คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอก ตอนที่ 5 บีบบังคับให้เล่าเื่
เหนือไปกว่านั้นเลยคือ สายตาไม่แยกแยะของรุ่นพี่รุ่นน้องทั้งหลายไม่ว่าชายหนุ่มหรือหญิงสาวต่างกำลังเฝ้ามองเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด
เฝ้ามองว่าสุดท้ายปลายทางทราเวียร์จะโดนเล่นงานยังไง
...ต้องมีอะไรแอบแฝง และสิ่งที่แอบแฝงล้วนต้องเกี่ยวข้องกับรุ่นพี่
หล่อนเชื่อว่าทราเวียร์กลายเป็เป้าหมายในครั้งนี้ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
“พวกพี่้ารู้ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” เอริเองใช่คนโง่มองไม่ออกถึงเจตนาเบื้องลึก สถานการณ์ในตอนนี้ราวกับบางสิ่งอย่างกำลังถูกชักจูงให้เดินไปในทิศทางที่ตนเอง้า
“พวกเราแค่สงสัยน่ะ ปลอดภัยเอาไว้ก่อน น้องเองก็น่าจะรู้นะ ว่าตอนนี้เราไว้วางใจใครไม่ได้เลยในบริษัท หากเกิดอะไรขึ้นกับเอริไปอีก พี่กลัวว่าความรับผิดชอบคงไม่มีใครต้านเอาไว้ได้ไหว” พลอยเปิดประเด็นใหม่เข้ามาแทรก
ซึ่งเป็ประเด็นที่อ่อนไหวมากหากหยิบออกมาเล่นงานคงเจอเข้ากับปัญหาหนักหน่วงถึงขั้นต้องโดนไล่ออก อาจลามหนักไปถึงขั้นโดนติดคุกได้เลย
เอริส่ายหน้าปฏิเสธตอบกลับไปตามความเป็จริง
“พวกเราแค่เดินตามกันมานิ ไม่เห็นต้องระมัดระวังตัวมากมายขนาดนั้น” เธอเจอหน้ากับทราเวียร์ที่หน้าห้องทำงานก่อนตัดสินใจเดินเข้าพร้อมกันซึ่งมันควรเป็อะไรที่ปกติมากจนไม่น่าหยิบเอามาเป็ประเด็นได้
แต่คนด้านในห้องกลับมองว่ามันไม่เป็สิ่งปกติ ทั้งยังพยายามทำให้มันไม่ปกติยิ่งขึ้นไปอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าต้องคิดในแง่ลบขนาดไหนถึงได้เป็หนักกันขนาดนี้
หนักจนถึงขั้นมองอะไรก็ไม่เป็มิตรต้องหาเื่กันตลอดเวลา
...รุ่นพี่ เป็อย่างที่รุ่นพี่บอกเอาไว้ เกิดเื่เข้าจนได้
“หากมันปกติจริงไม่มีอะไรแอบแฝงพี่ก็พูดมาสิ ผมกับทุกคนกำลังรอฟังอยู่ แน่นอนว่าไม่ใช่พวกเราที่เกิดสงสัย เพียงแต่ว่ามันเป็ความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว หวังว่าพี่คงไม่ปิดกั้นพวกเรานะครับ” เวนิสไม่ยอมถอยจนกว่าจะรับรู้ความเป็จริง
ในเมื่อไม่ได้ทำก็ต้องเล่าออกมาให้ทุกคนได้รับฟัง ช่างเป็การบีบบังคับโดยไม่สนใจเลยว่าเ้าตัว้ารึเปล่า เลือกรับเอาเพียงความสะดวกของตน
คนอื่นจะเป็ยังไงก็ช่าง
“ถ้าไม่มีอะไรก็พูดออกมาเถอะ เราจะได้รู้กัน พี่เองก็อยากรู้ไม่แพ้เวนิสหรอก และพี่เองก็เชื่อว่าทุกคนในห้องคงคิดเห็นแบบเดียวไม่แตกแยกแน่นอน” พลอยเข้าร่วมกดดันด้วย แววตาหล่อนเอาจริงเอาจังมากยิ่งกว่าตอนนั่งทำงานตามปกติอีก
เอริเลือกหันหน้าไปมองโดยรอบ
“จริงเหรอ?”
“...” สิ่งที่เธอเห็นคือทุกคนต่างพยักหน้าให้พร้อมกันหมด
พวกเขาต่าง้ารับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เอาจริงดิ? อยากรู้อยากเห็นกันขนาดนั้นเลยเหรอ?” บางทีสาเหตุที่ทำให้พวกเขานั้นอยากรู้อยากเห็นกันขนาดนี้อาจเพราะตัวหล่อนมากับทราเวียร์ก็ได้
เห็นทีหากไม่เล่าออกมาให้เป็เื่เป็ราวคงไม่อาจทำให้ทั้งสองสงบใจลงได้ ไม่สิ ไม่ใช่เพียงแค่สองคนแต่รวมกันเกือบทั้งหมดในห้องเลยก็ว่าได้
เอริมองระหว่างเวนิสกับพลอยไปมา
“...” ขณะหัวสมองกำลังครุ่นคิดหาวิธีการที่เหมาะสมหลังจากนี้ หากเื่เล่าของหญิงสาวมันส่งผลกระทบด้านลบต่อชื่อเสียงอันดีงามของหล่อนคงไม่ดีแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นเลยคือชื่อเสียงที่ย่ำแย่ของทราเวียร์อาจเลวร้ายหนักกว่าเท่าอีก แน่นอนว่ารวมถึงการกลั่นแกล้งที่จะตามมาหลังจากนี้ด้วย
เธอต้องระมัดระวังคำพูดให้มาก
“มันก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรมากนัก แต่ถ้าพวกพี่้าหนูก็จะบอกให้ก็ได้ค่ะ”
...สนใจเื่ไม่เป็เื่ อยากเล่นงานฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ เห็นฉันเป็เพียงเครื่องระบายอารมณ์ที่นึกอยากจะด่าก็ด่าสินะเนี่ย ช่างต่ำช้าเหลือเกิน
...แต่สถานการณ์จะไปทางไหนในตอนนี้ล้วนขึ้นอยู่กับหล่อน คงต้องดูว่าหล่อนจะรับมือยังไง
“...” ทราเวียร์ที่ไม่ได้สนใจกลับเลือกยืนนิ่งหันมาส่งสายตาให้ คล้ายกำลัง้าบอกให้หล่อนไตร่ตรองให้รอบครอบก่อนจะพูดอะไรออกมา
…รุ่นพี่ส่งสายตา ฉันต้องไม่ทำให้เขาต้องเดือดร้อน
“...” เอริเองเห็นด้วย
หลังจากครุ่นคิดมาดีหล่อนตัดสินใจเปิดปากเล่าเื่ราวทั้งหมด
“หนูไปเจอเขาที่หน้าห้องค่ะ” คำกล่าวแรกเปิดประเด็นเริ่มต้นขึ้น บรรยากาศหนักหน่วงปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง หากเอริเลือกโยนะเิให้กับทราเวียร์
เกรงว่าคงโดนทำลายล้างให้หายกลายเป็ซากในระยะเวลาที่สั้นที่สุด
“หน้าห้อง?” หน้าห้องไหนละ
ทุกคนต่างมองคิดคำถามเดียวกัน
“หน้าห้องนี้แหละค่ะ” เอริชี้นิ้วไปยังประตูด้านหลัง
ก่อนเล่าเื่ต่อ
“หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จ หนูเดินไปซื้อของโน้นนี่เก็บเอาไว้เผื่อขาด พวกปากกาที่หมด ยางลบ ดินสอ พอเห็นเวลายังเหลืออีกนิดหน่อย ก็ออกเดินไปเรื่อยจนมาถึงห้องทำงานเห็นว่ารุ่นพี่เขากำลังยืนหน้าห้อง ยืนเป็เวลานานด้วย กะรอให้เขาเข้าไปในห้องก่อนเหมือนกัน สุดท้ายทนไม่ไหวอีกทั้งเวลายังไม่มี หนูเลยเดินเข้าไปหาแทน”
“สุดท้ายเป็อย่างที่ทุกคนได้” เอริสรุปย่อออกมาให้ทุกคนได้รับฟัง
“ไม่มีอย่างอื่นแน่นะ” พลอยหรี่ตาจ้องจับผิด ไม่ใช่เพียงแค่หล่อนคนเดียวที่กระทำ แต่เป็ทุกคนในห้องต่าง้าสืบสานหาเื่ราวให้มากกว่าเดิม
เอริยังยืนยันคำเดิมไม่มีเปลี่ยน
“ไม่มีค่ะ”
“...” เวนิสเหลือบหันไปมองทราเวียร์แทน มองชายหนุ่มร่างเตี้ยกำลังเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานตัวเอง สายตามันจ้องเขม็งไม่คิดปล่อยผ่าน
แต่เหมือนมันจะใช้กับเขาไม่ได้ผล
“มองอะไร?”
“เปล่า ผมแค่สงสัยนิดหน่อยเท่านั้นเอง พี่ไม่ได้ทำอะไรกับพี่เอริใช่ไหม?” รุ่นน้องชายเวนิสส่ายหน้า ก่อนถามคำถามเดิมที่ถามกับเอริ
ช่างเป็อะไรที่วนเวียนซ้ำซากเสียจริง
“นายเองก็น่าจะได้ยินแล้วใช่ไหมจากปากเธอ”
“ผมถึงต้องมายืนยันจากปากพี่ไง”
“ฉันไม่มีเวลาไปยุ่งกับคนอื่นหรอก แค่งานการที่ได้รับมามันก็มากพอแล้ว” สำหรับคนอื่นแล้วมันอาจเป็เพียงคำบ่นธรรมดาหาค่าไม่ได้
แต่ไม่ใช่สำหรับคนในห้องนี้โดยเฉพาะกับเวนิส
“...นั้นสินะ พี่งานยุ่งตลอดนิ” ใบหน้าสะใจปรากฏให้เห็นชัดเจนคล้ายกำลัง้าหัวเราะเยาะ
น่าเสียดายที่ชายเตี้ยสวมแว่นไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนละ” ทราเวียร์ที่ได้รับคำตอบก็เดินจากไป
“...” เหมือนกับว่าทุกคนยังไม่พึ่งพอใจกับคำตอบที่ได้รับจากหญิงสาว นี่มันไม่ใช่คำตอบที่พวกมันกำลังมองหา มัน้าอะไรที่ผิดแปลกไปจากนั้น
หลังจากได้รับฟังคำพูดกล่าวของเอริ เกือบทั้งหมดลงนามความเห็นไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่จำเป็ต้องออกปากถาม
ไม่มีใครเชื่อเลยว่าเอริกำลังพูดความจริงออกมา
“เป็ไปได้เหรอ? เธออยู่กับเวียร์เลยนะ”
“ปิดเอาไว้รึเปล่า”
“ก็ไม่แน่”
“...” นอกจากจะยังไม่เชื่อยังพยายามปรับเปลี่ยนเนื้อหาใจความให้เลวร้ายมากขึ้นไปอีก บางก็ว่าหล่อนกำลังโดนบีบบังคับให้จำยอม บางก็ว่าหล่อนไม่้าให้ตัวเองต้องมัวหมอง
ทุกเื่ล้วนทำให้ชื่อเสียงทราเวียร์ดำดิ่งจนยากจะหาทางแก้
...ไม่สิบางที
“…” เอริหรี่ตามองทุกคน
พวกเขาอาจกำลังคาดหวังให้เอริมุ่งเป้าความเกียจชัง ผลักดันให้ทราเวียร์กลายเป็คนบาป เพื่อตนเองจะได้ระบายอารมณ์ออกมาโดยไม่ต้องรู้สึกผิด
รวมถึงไม่ต้องไปเป็ขี้ปากใครด้วย
...คิดจะใช้ฉัน ทำเื่เลวร้ายเหรอ
“พี่กำลังสงสัยรุ่นพี่? ว่าทำอะไรกับฉันสินะ พี่กำลังสงสัยรุ่นพี่ทราเวียร์” เอริขมวดคิ้วเป็ปม ต่อให้เธอหัวอ่อนในสายตาคนอื่นแต่ไม่ใช่ว่าต้องอ่อนจนขนาดปล่อยให้ตัวเองกลายเป็เครื่องมือเอาไว้ใช้สอยหาประโยชน์
ทุกคนที่ยินไม่ได้ให้การปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ให้การยอมรับออกมาเพียงแค่เงียบและเงียบเท่านั้น
“...”
พลอยยิ้มก้าวเท้าออกมาเป็ตัวแทนทุกคน
“เปล่า? พี่แค่รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยก็เท่านั้น ปกติเอริไม่ค่อยได้มาสาย พอวันนี้มาสายแถมยังมากับเวียร์อีก พี่เลยต้องถามกันเอาไว้ก่อน เผื่อมันเกิดเื่อะไรขึ้น เราจะช่วยกันหาทางแก้ไขไง” เธอแค่ไม่ค่อยชอบใจซักเท่าไหร่พอได้เห็นทราเวียร์เดินมาพร้อมกับเอริ
มันดูไม่เหมาะสมยังไงก็ไม่รู้
“สรุปคือ พี่สงสัยว่ารุ่นพี่อาจทำอะไรกับฉัน หากมันเป็จริง พี่กับพวกที่เหลือจะร่วมกันช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วยตัวเองสินะ ถ้าหากหนูตีความจากคำพูดของพี่พลอย”
สีหน้าทุกคนเปลี่ยนไปทันตาเห็น จนเวนิสต้องรีบออกหน้าให้
“ไม่เอาน่า พี่เอริ พวกเราแค่หวาดระแวง พี่เองก็รู้ดีว่าพี่เวียร์เป็คนแบบไหน หากมันเกิดอะไรขึ้นกับพี่เอริขึ้นมา ทุกคนต้องเศร้าใจแน่นอน”
“เพื่อตัวฉัน?”
“ครับ พวกเราต้องป้องกันเอาไว้ก็เพื่อไม่ให้พี่เอริต้องตกเป็เป้าหมายของใครยังไงละ ทุกอย่างก็เพื่อพี่ เพื่อพี่เอริคนเดียวเท่านั้นครับ” แววตาเป็ประตูหน้าต่างจิตใจ
เวนิสแสดงให้เห็นความในใจออกมาให้เห็นแล้วนิดหน่อย แต่มันก็มากพอทำให้มุมมองที่เอริมองมาตลอดแปรเปลี่ยนไป
…ทำเื่ไม่เป็เื่ลงไปจนได้ เด็กน้อย
“...ไอ้โง่” นุชที่เห็นว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น
ถึงกับกุมขมับตัวเอง
“ถึงคำพูดเวนิสจะตรงไปซักหน่อย แต่มันก็ทดแทนความรู้สึกพวกเราทุกคน พวกเราแค่เป็ห่วงเกินเหตุไปหน่อยก็เท่านั้นแหละ” พลอยเข้ามาสานต่อ
พยายามอธิบายให้มันดูดี
“หวังว่าเอริจะเข้าใจ”
“หนูเข้าใจค่ะ แต่---” เธอเข้าใจดี เข้าใจจนถึงระดับที่พลอยและคนอื่นอาจคาดคิดไม่ถึงเลยก็ได้
“พี่พลอย พี่ไม่ควรมองโลกในแง่ร้ายนะคะ ในเมื่อเหตุการณ์มันยังไม่เกิด การไปทึกทักเอาเองว่ามันเกิดขึ้นมีแต่จะสร้างปัญหามากขึ้น”
“พวกเราไม่ได้ทึกทักเอาเอง แค่สงสัย”
“สงสัยทั้งยังไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า กระทั่งหลักฐานยังไม่มี อาศัยเพียงแค่ความคาดเดาและมาบีบบังคับให้หนูพูดเหรอ?” เจอคำพูดสวนกลับเข้าไป
ถึงกลับไปกันไม่เป็เลยทีเดียว
“มะ ไม่ ไม่ใช่”
“เอาเถอะ ขอให้เลิกนะคะ การกระทำแบบนี้ มันมีแต่จะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายมากขึ้น อีกทั้งกับคนที่ไม่มีความผิดแล้วโดนปรักปรำ เขาต้องรู้สึกแย่มากเลย” เอริไม่ได้้าที่จะปฏิเสธความหวังดี
แต่บางครั้งความหวังดีควรมีขอบเขตเท่าที่จำเป็พอ
“อีกอย่างหากเขาคิดทำอะไรหนูจริง หนูยังมีทีเด็ดเอาไว้จัดการคนที่คิดเข้ามาเล่นงานหนูเหมือนกัน” แววตาหญิงสาวไม่ได้ล้อเล่นออกมาเลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าคำเตือนนี้ไม่ได้มอบให้กับชายหนุ่มทราเวียร์คนเดียว แต่มอบให้กับทุกคนที่คิดว่าหล่อนเป็เพียงผู้หญิงอ่อนแอทำอะไรไม่ได้
ถึงอย่างนั้นคำพูดเป็เพียงคำพูดไม่ใช่การกระทำ คนส่วนใหญ่บริเวณจึงเพียงฟังรับสารเอาไว้ก่อนเก็บมันเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจไม่เอาออกมาครุ่นคิดหาความนัยแอบแฝง
เพื่อไม่ให้หญิงสาวเอริต้องรู้สึกลำบากใจไปมากกว่านี้
“...” สุดท้ายพวกเขาตัดสินใจนิ่งเงียบทำได้เพียงปล่อยให้เอริพูดต่อไป
“พี่รู้ พี่เข้าใจ”
“ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ”
“ดีจังที่เอริ ไม่เป็อะไร”
“หนูไม่เป็อะไรแน่นอน พี่ไม่ต้องมากังวลแทนหนูหรอก” เอริเองก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจเพราะรู้ว่าเื่ทราเวียร์มันเป็อะไรที่อ่อนไหวกับทุกคนมาก
เลือกได้หล่อน้าบรรยากาศแบบเดิมมากกว่าตอนนี้
...อย่าให้มันเลวร้ายไปกว่านี้เลย
“ทราเวียร์ นายโชคดีเป็บ้าเลย ที่เจอเข้ากับเอริ” ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับนางฟ้าแสนสวยแม้จะเป็่เวลาเพียงไม่กี่วินาทีแต่ก็ถือว่าได้ใช้เวลาร่วมกัน
คนอื่นยังไม่มีวาสนาด้วยซ้ำ ช่างเป็อะไรที่น่าอิจฉาเกินไป
“พี่ดีใจจัง ที่เห็นเอริมีน้ำใจแบบนี้” พลอยยิ้มโล่งอกหากแววตายังคงหวาดระแวงไม่น้อย
“ใช่ ไม่ว่าจะเป็ใครหน้าไหนล้วนได้รับความอบอุ่นจากพี่เอริ ไม่เว้นกระทั่งพี่เวียร์เองยังได้ หึ” เวนิสกัดปากตัวเองทำไมตนไม่ไปยืนหน้าห้องแทนทราเวียร์
หากเขาไปยืนคนที่จะได้รับความอบอุ่นครั้งนี้ย่อมต้องเป็ตนไม่ใช่คนอื่น
“พี่เองอยากได้มันอีกครั้งจัง”
“ฉันด้วย”
“ว่าแต่พี่พลอย พี่มาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย ปกติพี่มักจะเข้าหลังจากหมดเวลาไม่กี่นาทีนิ” เอริเปลี่ยนเื่ไม่้าให้พวกเขาเ่าั้มาเป็ห่วงกับเื่ไม่เป็เื่จนทำให้บรรยากาศสุขสันต์เปลี่ยนแปลงไป
พลอยเข้าใจเจตนาดีเลยยินยอมปล่อยไปก่อน
“เมื่อกี้เอง ทานข้าวเช้ามารึยัง?”
“ทานมาเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“งั้นเหรอ ถ้างั้นมานั่งสิ พี่เอาขนมมาให้” พลอยเดินไปหยิบถุงขนมมาให้
“ขอบคุณค่ะ”
“พี่ซื้อมา ร้านนี้บอกเลยว่าอร่อยมาก” ในถุงบรรจุขนมคุกกี้สีทองเอาไว้ กลิ่นหอมไม่ว่าใครล้วนต้องเกิดอยากกัดกิน ทำเอาหลายต่อหลายคนจ้องมองกันเป็แถว
เพียงแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปแย่ง
“...” เอริหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้นใส่เข้าไปในปาก
“อร่อย!!!”
“ใช่ไหมละ”
“อร่อยมาก” หนึ่งชิ้นผ่านไปตามด้วยสองและสามตามลำดับ นอกเหนือจากหญิงสาวผู้เปรียบเสมือนกับพี่ใหญ่คอยควบคุมดูแลความเป็ระเบียบเรียบร้อยภายในห้อง
หล่อนยังเป็เหมือนกับพี่สาวแสนดีคอยดูแลคนอื่นอีกต่างหาก
“...” เห็นว่าพลอยได้ให้ขนมเป็ที่เรียบร้อย
ก็ถึงเวลาคนอื่นเข้ามาส่งมอบต่อบ้าง
“น้องเอริ เอาพี่ไปด้วย พี่ให้” รุ่นพี่ชายส่งถุงขนมอีกอันให้ ตอนแรกเอริยังมุ่งสนใจเพียงขนมของพลอยจวบจนกระทั่งเหลือบมองไปเห็นเข้า
มือหยิบชิ้นขนมถึงได้หยุดลง
“นี่มันของที่น้องชอบ”
“พี่เห็นตอนกำลังมา เลยซื้อมาฝาก”
“รู้ใจหนูจัง” เอริยื่นมือเข้าไปรับความหวังดีจากอีกฝ่าย ผิดกันตรงที่หล่อนไม่ได้ใช้มือตัวเองจับหยิบโดยตรงจากมืออีกฝ่าย หล่อนขอให้วางเอาไว้บนโต๊ะแทน แถมยังเลือกจับเอาตรงที่รุ่นพี่ชายไม่ได้จับอีกต่างหาก
แน่นอนว่าไม่ใช่ว่ารังเกียจ แต่เป็เพราะเอริไม่ค่อยชอบให้ผู้ชายหน้าไหนเข้ามาจับเนื้อต้องตัว พวกเขาที่รู้ดีเลยพยายามเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายไม่ชอบใจ
นอกเหนือจากรุ่นพี่เอาขนมแสนโปรดมาให้ คนอื่นยังเอาของตัวเองคิดมอบให้กับหญิงสาวมาต่อแถวมอบให้อีกต่างหาก
“ของพี่ด้วย สิ”
“พี่ก็ซื้อมาให้นะ” ของมากมายวางเอาไว้บนโต๊ะแสดงให้เห็นว่าหล่อนเป็ที่นิยมขนาดไหน
“...ให้กันมาจนหาที่วางไม่ได้แล้ว” เอริเริ่มหนักใจเพราะหาที่วางเอาไว้ไม่ได้ ตอนแรกเธอคิดว่าโต๊ะตัวเองใหญ่มากพอแล้ว แต่พอได้เจอเข้ากับถุงขนมมากมายวางเต็มโต๊ะ
ในใจเกิดนึกสงสัยว่าโต๊ะตัวเองนั้นมันใหญ่จริงรึเปล่า
“ผมว่าพี่ควรขอโต๊ะตัวใหม่ได้แล้วนะ ดูสิขนมเต็มโต๊ะไปหมด”
“ไม่ต้องห่วงพี่จัดการ หาทางออกเอาไว้เรียบร้อย” สีหน้าหนักอกหนักใจจางหายไปในพริบตามือล้วงเข้าไปหยิบเอาของใต้โต๊ะออกมา
เป็โต๊ะตัวเตี้ยไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มากพอดึงเอาถุงขนมส่วนหนึ่งมาวางเอาไว้ได้
“โต๊ะตัวเล็กเอาไว้สำหรับวางของพวกนี้โดยเฉพาะ”
“ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอครับ?”
“หากไม่ทำแบบนี้แล้ว พี่จะเอาขนมไปเอาที่ไหนละ”
“เอามาฝากที่ผมก็ได้ โต๊ะผมยังว่าง” เวนิสชี้กลับไปยังโต๊ะตัวเองที่ยังมีพื้นที่ว่างอีกเยอะ แน่นอนว่ามันดูเป็ความคิดที่ดีมากสำหรับหญิงสาวคนอื่น
แต่ไม่ใช่สำหรับเอริ
“ไม่เอา เกิดพี่้าแกะกิน พี่ต้องเดินไปหาเวนิสอีก ยุ่งยาก”
“ให้ผมเดินเอาไปให้ไหมละ”
“ไม่เอา พี่ไม่อยากให้งานเวนิสต้องมาติดขัดเพราะพี่” เป็อีกครั้งที่เอริปฏิเสธ
“ไอ้โน้นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่เอา พี่นี่จะเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะครับ” เวนิสยิ้มหัวเราะเล็กน้อยไม่คิดอะไรให้มากความ ผิดกับแววตาแสดงออกชัดเจนว่าผิดหวัง
เอริกอดอกเค้นเสียงหันหน้าออกข้าง
“...หึ” ท่าทีสาวน้อยผู้ถูกกลั่นแกล้งทำเอาหลายคนหลุดหัวเราะเอ็นดูออกมา
ขณะเอริกำลังพูดคุยสนุกสนานกับเพื่อนร่วมงานทั้งหลาย ทางด้านของทราเวียร์กลับให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ราวกับฟ้าและเหว ดวงดาวและพื้นดิน
“...” ทักทายกันพอเป็พิธีปล่อยให้พวกหน้าไหว้หลังหลอกไปทำตามใจตัวเอง
ส่วนทราเวียร์ไม่มีเหตุผลอะไรต้องเข้าไปเสนอหน้ากับอีกฝ่ายอีก เขาเดินฉีกออกข้างเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวเองที่อยู่มุมลึกสุดของอีกห้องหนึ่งที่เชื่อมเข้ากับห้องหลัก
จัดได้ว่าเป็พื้นที่โดดเดี่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับเขาที่ไม่จำเป็ต้องมีเพื่อนสวะมารบกวนจิตใจให้หงุดหงิด
ทราเวียร์ก้าวเท้าเดินจนมาถึงโต๊ะตัวเอง แทนที่จะพบเจอถุงขนมเหมือนกับหญิงสาว เขากลับได้เจอกองงานใหญ่โตแทน
ทั้งที่เมื่อวานเขาจัดการมันจนไม่มีหลงเหลือเลยแม้แต่น้อย
“มีงานมาวางเอาไว้ให้ั้แ่ตอนเช้า กลัวฉันไม่ทำให้รึยังไงกัน” ทราเวียร์คิ้วกระตุกพลางถอนหายใจเบื่อหน่ายกับพวกเห็นแก่ตัว