บทที่ 2 จางหวางป้าผู้นี้ ทุกคนในเมืองต่างรู้จักดี
“แต่ว่า… ”
จ้าวหนิงซีเริ่มลังเลใจ
แต่จางหวางป้ากลับกล่าวแทรกขึ้นมา “ถ้าอยากจะขอโทษ คุณก็ต้องพยายามแสดงความจริงใจหน่อยนะ! ”
“ถ้าคุณนายจ้าวไม่อยากขอโทษแทนสามีไม่ได้เื่คนนั้นก็เชิญกลับไปเถอะ เพราะถึงเขาจะตาย มันก็คงไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อตระกูลจ้าวมากมายนักหรอกใช่ไหมล่ะ?”
พอได้ยินประโยคสุดท้าย จ้าวหนิงซีกลับตัวสั่นเทา ดวงตาเริ่มฉ่ำชื้นมีหยาดน้ำรื้นขึ้นมา
“คุณชายจางอย่าโกรธไปเลยค่ะ”
จ้าวหนิงซีหลับตาลง ถึงแม้จะยังรู้สึกมึนงง แต่ก็ยอมดื่มเหล้าจนหมดในคราวเดียว
เลขาที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอ ขบฟันมองผู้เป็นายด้วยสายตาเปี่ยมล้นความไม่เข้าใจ
ทำไมจ้าวหนิงซีผู้เปรียบดั่งเทพธิดาเหินหาวเลิศล้ำผู้นี้ ต้องมาทำร้ายตัวเองเพื่อหลินชี่หยางที่เป็แค่ไม้ผุ ๆ ชิ้นหนึ่งด้วย
ถึงแม้เธอจะเป็แค่ผู้ช่วยของจ้าวหนิงซี แต่จากการติดต่อกันไม่กี่ครั้ง เธอก็มั่นใจแล้วว่า หลินชี่หยางก็แค่คนงี่เง่าที่ทำตัวไร้สาระไปวัน ๆ นอกจากหน้าตาดีแล้วก็ไม่เอาไหนเลย
ไม่คู่ควรเป็สามีของจ้าวหนิงซีเลยสักนิด!
“คุณชายจาง คุณนายจ้าวเป็คนไม่ดื่มเหล้าค่ะ ขอฉันดื่มแทนเธอได้ไหมคะ?” เลขาสาวเป็ห่วงความปลอดภัยของจ้าวหนิงซีจริง ๆ
แต่ทว่า...
เสียงตบหน้ากลับดังขึ้นอย่างชัดเจน เลขาสาวได้แต่กุมใบหน้า รับฟังถ้อยคำดูถูกจากจางหวางป้า
“เหล้านี่แพงยิ่งกว่าตัวเธอเสียอีก เธอคิดว่าตัวเองคู่ควรพอจะดื่มมันงั้นเหรอ?” จางหวางป้ามองเธอด้วยสายตาเ็าเพียงแวบเดียว ก่อนละหันกลับไปจ้องมองจ้าวหนิงซีที่เริ่มแสดงอาการมึนเมาด้วยสายตาเปี่ยมเลศนัย มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
เหล้าถูกเทออกไปเกินครึ่งขวดแล้ว
จ้าวหนิงซีปกติไม่ใช่คนดื่มเหล้า แต่ภายใต้การบังคับนำทางจากจางหวางป้า มันทำให้เธอดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว และตามด้วยมาด้วยอาการมึนเมาจนหัวแทบทิ่ม
จางหวางป้ารีบก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ้าจะโอบกอดสาวงามที่กำลังเมาจนประคองร่างกายไม่ไหวเอาไว้
ถึงแม้จะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เทพธิดาผู้เ็า ยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อสามีงี่เง่าของตนเอง แต่แบบนี้มันยิ่งเข้าทางเขาไม่ใช่เหรอ?
ในที่สุดเขาก็จะได้เธอแล้ว !
เลขาสาวรีบเข้าไปขวางเขา แต่ลูกน้องของจางหวางป้ากลับเฝ้ารอโอกาสนี้มานานแล้ว หนึ่งในพวกเขาตบเธออย่างแรงจนร่างล้มลงไปกองบนพื้น
ทว่าจางหวางป้ายังไม่ทันได้แตะต้องตัวสาวงาม เสียง ‘ตุบ! ’ กลับดังขึ้นพร้อมประตูที่ถูกเตะจนเปิดออกอย่างแรง
“บ้าเอ๊ย! ไอ้อีหน้าไหนกันไม่รู้จักกาลเทศะ อยากหาเื่ตายหรือไง!” จางหวางป้าโกรธจัด การถูกขัดจังหวะแบบนี้ทำเขารับไม่ได้จริง ๆ
แต่พอเห็นชัดว่าใครเป็คนเตะประตู เขากลับเผยยิ้มออกมา
“ว่าไง มาคุกเข่าขอร้องฉันอีกแล้วเหรอ หรือมาดูฉันกับเมียนายจู๋จี๋กันดีล่ะ ไอ้คนขี้แพ้เอ๋ย” จางหวางป้าถากถางเยาะเย้ย
หลินชี่หยางยังไม่ทันได้ตอบ จ้าวหนิงเยว่ที่ตามเขามาถึงที่กลับชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
“จางหวางป้า ไอ้คนสารเลว!”
จ้าวหนิงเยว่ ด่าด้วยความโกรธ หมายวิ่งไปหาพี่สาวของตนเอง
แต่เธอเพิ่งจะเข้ามาประตูห้อง ก็ถูกลูกน้องของจางหวางป้าจับตัวไว้เสียแล้ว
“ยินดีด้วยครับคุณชาย ตอนนี้สองไข่มุกล้ำค่าตระกูลจ้าวมาอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว”
“พวกเราล่ะอิจฉาจริง ๆ เลย! หลังจากที่คุณชายจางได้สุขจนอิ่มแปล้แล้ว โปรดอย่าลืมพวกเราด้วยนะครับ”
ลูกน้องของเขาต่างพูดจาเลื่อนเปื้อนอุจาด
ความงามของสองพี่น้องสาวตระกูลจ้าวถือเป็ที่ลือเลื่องในเมืองไห่เฉิง และหากอดีตเทพธิดาผู้สูงส่งทั้งสองถูกจางหวางป้า ก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมต้องตกเป็ของพวกเขาเป็ลำดับถัดมา
ส่วนหลินชี่หยางคนขี้ขลาด…
ไม่มีใครแม้แต่จะสนใจเขา
ก็แค่ชายซื่อเขลาคนหนึ่ง ไร้ซึ่งอิทธิพล ขู่นิดหน่อยก็ลงไปคุกเข่าขอชีวิตแล้ว
“ปล่อยนะ! จางหวางป้า คุณคิดจะเป็ศัตรูกับตระกูลจ้าวของฉันเหรอ”
จ้าวหนิงเยว่โกรธจนกดฟันลึกลงไปในริมฝีปากจนเืซิบ ก่อนตัดสินใจโยนไพ่ใบสุดท้ายออกไป
ทว่าจางหวางป้าไม่เพียงไม่โกรธ กลับหัวเราะออกมาด้วย
“เธอบอกให้นายปล่อยมือไม่ใช่หรือไง?!”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองไปทางหลินชี่หยางที่เปิดปากพูด
“ถ้าไม่ปล่อยแล้วยังไง? นายจะมาคุกเข่าอ้อนวอนให้ฉันใจอ่อนหรือไง ?! ไม่สิ ฉันได้ทั้งเมียและน้องเมียของนายมาแล้ว พูด ๆ ไปแล้วยังต้องขอบคุณนายด้วยซ้ำ! ฮ่า ๆ” จางหวางป้าหัวเราะอย่างเ็า
“ถ้านายสนใจ ทำไมไม่ไปเฝ้าประตูข้างนอกล่ะ รอคุณชายจางเสร็จธุระแล้ว เขาอาจจะคืนหนึ่งในสองพี่น้องคู่นี้ให้นายก็ได้นะ”
“ได้ยินไหม รีบไปสิ! ถึงเวลานั้นแล้ว…” ลูกน้องที่กำลังโอ้อวดยังพูดไม่จบก็ถูกเตะจนร้องโหยหวน
‘ผัวะ!’
ตัวคนทั้งร่างลอยขึ้นสูงไปบนอากาศ จากนั้นกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง และตกลงมาพร้อมกับอาการชักงอ
“กล้ามากนะ! ถ้าอยากตายขนาดนั้น ฉันก็ยินดีสงเคราะห์ให้!” จางหวางป้าพูดอย่างไร้ซึ่งความเห็นใจและเหี้ยมโหด
พูดจบ เหล่าลูกน้องก็รีบเข้ามาต่อยตีหลินชี่หยาง
“นี่ คุณน้องสะใภ้ ฉันมีบางอย่างอยากให้เธอทำเสียหน่อย”
หลินชี่หยางไม่ได้นึกสนใจคนพวกนั้น ในทางตรงกันข้าม เขาหันไปพูดกับจ้าวหนิงเยว่อย่างใจเย็น
“ให้ทำอะไรล่ะ! ตอนนี้ฉันยังจะทำอะไรได้อีก!”
จ้าวหนิงเยว่ที่กำลังใได้ยินและสงสัย
“พาพี่สาวของเธอออกไปข้างนอก ปิดประตูให้ดี เื่ต่อจากนี้คงไม่ค่อยเหมาะหากจะให้พวกเธอมาชม”
หา?! จ้าวหนิงเยว่สับสนในสิ่งที่เพิ่งได้ยินไปหมาด ๆ
แต่ดูเหมือนจะไม่มีเวลาเหลือให้เธอได้ครุ่นคิดไปมากกว่านี้แล้ว หญิงสาวจึงรีบพาจ้าวหนิงซีหลบออกไปพร้อมเลขา
จ้าวหนิงเยว่ประคองพี่สาวให้ยืนขึ้น ก่อนจะถอนหายใจโล่งอกและรีบออกไป ตั้งใจไปตามคนมาช่วยหลินชี่หยาง
แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เธอตระหนกจนแทบลืมหายใจ
ด้วยในขณะที่ประตูกำลังจะงับปิดลง เธอเห็นหลินชี่หยางเตะเหล่าบอดี้การ์ดจนล้มลงอย่างคล่องแคล่ว ซ้ำยังไม่วายสมทบด้วยการเอาที่เขี่ยบุหรี่ฟาดใส่หัวของจางหวางป้าอย่างแรง!
เสียงดัง ‘ตุ้บ’
มีเืไหลออกมาจนจางหวางป้าโซเซล้มลงกับพื้น
“คุณหนู คุณมีแผนอะไรบ้างไหมคะ?”
เลขาซึ่งเอนพิงกำแพงเอ่ยถามเสียงสั่นเทา
“ฉันไม่มีแผนอะไรเลย แต่หลินชี่หยางยังอยู่ในนั้นคนเดียว ยังไง ๆ ก็ต้องช่วยเขาออกมาให้ได้ บ้าจริง! รู้อย่างนี้ขามาฉันน่าจะพาคนมาด้วย หมอนั่นเปราะบางจะตาย โดนนิดโดนหน่อยก็ร้องไห้โฮแล้ว” จ้าวหนิงเยว่มีสีหน้าเคร่งเครียด บ่นงึมงำกับตัวเอง
“แล้วพวกเราล่ะคะ? ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไปต้องโดนพวกนั้นจับตัวอีกแน่ ๆ” เลขานุการสาวที่สั่นไปทั้งตัวกล่าวย้ำเตือน
เพราะโดนตบจนร่างลงไปกองกับพื้น ตอนนี้่บั้นเอวจึงยังรู้สึกเจ็บ แถมยังมีความกลัวตกค้างอยู่อีกมากด้วย
ฟังดูแล้วมีเหตุผล จ้าวหนิงเยว่เริ่มลังเลใจเล็กน้อย
ในเมืองไห่เฉิง จางหวางป้าถือว่าเป็คนที่รับมือได้ยากเป็อันดับต้น ๆ มิเช่นนั้นต่อให้ตระกูลจ้าวจะตกต่ำ ผู้นำตระกูลอย่างจ้าวหนิงซีก็ไม่จำเป็ต้องออกหน้าเปิดปากกล่าวขอโทษด้วยตัวเองเช่นที่เป็ในปัจจุบัน
แต่ตอนนี้… หลินชี่หยางเพียงคนเดียวกลับกล้าต่อกรกับจางหวางป้าและพรรคพวก
ความกล้าหาญและความรับผิดชอบของเขา ทำให้จ้าวหนิงเยว่ประหลาดใจขึ้นมา
‘ปกติเวลาเจอปัญหา หลินชี่หยางก็มักจะดีแต่หนี หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อวาน เขายังคุกเข่าขอขมาหลังจากมีเื่กับจางหวางป้าอยู่เลย’
‘ทำไมวันนี้ถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ล่ะ?! ’
เพราะรูปลักษณ์สูงยาวเข่าดี ซ้ำยังหล่อเหลาเอาการ เมื่อผนวกกับท่าทางสงบนิ่งตอนออกกำลังปกป้องพวกเธอ มันจึงยากที่จะกักหัวใจไม่ให้เต้นตามเรือนร่างและการกระทำเ่าั้
‘อืม จะว่าไปเขาก็หล่อมากจริง ๆ นั่นแหละ’
‘เอ๊ะ! แล้วนี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย เขาก็แค่คนที่ไม่ได้เื่ไม่ได้ราวคนหนึ่งเท่านั้นแหละ’
‘แล้วอีกอย่าง… ’
จ้าวหนิงเยว่มองดูพี่สาวที่กำลังมึนเมาไม่ได้สติ รวมถึงเลขาสาวที่กำลังใจนตัวสั่น ตอนนี้ดูเหมือนเป็พวกเธอเองมากกว่าที่้าความช่วยเหลือ และถ้าพวกเธอยังอยู่ที่นี่ต่อไป เกรงว่าอาจจะเป็อันตรายมากกว่าปลอดภัย
“ก่อนมาที่นี่น่าจะคิดหาวิธีเผื่อเอาไว้ก่อน แต่นี่ ฉันกลับพุ่งเข้าไปราวกับไม่เกรงกลัวอะไรเลย แบบนั้นจะไปสู้กับใครเขาได้ล่ะ? รีบ ๆ ไปตามคนมาช่วยก่อนแล้วกัน” เธอบ่นพึมพำ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
ทันใดนั้น เสียงประตูด้านหลังของพวกเธอก็ดังขึ้น
พวกเธอใจนสะดุ้ง ในใจพลันรู้สึกเสียดายที่ก่อนหน้าไม่รีบหนีออกไป แต่พอผินหน้าไปมองแถว ๆ นั้นอีกครั้ง พวกเธอก็เป็อันต้องตกตะลึงจนแทบอ้าปากค้าง
หลินชี่หยาง เขาเดินออกมาอย่างสบายอารมณ์
“นี่นาย… นายไม่าเ็เลยเหรอ?”
จ้าวหนิงเยว่มองหลินชี่หยางที่ยืนอยู่ตรงหน้า เสื้อผ้ายังคงเรียบร้อย ไม่ต่างจากตอนเข้าไปเลยสักนิด จนอดไม่ได้ที่จะขยี้ตาตัวเองเพื่อความแน่ใจ
“ฮ่า ๆ ก็แค่พวกกระจอกไม่กี่คนจะกังวลไปทำไมล่ะ อีกอย่างคุณชายจางอะไรนั้นก็คงกำลังนอนฝันดีเชียวละ ดูสิ พวกเขาไม่ได้ตามออกมาเลย” พูดจบ หลินฉีหยางก็ยืดเส้นยืดสายแล้วด้วยท่าทางสบายกาย
‘นอนฝันดีงั้นเหรอ? นี่มันมุกแบบไหนกัน!’
จ้าวหนิงเยว่บ่นพึมพำในใจ
‘จางหวางป้าแห่งเมืองไห่เฉิง ชายคนนี้ขึ้นชื่อเื่ความชั่วร้ายโเี้ ไม่ว่าใครต่างทราบดี’
‘แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ฉันเห็นกับตาตัวเองว่าเขาโดนที่เขี่ยบุหรี่ฟาดเข้าที่หัวจนเืไหลนองเป็สาย’
‘ถ้าจางหวางป้าอดทนไม่ถือสาหาความได้ พระอาทิตย์คงได้ขึ้นทางทิศตะวันตกแน่ ๆ!’
‘นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย’