
....ข่าวการไล่ตะเพิดอันธพาลทำให้ไม่มีีอาจารย์สถาบันติวอื่นกล้ามาคบหากับหลินเซียน แต่ก็ทำให้มีชื่อเสียงในกลุ่มเด็กๆเยาวชนที่อยากผ่านการทดสอบเป็นเซียนบางคน ทำให้สถาบันของหลินเซียนคึกคักขึ้น ห้องเรียนเล็กๆบัดนี้มีคนหนุ่มสาวทั้งชายหญิงรวมถึงเด็กน้อยครั้งก่อนมาเรียนด้วย 6 คนแล้ว
คนแรก คือเด็กหญิงตัวน้อยที่มาช่วยหลินเซียนครั้งที่แล้ว เธอชื่อหลิงเออร์ เป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่อยู่กับคุณปู่ที่เปิดร้านขายน้ำหมึกและพู่กันข้างๆบ้านหลินเซียนนี่เอง เนื่องจากหลินเซียนบอกจะสอนให้ฟรี ปู่เธอจึงอนุญาตให้มาเรียนด้วย
คนที่ 2 ชื่อหลี่อวิ๋นเทียน อายุ 14-15 ปีแล้ว เขาเป็นคุณชายสกุลขุนนางปลายแถว เนื่องด้วยเป็นเด็กมั่นใจตัวเองสูงพ่อแม่สอนไม่ฟัง จึงเอามาฝากให้หลินเซียนช่วยอบรมให้
คนที่ 3 ชื่อหวังต้า เป็นลูกชายคนโตของร้านช่างตีเหล็กในตลาด
คนที่ 4 ชื่อหานซิ่ว เป็นลูกชาวนายากจนจากชนบท แต่เป็นคนเรียบร้อยถ่อมตน หลินเซียนให้เขาพักที่สถาบัน โดยให้ทำงานทำความสะอาดเรือนแลกกับการให้ที่พัก
คนที่ 5 ชื่อเซียวฉิง เธอเป็นลูกสาวจอมยุทธหญิง ชำนาญวิชาดาบ แต่เมื่อตรวจพบว่ามีรากวิญญาณเซียน แม่เธอจึงพาเข้าเมืองหลวง และได้ยินชื่อเสียงหลินเซียนไล่ตะเพิดอันธาลและชอบใจเลยพามาสมัครเรียนที่นี่
คนสุดท้าย ชื่อจางซาน เป็นลูกชายร้านขายบะหมี่ในตลาด เขาเป็นลูกชายคนที่สามที่สุขภาพไม่ดี ขี้โรค แต่ดันมีรากวิญญาณเซียน แม่เขาเลยพามาสมัครเรียนเผื่อสอบเข้าสำนักเซียนปรุงยาได้จะได้รักษาตัวเองให้สุขภาพจะดีขึ้น
หลินเซียนเห็นแบบนี้แต่เขาก็เรียนเก่งได้ที่ 1 ของรุ่น ความรู้เขามีแน่นพอสมควร อาจด้วยแผลใจในอดีตจากอาจารย์ที่ทำไม่ดีกับเขาๆ เลยตั้งใจสอนรวมถึงให้ความเมตตากับลูกศิษย์เขามาก จางซานทำอาหารเก่งหลินเซียนซื้อวัตถุดิบมาให้จางซานทำแล้วมาล้อมวงนั่งกันด้วยกันทั้งหมดโดยไม่ถือตัวว่าตนเองเป็นอาจารย์หรือเซียนแต่อย่างใด นั่นทำให้ศิษย์ทั้ง 6 รักอาจารย์หลินเซียนของเขามาก
"อาจารย์ท่านก็ดูแก่กว่าข้าแค่ 3-4 ปี ทำไมท่านมีความรู้มากจัง" หลี่อวิ๋นเทียนถามด้วยความสงสัย
"ข้าอายุ 40 กว่าปีแล้ว"
ทุกคนในห้องตกใจ เพราะหลินเซียนยังหน้าตาเหมือนวัยรุ่นอายุ 18-19 ปีเท่านั้นเอง (แถมหล่อมากด้วย)
"ท...ท่านสำเร็จเซียนระดับไหนแล้วขอรับ?" หายซิ่วถามด้วยความนอบน้อม
หลินเซียนยิ้ม เขาเลี่ยงการตอบคำถามด้วยปริศนาธรรม
"น้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำไม่ถามว่าไหลเร็วหรือช้า…”
ในใจลูกศิษย์คิดว่าด้วยอายุท่านอาจารย์น่าจะสำเร็จถึงระดับ 2 พื้นฐานลมปราณแล้วเป็นแน่ บางทีอาจถึงขั้นปลายเตรียมขึ้นสู่ระดับ 3 แกนปราณแล้วก็ได้ เพราะปกติติวเตอร์จะราวๆขั้นที่ 1 รวมลมปราณ ก็มีบางคนเก่งหน่อยบรรลุระดับ 2 พื้นฐานปราณได้ เพราะปกติระดับ 3 แกนปราณนี่รองเจ้าสำนัก - เจ้าสำนักได้แล้ว ส่วนสำนักดังๆอาจมีระดับหยวนอิงเป็นบรรพจารย์ก็พอมีบ้าง
"วันนี้พวกเราไปเรียนภาคปฏิบัติกันหน่อยดีไหม?" หลินเซียนพูดแบบยิ้มๆ
หลินเซียนพาทุกคนมาที่ลานบ้าน เขาอุ้มหลิงเออร์ไว้เพราะยังเป็นเด็ก 7-8 ขวบอยู่ หลินเซียนตักน้ำมาขันหนึ่งราดลงกับพื้น บังเกิดเป็นมวลน้ำแผ่นทรงกลมขนาดใหญ่ที่เหนียวยืดหยุ่นพอให้ 6 คนขึ้นไปยืนได้ แล้วหลินเซียนก็ให้แผ่นน้ำนั้นลอยขึ้น พาศิษย์ทุกคนไปที่ทะเลสาปน้ำแข็งนิรันดร์บนเทือกเขาหิมะ
...ทะเลสาปน้ำแข็งรันดร์แห่งเทือกเขาหิมะกว้างใหญ่สุดสายตา น้ำแข็งหนาใสราวกระจกเงา สะท้อนส่องประกายบนผิวน้ำแข็ง
รอบทะเลสาปคือ ภูเขาสูงชันปกคลุมหิมะขาวโพลน ลมหนาวพัดผ่าน ทำให้หิมะบนยอดเขาไหวเป็นระลอกคล้ายคลื่นเล็กๆ
ต้นไม้รอดชีวิตบนเนินเขาเป็น สนดำสูงเรียว กิ่งก้านปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง ระยิบระยับเมื่อแสงอาทิตย์ส่องกระทบ กลิ่นเย็นเฉียบของน้ำแข็งและหิมะคลุ้งในอากาศ ทำให้ทุกลมหายใจเหมือนกรองจิตใจให้บริสุทธิ์
เสียงที่ได้ยินมีเพียงสายลมพัด และเสียงนกเล็กบางครั้ง… ทำให้ทะเลสาปแห่งนี้เหมาะกับการฝึกฝนปราณและวิชากระบี่ของเซียน
หลินเซียนขยับแหวนธาราสวรรค์ที่นิ้วส่งพลังปราณดึงเอาน้ำหยดหนึ่งที่อยู่ข้างใต้สุดขอทะเลสาปขึ้นมาลอยเหนือพื้นดิน มีไอสีขาววนรอบหยดน้ำนั้น
"นี่คือหนึ่งในจิตวิญญาณภูติแห่งทะเลสาปนิรันดร์นี้ ครูอยากให้พวกเธอซึมซับและเรียนรู้พลังปราณจากจิตวิญญาณนี้"
เซียวฉิงนึกในใจเธอไม่เชื่อว่าอาจารย์สถาบันกระจอกแบบนี้จะสามารถเรียกจิตวิญญาณชั้นสูงของทะเลสาปใหญ่ขึ้นมาได้ เธอเคยได้ยินท่านแม่ซึ่งเป็นจอมยุทธเล่าว่าต้องเป็นระดับเจ้าสำนักเซียนหรือบรรพจารย์ถึงจะมีโอกาสเรียกขึ้นมาได้ แถมบางครั้งก็เรียกไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่....เมื่อนักเรียนทุกคนรวมถึงเด็กน้อยหลิงเอ๋อได้ทำสมาธิ หลินเซียนเดินดูแต่ละคนช้าๆ เขาสอนทีละขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่การกำหนดลมหายใจ การปล่อยวางจากกายหยาบทีละนิดๆ ฯลฯ ผ่านไป 3 วัน ศิษย์ 4 คนคือก็เริ่มสัมผัสพลังปราณของภูติวิญญาณแห่งทะเลสาปได้
ปราณปกติแล้วคือสิ่งที่มองไม่เห็น ใช้กายหยาบสัมผัสไม่ได้ ต้องใช้กายละเอียดของคนผู้นั้นสัมผัส เมื่อเริ่มคุ้นชินก็จะเริ่มสะสมปราณนั้นเข้ามาไว้ที่ตัวได้
บัดนี้ศิษย์ทั้ง 4 คนบรรลุรวบรวมลมปราณระดับต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขาดแต่หลี่อวิ๋นเทียนและเซียวฉิงเท่านั้นที่พวกเขายังทำไม่ได้ ทั้งคู่มีปัญหาเดียวกันคือจิตใจขาดความเชื่อ และยึดมั่นถือมั่นในความคิดตนเองมากเกินไป
หลินเซียนพาศิษย์ 4 คนกลับเข้าเมืองไปก่อน ปล่อยทั้ง 2 คนให้อยู่ต่อ ซึ่งพอหลินเซียนกลับมาในตอนเย็นๆ เขาได้ส่งพลังปราณตนเองเล็กน้อยให้ทั้งสองคนเพื่อชี้ทางให้เข้าใจว่าอะไรคือปราณ ศิษย์ทั้งสองจึงสัมผัสปราณได่สำเร็จ ซึ่งพอทั้งสองคนได้ประสบการณ์จริงแล้ว หลินเซียนก็เอาปราณตนเองออกและให้พวกเขาฝึกให้ได้
ใช้เวลาอยู่ 7 วันกลางหิมะที่หนาวเหน็บ ในที่สุดทั้งสองคนก็สัมผัสพลังปราณได้ แต่ยังไม่บรรลุขั้นที่ 1 รวมลมปราณได้ ได้แค่ครึ่งก้าวขั้นที่ 1 เท่านั้น
แต่แค่นี้หลินเซียนก็พอใจแล้ว จึงให้จิตวิญญาณกลับลงสู่ใต้ทะเลสาป และพาพวกเขากลับเมือง