re zombie world โลกซอมบี้อีกครั้ง

    ตอนที่ 139 หลอกเด็ก

    ตอนที่139 หลอกเด็ก

    แต่ก่อนที่เขาจะกลับไปที่เมืองซานติเกียไนเรลก็ถือโอกาสจัดการจัดการเรื่องต่าง ๆ ที่นี่ซะเลยโดยเขาให้ปรึกษากับเอวาและคนอื่น ๆ แล้วก็ไม่มีใครคัดค้านอะไร

    เอวาจะติดตามไนเรลไปที่เมืองซานติเกียด้วยเพื่อไปจัดการดูแลงานภายในเพราะลำพังแค่ดามินคนเดียวคงไม่ไหวส่วนทางนี้ไนเรลก็ให้พ่อกับแม่เขาเข้ามาดูแล

    อีกอย่างไนเรลก็ได้ลากเมสันไปด้วยเพราะมีวัดสุจากสัตว์น้ำกลายพันธุ์ที่บุกตีเมืองซานติเกียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเมสันดูสนใจมากเป็นพิเศษ ส่วนจูเรียยังต้องอยู่ที่นี่ไปก่อนเพราะยังมีงานหลายอย่างที่ซีโร่และเธอปลีกตัวมาไม่ได้

    ทางด้านของต้นคริสตัลวิวัฒนาการไนเรลก็ยังไม่ได้เอามันไปด้วยเพียงแต่ช่วงที่เขาอยู่ที่นี่มาหลายวันไนเรลได้เร่งการเจริญเติบโตจนมันออกผลไปอีกสองสามครั้ง

    แต่แน่นอนว่าทุกอย่างย่อมมีขีดจำกัดและที่ว่านั้นก็คือซากศพของซอมบี้ที่น้อยลงไปมากทำให้ไนเรลไม่สามารถทำให้มันออกผลไปอีกสักพัก

    “หรือบางทีเราอาจจะต้องย้อยมันไปที่เมืองซานติเกีย”ไนเรลกำลังพิจารณาถึงปัญญาหาเรื่องนี้อยู่ เพราะว่าที่เมืองซานติเกียนั้นมีซากซอมบี้ให้ใช้นับหมื่นนับแสนอีกทั้งกองกำลังหมาป่าก็เริ่มออกล่าซอมบี้แถวเมืองหลวงเก่าแล้วและคงอีกไม่นานสงครามกับซอมบี้ที่เมืองนั้นจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

    แต่ไนเรลคิดไปคิดมาก็เลือกที่จะยังไม่ย้ายมันไปที่เมืองซานติเกียไม่ใช่เพราะว่าไนเรลไม่คิดจะทำ แต่เนื่องจากการที่ต้นคริสตัลวิวัฒนาการยังอยู่ที่นี่มันก็มีประโยชน์อีกอย่างนั้นก็คือการที่เป็นเครื่องรับรองว่าสมาพันธ์นักล่าใช้ต่อรองกับกลุ่มอิทธิพลอื่น ๆ ได้อยู่

    ไนเรลบอกลาเจ้าคาปิบาร่าที่ไม่สนใจอะไรเหมือนเช่นเคยไนเรลมองดูมันมาสักพักใหญ่แล้วในใจก็คิดไปว่าทำไมมันเป็นระดับ 5แล้วถึงยังไม่มีกายมนุษย์สักทีบางที่มันอาจจะขี้เกียจและไม่สนใจกายร่างเป็นมนุษย์ก็ได้

    ส่วนแมวน้อยก็ยังคงอยู่แค่ระดับ 4เหมือนเดิมไม่ขยับไปไหน ไนเรลก็ไม่ได้บังคับอะไรมันมากนักบางครั้งอสูรก็ไม่ใช่ว่าจะกินแต่แก่นพลังงานแล้วจะเลือนระดับได้เสมอไปไนเรลไม่รู้ว่ามะลิมีเงื่อนไขอะไรพิเศษหรือเปล่าถึงจะสามารถข้ามผ่านระดับไปได้

    หลังจากจัดการหลายอย่างเสร็จแล้วไนเรลก็ออกเดินทาง

    เอวา เมสันนิเรียและเด็กน้อยที่ติตตามน้องสาวของเขาอย่าง เจคอบตอนที่ดูโตเป็นหนุ่มขึ้นมามากแล้วก็มาพร้อมกับนิเรียด้วยเมื่อทุกคนมาพร้อมแล้วไนเรลก็พาพวกเขาเข้าไปในเงารวมทั้งของบางอย่างอีกหลายอันซึ่งในนั้นก็มีของที่ไนเรลต้องการด้วย

    หลังเก็บทุกอย่างไปในเงาเขาบินตรงไปที่ซานติเกีย

    ไม่นานก็มาถึงซานติเกียอีกครั้งชายหนุ่มปล่อยทุกคนออกมาจากนั้น เอวาแยกไปจัดการงานกับดามินนิเรียกับเจคอบยังตามติดไนเรลอยู่ส่วนเมสันก็เอาเฉพาะของตัวเองไปทิ้งกล่องลังอีกจำนวนหนึ่งไว้ให้ไนเรลจัดการเอาเอง

    “พี่ไนเรลลังพวกนั้นมันคืออะไร”

    “ของเล่นใหม่?” ไนเรลมองไปที่กล่องที่เมสันทิ้งไว้

    เขารู้ว่าภายในกล่องเขาชี้ไปที่กล่องยาวกล่องหนึ่ง“อันนั้นของน้องพี่ให้เมสันช่วยทำให้พิเศษ”

    นิเรียรู้สึกแปลกในจึงเดินไปเปิดฝากล่องดูภายในมีปืนที่มีลักษณะเหมือนสไนเปอร์อยู่

    “พี่ชายนี่คือปืนอะไร” นิเรียถามด้วยความอยากรู้ที่ผ่านมาเคยแต่ควบคุมปืนใหญ่พลังงานของกองทัพมาตลอด

    “ปืนเรียวกันสไนเปอร์ระบบรางคู่สามารถยิงได้ไกลกว่า 10 กิโลเมตร พี่ให้เมสันออกแบบมาเพื่อความสามารถ [ดวงตาเทพ S] ของน้องโดยเฉพาะ ส่วนอีกกล่องคือปืนพกเรียวกัน หรือ RG1” ไนเรลเปิดกล่องที่มีปืน RG1 อยู่ให้นิเรียดูอันที่จริงแล้วปืนพกเรียวกันไม่ได้มีแค่ 10 กระบอกแต่มันมีมากกว่านั้นเพียงแค่เมสันยังไม่ได้ประกอปชิ้นส่วนมัน

    ตอนนี้เมื่อเมสันย้ายมาที่นี้แล้วก่อนมาไนเรลจึงขอให้เขาทำให้ 4 กระบอกเพื่อนำมาใช้งานก่อน

    ไนเรลหยิบไปกระบอกหนึ่งพร้อมกระสุนบางส่วนนิเรียนำไปสองกระบอกและแน่นอนว่าคนสุดท้ายที่ได้ไปคือ เจคอบ

    เจคอบที่ผ่านมาเขาติดตามเมสันไปได้สักพักจนกระทั่งทนกับนิสัยของเมสันไม่ไหว เด็กชายจึงเลือกจะไปกับนิเรียแทนเพราะยังไงในสายตาของเจคอนิเรียคือลูกพี่ของตน

    ด้วยความที่เจคอบกินผลคริสตัลวิวัฒนาการที่ให้ความสามารถประเภทสนับสนุนไปจึงทำให้เขากลายเป็นมนุษย์ชั้นสูงที่มีความสามารถ [ความเร็ว F] บวกกับที่เคยเป็นหัวขโมยน้อยมาก่อนยิ่งทำให้เจคอบเป็นเหมือนปลาที่อยู่ในน้ำสามารถเคลื่อนที่หลบหลีกสายตาและลงมือได้อย่างน่ากลัว

    “ไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวเราจะออกเดินทางกันต่อ”

    “เราจะไปไหน?”

    ทั้งนิเรียและเจคอบถามอย่างสงสัย

    “เราจะไปจับสัตว์กลายพันธุ์” ไนเรลตอบแบบยิ้ม

    ......

    ภายในผืนป่ากลุ่มมนุษย์ชั้นสูงที่นำโดยไนเรลด้านหลังตามมาด้วยนิเรีย เจคอบ และสองสาวกลุ่มโนเนท ซึ่งประกอปด้วยเวสลี่กับเวนดี้

    โดยเวนดี้นั้นอาสามาเป็นเพื่อนเวสลี่ไนเรลได้ให้อิสระการตัดสินใจเรื่องของกลุ่มโนเนทให้ชารอนจัดการได้เต็มที่ คนอื่น ๆจึงพากันไปเรียนรู้เป็นลูกมือของชารอน หรือไม่ก็ทำงานที่อยากจะทำ

    จะเหลือก็แต่สองคนที่ไนเรลดึงตัวมาช่วยงานแต่กลุ่มที่เดินทางมาในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาไนเรลยังนำผู้พิทักษ์สมาพันธ์มาด้วยอีก 50 กว่าคน

    ไนเรลมองไปผืนป่าด้านหน้าโดยอาศัยยืนหลบฝนที่ตกลงมาซ่า ๆ อย่างต่อเนื่องภายใต้ต้นไม่ยักษ์สูงเกือบ ๆ 80 เมตรเป็นอย่างต่ำไปด้วยบรรยากาศในตอนนี้หนาวมากพอสมควร แสงสว่างจากท้องฟ้าที่ส่องผ่านเมฆเองก็น้อยลงทุกทีเพราะเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว

    “ใกล้จะถึงแล้ว? พักกันที่นี่ก่อนเช้าค่อยออกเดินทางต่อ” เขาพูดเสร็จก็กระโดดขึ้นไปตามกิ่งไม้ที่ใหญ่ไม่น้อยไปกว่าสะพานข้ามแม่น้ำจากนั้นก็ลงมือเจาะที่ต้นไม้ยักษ์เป็นโพรงเพื่อสามารถเข้าไปพักได้คนอื่น ๆ ก็ทำตามที่ของตนเอง

    โดยกลุ่มของผู้พิทักษ์เลือกที่จะเจาะโพรงในต้นไม้ต่ำลงไปเป็นอีกห้องและพากันเข้าไปพักด้านใน

    ส่วนไนเรลหลังจากที่เจาะโพรงเสร็จก็ถอดเสื้อคลุมที่ทำจากหนังของสัตว์กลายพันระดับ4 ออกสะบัดน้ำฝนที่เกาะอู่บนเสื้อและวางไว้มุมหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน

    นิเรียและอีกสามคนก็เดินเข้ามาด้านในเช่นกัน

    นิเรียนั่งลงขณะที่ถูมือไปมาเพราะอากาศที่เย็นลงไนเรลที่เห็นดังนั้นก็โบกมือเพียงครั้งเดียว เปลวไปก็ติดกับเศษไม้ที่เหลือจากการเจาะโพรงกองไฟถูกวางไว้ในตำแหน่งที่สามารถระบายอากาศออกไปภายนอกได้ไม่อย่างนั้นพวกเขาต้องสลักควันไฟตายเอาได้

    อุณหภูมิภายในโพรงเริ่มอุ่นขึ้นทุกคนก็พากันนำเนื้อตุ๋นกระป๋องของตนเองออกมากิน เนื้อกระป๋องหนัก 1กิโลกรัมต่อกระป๋องที่ภายในบรรจุเนื้อตุ๋นสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 5ที่ราคาไม่น้อยกว่า 4,000 G ต่อ 1 กระป๋อง

    เนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 5เป็นที่ต้องการมากในตลอด บางที่อาจจะแพงมากกว่านี้ แต่สำหรับไนเรลและพรรคพวกเนื้อระดับ 5 ไม่นับเป็นอะไร เพราะในมือของสมาพันธ์นักล่ามีเนื้อพวกนี้สำรองไว้ให้กินอีกมาก

    แต่สำหรับเวสลี่และเวนดี้แล้วเนื้อระดับ 5นั้นมันก็ยังถือว่าเป็นของหรูหรามากอยู่เพราะที่ผ่านมาพวกเธออย่างมากสุดก็กินแค่เนื้อระดับ 4 เท่านั้นทั้งสองคนกินไปก็มองหน้ากันไป ในใจคิดว่า คงต้องออกมาทำภารกิจข้างนอกบ่อย ๆจะได้มีเนื้อระดับ 5 กิน

    ไนเรลจัดการเนื้อไปหลายสิบกระป๋องจึงคิดว่าจะพอให้อิ่มไปได้สักพักก็ล้มตัวนอนลงอย่างสบายใจเพราะเขาไม่ต้องกลัวเนื่องจากมีผู้พิทักษ์ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่คอยเฝ้ายามอยู่แล้ว

    แต่ถึงจะไม่มีพวกเขามาค่อยเฝ้ายามไนเรลก็ไม่ได้ปิดกั้นการรับรู้ของตัวทั้งหมดยังคงสามารถสัมผัสถึงสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงได้อยู่แล้ว

    เมื่อเราหลับตานอนเวลามักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเช้าวันต่อมากลุ่มของไนเรลก็ออกเดินทางอีกครั้งและก็มาถึงจุดหมายที่เขาต้องการบริเวณที่ชายหนุ่มอยู่ตอนนี้คือทางเหนือของเมือง๙นติเกียแต่ก็ยังคงไม่ถึงภูมิภาคเหนือของไทกีล่าเป็นแค่บริเวณรอยต่อเท่านั้น

    ด้านหน้ามีทุ่งหญ้าผืนใหญ่ซึ่งในการเดินทางครั้งที่แล้วเขาผ่านมาทางนี้พอดีและเห็นหนึ่งในสัตว์พาหนะของมนุษย์ตั้งแต่สมัยโบราณพวกมันก็คือ ม้า ถึงตอนนี้พวกมันจะเป็นม้ากลายพันธุ์ตัวสูงใหญ่กว่า 2.5-3เมตรไปแล้ว แต่อย่างไรพวกมันก็เคยเป็นมามาก่อนดังนั้นไนเรลคิดว่าจับพวกมันมาฝึกสักหน่อยก็คงจะใช้งานได้ดีกว่าไปจับสัตว์กลายพันธุ์ที่ไม่รู้จักมาเริ่มฝึกใหม่ตั้งแต่ศูนย์

    “นั้นคือเป้าหมายของพวกเรา”ไนเรลบอกกับคนที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งทุกคนนั้นพากันหมอบอยู่อย่างเงียบ ๆเพราะกลัวว่าฝูงม้าจะตกในหนีไป

    “ผู้พิทักษ์ทั้งหมดแยกกันออกไปล้อมไว้ระวังสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่น ๆ ด้วย แถวนี้อยู่ในป่าลึกมากพอสมควรส่วนเธอลองใช้ความสามารถ [เสียงแห่งสัตว์ป่า D] ดูว่าสามารถควบคุมพวกมันได้ไหม”ไนเรลสั่งให้คนอื่น ๆ แยกย้ายกันไป ส่วนคำพูดประโยคหลังแน่นอนว่าพูดกับเวสลี่

    เวสลี่ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ฝูงม้าที่มีกันไม่ต่ำกว่าพันตัวด้านข้างเวนดี้ใช้ความสามารถ[วิญญาณอารักษ์ F] คอยเฝ้าระวังให้กับเวสลี่

    วิญญาณอารักษืที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับเวนดี้ลอยออกมาจากตัวของเธอจากนั้นก็จมหายไปในพื้นดินด้านหน้า

    “พี่ชายเดี๋ยวหนูไปป้องกันด้านบนให้”

    “ผมจะคอยดูพี่เวสลี่ให้”

    นิเรียและเจคอบเลือกต่ำแหน่งของตนเองเมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้วทุกคนก็เริ่มลงมือ

    เวสลี่เริ่มพูดออกมาโดยไม่มีเสียงแต่อันที่จริงแล้วเสียงพวกนี้มนุษย์ปกตินั้นไม่ได้ยินเพราะสิ่งที่สามารถได้ยินคลื่นเสียงลักษณะนี้คือสัตว์ แต่กับไนเรลที่มีพลังระดับสูงสามารถสัมผัสถึงมันได้อย่างชัดเจนแม้จะไม่เข้าใจก็ตามที

    เขามองหญิงสาวที่มีกระรอกสีน้ำตาลเกาะอยู่ที่ไหล่ทันใดนั้นม้ากลายพันธุ์สีน้ำตาลที่สูงกว่า 2.5 เมตร ซึ่งก้มกินหญ้าอย่างสบายใจมันก็เงยหน้ามองเวสลี่ด้วยสีหน้าแปลกใจ เดินเข้ามาใกล้ ๆ เธอ

    เสียงของเท้าย้ำลงกับดินที่เฉอะแฉะเดินวนไปรอบ ๆเธอดูเหมือนว่าทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่

    เวสลี่รีบยืนข้อเสนอให้กับม้ากลายพันธุ์ตัวนั้นตามที่ไนเรลเคยบอกเธอไว้

    ที่ไนเรลเลือกที่จะให้เธอยืนข้อเสนอก็เป็นเพราะว่าในเมื่อมีคนคุยกับสัตว์รู้เรื่องแล้วทำไมไม่ลองใช้ผลประโยชน์ล่อลวงพวกมันดูละนี่คือความคิดของไนเรล

    “สวัสดีฉันคือชื่อเวสลี่ เธอมีชื่อไหม”เวสลี่ถามม้าสีน้ำตาล ดูเหมือนมันจะเป็นลูกม้าตัวเมีย

    ม้าเด็กส่ายหัวไปมาเป็นการบอกว่าไม่มี

    “เธออยากมาอยู่กับพวกเราไหมพวกเรามีขนมให้เธอนะ” เวสลี่เสร็จก็ยื่นใบไม้ที่เหมือนคริสตัลออกไปให้กับม้าเด็ก

    แต่เธอกลับรู้สึกว่าการกระทำของเธอมันดูเหมือนกับตาลุงที่กำลังหลอกเด็กขึ้นรถตู้โดยใช้ลูกอมมาหลอกล่อยังไงไม่รู้

    เวสลี่ได้แต่คิดในใจว่าเธอแค่ทำตามที่ไนเรลพูดเท่านั้นถ้าคนที่เป็นตาลุงก็ต้องเป็นท่านไนเรล เมื่อคิดได้ดังนั้นเวสลี่ยิ้มอย่างสบายใจมองดูม้าเด็กตัวเมียที่กำลังสองจิตสองใจส่วนไนเรลเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขากลายเป็นตาลุงไปแล้ว

    อันที่จริงแล้วมันไม่ได้คิดเรื่องที่เวสลี่ชวนมันไปอยู่ด้วยเลยแม้แต่น้อยแต่มันกำลังคิดว่าจะกินใบไม้นี่ดีหรือไม่ ถ้ากินแล้วไม่มีให้กินอีกจะทำยังไงแต่ถ้าไม่รีบกกินเดียวมีตัวอื่นมาแย่ง ยิ่งพวกตัวใหญ่ ชอบรังแกอยู่ด้วย

    ใบไม้คริสตัลที่น่ายั่วยวนมาอยู่ตรงหน้าแล้วไม่กินก็จะเป็นการเสียมารยาทดังนั้นเจ้าม้าเด็กคิดได้ก็อ้าปากเตรียมจะกิน แต่แล้วอยู่ ๆด้านหลังของมันก็มีเงาของม้าตัวใหญ่สูง 4 เมตรเดินมาหยุดที่ด้านหลังซะก่อน

    คล้ายกับเรื่องre zombie world โลกซอมบี้อีกครั้ง ที่คุณอ่าน