เขาปักหลักยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆไม่ต่างจากขุนเขาอันมั่นคง คล้ายปราการเหล็กที่ไม่มีวันสั่นคลอนให้ความรู้สึกแข็งแกร่งจนยากจะทำลาย ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่เซิ่ง
“ลู่... ลู่เซิ่ง? นาย... นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
ในที่สุดลั่วเซวียนเซวียนก็เป็นฝ่ายจำผู้มาเยือนได้ก่อนเธออดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“ก็มาช่วยเธอน่ะสิ!” ลู่เซิ่งกล่าวโดยไม่หันกลับมามอง
“ช่วยฉันเหรอ?” ลั่วเซวียนเซวียนฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้าเหวอ
แต่ลู่เซิ่งไม่ได้ตอบคำถามนั้นเขาอาศัยจังหวะสำคัญที่สี่นักฆ่ายังคงตกตะลึงร่ายเวทรักษาใส่ลั่วเซวียนเซวียนอีกครั้งทันที
“แสงเทพรักษา”
วูบ...
HP+377!
หลังจากใช้เวทรักษาไปในที่สุดค่าพลังชีวิตของลั่วเซวียนเซวียนที่เกือบจะแห้งเหือดก็ฟื้นกลับมาอยู่ที่ระดับมากกว่า1,000หน่วย หลุดพ้นจากวิกฤตการถูกฆ่าในพริบตาไปได้ชั่วคราว
ในขณะเดียวกันสี่นักฆ่าก็ได้ใช้ทักษะตรวจสอบใส่ลู่เซิ่งด้วยเช่นกัน
[เป้าหมาย: ลู่เซิ่ง]
[อาชีพ: พาลาดิน]
[สัญชาติ: เสินเซี่ย]
[เลเวล: ??]
[ค่าพลังชีวิต: 4,290]
[ค่ามานา: 1,090]
[ระดับดาวพลังรบ: ??]
............
“เอ๊ะ? ไอ้เด็กนี่... ที่แท้เป็นพาลาดินงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นค่าสถานะพื้นฐานของลู่เซิ่งพัคยูจีก็ได้สติกลับมาเป็นคนแรก เขาแทบจะโมโหจนอกแตกตาย
“แม่-เอ๊ย ซวยชะมัดเมื่อกี้ฉันถูกไอ้พาลาดินขยะนี่ขู่จนเสียขวัญเลยงั้นเหรอ?” จารูที่อยู่ข้างๆก็สบถด่าออกมาเช่นกัน
นั่นก็เพราะการเปิดตัวของลู่เซิ่งเมื่อกี้นี้มันเท่เหลือเกินเขาสามารถหยิบยืมพลังจากร่างจำลองเทวทูตมาใช้บินว่อนกลางอากาศและร่อนลงมาจากบนฟ้าจนทำให้พวกเขายังไม่กล้าลงมือกับลั่วเซวียนเซวียนต่อในขณะที่ยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของลู่เซิ่ง
แม้จะมีไอเทมซ่อนค่าสถานะอย่าง‘ผ้าคลุมอัศวินดำ’ จนทำให้สี่นักฆ่าไม่สามารถมองเห็นระดับดาวพลังรบและเลเวลของลู่เซิ่งได้
แต่แค่อาชีพสายสนับสนุนอย่างพาลาดินที่มีเลือดเพียง4,000กว่าหน่วย จะเก่งกาจไปได้สักแค่ไหนเชียว?
เมื่อคิดได้ดังนี้สี่นักฆ่าต่างก็รู้สึกเบาใจขึ้นทันที
“รอให้ฆ่านังผู้หญิงชั้นต่ำนั่นเสร็จก่อนเถอะฉันจะเก็บหัวไอ้เด็กนี่กลับไปรับเงินรางวัลพร้อมกันเลย”
ชายในชุดซามูไรยิ้มเหี้ยมแววตาที่มองลู่เซิ่งไม่ต่างอะไรกับการมองคนตาย
“พาลาดินคนนี้ฉันจัดการเอง พวกนายรีบจัดการผู้หญิงคนนั้นให้จบๆ สักทีเถอะ”หญิงสวมหน้ากากกล่าวด้วยเสียงกดต่ำ
“ได้!”
ทั้งสี่คนแลกเปลี่ยนความเห็นกันเพียงไม่กี่ประโยคและบรรลุข้อตกลงกันอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นนักฆ่าหลายคนปรึกษาหารือกันและตั้งใจจะเก็บลู่เซิ่งไว้ที่นี่ด้วยลั่วเซวียนเซวียนก็ร้อนรนใจ รีบตะโกนบอกลู่เซิ่งเสียงดัง“รีบหนีไป! พวกเขาคือสมาชิกของหน่วยล่ามังกรนายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาหรอก!”
“อะไรนะ? สมาชิกหน่วยล่ามังกรงั้นเหรอ?”
ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นรูม่านตาก็หดเกร็ง รีบใช้ทักษะตรวจสอบใส่นักฆ่าทั้งสี่คนทันที
[เป้าหมาย: คุโมฮาชิ ฮานาโกะ]
[อาชีพเฉพาะตัว: องเมียวจิ]
[สัญชาติ: วอหนู]
[เลเวล: 147]
[ค่าพลังชีวิต: 7,760]
[ค่ามานา: 5,520]
[ระดับดาวพลังรบ: 997 ดาว]
............
[เป้าหมาย: พัคยูจี]
[อาชีพเฉพาะตัว: ปรมาจารย์เทควันโด]
[สัญชาติ: หนานป้าง]
[เลเวล: ??]
[ค่าพลังชีวิต: 8,100]
[ค่าพลังงาน: 100]
[ระดับดาวพลังรบ: ??]
............
[เป้าหมาย: จารู ซิงห์]
[อาชีพเฉพาะตัว: พระนอกรีต]
[สัญชาติ: เสินหนิว]
[เลเวล: ??]
[ค่าพลังชีวิต: 9,640]
[ค่าการบำเพ็ญทุกรกิริยา: 0]
[ระดับดาวพลังรบ: ??]
............
[เป้าหมาย: โคทาเคจิ ทาโร่]
[อาชีพเฉพาะตัว: ซามูไรแห่งตงอิ๋ง]
[สัญชาติ: วอหนู]
[เลเวล: ??]
[ค่าพลังชีวิต: 8,400]
[ค่าโทสะ: 0]
[ระดับดาวพลังรบ: ??]
............
“ฉิบหายแล้ว!!! มองไม่เห็นเลเวลกับระดับดาวพลังรบเลยสักคน?”
เมื่อเห็นแผงสถานะที่เข้าขั้นน่าสยดสยองของทั้งสี่ลู่เซิ่งก็ใจหายวาบทันที
เพราะเขาไม่คาดคิดเลยว่าคนที่ไล่ล่าลั่วเซวียนเซวียนจะมีถึงสี่คนและทุกคนยังเป็นนักฆ่าระดับสูงของหน่วยล่ามังกรทั้งหมดด้วย
ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือในบรรดานักฆ่าทั้งสี่คนนี้ นอกจากองเมียวจิ คุโมฮาชิ ฮานาโกะ ที่สวมหน้ากากแล้วอีกสามคนที่เหลือกลับไม่แสดงเลเวลออกมาเลย
ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้ลู่เซิ่งเลเวล 100 แล้ว
แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับยังไม่แสดงเลเวลให้เห็นภายใต้ทักษะตรวจสอบของเขา
นี่มันหมายความว่ายังไง?
มันหมายความว่านักฆ่าอีกสามคนที่เหลือนั้นมีเลเวลสูงกว่าเขาเกิน 50 เลเวลขึ้นไปน่ะสิ
และในตอนนี้เอง‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ ก็เหลือเวลาต่อเนื่องเพียงแค่นาทีสุดท้ายพอดี
เมื่อ‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ หมดผลลงโดยที่ไม่มีไพ่ตายอย่างพรสวรรค์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ต่อให้ลู่เซิ่งจะมีอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบเพียงใดหากต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้อาชีพเฉพาะตัวถึงสี่คนที่มีเลเวลเหนือกว่าตัวเองมากขนาดนี้เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตอย่างแน่นอน
“แย่แล้วสิ!”
เมื่อคิดได้ดังนี้สีหน้าของลู่เซิ่งก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“ลู่เซิ่ง นายหนีไปก่อน ฉันจะช่วยระวังหลังให้เอง”
ในตอนนั้นลั่วเซวียนเซวียนก็บอกกับลู่เซิ่งอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าเธอไม่อยากให้เขาต้องมาพลอยลำบากไปด้วย
เพราะเธอรู้ดีแก่ใจว่าสาเหตุที่นักฆ่าจากหน่วยล่ามังกรทั้งสี่คนมาปรากฏตัวที่นี่ในวันนี้เป้าหมายหลักของพวกเขาก็คือเธอ
แต่ลู่เซิ่งไม่ได้สนใจเลยว่าเธอจะคิดอย่างไรเขาโพล่งออกไปโดยไม่หันกลับมามองว่า “หุบปากถ้าจะหนีก็ต้องหนีไปด้วยกัน!”
“เอ๋?”
ลั่วเซวียนเซวียนหน้าเหวอไปครู่หนึ่งยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ลู่เซิ่งก็สะบัดมือสั่งการทันที
“กาเบรียล ขวางพวกมันไว้!”
“พุ่งทะยานศักดิ์สิทธิ์!”
ฟุ่บ!!
วินาทีต่อมา‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ ก็เปลี่ยนเป็นแสงสีทองที่บิดเบี้ยวพุ่งเข้าหาคุโมฮาชิ ฮานาโกะนักฆ่าที่เลเวลน้อยที่สุดในกลุ่มสี่นักฆ่าโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง