหนูร้องผิดคีย์แล้ว”
สองพ่อลูกพากันหัวเราะออกมา
เสียงดนตรีและเสียงพูดคุยของสองพ่อลูกเต็มไปด้วยความอบอุ่น
“เมื่อแสงแดดอันร้อนแรงของพระอาทิตย์ได้ผ่านพ้นไป...เมื่อไม่มีสิ่งใดส่องแสงอยู่เบื้องบนท้องฟ้า... เมื่อนั้นเจ้าจะส่องแสงอันน้อยนิดของเจ้าออกมา...วิบวับ วิบวับ ผ่านค่ำคืนที่มืดมิด”
เสียงร้องของเยว่เยว่พร้อมกับเสียงดนตรีฟังดูเข้ากันจนไม่อาจจะอธิบายได้
หลิวจือเซียมองไปที่เยว่เยว่ด้วยสายตาเอ็นดูนิ้วทั้งสิบของเขากดลงบนเปียโนไปมาราวกับเต้นรำ หลังจากที่เยว่เยว่ร้องเพลงจบหลิวจือเซียก็พูดขึ้น “ขอบคุณเจ้าตัวน้อยของพ่อลูกคือจดหมายรักที่ดีที่สุดที่พ่อเคยเขียนมาต่อจากนี้ขอให้ลูกพบเจอแต่ความสุขไม่ว่าจะเจอกับปัญหาใด ๆ ก็ตาม...”
จางเจี๋ยเพิ่งเคยได้ยินหลิวจือเซียร้องเพลงเป็นครั้งแรกถึงเธอจะเคยดูวิดีโอ ‘ได้เจอเธอพอดี’ มาก่อนแต่เมื่อเทียบกับตอนนี้แล้วมันรู้สึกดีกว่ากันมาก
มันเหมือนกับนักเดินทางที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวเองการร้องเพลงประสานเสียงของหลิวจือเซียและเยว่เยว่นั้นให้ความรู้สึกที่จริงใจมันเหมือนร้องเพลงนี้ร้องออกมาจากใจ เขาร้องด้วยความรักของพ่อที่มีต่อลูกจริง ๆ
จางเจี๋ยได้ยินเสียงเพลงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตื้นตันใจตามไปด้วย
“วิบวับ วิบวับ ดาวดวงน้อย ฉันสงสัยว่าคุณเป็นอะไร”
ตอนที่ร้องท่อนสุดท้ายจบ เยว่เยว่ก็กระโดดเข้าไปหาหลิวจือเซียส่วนเขาก็ยื่นมือออกมากอดหนูน้อยเอาไว้ก่อนจะหอมแก้มของเธออย่างอบอุ่น
ตอนนั้นทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งไปฮันฮันมองไปที่สองพ่อลูกด้วยสายตาอิจฉา จางเจี๋ยเองก็ยังดูเหม่อไป
เพราะเธอได้เห็นเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่อีกแล้ว !
จางเจี๋ยอยู่ในวงการบันเทิงมานานพอสมควรแม้ว่าเธอจะไม่กล้าบอกว่าเธอรู้ข้อมูลทั้งหมดในวงการบันเทิงแต่เธอก็พอรู้ข้อมูลต่าง ๆ อยู่บ้าง
เธอคิดอยู่นานแต่ก็ไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวกับเพลงนี้เลยทั้งดนตรีที่ไพเราะ เนื้อร้องที่ดูใสซื่อ ถ้ามันมีเพลงนี้ในวงการเพลงเธอต้องเคยได้ยินเพลงนี้ไปตั้งนานแล้ว
จางเจี๋ยได้สติกลับมาและส่งโทรศัพท์คืนให้กับหลิวจือเซียและพูดขึ้น“คุณหลิว เพลงนี้คุณแต่งเองงั้นหรือ ? ”
แม้ว่าในใจจะมั่นใจแต่จางเจี๋ยก็อยากจะได้ยินคำยืนยันจากปากหลิวจือเซีย
“ใช่ ! ” หลิวจือเซียรับโทรศัพท์คืนและพูดขึ้น “จางเจี๋ยเราจะปิดเพลงนี้เป็นความลับไปก่อน เธออย่าเพิ่งบอกพี่ซิงนะ”
แม้ว่าจางเจี๋ยจะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่สุดท้ายเธอก็ยอมตกลง