“อาหลิ่งเ้าไปซื้อขนมที่เยว่เอ๋อร์ชอบมาให้นางเสียหน่อย ข้าจะรออยู่ที่นี่”
“ตะแต่ จะดีหรือเ้าคะคุณหนู” ไม่ใช่ว่าอาหลิ่งไม่อยากไป แต่นางถูกฮูหยินสั่งไว้ว่า หากมาที่ร้านก็ให้คอยจับตาคุณหนูใหญ่ผู้นี้เอาไว้ต่างหาก
จ้าวลู่เสวียนยกยิ้มแววตาของนางมืดครึ้ม
ฮึ! แม้แต่บ่าวข้างกายยังเคยชินกับฐานะคุณหนูไม่ใช่ท่านหญิงอย่างที่ควรจะเป็
แต่ก็เพียงบอก“ดูเหมือนว่าเมื่อเช้า เยว่เอ๋อร์จะโกรธข้าเื่ชาอยู่ ข้าจะซื้อขนมไปง้อนางเสียหน่อยอืม...แล้วก็ เ้าเคยบอกว่าที่โรงน้ำชามีเื่เล่าสนุกใช่หรือไม่เ้าไปฟังมาสักเื่ แล้วมาเล่าให้ข้าฟังก็แล้วกัน”
“เ้าค่ะเ้าค่ะ ขะ ขอบพระคุณคุณหนูเ้าค่ะ” อาหลิ่ง แม้จะเป็สาวใช้ที่ถูกกำชับมาดีแค่ไหนแต่เพราะคุณหนูใหญ่ไม่ชอบจะออกมานอกจวน ทำให้นางไม่ค่อยได้เปิดหูเปิดตาได้ฟังเื่เล่าก็จากบ่าวคนครัวที่ออกนอกจวนบ่อย ๆ เท่านั้น
“ท่านหญิง”หลงจู๊จึงลองเอ่ยเรียก เขารู้สึกว่า ในวันนี้เ้านายของตนดูแปลกไป
จ้าวลู่เสวียนไม่ได้ตอบรับนางเดินผ่านเดินชายชราเข้าไปด้านใน สายตาสำรวจบรรยากาศภายในร้านไปพลาง
การที่นางไม่ให้ความสนใจกิจการของมารดาทำให้ร้านค้าที่เคยรุ่งเรืองกลับเงียบเหงาไปถนัดตา การตกแต่งไม่ดึงดูด สินค้าก็มีอะไรโดดเด่นจึงไม่ได้เป็ที่สนใจของลูกค้าเท่าใดนัก
เทียบกับร้านอื่นแล้วร้านของนางคงจะขาดทุนมาหลายปี หากไม่เพราะหลงจู๊เก่งกาจ คงไม่อาจรักษาร้านของมารดานางเอาไว้ได้
เดินขึ้นไปถึงห้องที่ชั้นบนนางจึงเปรยขึ้นมา เมื่อรู้สึกถึงสายตาที่คลางแคลงของหลงจู๊ผู้มากความสามารถ “มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นทำให้ข้าหูตาสว่างขึ้น”
หันหน้าไปสบตากับผู้าุโที่นางควรจะให้ความเคารพเขาจากใจจริงเพราะหากไม่ได้เขา ด้วยดวงตาที่มืดบอดของนางเกรงว่าจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่ท่านตาสร้างมากับมือต้องพังทลายไป
แต่นางก็ไม่รู้ว่าจะกล่าวคำใดให้เขาเข้าใจได้ชีวิตก่อน นางล้วนทุ่มเทให้กับสุนัขไร้ค่าพวกนั้น
อยู่จวนจ้าวก็ไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนอยู่จวนโหวมีแต่ถ้อยคำติฉินนินทาให้ได้ยิน ดีหน่อย ที่ยังอ่านออกเขียนได้
แต่งเข้าจวนโหวในยามสิบเจ็ดปีคลอดลูกแล้วก็ตายในปีต่อมา ถูกสั่งสอนให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของผู้อื่นมาตลอดสิบแปดปี
ตอนนี้จึงไม่รู้ว่า ต้องเอ่ยวาจาเช่นไรให้ผู้าุโตรงหน้าให้เข้าใจ“คือ...ข้า...ข้า”