ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 68 ความหมายของอักษรลี้ลับสองตัว

    บทที่ 68 ความหมายของอักษรลี้ลับสองตัว


       ‘เจ็บ เจ็บ เจ็บ โคตรเจ็บ ไอ้เทพวายุบ้านี่!’ สายฝนกรีดร้องภายในใจ เขาไม่คิดเลยว่านอกจากความรู้และประสบการณ์แล้วเขายังได้รับความเจ็บปวดอีกด้วย


       ทีแรกที่เทพวายุได้รับบาดเจ็บสายฝนไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรเพราะดาบเรืองแสงไม่กี่เล่มไม่สามารถสร้างบาดแผลให้เทพวายุได้ ทว่าตอนนี้ไม่ใช่ ดาบเรืองแสงหลายร้อยเล่มโจมตีร่างเทพวายุจนเกิดบาดแผลมากมาย นี่ทำให้สายฝนรับรู้ถึงความเจ็บปวดเช่นเดียวกับที่เทพวายุได้รับ


       เมื่อโดนดาบเรืองแสงโจมตีสายฝนก็รู้สึกราวกับวิญญาณตนเองนั้นเป็นสิ่งไม่บริสุทธิ์และกำลังโดนแสงแห่งเทพชำระล้างให้หายไป ความรู้สึกเจ็บปวดตอนนี้มันเจ็บปวดยิ่งกว่าความเจ็บปวดทั้งหมดในชีวิตรวมกันซะอีก


       ชายชราใช้ทักษะการลงทัณฑ์แห่งเทพแสงเรื่อยๆเป็นผลให้ตอนนี้มีดาบเรืองแสงเกือบพันเล่ม ดาบเรืองแสงเล่มสองเล่มไม่ได้น่ากลัวอะไร สิ่งที่น่ากลัวคือดาบเรืองแสงพันเล่มต่างหาก ดูจากท่าทางของชายแก่แล้วมันยังคงมีพลังอีกมากมายแน่นอนเพราะงั้นดาบเรืองแสงอาจเพิ่มจำนวนกลายเป็นสองพันหรือสามพันเล่มก็ได้


       “สมแล้วที่เจ้าถูกเรียกว่า####” เทพวายุกล่าว ในตอนท้ายของประโยคได้ถูกพลังงานอันแข็งแกร่งบางอย่างทำให้สายฝนได้ยินไม่ชัด เทพวายุเช็ดเลือดออกจากหน้าด้วยมือเขาอย่างช้าๆ เนื่องจากข้อมือเทพวายุถูกโซ่เทพเจ้ามัดใว้ทำให้ความเร็วการขยับนั้นช้ามาก


       “ต่อจากนี้ข้าจะเจอเทพที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเจ้าสินะ?” เทพวายุเอ่ยด้วยนํ้าเสียงไร้อารมณ์ ได้ยินคำกล่าวเทพวายุชายชราก็พยักหน้า มันถามเทพวายุเป็นครั้งสุดท้ายว่าจะเปลี่ยนเส้นทางหรือไม่


       เห็นชายแก่ถามแบบนั้นเทพวายุพลันหัวเราะลั่น “ฮ่าาาๆ เปลี่ยนเส้นทาง? นอกจากข้าจะตายมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ข้าจะเปลี่ยนเส้นทาง ต่อให้ศัตรูของข้าจะเป็นเทพสูงสุดหรือพระเจ้าข้าก็จะสังหารมันให้ดู!”


       เทพวายุไม่มีท่าทางหวาดกลัวใดๆ การพูดว่าตนเองจะสังหารพระเจ้าให้ดูนั้นเป็นคำพูดที่ใหญ่โตมาก ไม่มีสิ่งมีชีวิตตนไหนกล้ากล่าวเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตระดับตํ่าอย่างมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตระดับสูงอย่างเทพเจ้า


       “หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจภายหลัง” ชายชรากล่าว ฉับพลันดาบเรืองแสงห้าร้อยเล่มด้านหลังมันเคลื่อนที่ ดาบเรืองแสงหลายร้อยเล่มพุ่งเข้าโจมตีเทพวายุ วินาทีเดียวกับที่ดาบเรืองแสงเคลื่อนที่ รอยสักบนหลังเทพวายุพลันขยับเล็กน้อย


       เป็นอักษรตัวหนึ่ง อักษรตัวนี้นั้นแปลกประหลาดและยากเข้าใจความหมาย มีเพียงเทพวายุคนเดียวที่เข้าใจความหมายของมัน ความหมายของมันคือ“ทนทาน”


       หลังจากเทพวายุกระตุ้นให้มันทำงาน ตามความหมายของมันอักษรตัวนี้ทำให้ร่างกายเทพวายุมีความทนทานมากกว่าเดิมหลายเท่า แน่นอนมันยังมีจุดที่อักษร“ทนทาน”ไม่สามารถเพิ่มความทนทานได้อยู่ ยกตัวอย่างเช่น เปลือกตา เป็นต้น


       “ข้าไม่คิดเสียใจภายหลังหรอก” เทพวายุใช้พลังธาตุสร้างพายุรุนแรงขนาดเล็กขึ้นที่ข้อมือและข้อเท้า วินาทีถัดมาโซ่เทพเจ้าพลันแตกสลาย ตอนนั้นเองโซ่เทพเจ้าอีกหลายร้อยเส้นก็พุ่งเข้ามาหาเทพวายุต้องการมัดเขาใว้อีกครั้ง


       ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน เทพวายุสร้างพายุขึ้นที่มือทั้งสองข้างและโจมตีใส่โซ่เทพเจ้า ทุกครั้งที่โซ่เทพเจ้าโดนหมัดต่อยใส่มันจะแตกสลายหายไปกลายเป็นอากาศว่างเปล่า


       ฉึก!! ฉึก!! ฉึก!!


       เห็นดาบเรืองแสงสี่ร้อยกว่าเล่มโดนตัวเทพวายุแต่เขากลับไม่เป็นอะไรเลย ชายชราไม่ได้โง่โจมตีต่อที่เดิมมันเปลี่ยนที่โจมตี มันต้องการโจมตีเปลือกตาและที่อื่นๆที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย


       เทพวายุสามารถคาดเดาความคิดอีกฝ่ายได้เขาพลันใช้อักษรอีกตัวหนึ่ง อักษรตัวนี้มีความหมายว่า“สับสน” อักษร“สับสน”เคลื่อนที่ไปหาอักษรทนทาน เมื่อทั้งสองอักษรรวมกันก็เกิดความหมายใหม่ขึ้นมา


       ความหมายใหม่คือ“คงกระพัน” แม้ความหมายจะเปลี่ยนไปทว่าความสามารถของอักษร“ทนทาน”และอักษร“สับสน”ยังคงอยู่ แน่นอนว่าการรวมอักษรนั้นย่อมต้องได้รับความสามารถใหม่ ความสามารถของอักษร“คงกระพัน”นั้นตามความหมายเลย อาวุธใดๆทั้งปวงไม่อาจทำอันตรายต่อร่างกายได้


       ฉึกก! ฉึกก! ตูมมมม!


       ดาบเรืองแสงเองก็ถือว่าเป็นอาวุธเช่นกันดังนั้นมันจึงไม่สามารถทำความเสียหายให้ร่างกายเทพวายุได้ ชายชราอ้าปากค้างก่อนที่วินาทีถัดมาจะรีบปิดปากอย่างรวดเร็ว


       ชายแก่ต้องการสร้างดาบเรืองแสงขึ้นมาใหม่อีกห้าร้อยเล่มทว่ากลับถูกขัดขวางโดยเทพวายุ ดาบเรืองแสงสองร้อยห้าสิบเล่มซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อครู่พลันหายไป


       ดวงตาทั้งสองที่ส่องแสงเหลืองทองกลับมาเป็นดวงตาปกติ ออร่าเทพเจ้าที่ถูกปลดปล่อยออกมาหายไปอย่างไร้ร่องรอย โซ่หลายร้อยเส้นในอากาศหายไป พลังทั้งหมดหายไป! ชายชราตกตะลึง เวลาเดียวกันมันซึ่งพลังทั้งหมดหายไปก็ได้ตกลงสู่พื้นตามแรงโน้มถ่วง


       “สิ้นแสงจันทรา - ดับแสง” เทพวายุพึมพำเบาๆกับตนเอง เขาพุ่งเข้าจู่โจมชายแก่ด้วยความเร็วสูง หมัดถูกชกไปตำแหน่งหัวใจอีกฝ่าย เพราะชายชราพลังหายไปฉับพลันมันจึงไม่รู้ว่าควรป้องกันหมัดเทพวายุอย่างไรดี มันทำได้เพียงรอหมัดฝ่ายตรงข้ามต่อยโดนตนเองเท่านั้น


       ตูมมมม!


       ในศิลปะการต่อสู้มือเปล่าสิ้นแสงจันทรานั้นมีท่าอยู่ท่าหนึ่ง มันเรียกว่าท่าดับแสง ท่านี้เป็นท่าที่เอาใว้โจมตีศัตรูให้ตายภายในครั้งเดียว เมื่อหมัดกระทบเข้ากับร่างกายชายชราร่างกายมันพลันระเบิดออกตายอย่างน่าอนาถ


       โลหิตกระจายฟุ้งทั่วบริเวณ อวัยวะภายในไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว ส่วนอวัยวะภายนอกนั้นไม่ต้องพูดถึง ขนาดภายในยังไม่เหลือภายนอกจะเหลือได้อย่างไร?


       ด้วยหมัดเดียวสามารถทำให้แสงจันทราหายไปได้ ท่านี้ของศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทรามีความหมายว่าอย่างงั้น


       ‘นายเป็นใครกันแน่?’ สายฝนถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องไม่ตอบอย่างแน่นอน เทพวายุนั้นมีอักษรลี้ลับเหมือนกับเขาแต่สายฝนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นพระเจ้าผู้ชั่วร้ายที่สร้างอักษรลี้ลับขึ้นมา


       มันมีอยู่หลายเหตุผลที่ทำให้เขาคิดแบบนั้น เหตุผลหลักๆเลยก็คือเทพวายุไม่ได้แข็งแกร่งระดับพระเจ้า เห็นได้อย่างชัดเจนจากการต่อสู้กับชายชราว่าพลังของเทพวายุนั้นอยู่ในระดับเทพเท่านั้น ยังไม่ถึงระดับพระเจ้าเลย ยังห่างไกลมากๆกว่าจะไปถึงระดับนั้น


       ความเป็นไปได้เดียวคือเทพวายุเป็นคนที่ใช้อักษรลี้ลับมาก่อนเขาทว่าไม่ใช่คนสร้างอักษรลี้ลับ


       ‘...’ เทพวายุเงียบไม่ตอบ สายฝนเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาส่ายหัวไปมาอยู่ภายในใจ วันนี้เขาได้รับรู้ข้อมูลเยอะเกินไปจนมีคำถามมากมายเต็มหัวไปหมด แต่ที่น่าโมโหคือคำถามนั้นกว่าจะได้คำตอบต้องใช้เวลานานหลายปีเนี่ยสิ


       หลายวินาทีถัดมา สายฝนไม่ได้สนใจเทพวายุอีกต่อไป


       ‘อักษรลี้ลับสมแล้วที่ถูกสร้างโดยพระเจ้าผู้ชั่วร้าย ใช้อักษรแค่สองตัวยังแข็งแกร่งขนาดนี้ แล้วถ้าอักษรสิบตัวหรือยี่สิบตัวล่ะมันจะไม่ท้าทายสวรรค์เลยรึไง? หากฉันเข้าใจความหมายของอักษรลี้ลับได้ทั้งหมดไม่ใช่ว่าฉันจะเจอทัณฑ์สายฟ้าหรอกนะ ไม่หรอกมั้ง ฉันไม่ได้ฝึกฝนเป็นเทพเซียนซักหน่อย ฉันก็แค่ฝึกฝนกลายเป็นพระเจ้าเท่านั้น…’


       สายฝนยังคงคิดต่อไป ‘ตอนนี้ฉันรู้ความหมายอักษรลี้ลับสองตัวแล้ว หนึ่งคืออักษร“ทนทาน” มันสามารถทำให้ร่างกายฉันทนทานกว่าเดิมได้หลายเท่า ยิ่งเข้าใจความหมายมากเท่าไหร่อักษรตัวนี้ก็ยิ่งทรงพลัง…’


       ‘สองคืออักษร“สับสน” อักษรตัวนี้โกงจริงๆ เมื่อใช้งานมันฉันสามารถเอาสัมผัสรับรู้ของตนเองไปครอบคลุมใครใว้ก็ได้ คนที่โดนสัมผัสรับรู้ของฉันคนนั้นจะได้รับผลของความสามารถอักษร“สับสน” ความสามารถของอักษร“สับสน”สามารถทำให้คนที่โดนครอบคลุมพลังทั้งหมดหายไปอย่างน้อยหนึ่งวินาที…’


       ‘ยิ่งเข้าใจความหมายมากเท่าไหร่เวลาที่พลังหายไปยิ่งเยอะ เทพวายุใช้พลังของอักษร“สับสน”จึงสามารถสังหารชายแก่ได้ง่ายๆ ต่อจากนี้นอกจากทำความเข้าใจศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทราแล้วฉันยังต้องทำความเข้าใจความหมายของอักษรลี้ลับทั้งสองตัวให้มากกว่านี้อีก เฮ้ออ~ ชีวิตของฉันมันยุ่งจริงๆ’


    ---


    จบบทที่ 68 ความหมายของอักษรลี้ลับสองตัว