ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 เผชิญหน้าศัตรูแกร่ง สี่อาชีพเฉพาะตัว

            เขาปักหลักยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆไม่ต่างจากขุนเขาอันมั่นคง คล้ายปราการเหล็กที่ไม่มีวันสั่นคลอนให้ความรู้สึกแข็งแกร่งจนยากจะทำลาย ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่เซิ่ง

            “ลู่... ลู่เซิ่ง? นาย... นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

            ในที่สุดลั่วเซวียนเซวียนก็เป็นฝ่ายจำผู้มาเยือนได้ก่อนเธออดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจ

            “ก็มาช่วยเธอน่ะสิ!” ลู่เซิ่งกล่าวโดยไม่หันกลับมามอง

            “ช่วยฉันเหรอ?” ลั่วเซวียนเซวียนฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้าเหวอ

            แต่ลู่เซิ่งไม่ได้ตอบคำถามนั้นเขาอาศัยจังหวะสำคัญที่สี่นักฆ่ายังคงตกตะลึงร่ายเวทรักษาใส่ลั่วเซวียนเซวียนอีกครั้งทันที

            “แสงเทพรักษา”

            วูบ...

            HP+377!

            หลังจากใช้เวทรักษาไปในที่สุดค่าพลังชีวิตของลั่วเซวียนเซวียนที่เกือบจะแห้งเหือดก็ฟื้นกลับมาอยู่ที่ระดับมากกว่า1,000หน่วย หลุดพ้นจากวิกฤตการถูกฆ่าในพริบตาไปได้ชั่วคราว

            ในขณะเดียวกันสี่นักฆ่าก็ได้ใช้ทักษะตรวจสอบใส่ลู่เซิ่งด้วยเช่นกัน

            [เป้าหมาย: ลู่เซิ่ง]

            [อาชีพ: พาลาดิน]

            [สัญชาติ: เสินเซี่ย]

            [เลเวล: ??]

            [ค่าพลังชีวิต: 4,290]

            [ค่ามานา: 1,090]

            [ระดับดาวพลังรบ: ??]

            ............

            “เอ๊ะ? ไอ้เด็กนี่... ที่แท้เป็นพาลาดินงั้นเหรอ?”

            เมื่อเห็นค่าสถานะพื้นฐานของลู่เซิ่งพัคยูจีก็ได้สติกลับมาเป็นคนแรก เขาแทบจะโมโหจนอกแตกตาย

            “แม่-เอ๊ย ซวยชะมัดเมื่อกี้ฉันถูกไอ้พาลาดินขยะนี่ขู่จนเสียขวัญเลยงั้นเหรอ?” จารูที่อยู่ข้างๆก็สบถด่าออกมาเช่นกัน

            นั่นก็เพราะการเปิดตัวของลู่เซิ่งเมื่อกี้นี้มันเท่เหลือเกินเขาสามารถหยิบยืมพลังจากร่างจำลองเทวทูตมาใช้บินว่อนกลางอากาศและร่อนลงมาจากบนฟ้าจนทำให้พวกเขายังไม่กล้าลงมือกับลั่วเซวียนเซวียนต่อในขณะที่ยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของลู่เซิ่ง

            แม้จะมีไอเทมซ่อนค่าสถานะอย่าง‘ผ้าคลุมอัศวินดำ’ จนทำให้สี่นักฆ่าไม่สามารถมองเห็นระดับดาวพลังรบและเลเวลของลู่เซิ่งได้

            แต่แค่อาชีพสายสนับสนุนอย่างพาลาดินที่มีเลือดเพียง4,000กว่าหน่วย จะเก่งกาจไปได้สักแค่ไหนเชียว?

            เมื่อคิดได้ดังนี้สี่นักฆ่าต่างก็รู้สึกเบาใจขึ้นทันที

            “รอให้ฆ่านังผู้หญิงชั้นต่ำนั่นเสร็จก่อนเถอะฉันจะเก็บหัวไอ้เด็กนี่กลับไปรับเงินรางวัลพร้อมกันเลย”

            ชายในชุดซามูไรยิ้มเหี้ยมแววตาที่มองลู่เซิ่งไม่ต่างอะไรกับการมองคนตาย

            “พาลาดินคนนี้ฉันจัดการเอง พวกนายรีบจัดการผู้หญิงคนนั้นให้จบๆ สักทีเถอะ”หญิงสวมหน้ากากกล่าวด้วยเสียงกดต่ำ

            “ได้!”

            ทั้งสี่คนแลกเปลี่ยนความเห็นกันเพียงไม่กี่ประโยคและบรรลุข้อตกลงกันอย่างรวดเร็ว

            เมื่อเห็นนักฆ่าหลายคนปรึกษาหารือกันและตั้งใจจะเก็บลู่เซิ่งไว้ที่นี่ด้วยลั่วเซวียนเซวียนก็ร้อนรนใจ รีบตะโกนบอกลู่เซิ่งเสียงดัง“รีบหนีไป! พวกเขาคือสมาชิกของหน่วยล่ามังกรนายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาหรอก!”

            “อะไรนะ? สมาชิกหน่วยล่ามังกรงั้นเหรอ?”

            ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นรูม่านตาก็หดเกร็ง รีบใช้ทักษะตรวจสอบใส่นักฆ่าทั้งสี่คนทันที

            [เป้าหมาย: คุโมฮาชิ ฮานาโกะ]

            [อาชีพเฉพาะตัว: องเมียวจิ]

            [สัญชาติ: วอหนู]

            [เลเวล: 147]

            [ค่าพลังชีวิต: 7,760]

            [ค่ามานา: 5,520]

            [ระดับดาวพลังรบ: 997 ดาว]

            ............

            [เป้าหมาย: พัคยูจี]

            [อาชีพเฉพาะตัว: ปรมาจารย์เทควันโด]

            [สัญชาติ: หนานป้าง]

            [เลเวล: ??]

            [ค่าพลังชีวิต: 8,100]

            [ค่าพลังงาน: 100]

            [ระดับดาวพลังรบ: ??]

            ............

            [เป้าหมาย: จารู ซิงห์]

            [อาชีพเฉพาะตัว: พระนอกรีต]

            [สัญชาติ: เสินหนิว]

            [เลเวล: ??]

            [ค่าพลังชีวิต: 9,640]

            [ค่าการบำเพ็ญทุกรกิริยา: 0]

            [ระดับดาวพลังรบ: ??]

            ............

            [เป้าหมาย: โคทาเคจิ ทาโร่]

            [อาชีพเฉพาะตัว: ซามูไรแห่งตงอิ๋ง]

            [สัญชาติ: วอหนู]

            [เลเวล: ??]

            [ค่าพลังชีวิต: 8,400]

            [ค่าโทสะ: 0]

            [ระดับดาวพลังรบ: ??]

            ............

            “ฉิบหายแล้ว!!! มองไม่เห็นเลเวลกับระดับดาวพลังรบเลยสักคน?”

            เมื่อเห็นแผงสถานะที่เข้าขั้นน่าสยดสยองของทั้งสี่ลู่เซิ่งก็ใจหายวาบทันที

            เพราะเขาไม่คาดคิดเลยว่าคนที่ไล่ล่าลั่วเซวียนเซวียนจะมีถึงสี่คนและทุกคนยังเป็นนักฆ่าระดับสูงของหน่วยล่ามังกรทั้งหมดด้วย

            ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือในบรรดานักฆ่าทั้งสี่คนนี้ นอกจากองเมียวจิ คุโมฮาชิ ฮานาโกะ ที่สวมหน้ากากแล้วอีกสามคนที่เหลือกลับไม่แสดงเลเวลออกมาเลย

            ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้ลู่เซิ่งเลเวล 100 แล้ว

            แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับยังไม่แสดงเลเวลให้เห็นภายใต้ทักษะตรวจสอบของเขา

            นี่มันหมายความว่ายังไง?

            มันหมายความว่านักฆ่าอีกสามคนที่เหลือนั้นมีเลเวลสูงกว่าเขาเกิน 50 เลเวลขึ้นไปน่ะสิ

            และในตอนนี้เอง‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ ก็เหลือเวลาต่อเนื่องเพียงแค่นาทีสุดท้ายพอดี

            เมื่อ‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ หมดผลลงโดยที่ไม่มีไพ่ตายอย่างพรสวรรค์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ต่อให้ลู่เซิ่งจะมีอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบเพียงใดหากต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้อาชีพเฉพาะตัวถึงสี่คนที่มีเลเวลเหนือกว่าตัวเองมากขนาดนี้เขาคงไม่มีทางรอดชีวิตอย่างแน่นอน

            “แย่แล้วสิ!”

            เมื่อคิดได้ดังนี้สีหน้าของลู่เซิ่งก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

            “ลู่เซิ่ง นายหนีไปก่อน ฉันจะช่วยระวังหลังให้เอง”

            ในตอนนั้นลั่วเซวียนเซวียนก็บอกกับลู่เซิ่งอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าเธอไม่อยากให้เขาต้องมาพลอยลำบากไปด้วย

            เพราะเธอรู้ดีแก่ใจว่าสาเหตุที่นักฆ่าจากหน่วยล่ามังกรทั้งสี่คนมาปรากฏตัวที่นี่ในวันนี้เป้าหมายหลักของพวกเขาก็คือเธอ

            แต่ลู่เซิ่งไม่ได้สนใจเลยว่าเธอจะคิดอย่างไรเขาโพล่งออกไปโดยไม่หันกลับมามองว่า “หุบปากถ้าจะหนีก็ต้องหนีไปด้วยกัน!”

            “เอ๋?”

            ลั่วเซวียนเซวียนหน้าเหวอไปครู่หนึ่งยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ลู่เซิ่งก็สะบัดมือสั่งการทันที

            “กาเบรียล ขวางพวกมันไว้!”

            “พุ่งทะยานศักดิ์สิทธิ์!”

            ฟุ่บ!!

            วินาทีต่อมา‘ร่างจำลองของกาเบรียล’ ก็เปลี่ยนเป็นแสงสีทองที่บิดเบี้ยวพุ่งเข้าหาคุโมฮาชิ ฮานาโกะนักฆ่าที่เลเวลน้อยที่สุดในกลุ่มสี่นักฆ่าโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน