ในวันนี้ระดับสูงของหอสมบัติได้เดินทางกลับมาที่สาขาทวีปเซียนกันหมดแล้วและสาขาจากทวีปต่างๆเองก็มารวมตัวกันที่นี่ทั้งหมดเพราะวันนี้จะเป็นวันแข่งขันของเหล่าตัวแทนจากสาขาต่างๆเพื่อชิงตำแหน่งผู้สืบทอดผู้นำสาขาทวีปเซียนคนต่อไป
พวกฉางเฟิงที่มาถึงก็ตกใจกับกำลังคนของหอสมบัติเรียกได้ว่าหอสมบัติเป็นพวกเสื้อซ่อนเล็บจริงๆเพราะคนที่มีระดับเซียนจนถึงจักรพรรดิเซียนนั้นกลับมีมากมายขนาดนี้ เรียกได้ว่าตระกูลเซียนเทียบไม่ติดเลยก็ว่าได้
“นั่นมันคุณหนูไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ได้เห็นคุณหนูหลายปีความงามของคุณหนูเพิ่มขึ้นอีกแล้ว”
“ว่าแต่ใหนละผู้ช่วยของคุณหนูทำไมเห็นแค่เด็กไม่กี่คน”
หลายคนที่เห็นโหลวหลานบ้างก็ออกมาประจบบ้างก็เย้ยหยันเพราะสำหรับพวกเขาการแข่งขันในครั้งนี้ผู้ที่มีสิทธิ์ได้ตำแหน่งย่อมต้องไม่พ้นผู้อาวุโสหนึ่งหรือผู้อาวุโสสอง
บนที่นั่งตำแหน่งผู้อาวุโสผู้อาวุโสที่หนึ่งสองลงมายังกลุ่มของโหลวหลานด้วยสายตาที่เย็นชาคนของตนเองที่ส่งออกไปไม่ได้กลับมาอีกเลย
“จุ๊ๆนั่นไม่ใช่คุณหนูโหลวหลานหรอกหรือ ชั่งงดงามจริงๆงดงามมากซะจนข้าอยากจะได้มาครอบครองเลย” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆผู้อาวุโสที่สองกล่าวขึ้น
“เช่นนั้นสหายก็ต้องทำผลงานให้มากๆแล้วขอแค่สหายโดดเด่นมากพอในการแข่งขันครั้งนี้ข้าย่อมช่วยให้เจ้าได้ครอบครองหญิงงามแน่”ผู้อาวุโสสองยกยิ้มชั่วร้าย
“ด้วยอำนาจของตระกูลลั่วตอนนี้ยังไม่เพียงพอจะแต่งงานกับคุณหนูของหอสมบัติอีกรึ”นายน้อยลั่วกล่าว
“ถ้าปกติก็พอแล้วแต่มารดาของโหลวหลานไม่ธรรมดาดังนั้นการจะทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นของเจ้านั้นจำเป็นต้องให้ข้ากลายเป็นผู้นำเสียก่อนถึงจะมีอำนาจนั้น”ผู้อาวุโสสองกล่าว
“เช่นนั้นข้าก็จะทำให้เต็มที่ไม่ว่าจะการประลองปรุงยาหรือต่อสู้ข้าก็มั่นใจ เพราะข้าได้จ้างนักปรุงยาของสมาคมนักปรุงยามาด้วยตนเองและยังเป็นนักปรุงยาระดับ 7 ขั้นสูงสุดอีกด้วย” นายน้อยลั่วกล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ
“ถ้าเป็นแบบนั้นข้าก็เบาใจแล้วด้านพลังต่อสู้ชายด้านหลังของเจ้าเองก็ถือว่าเป็นมือสังหารที่โหดเหี้ยมแม้แต่เซียนขั้นที่2 ก็ยังสังหารมาแล้วเพราะงั้นน่าจะไม่มีปัญหาส่วนทางค่ายดกลต่อให้โหลวหลานจะได้เปรียบแต่นางก็ไม่มีทางชนะพวกเราได้อยู่ดีฮ่า ฮ่า” ผู้อาวุโสสองหัวเราะด้วยความสุข
“ดูท่าการประลองต่อสู้จะไม่ง่ายแล้ว”ซวนหยวนเสวี่ยมองไปรอบๆและเห็นว่ามีขั้นเซียนอยู่หลานคน
“ขอแค่ไม่ใช่เซียนขั้นสูงอย่างขั้นที่ 7 ขึ้นไป ข้าต้องกลัวด้วยเหรอ” ฉางเฟิงยกยิ้ม
“นั่นสินะด้วยพลังของน้องชายฉางเฟิงตอนนี้เซียนขั้นต้นจะไปอยู่ในสายตาได้อย่างไร”เจี้ยนอี้ยิ้ม
“ถึงแบบนั้นคนกลุ่มนั้นไม่ใช่ว่าเป็นคนของตระกูลเจี้ยนงั้นเหรอเขาจ้องมาทางเจ้าด้วยสายตาที่ดุร้ายมากเลย” ฉางเฟิงหันมองไปทางกลุ่มชายวัยกลางคนที่มองเจี้ยนอี้ด้วยสายตาดุร้าย
“แล้วยังไงพวกเขากล้าที่จะขายข้าโดยไม่สนใจความรู้สึกของข้า ทำไมข้าต้องไปสนใจพวกเขาด้วย”เจี้ยนอี้กล่าว
“แล้วครองครัวของเจ้าในตระกูลเจี้ยนละ”
“ก่อนออกเดินทางข้าได้เตรียมตัวเอาไว้แล้วและด้วยพลังของท่านพ่อคงพาท่านแม่หนีออกจากทวีปเซียนไปนานแล้ว” เจี้ยนอี้กล่าว
“กลายเป็นว่าเจ้าเตรียมตัวมานานแล้ว”ฉางเฟิงต้องยอมรับว่าเจี้ยนอี้นางเป็นผู้หญิงที่ฉลาดมากๆคนหนึ่งนางรู้จักขอบเขตว่าตนควรจะทำยังไงไม่ให้อีกฝ่ายกลายเป็นศัตรูและได้ผลประโยชน์มากที่สุด
“ท่านผู้นำปรากฎตัวแล้ว”ในตอนนั้นเองเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
โหลวซิวเถียนปรากฎตัวพร้อมกับเดินไปนั่งยังตำแหน่งผู้นำแรงกดดันที่แผ่ออกมาทำให้หลายคนต้องหน้าซีดเพราะนี่คือแรงกดดันของจักรพรรดิเซียนขั้นที่9
โหลวซิวเถียนนั้นยังไม่ได้แก่หรืออายุมากเลยแต่ที่ต้องเตรียมพร้อมลงจากตำแหน่งเพราะโหลวซิวเถียนเตรียมตัวจะทะลวงขั้นเทพและเมื่อกลายเป็นเทพแล้วโหลวซิวเถียนจะไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกจึงจำเป็นต้องหาผู้นำคนใหม่
“วันนี้เป็นวันดีวันหนึ่งที่ข้าจะได้เห็นถึงความสามารถของหอสมบัติเราจากสาขาต่างๆในเวลาหลายปีมานี้หอสมบัติเอาทำกำไรจากสาขาต่างๆได้ค่อนข้างมากทำให้ข้าพอใจอย่างมากและด้วยตัวข้านั้นจำเป็นต้องลงจากตำแหน่งข้าจึงอยากจะส่งต่อตำแหน่งไปให้กับคนที่เหมาะสมที่สุด
ดังนั้นการประลองต่อจากนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะได้สืบทอดตำแหน่งต่อจากข้าแน่นอนว่าข้าไม่สนเรื่องอายุหรือว่าตำแหน่งในตอนนี้ข้าสนเพียงแค่ความสามารถเท่านั้นเพราะงั้นไม่ว่าใครได้ตำแหน่งไปพวกเจ้าที่เหลือจะต้องเคารพการตัดสินในครั้งนี้ให้ได้ถ้าใครกล้าขัดและไม่เชื่อฟัง เหอะอย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน” โหลวซิวเถียนกล่าว
“พวกเราจะเชื่อฟังคำสั่งของท่านผู้นำ”ผู้คนในหอสมบัติพากันกล่าวพร้อมกัน
ใบหน้าของผู้อาวุโสหนึ่งและสองพากันเย็นชาเพราะคำกล่าวของโหลวซิวเถียนเห็นได้ชัดว่าหมายถึงพวกเขา
“เอาละเรามาเริ่มการแข่งขันแรกกันเถอะการแข่งขันแรกนั้นจะเป็นการแข่งขันด้านค่ายกล ผู้ที่สามารถแก้ค่ายกลที่ทางเราออกแบบไว้ให้เร็วที่สุดก็จะชนะและได้รับคะแนนไป30 คะแนน”
“ข้าไปก่อนนะ”โหลวหลานกล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ
เพราะนางฝึกฝนค่ายกลมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้นางก็กลายเป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกลระดับเซียนไปแล้วทำให้นางมั่นใจมากว่านางจะชนะ และต่อให้ศัตรูจ้างนักสร้างค่ายกลขั้นเซียนมาเช่นกันก็ต้องดูก่อนว่าราคาค่าตัวของปรมาจารย์ค่ายกลขั้นเซียนนั้นแพงมากแค่ใหนถ้าไม่โง่จริงไม่มีใครจ้างมาอย่างแน่นอน
ทางหอสมบัติได้เตรียมค่ายกลเอาไว้ให้กับผู้ลงแข่งคนละชุดและให้ผู้แข่งขันแก้ค่ายกลให้ได้
“เริ่มได้”
เมื่อเริ่มสัญญาณโหลวหลานก็เริ่มเคลื่อนใหวทันทีมือของนางเคลื่อนใหวด้วยความเร็วอย่างมากจนฉางเฟิงที่ฝึกฝนค่ายกลมาเช่นกันยังต้องยอมรับเลยว่าด้านค่ายกลตนเองยังเทียบกับนางไม่ได้
“เร็วมากจริงๆ”ฉางเฟิงกล่าว
“นายน้อยอย่าท้อใจไปนายน้อยฝึกฝนมาหลายอย่างไม่ว่าจะปรุงยา หลอมอาวุธ หรือแม้แต่ค่ายกล ถ้าเป็นคนอื่นไม่มีทางทำแบบนี้ได้แน่ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นที่จะตามนางทันหรือไม่”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“ข้าไม่ท้อใจกับเรื่องแค่นี้หรอก”ฉางเฟิงยิ้ม
การแข่งขันจบลงในเวลา2 ชั่วโมง ซึ่งโหลวหลานสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าไม่มีปรมาจารย์ค่ายกลคนใหนที่แข็งแกร่งเท่ากับนางในที่นี้โหลวซิวเถียนพยักหน้าและยิ้มอย่างพอใจ
“ผู้ชนะการแข่งขันด้านค่ายกลได้ผู้ชนะแล้วได้แก่โหลวหลานสาขาจงโจว”โหลวหลานก้าวลงมาจากสนามประลองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที
มาแล้วเมื่อวานหมดแรงนอนทั้งวัน5555 วันนี้พอมีแรงเขียนนิยายแล้วค่อยนอนพักต่อ